[mini story] แม่อร [พิเศษวันแม่]
อรอนงค์ Talk“...อดัม ฉันท้อง”วันแรกที่รู้ว่าฉันมีชีวิตใหม่อยู่ในร่างกายของตัวเอง ฉันทั้งกลัวทั้งประหลาดใจ ฉันยังเด็กมากและเด็กเกินกว่าจะเป็นแม่คน ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อของเด็กคนนี้จะยอมรับเขามั้ย ถึงเราจะรักกันแค่ไหน ถึงเขาจะดีมากเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมรับและเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งไปทั้งชีวิตได้...เรื่องแบบนี้น่ะมันสำคัญกว่าที่ใครๆ จะเข้าใจ หากเขาไม่ยอมรับ ฉันก็ไม่แปลกใจหรอก ทว่า...“จริงเหรออร สุดยอดเลย!!”“ว้ายยย อดัมคะ เดี๋ยว ใจเย็นๆ”ปฏิกิริยาของเขาเกินคาดกว่าที่ฉันคิดมาก เราที่รู้จักและคบกันมาได้ไม่ถึงปี แต่เขาคนนั้นก็ยังยินดีรับผิดชอบหนึ่งชีวิตในท้องเธอ ท่าทางของเขาดูดีใจมากจนฉันคาดไม่ถึง เขาทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้เหมือนคนบ้า แล้วฉันก็ยิ้มตามเขา เหมือนอะไรสักอย่างที่กดทับอยู่ในอกถูกยกออก......เขาบอกว่าจะตามฉันกลับไทย ไม่รู้ว่าจริงเท็จแต่ไหน แต่ยามมองดวงตาคู่นั้นฉันคิดว่าเขาไม่ได้โกหกฉันตัดสินทำตามที่เขาบอก แล้วไม่กี่วันต่อมาเขาก็ตามฉันกลับมาที่ไทยจริงๆ ...เขามาอยู่กับฉันแล้วบอกว่า เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน...ฉันที่ท้องเรียนต่อจนจบม.ปลาย แน่นอนว่าช่วงนั้นฉันค่อนข้างลำบาก ถึงจะพยายามปกปิดแต่ท้องที่โตขึ้นทุกวันก็ทำให้ปิดเงียบไม่ได้ คนทั้งโรงเรียนพูดเรื่องของฉัน คนด่ามากมายทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้จักฉันดีเลย“ใจแตก แรด มีผัวตั้งแต่อายุแค่นี้เนี่ยนะ”“ท้องไม่มีพ่อรึเปล่า คิก”ฉันมองเมินคนเหล่านั้น แม้จริงๆ แล้วคำพูดของพวกเขาก็ยังบาดลึกอยู่ในใจ แต่ที่ฉันสนใจที่สุดก็คือ...แม่ฉันกลัวว่าแม่จะไม่ยอมรับ จะโกรธและเกลียดฉัน จะว่าฉันเป็นคนใจง่าย ที่เรียนยังไม่ทันจบก็มีสามีซะแล้ว แต่แล้วแม่กลับเข้ามากอดแล้วแสดงความยินดี“อะไรที่ทำให้ลูกมีความสุข แม่รับได้เสมอ แม่ดีใจนะที่ลูกหลุดพ้นจากอดีตได้แล้ว”“...แม่คะ”ฉันร้องไห้หนักแล้วกอดแม่ตอบ ฉันมองแม่คุยกับอดัมที่ทำหน้างงๆ ยามแม่พูดคุยด้วย ไม่แปลกหรอกก็อดัมยังฟังภาษาไทยไม่ค่อยเข้าใจนี่นา“ฝากลูกสาวฉันด้วยนะ ช่วยทำให้เธอมีความสุขที”“...ผมจะดูแลเธอให้ดีที่สุด อร ช่วยแปลทีนะ”“รู้ได้ยังไงว่าแม่ฉันพูดว่าอะไร?”“เดาจากท่าทางน่ะ ผมจะดูแลเธอแทนแม่เอง” มือหนาลูบศีรษะฉันอย่างอบอุ่น แม้อดีตของฉันจะไม่ได้ดีเด่อะไรนัก แต่ฉันโชคดีมากที่มีแม่ที่เข้าใจและมีสามีที่แสนดี “...ฮึก...ขอบคุณนะคะ แม่ ขอบคุณนะ อดัม”...แต่ถึงเขาจะเคยบอกว่าไม่สนใจว่าฉันจะผ่านอะไรมาก็เถอะ แต่ถ้าเขารู้ว่าฉันโดนข่มขืน เขาจะรังเกียจฉันมั้ย?...เราแต่งงานกัน แตถึงจะพูดอย่างนั้นก็แค่ไปจดทะเบียนสมรสกันก็เท่านั้น อดัมหางานในไทย เงินเดือนไม่ได้มากมายอะไรเท่าไหร่แต่อดัมยังมีเงินเก็บอยู่ ถึงกระนั้นการมีลูกสักคนก็ยังทำให้ต้องใช้เงินมากอยู่ดี“อดัมนี่มากไปแล้ว”“คุณต้องกินบำรุงลูกในท้อง กินเยอะๆ น่ะดีแล้ว”...“คุณซื้อมากไปแล้วนะคะ!”“โธ่ อร ยังไงลูก็ได้เล่น ซื้อไว้ก่อนก็ดีไม่ใช่เหรอ?”“แต่นี่มันเต็มบ้านไปหมดแล้วนะ คุณซื้อเยอะจนไม่มีที่เก็บแล้ว”ฉันว่าพลางชี้นิ้วไปยังของเล่นกองพะเนินที่สามีเห่อลูกซื้อมา เจ้าตัวรีบเข้ามาคลอเคีลยยกลูกมาอ้างร้อยแปดจนฉันโกรธเขาไม่ลงอีกต่อไป“ห้ามซื้อมาแล้วนะ”“จ้าเมียจ๋า”“อดัม!”...หลังจากปวดท้องคลอด ก็ต้องรอปากมดลูกเปิดอีกเกือบครึ่งวัน มันเป็นความทรมานที่ไม่มีวันสิ้นสุด จนกระทังถูกเข็นไปห้องทำคลอดฉันก็ได้รู้ว่าความเจ็บปวดที่แล้วมามันเรื่องเป็นเล็กๆ“เห็นหัวเด็กแล้วค่ะ เบ่งเข้า!!”“กรี๊ดดดดดดดดดดด!!”ฉันกรีดร้องสุดเสียงแล้วพยายามเบ่งเด็กเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ น้ำตาไหลจนท่วมหน้า เหงื่อไหลโชกจนรู้สึกหนาว เสียเลือดไปจนพื้นห้องกลายเป็นสีแดง เจ็บเหมือนจะขาดใจตายให้ได้...ไม่ได้นะ ฉันจะยังตายไม่ได้ ฉันยังไม่ได้เห็นหน้าลูกเลย“อุแว้---------!!”“ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้ลูกชายสุขภาพเข็งแรงดีค่ะ!”“...แฮ่ก...ลูก...ลูกของฉัน”วินาทีที่ได้เห็นใบหน้าย่นๆ เปื้อนเลือดสีแดง พร้อมเสียงร้องไห้จ้าที่บ่งบอกให้โลกได้รับรู้ว่ามีชีวิตใหม่เกิดขึ้น ความเจ็บปวดที่มีก็มลายหายไปหมด ...เด็กทารกตัวเล็กดูเปราะบาง ฉันเป็นคนให้กำเนิดเขาสองแขนที่สั่นระริกรับลูกน้อยมากอด ตัวเขาไม่ได้หนักอะไร แต่กลับมีน้ำหนักมากกว่าอะไรในความรู้สึกของฉัน ฉันจะเลี้ยงดูและดูแลเขาให้ดีที่สุด “...ยินดีต้อนรับสู่โลกใบนี้นะ...ลูกรัก”...หลังจากลาเรียนเพื่อมาคลอด หมดช่วงอยู่ไฟ ฉันก็ต้องให้แม่มาช่วยเลี้ยงในตอนที่ต้องไปโรงเรียน ยังดีที่ใกล้จะจบเต็มทีแล้ว ไม่งั้นฉันต้องขาดใจแน่ ...ก็ฉันไม่อยากห่างลูกเลยสักนิดนี่“อดัม ฉันจะไม่เรียนต่อแต่จะทำงานฟรีแลนซ์ดูแลเซ็ทอยู่ที่บ้าน คุณจะโอเคมั้ย?”“แน่นอน ทำอย่างที่ที่รักอยากทำเถอะ ต่อให้ที่รักไม่ทำงานผมก็จะเลี้ยงดูคุณเอง”“ไม่เอาหรอก เราต้องช่วยกันสิ”...ไม่ใช่แค่อดัมแล้วที่เป็นพ่อเห่อลูก ฉันเองก็เห่อลูกไม่แพ้กัน เงินที่ช่วยกันหากี่บาทกี่สตางค์เอาไปใช้เพื่อลูกหมด ใครใช้ให้สินค้ามันดูเข้ากับลูกชายคนดีไปหมดซะทุกอย่างล่ะ“สีเขียวดีมั้ย?”“สีฟ้าดีกว่า”“งั้นเอาทั้งคู่” ว่าแล้วฉันก็หยิบเสื้อเด็กลงตะกร้าทั้งสองตัว“แล้วถามทำไมล่ะเนี่ย?”...ลูกชายยิ่งโตยิ่งน่ารัก เซ็ทเป็นเด็กดีจนฉันไม่อยากให้เขาโต ทุกการพัฒนาของเขา ฉันถ่ายรูปเก็บไว้เป็นความทรงจำทั้งหมด เวลาผ่านไปแค่ไม่กี่ปีเซ็ทก็พูดได้แล้ว ฉันภูมิใจในตัวเขามาก แต่พอถึงวันต้องส่งเซ็ทเข้าโรงเรียนอนุบาลมันก็อดรู้สึกเหงาขึ้นมาไม่ได้...ลูกนกตัวน้อยของแม่เริ่มห่างจากอกแม่จนได้ ถึงอย่างนั้นแม่ก็คอยเป็นห่วงและดูแลเจ้าอยู่เสมอ...ฝันร้ายกลับมาเยือนฉันอีกครั้ง เหมือนใจที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการเยียวยาได้แตกสลายใหม่อีกหน เจ็บทั้งตัวและหัวใจ เกลียดชังโลกใบนี้จนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ...ด้วยร่างกายที่แปดเปื้อนนี้ฉันจะมีหน้ากลับไปพบสามีและลูกชายได้ยังไง!!อยากจะตายๆ ไปซะ แต่ฉันทำไม่ได้ ฉันยังต้องอยู่เพื่อดูแลสามีและสั่งสอนลูกชายให้เติบโต แม้จะเจ็บปวดทุกครั้งที่ต้องมองหน้าคนสำคัญ แต่ลึกๆ ในใจฉันยังอยากมีชีวิต“...แม่ดูเศร้า ...โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะ”...ฉันอยากอยู่เพื่อมองดูลูกชายเติบใหญ่ จะมีชีวิตต่อไปแม้ความมืดจะกัดกินหัวใจเธออยู่ก็ตาม......ฉันท้อง...แต่เด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของอดัม ตั้งแต่เกิดเรื่องนั้นขึ้นเธอยังไม่เคยมีอะไรกับอดัมเลย ก่อนหน้านั้นประจำเดือนก็มาปกติ แล้วเธอจะท้องกับใครได้ถ้าไม่ใช่ไอ้พวกสารเลวนั่น“...ต้องเอาเด็กออก ต้องไม่ให้อดัมรู้เรื่องนี้ ถ้าเขารู้...ถ้าเขารู้ล่ะก็...ไม่ ไม่”สมองของฉันมีความคิดร้อยแปดพันเก้าตีวนกันมั่ว ฉันร้องไห้จนใกล้เป็นบ้า ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อ แต่แล้วฉันก็ดันเหลือบไปเห็นรูปภาพสมัยที่เซ็ทยังเป็นแค่ทารกตัวน้อยๆ...เด็กเป็นผู้บริสุทธิ์ เด็กในท้องคนนี้ไม่ได้ทำอะไรผิด ฉัน...ฆ่าเขาไม่ได้“...ลูก ฮึก...ฮือออออ....ฮืออออออ!!”ทั้งเจ็บปวดทั้งรู้สึกผิด แต่สุดท้ายฉันก็เลือกที่จะเก็บเขาไว้ ฉันไม่ได้บอกอดัมว่าเด็กคนนี้ไม่ได้มีเขาเป็นพ่อ ฉันหลอกตัวเองว่าฉันไม่ได้หลอกลวง ฉันก็แค่ไม่ได้บอกความจริง...เก้าเดือนนั้นเป็นช่วงเวลาที่แย่มากสำหรับฉัน ...ฉันคลอดเขาออกมา แต่ในช่วงเวลาที่แสนวิเศษนั้นฉันกลับไม่ได้รู้สึกดีใจเหมือนตอนคลอดเซ็ทสักนิด ความเจ็บปวดที่ควรจะหายไปกลับตอกย้ำว่าเด็กคนนั้นเกิดมาแล้ว ...เครื่องยืนยันถึงความผิดพลาดที่เลวร้ายที่สุดและบาปอันไม่น่าให้อภัยได้เกิดมาแล้วจริงๆรอยยิ้มยินดีของอดัมเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันยิ่งจมลึกเข้าไปในความมืด ฉันยิ้มตอบเขาด้วยความพยายามสุดชีวิต...รอยยิ้มนั้นมันคงฝืนและน่าเกลียดมาก...หมอวินิฉัยว่าฉันซึมเศร้าหลังคลอด อดัมคอยดูแลฉันอย่างดี เซ็ทเองก็ช่วยเลี้ยงอลิซอย่างเต็มที่ ทำให้ฉันมีเวลาผ่อนคลายจิตใจที่ตึงเครียดได้บ้างฉันเลี้ยงอลิซเหมือนกับที่เลี้ยงเซ็ท ฉันรักเธอที่เป็นลูกของฉัน แต่ฉันก็เกลียดเธอด้วย อย่างไรก็ตามฉันรักเธออย่างสุดหัวใจแบบที่รักเซ็ทไม่ได้ ฉันทำได้แค่พยายามเลี้ยงดูเธอให้ดีที่สุด พยายามมอบความรักที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่มากมายใดๆ ให้แก่เธอ ฉันในตอนนั้น ทำได้แค่นั้นจริงๆ...ฉันคงเป็นแม่ที่แย่มาก“...มะ...แม่”“แม่อลิซพูดได้แล้วล่ะ แม่ดูสิๆ!”กลายเป็นเซ็ทซะมากกว่าที่ได้ยินน้องสาวพูด น้ำตาของฉันไหล จะว่าด้วยปิติก็ใช่ อึดอัดก็ไม่เชิง เจ้าตัวน้อยที่โตขึ้นเรื่อยๆ คนนี้ ถึงยังไงก็ยังเป็นลูกของฉัน...อดัมงานยุ่ง ฉันเองก็พยายามรับงานฟรีแลนซ์มากขึ้นเพราะการเลี้ยงเด็กสองคนต้องใช้เงินไม่น้อย ยิ่งอลิซไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของอดัม ฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายของอลิซส่วนมากมาจากเงินที่ฉันหามาแทบทั้งหมด ...ยังดีที่เซ็ทเป็นเด็กดีและคอยเลี้ยงอลิซให้ ไม่ดื้อไม่ซนให้ปวดหัว เล่นของเล่นก็รู้จักเก็บ เรื่องงานบ้านเลยไม่ถือว่าเป็นภาระใหญ่นัก...อดัมคงระแคะระคายใจบ้างเพราะอลิซยิ่งโตก็ยิ่งไม่มีส่วนไหนเหมือนอดัมเลย สายตาของเขาเหมือนกับกำลังรอให้ฉันเป็นคนอธิบาย แต่ฉันกลับพูดไม่ออก จนกระทั่งอลิซประสบอุบัติเหตุและในตอนนั้นอดัมก็ได้รู้ว่าอลิซไม่ใช่ลูกของเขาจริงๆอดัมไม่ฟังฉันอธิบายอะไรทั้งนั้น ฉันรู้ว่าเขาโกรธมาก มันไม่แปลกหรอก ฉันโกหกเขามาตลอดเจ็ดปีตั้งแต่วันนั้น หรืออาจจะต้องบอกว่าโกหกมาตลอดตั้งแต่รู้จักกัน“คุณทำแบบนี้กับผมได้ยังไง!! ผมไม่ดีตรงไหน!? ทำไม!? ทำไม!!!?”...ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีอย่างที่คุณเข้าใจ แต่ได้โปรดอย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเลย ด่าว่าฉัน ตวาดฉัน โกรธฉันอีกเถอะ จะตบตีฉันก็ได้ แต่อย่าทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้แบบนั้นเลยนะ...ได้โปรดอย่าร้องไห้...เขาไล่ฉันออกมา เขาต้องการหย่า ฉันได้แต่หวังว่าสักวันเขาจะใจเย็นขึ้นและรับฟังคำอธิบายจากฉันบ้าง ฉันใช้เงินติดตัวที่มีน้อยนิดหาที่อยู่ พยายามหางานเพื่อนำไปจ่ายค่ารักษาอลิซ แน่นอนว่ามันไม่เพียงพอ ยังดีที่เวลานั้นสิงหายื่นมือเข้ามาช่วย ฉันสัญญาว่าจะหาเงินก้อนนั้นมาคืนให้ไวที่สุด...เวลาในแต่ละวันช่างผ่านไปอย่างยากลำบากและเชื่องช้ายิ่ง ค่าใช้จ่ายมหาศาลยิ่งกว่าน้ำในทะเล แต่รายได้เปรียบดั่งธารน้ำเล็กๆ แทบจะชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่คิดจะกู้เงินจากใคร...ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ ครอบครัวแตกแยกต่อกันไม่ติดเป็นอนาคตที่เลวร้ายที่สุดที่ตัวเองก็รู้ดี แต่ฉันก็ยังจะ...“แม่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกอยากจะเกิดมารึเปล่า เกิดจากความผิดพลาด เกิดกับแม่เบบนี้...”...การที่เด็กคนนึงต้องมาลำบากไปพร้อมกับตัวเองมันเป็นเรื่องที่ดีแน่เหรอ หากวันนั้นฉันเลือกที่จะไม่เก็บเธอไว้ มันจะดีต่อตัวเธอมากกว่ารึเปล่า“...ขอโทษนะ ...อลิซ”...ฉันเลี้ยงดูอลิซ ลูกสาวที่ทั้งรักทั้งเกลียด ในขณะเดียวกันก็ต้องเลี้ยงดูตัวเองไปด้วย ฉันอดได้แต่ลูกต้องไม่อด ฉันลำบากได้แต่ลูกต้องได้อยู่ดี ถึงอย่างนั้นมันก็เหนื่อยมากจนอยากจะตายไปให้พ้นๆ ...แต่ฉันก็ทำไม่ได้ เพราะฉันหวังว่าสักวันอดัมจะกลับมายิ้มให้ฉันอีกครั้งถึงจะทั้งรักทั้งเกลียดลูกสาวคนนี้มากแค่ไหน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กคนนี้เป็นหนึ่งในแรงใจที่ยังทำให้ฉันสู้ต่อไป“แม่จ๋าเหนื่อยมั้ย อย่าหักโหมนะ อลิซก็จะช่วยแม่ประหยัดด้วย”“ขอบคุณนะจ้ะ เด็กดี”...อยากให้ครอบครัวเรากลับมาเป็นเหมือนเดิม...นั่นเป็นคำอธิษฐานจากหัวใจ...“แม่อรครับ เช้าแล้วนะ มากินข้าวเถอะ”“อะ-อ้าว...ขอโทษจ้ะ จะไปทำกับข้าวเดี๋ยวนี้ อาเระ? ใครทำกับข้าวล่ะเนี่ย?”ฉันกุลีกุจอวิ่งออกจากห้อง กลิ่นกับข้าวหอมมาแต่ไกลจนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจ ก็ตัวเองตื่นสายจนยังทำอะไรเลยนี่นะ แล้วใครเป็นคนทำครัวล่ะ?“ผมกับอลิซทำกันเองครับ สุขสันต์วันแม่นะครับแม่อร”“รักแม่นะค้า”ลูกชายที่เกิดจากสามีที่เธอรัก กับลูกสาวที่เกิดจากความผิดพลาด แต่ยังไงพวกเขาทั้งคู่ก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอ เป็นลูกๆ ที่น่ารักและทำให้เธอภาคภูมิใจ...ฉันอาจจะไม่ใช่แม่ที่ดีที่สุดในโลก ไม่ใช่แม่ที่เพรียบพร้อมและสมบูรณ์ แต่ฉันก็รักพวกเขา และจะทำทุกอย่างเพื่อพวกเขาต่อไป...จนกว่าจะถึงวันที่สิ้นลมหายใจ“แม่เองก็รักลูกทั้งคู่เลยนะ”
----------------------จริงๆ แจ้งในเพจไปแล้วว่าวันแม่ไม่ลงเพราะแมวก็อยู่กับแม่ แต่ก็ไปนั่งเขียนมาลงให้เป็นพิเศษ //ดึกไปนิดนึง แต่ยังทันวันแม่เนอะ เป็นเรื่องหลักแบบย่อสั้นในมุมมองของหัวอกแม่ เป็นมินิสตอรี่น่ารักปนดราม่านิดๆ ขึ้นช่ือว่ามินิมันก็เลยไม่ยาวอ่ะเนอะ แต่จริงๆ แยกเขียนได้หลายตอนเลยขอให้นักอ่านทุกท่านมีความสุข คุณแม่อายุมั่นขวัญยืน สำหรับนักอ่านท่านใดที่ไม่มีคุณแม่ ก็ขอให้ระลึกถึงช่วงเวลาดีๆ ที่มีให้กัน และใช้ชีวิตทุกวันต่อจากนี้กับคนที่รักให้มากๆ นะคะ //แมวไปไหว้พระมาด้วย ขอให้ผลบุญส่งถึงทุกคนเลยนะคะ รัก <3