โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 70 อัฐิธาตุตั๊กม้อ

    “ เหรียญบิสคอยน์?”

    “ ครับ เพื่อนมันทิ้งไว้ให้ ผมก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี”

    ขจรมอบการ์ดที่มีบัญชีบิสคอยน์ 5,000 เหรียบให้กับท่านชายภาสกรไปดู

    “ โอ้ 5 พันเหรียญบิสคอยน์เลยหรือนี่”

    “ ครับ”

    “ ที่ประเทศไทยมีบริษัทรับซื้อขายบิสคอยน์อยู่หลายบริษัท  ตอนนี้มูลค่าของบิสคอยน์มันมีแต่ขึ้นไปเรื่อยๆ มีแต่คนอยากซื้อเก็บ ไม่ค่อยมีใครอยากขาย เพราะราคามันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่จำนวนบิสคอยน์นั้นมีจำกัด แล้วเธอต้องการเงิน เกือบหมื่นล้านนี้ไปทำอะไรหรือเปล่า”

    “ ตกลงมันแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทได้จริงๆ หรือครับ”

    ขจรพูดอย่างตื่นเต้น

    “ จริง ฉันเองก็ซื้อเก็บเอาไว้ 1 พันเหรียญเท่านั้น”

    “ งั้นเก็บเอาไว้ก่อนก็ได้ครับ ผมยังไม่ได้ใช้เงินเท่าไร”

    “ อืม ดีแล้ว แต่ว่าเพื่อนของเธอนี่เป็นใครกัน ทำไมมีเหรียญบิสคอยน์มากขนาดนี้”

    “ มันชื่อ โยชิ เห็นมันบอกว่า พ่อมันชื่อ ซาโตชิ นากาโมโต้ครับ”

    “ อะไรนะ ซาโตชิ นากาโมโต้ ที่หายสาบสูญไป หลังจากสร้างโปรแกรม บิสคอยน์ เขามีลูกชายด้วยหรือนี่”

    “ ครับ” 

    “ เอาไว้ถ้าเขามาอีก แนะนำให้ฉันรู้จักเขาบ้าง ฉันอยากรู้จักทายาทของซาโตชิ เป็นๆ สักครั้ง ไม่รู้ว่าบิดาของเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่”

    “ ครับ หากมันมาอีก ผมจะให้มันมาพบกับท่านชาย”

    ขณะที่ทั้งสองคุยกันอยู่นั้น ผู้จัดการชิน ก็เข้ามารายงานเรื่อง บ้านพักคนชราที่ให้คนไปทำวิจัยมามอบให้

    “ ตอนนี้มีการทำธุรกิจ คนชรา กันหลายบริษัท ส่วนใหญ่ก็เป็น โรงพยาบาล กับ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป  แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด แต่พวกเขาไม่สามารถขยายกิจการได้ เพราะว่ายังขาดบุคลากรทางการแพทย์

    สำหรับบ้านพักคนชราของรัฐบาล นั้นไม่มีเพียงพอต่อ คนจำนวนมาก มีการรอคิวกันเป็นปีกว่าจะได้ ดังนั้น ถ้าหากเราจะสร้าง ทางฝ่ายวิจัย ควรไปสร้างแถวชานเมืองมากกว่า โดยมีการสร้างบ้านพักคนชราแบบขายขาด หรือเก็บเป็นรายเดือน ราคาก็แล้วแต่ทางบริษัทจะกำหนดอีกที ราคาบ้าน ที่สร้างมีตั้งแต่ ราคา 1 ล้านจนถึง 10 ล้าน ค่ารายเดือน ก็เริ่มตั้งแต่ 2 พัน ถึง หนึ่งแสนบาทต่อเดือน แล้วแต่ ลูกค้าว่าช่วยตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน”

    “ ผมไม่ได้คิดเรื่องธุรกิจ ผมอยากช่วยคนมากกว่า”

    “ ก็อย่างที่ฉันบอก หากคิดจะช่วยพวกเขาตลอดไป ต้องมีการขายหรือหากำไรจากคนที่มีเงินมาช่วย คนที่ไม่มีเงิน จะเป็นการเหมาะสมที่สุด”

    “ ถ้าเช่นนั้นก็เริ่มซื้อที่ดินเลยครับ ส่วนบ้าน ต้องรบกวนท่านชายช่วยดูแลด้วยครับ ผมมีเงินตอนนี้ หนึ่งหมื่นล้าน และ เหรียญบิสคอยน์อีก 5พันเหรียญครับ”

    “ เรื่องแบบไม่ต้องห่วง ฉันมีพร้อมอยู่แล้ว ผู้จัดการชิน ไปหาซื้อที่ดินเริ่มต้น สัก100 ไร่ชานเมืองเป็นอย่างน้อยก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน”

    “ ได้ครับ ผมจะรีบไปดำเนินการเดี๋ยวนี้”

    วันนี้ขจรไปมหาลัย เพื่อนๆ ก็รีบเข้ามาถามทันที เรื่องที่ไปกับโยชิ ที่ทำเนียบรัฐบาล ขจรก็เล่าโดยไม่ได้ปิดบัง

    “ อะไรนะ โยชิเป็นลูกของ บิดาแห่งบิสคอยน์เลยรึ?” หัวหน้าเอกเอ่ยอย่างตกใจ

    “ เมื่อคืนฉันไปศึกษาเรื่องบิสคอยน์มาแล้ว หากฉันมีเงินต้องซื้อเก็บไว้แน่ๆ” ซีเอ่ยไปตามตรง

    “ ไม่นึกเลย ว่าโยชิ จะเป็นลูกของ ซาโตชิ ผู้สร้างบิสคอยน์” กรกันต์เอ่ยอย่างแปลกใจ

    “ เขาไปแล้วแบบนี้ เงินที่ยืมนายไปคืนแล้วหรือยัง” หัวหน้าเอกเอ่ยอย่างสงสัย

    “ คืนมาแล้ว แถมยังให้ การ์ดเหรียญบิสคอยน์มาอีก 5 พันเหรียญด้วย”

    “ หา 5 พันเหรียญบิสสคอยน์ นี่มันเท่ากับ 8.5 พันล้านบาทเลยนะ” หัวหน้าเอกเอ่ยอย่างตกใจ ซึ่งทุกคนได้ฟังก็รู้สึกตื่นเต้นไปตามๆ กัน

    “ ทำไมโยชิ ถึงให้จรมากอย่างนี้นะ”

    “ มันก็เป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็กแล้ว” ขจรเอ่ยจบ เสียงสัญญาณเข้าเรียนก็ดังขึ้น

    ระหว่างอยู่ในห้องเรียน กำลังรออาจารย์ก็มีนักศึกษาแพทย์ชายชื่อศรชัย เพื่อนร่วมชั้น อยู่ๆ ก็ลงไปนอนกับพื้นชักกระตุกขึ้นมา แล้วก็ตาเหลือกค้าง น้ำลายฟูมปาก

    หัวหน้าเอก ออกมายืนด้านหน้าแล้วขวางทุกคนไม่ให้เข้าใกล้

    “ อาการลมชัก ทุกคนถอยห่างไป ช่วยกันจับเขาตะแคงไปด้านขวา แล้วหาอะไรมาใส่ปากเขาไม่ให้เขากัดลิ้นของตัวเอง แล้วโทรแจ้งห้องฉุกเฉินส่งคนมาด้วย” หัวหน้าเอกตะโกนสั่งการออกไปโบกมือไปมา ไม่ให้ใครมากดร่างของนักศึกษาแพทย์ศรชัยเพื่อไม่ให้บาดเจ็บ แต่ขจรเข้ามาถึงก็จับมือของหัวหน้าเอกยัดเข้าไปในปากของศรชัยเพื่อไม่ให้เขากัดลิ้นตัวเอง

    “ อ๊ากกกกก !!  หัวหน้าเอกร้องลั่น ขจรไม่สนใจ  ใช้มือของตนวางบนหน้าผากของคนเจ็บเพื่อดูดไฟฟ้าที่อยู่ในสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้คนเจ็บมีอาการชักกระตุกอย่างรุนแรงเช่นนี้

    ไม่นาน อาการชักกระตุกก็ค่อยๆ ทุเลาลง พร้อมกับเสียงเงียบของ หัวหน้าเอก

    “ ไม่เป็นไรแล้ว” ขจรบอกกับทุกๆ คน พอหันไปมองหัวหน้าเอก ก็พบว่าที่ปากของเขามีผ้าเช็ดหน้าของซี ยัดเข้าปากของเขาเอาไว้ มีน้ำตาไหลพรากออกมาด้วยความเจ็บปวด ขจรเลย กดจุดที่ต้นคอ ทำให้ฟันของนักศึกษาแพทย์ศรชัยที่งับมือของ หัวหน้าเอกค่อยอ้าขึ้น มือของหัวหน้าเอกเลยหลุดมาได้

    ไม่นานก็มีรถเข็นจากห้องฉุกเฉินพานักศึกษาแพยทย์ศรชัยออกไป

    “ นายเอามือฉันให้เขากัดทำไมเนี่ย”

    “ โทษที ฉันหาอะไรไม่ทัน เห็นมือนายอยู่ใกล้เลยจับยัดปากเขาก่อนที่เขาจะกัดลิ้นตัวเอง”

    “ น่า เจ็บนิดหน่อย แต่ได้ช่วยชีวิตคนนะ” ซีเอ่ยยิ้มๆ

    “ แล้วทำไมเธอไม่เอาผ้าไปยัดปากเขา แต่มายัดปากฉันทำไม”

    “ ก็จะเอาไปยัดปากเขาแล้ว แต่ไม่ทันนี่  ฉันได้ยินเสียงร้องของนายดังขนาดนั้น ก็เลยยัดปากนายดีกว่า จะได้ไม่รบกวนคนเจ็บ”

    “ มันเกี่ยวกันไหมเนี่ย”  หัวหน้าเอกได้แต่บ่นพึมพำออกมา

    “ แต่ว่า จรทำได้ไง แค่เอามือไปแตะคนชักกระตุกแบบนั้น แล้วเขาหายชักกระตุกเลย?” กิ๊ฟและทุกคน ก็สงสัย

    “ ไม่มีอะไรมากหรอก คนที่มีอาการลมชักแบบนี้มักจะเกิดขึ้นจากไฟฟ้าสถิตย์ในสมอง เราแค่ดูดพลังไฟฟ้าออกมาก็แค่นั้น พอไฟฟ้าออกมาแล้ว เขาก็จะหายเอง”

    “ มีอย่างนี้ด้วย มีที่ไหนเขาสอนกัน”

    “ อาจารย์เราไง” ขจรโบ้ยไปนั่น เพราะสิ่งที่เขาใช้นั้น เป็นการใช้ลมปราณดูดพลังไฟฟ้าออกมา คนที่จะทำแบบนี้ได้ ต้องฝึกเดินลมปราณมาแบบเขาเท่านั้น

    แต่ว่ายังมีบางอย่าง ที่เขายังไม่เป็นห่วง เพราะว่า พอเขาสัมผัสหน้าผากของนักศึกแพทย์ศรชัย เขากลับได้เห็นภาพบางอย่าง ที่น่าหวาดกลัว เป็นภาพของนักศึกษาแพทย์ศรชัย กำลังใช้มีดหั่นศพชายคนหนึ่ง แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วก็นำไปใส่เอาไว้ในตู้เย็น ขจรเองได้แต่ตกใจ ยิ่งนัก ไม่อยากคิดว่า นักศึกษาแพทย์ศรชัยจะเป็นฆาตรกร ฆ่าหั่นศพ หวังว่าคงเป็นความฝันของเขาเองมากกว่า

    “ จรเป็นอะไรหรือเปล่า” กิ๊ฟเห็นจรเงียบไป ก็เลยเขย่าแขนเรียก

    “ ไม่ ไม่เป็นไร ศรชัยนี่เขาพักอยู่ที่ไหน มีใครรู้บ้าง”

    “ จะรู้ไปทำไม” กิ๊ฟสงสัย ทุกคนก็สงสัยเช่นกัน

    “ เปล่า แค่อยากรู้ บางทีอาการชักกระตุกแบบนี้ เป็นกรรมพันธุ์ ก็แค่อยากช่วยรักษาให้ก็เท่านั้น”

    “ หมายความว่า หากใช้วิธีนี้รักษา คนไข้ที่เป็นโรคชักกระตุก แบบนี้จะหายขาดเลยเหรอ?”

    “ ก็ไม่เชิง แค่อาจจะทำให้บรรเทา หรือ เว้นระยะห่างของอาการแบบนี้ให้ยาวนานขึ้นเท่านั้น”

    “ อยากรู้ก็ไปถามเจ้าตัวเอง ก็ได้นี่” ซีเอ่ยไปตามตรง ขจรดูเวลาแล้วพรุ่งนี้ค่อยไปถามดีกว่า หลังจากเรียนเสร็จขจรก็ไปที่ค่ายสยามยุทธ์ซ้อมมวยตามปกติ  พบกับพี่ธงที่มารออยู่ก่อนแล้ว

    “ พี่ธง มาได้ไงเนี่ย”

    “ มีข่าวมาบอกว่ะ”

    “ ข่าวอะไร?”

    “ ผู้จัดการเดอะแมสไฟเตอร์ มันโทรมาแจ้งว่า วันนี้มันจัดชกมวยรุ่นเล็ก มึงสนใจไหมวะ”

    “ สนใจ คราวนี้จะได้จัดการพวกมัน แก้แค้นให้พี่สักที”

    “ ตอนนี้กูมีเงิน ยี่สิบล้านแล้ว ไม่ลำบากอีกแล้ว แต่ว่าคู่แข่งคราวนี้มันเอาแน่นอนไม่ได้ กูเป็นห่วงมึงว่ะ”

    “ ไม่มีปัญหา ผมก็อยากเจอกับหน้ากากแมงป่อง ที่มันทำให้พี่ต้องเจ็บหนักแบบนั้นเหมือนกัน นักสู้ที่ดี ต้องหมั่นขึ้นชกอยู่เสมอ พี่เป็นคนบอกผมเองจำไม่ได้เหรอ?”

    “ อืม งั้นคืนนี้ พวกเราไปลุยพวกแม่งมันเลย”

    ณ สำนักเทียนซาน โลกเซียน

    ไต้ซือถงจื่อ ภิกษุสงฆ์วัย 150 ปี เจ้าสำนักเทียนซาน  กำลังนั่งสมาธิอยู่ภายในห้องโถงใหญ่ของสำนัก มีลูกศิษย์มากมาย ยืนเรียงกันเป็นพันคนด้านนอก มีรองเจ้าสำนักทั้งเจ็ด ศิษย์เอกที่เป็นหลวงจีน และ ฆาราวาสทั้งสิบคน ยืนรอกันอยู่ด้านข้าง ทั้งหมดถืออาวุธประจำกาย เพื่อเตรียมพร้อมต่อสู้

    ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงฆ้อง มโหรีดังมาจากฟากฟ้า มีผู้คนอยู่บนเรือเหาะรูปฉลามดำ กว่าสิบลำ บรรทุกคนลำละไม่ต่ำกว่าสองร้อยคน มาจอดเรือบนอากาศ แล้วก็มีเสียงดังก้องกังวานดังออกมาว่า

    “ ท่านหยวนปาซัน เจ้าสำนักเทพโลหิตมาถึงแล้ว ขอให้ท่านเจ้าสำนักเทียนซานส่งมอบ อัฐิธาตุของท่านตั๊กม้อออกมา มิเช่นนั้นอย่าหาว่า ท่านเจ้าสำนักของเราไม่ปราณีพวกท่าน”

    “ อมิตตาพุทธ อัฐิธาตุของท่านพระโพธิธรรม ตั๊กม้อ เป็นของศักดิ์สิทธิ์ของสำนักเรา อาตมามิอาจให้มารร้ายอย่างประสกเอาไป สร้างความวิบัติให้กับปวงประชาได้ ดังนั้น ประสกมาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเสียเถอะ”

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า หลวงจีนเฒ่า ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตาย ข้าก็จะทำให้พวกเจ้าสมประสงค์เอง”

    ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม มีไอทมิฬปกคลุม ไปทั่วยอดเขาเทียนซาน เหล่าศิษย์ของสำนักเทียนซาน ต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ด้วยความหวาดกลัว แล้วทันใดนั้นเอง ก็มี ปลาฉลามยักษ์สีดำพุ่งออกมาจากลำเรือทั้งสอบลำ เหินลอยมาจากฟากฟ้า อ้าปากไล่กัดกิน พวกหลวงจีนน้อย ศิษย์ของสำนักเทียนซาน ตายทันทีไปหลายคน

    เหล่ารองเจ้าสำนัก และ ศิษย์ทั้งสิบ ก็พุ่งตัวออกมาเข้าต่อสู้กับ ปลาฉลามยักษ์สีดำทันที และพวกสำนักเทพโลหิต ก็ลอยตัวลงมาด้วยชุดสีดำ พร้อมกับดาบเคียวเข้าโจมตี ศิษย์สำนักเทียนซานอย่างดุเดือด

    แล้วท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ก็มีกลุ่มควันสีแดง พุ่งตรงมาจากเรือเหาะ พุ่งเข้ามาที่ห้องโถง ที่ไต้ซือถงจื่อนั่งหลับตาอยู่ พอกลุ่มควันสีแดง พุ่งเข้ามาในห้องโถง ไต้ซือถงจื่อก็ลืมตาขึ้น แล้วจับ คทาเก้าห่วง แทงเข้าใส่กลุ่มควันสีแดง

    โครม !!   ไต้ซือถงจื่อถอยหลังไปหลายก้าว กระอักเลือดออกมา กลุ่มควันสีแดงหายไป เผยให้เห็นชายวัยกลางคนสวมผ้าคลุมสีแดง ใบหน้าสีแดง คิ้วและขอบตาริมฝีปาก ล้วนเป็นสีแดงคล้ายโลหิต

    “ มอบเถ้าอัฐิธาตุของท่านตักม้อออกมา เจ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก”

    “ แม้ต้องตาย อาตมาก็ไม่มีทางมอบให้ประสกเป็นอันขาด”

    “ หลวงจีนโง่นี่ พูดไม่รู้เรื่อง งั้นก็ตายไปเสียเถอะ”

    หยวนปาซันเคลื่อนไหวกลายเป็นละอองโลหิตพุ่งเข้าใส่ร่างของไต้ซือถงจื่อ แต่ทว่า ไต้ซือถงจื่อกลับไม่หลบ กระแทกคทาเก้าห่วงไว้ที่พื้นข้างกาย แล้วพนมมือ ท่องคาถาบางอย่างออกมา ร่างกายของท่านก็มีเงาป้องกันคล้ายกับ ระฆังสีทองคอยปกป้องเอาไว้ ทำให้ละอองโลหิต เข้าไปปกคลุม ร่างระฆังทองเอาไว้จนหมด ละอองโลหิตค่อยๆ กัดเซาะ ร่างระฆังทองทีละนิด ทีละนิด สุดท้ายร่างระฆังทองก็ค่อยๆ แตกร้าว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ละอองโลหิต ต้องเข้าไปละลายร่างของไต้ซือถงจื่อได้อย่างแน่นอน

    แล้วทันใดนั้นเอง อัฐิธาตุที่อยู่ในลูกประคำที่ไต้ซือถงจื่อ ก็เปล่งแสงสีขาวอออกมาทำลายละอองโลหิต จนหยวนปาซัน ต้องคืนร่างเดิม แล้ว แสงสีขาวยังกลายเป็นฝ่ามือ พุ่งออกมาจากร่างของ ไต้ซือถงจื่อ อัดเข้ากระแทกใส่ร่างของ หยวนปาซันจนลอยละลิ่ว  ปลิวออกจากห้องโถงไปไกล

    ลูกศิษย์ของหยวนปาซัน เห็นเจ้าสำนักบาดเจ็บสาหัส ก็รีบหนีขึ้นเรือเหาะ แล้วรีบเดินทางกลับไปในทันที

    แสงสีขาวนวลค่อยๆ รวมตัวกันเป็น รูปร่างของหลวงจีนตั๊กม้อ

    “ ขอบคุณท่านปรมาจารย์”

    “ เจ้าหยวนปาซันมันถูกพลังของข้าทำร้ายไป อีกไม่เกิน 1 ปี มันต้องกลับมาแน่

    ตอนนี้ข้าใช้พลังผ่านร่างกายของเจ้า ทำให้เจ้าต้องบาดเจ็บสาหัส ต่อไปข้าไม่อาจมอบพลังผ่านเจ้าได้อีกแล้ว และในสำนักก็ไม่มีใครรรับพลังของข้าได้อีกเช่นกันด้วย”

    “ แล้วศิษย์ควรทำอย่างไรดี”

    “ ไปโลกมนุษย์ ตามหาศิษย์ในชาติก่อนของข้า พาเขามาที่นี่ เขาจะช่วยพวกเจ้าได้”

    “ โลกมนุษย์ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นเขา”

    “ ตอนนี้เขากำเนิดใหม่เป็นมนุษย์  นำอัฐิธาตุบางส่วนของข้าไป มันจะนำทางไปหาเขาเอง”

    “ ศิษย์จะรีบส่งคนไปตามศิษย์พี่ให้มาที่นี่ทันที” เจ้าสำนักเทียนซาน เรียกศิษย์ฆาราวาสผู้หนึ่ง ชื่อ หยวนไค แล้วมอบอัฐิธาตุเป็นลูกประคำ 1 เม็ดบรรจุในลูกแก้วใส แล้วให้ไปตามหาศิษย์ของปรมาจารย์ตั๊กม้อที่กำเนิดใหม่ ให้รีบมาที่ สำนักเทียนซานภายใน 1 ปี นับจากนี้...