ะแฮ่ม! พี่เขยข้ารู้ว่าท่านคิดถึงพี่สาวมาก แต่ช่วยเกรงใจพวกข้าหน่อยได้หรือไม่” หนิงหลงเอ่ยกับคู่หนุ่มสาวที่กอดกันอยู่หน้าประตูด้วยความหงุดหงิด ที่พวกเขากล้ามากอดกันต่อหน้าคนมากมายในบ้านโดยไม่รู้จักอายได้อย่างไร ซึ่งเขาก็ไม่รู้เลยว่ามากกว่านี้ทั้งคู่ก็ทำมาแล้ว แถมยังเป็นต่อหน้าคนมากกว่านี้อีก
“ท่านปล่อยข้านะ” เมื่อได้ยินเสียงของน้องชาย หนิงหนิงดิ้นออกมาจากอ้อมกอดของเขา แล้วเดินเข้าไปในห้องแล้วไปนั่งลงที่ตำแหน่งเจ้าบ้าน โดยมีชิงหลงเดินตามมาด้วย
ในห้องโถงนั้นมาคนอยู่ไม่มาก นอกนางกับน้องชายแล้วก็มีแค่พี่น้องฝาแฝดอย่างเสี่ยวเฟิงกับเสี่ยวอ้าย และแขกอย่างชิงหลงกับคนรับใช้ของเขาอีกสองคน
ดวงตากลมกวาดตามองผู้คนในห้อง ก่อนจะก้มหน้าจิบชาเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายของตน ที่ได้ทำเรื่องน่าอายต่อหน้าคนอื่น ในขณะที่ชิงหลงนั้นกลับเอาแต่จ้องมองนางอย่างมีความสุข ที่สามารถทำให้นางเป็นฝ่ายเขินอายได้ จากที่เมื่อก่อนมักจะเป็นตนที่เสียท่าให้นาง
“-_-”
“มีอะไรหรือเสี่ยวหลง” ชิงหลงที่จ้องใบหน้างามด้วยความหลงใหล ก็ต้องหันมาสบตากับน้องภรรยาด้วยความสงสัย เมื่อเขาเอาแต่จ้องมองตนด้วยสายตาแปลกๆ
“ท่านกับพี่สาวเคยเจอกันมาแล้วหรือขอรับ” หนิงหลงถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย เพราะจากที่เขาสังเกตมา ในตอนที่พี่สาวของเขาเห็นหน้าอีกฝ่าย นางก็รีบร้อนวิ่งหนีไป ดังนั้นเขาจึงคิดว่าทั้งสองคนน่าจะเคยเจอกันมาก่อน ไม่เช่นนั้นนางจะมีท่าทีเช่นนั้นได้อย่างไร
“เมื่อสามวันก่อนที่ร้านตำรานาง...ได้ล่วงเกินข้าต่อหน้าธารกำนัลน่ะ-//-” ชิงหลงพูดด้วยใบหน้าเขินอาย ราวกับว่าตนเป็นสาวน้อยที่ถูกรังแก ซึ่งมันก็ทำให้คนถามถึงกับอึ้ง เพราะเขาไม่เชื่อว่าพี่สาวผู้ซื่อบื้อคนนั้นจะกล้าทำเช่นนั้นจริงๆ
“ทะ ท่านมันคนหน้าไม่อายข้าไปล่วงเกินท่านตั้งแต่เมื่อใดกัน” หนิงหนิงที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะนั่งเงียบๆ ก็ต้องพูดออกมาด้วยความโกรธปนเขินอาย เมื่อเขาดันไปสะกิดนางให้นึกถึงเหตุการณ์น่าอายนั้นอีกครั้ง
“เหตุจะไม่ใช่เล่าหนิงเอ๋อร์ ก็เจ้าจุมพิตพี่ต่อหน้าผู้อื่นจริงๆ นิ>//<” ชิงหลงพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ ทำให้เขายิ่งดูเหมือนเด็กสาวที่ถูกรังแกจริงๆ ซึ่งมันก็ดันทำให้หนิงหลงเชื่อไปแล้วจริงๆ ว่าพี่สาวของเขาไปรังแกอีกฝ่ายอีกจริงๆ
“ท่านพี่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าท่านจะเป็นคนเช่นนี้ ถึงแม้ท่านจะคิดถึงพี่เชยมากแต่ท่านก็ควรรังแกเขาต่อหน้าคนอื่นนะขอรับ”
“เจ้ากำลังพูดอันนะห่ะอาหลง พี่ไปทำอย่างนั้นตั้งแต่เมื่อใดกัน ทุกอย่างมันเป็นอุบัติเหตุต่างหากเล่าอุบัติเหตุน่ะ”
“จริงหรือขอรับ”
“แน่นอนสิถ้าเจ้าไม่เชื่อเจ้าสามารถไปถามหลงจู๊ที่ร้านได้”
“พี่เขยมันเป็นแค่อุบัติเหตุจริงหรือ” เมื่อเห็นว่าพี่สาวพูดด้วยสีหน้าจริงจัง เขาจึงหันไปชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแทน ซึ่งอีกฝ่ายก็หันมายิ้มให้เขาก่อนจะตอบด้วยใบหน้าขึ้นสีนิดๆ
“ใช่แล้วละมันเป็นแค่อุบัติเหตุ แต่ถึงอย่างนั้นความบริสุทธิ์ของข้าก็ถูกเจ้าทำลายต่อหน้าผู้คนอยู่ดี ฮึกT^T” ชิงหลงใช่แขนเสื้อปิดหน้าตนเอง ทำราวกับว่าเขาโดนนางย่ำยีแล้วทิ้งไว้หลังเสร็จกิจก็ไม่ปาน
“....” หนิงหนิง ว้าวผู้ชายสมัยโบราณนี่สุดยอดไปเลยแฮะ
“พี่เขยท่านอย่าได้เศร้าใจไปเลยนะขอรับ พี่สาวจะต้องรับผิดชอบท่านแน่” เมื่อหนิงหลงเอ่ยจบก็ทำให้หนิงหนิงกำลังดื่มชาอยู่ ถึงกับสำลักแล้วหันไปมองเขาด้วยสายตาตกใจ
“เจ้าว่าอะไรนะ พี่เขยหรือ? นี่พี่ไปมีสามีตั้งแต่เมื่อใดเหตุใดพี่ถึงไม่รู้”
“ท่านพี่เหตุใดท่านถึงได้ถามเช่นนี้ละ ก็ไม่ใช่ว่าพวกท่านทำสัญญาแต่งงานกันตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนไม่ใช่หรือขอรับ?” หนิงหลงหันไปมองพี่สาวของตนด้วยความสงสัย ก่อนจะหันไปมองอีกคนก็เห็นว่าเขากำลังทำหน้าเศร้าอยู่ เขาจึงทำได้มองทั้งคู่สลับไปมาด้วยความสงสัย
“อะไรนะตั้งแต่ห้าปีก่อนหรือ แต่ แต่ข้ากับเขาพึ่งเจอกันเมื่อสามวันที่แล้วเองนะ” หนิงหนิงพูดออกมาด้วยความตกใจ เมื่อได้ยินน้องชายพูดเช่นนั้น เพราะนางจำไม่ได้จริงๆ ว่าตนไปทำสัญญาแต่งงานกับคุณชายรูปงามคนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะแม้แต่ชื่อนางก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ
“หนิงเอ๋อร์เจ้าลืมพี่ไปแล้วจริงๆ หรือ ทั้งๆ ที่เมื่อห้าปีที่แล้ว เจ้ายังเรียกพี่ว่าพี่ชิงหลงอยู่เลย เหตุใดผ่านไปเพียงห้าปีเจ้าก็ลืมพี่เสียแล้ว” ชิงหลงพูดด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย หยาดน้ำตาไหลลงมาอาบแก้มทำให้เขาดูน่าสงสารยิ่งนัก จนทำให้แม้กระทั่งคนรับใช้อย่างอาอู๋ได้แต่มองนายน้อยของตนด้วยความทึ่ง
‘นี่คือนายน้อยของข้าจริงหรือ??’
“พี่ชิงหลง? ท่านคือพี่หนานกงชิงหลงหรือ เป็นไปไม่ได้ก็พี่สาวเป็นสตรีนี่ จะเป็นบุรุษไปได้อย่างไร” หนิงหนิงมองชายหนุ่มจรงหน้าด้วยความสับสน เพราะนางจำได้พี่ชิงหลงที่นางเรียกนั้นมีแค่คนเดียวนั้นก็คือพี่คนงาม แต่พี่คนงามเป็นผู้หญิง ดังนั้นนางจึงไม่รู้จักชายหนุ่มตรงหน้านี่จริงๆ
“หนิงเอ๋อร์พี่รู้ว่าเมื่อก่อนด้วยรูปร่างของพี่มันอาจจะทำให้เจ้าเข้าใจผิดไปบ้าง แต่พี่อยากบอกเจ้าว่าพี่เป็นบุรุษมาตลอดนะ หาใช่สตรีอย่างที่เจ้าเข้าใจไม่” เมื่อจบคำของอีกฝ่ายก็เหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมากลางใจ ทำให้เจ้าของใบหน้าน่ารักต้องหันไปพิจารณาชายหนุ่มอีกครั้ง
ดวงหน้าอันหล่อเหลาของอีกฝ่ายนั้น ยังมีเค้าความงามของอิสตรีอยู่บ้าง ดวงตาเมล็ดซิ่งและไฝใต้ตาข้างซ้ายนั้น มันทำให้ดูคุ้นเคยและแปลกหน้าไปในเวลาเดียวกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้หนิงหนิงต้องยอมรับตัวตนของอีกฝ่ายนั้น ก็คือผ้าผูกผมที่เขาใช้อยู่มันเป็นของนาง ใช่ผ้าผูกผมที่นางเคยใช้มัดผมให้พี่คนงาม
ซึ่งนางจำได้ว่ามันเป็นของผ้าที่นางชอบมาก จึงได้เอามาตกแต่งเพิ่มเล็กน้อยโดยเอาผีเสื้อที่ติดมาตอนแรกออกไปแล้วใช้กระดิ่งมาติดแทน ซึ่งผ้าผูกผมที่ว่านั้นตอนนี้มันก็ได้ไปอยู่บนผมของอีกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว
“ท่านเป็นพี่ชิงหลงจริงๆ นะหรือ”
“ใช่แล้วละหนิงเอ๋อร์ ในที่สุดเจ้าก็จำพี่ได้แล้วสินะ”
“....” หนิงหนิง ไม่นะพี่คนงามกลายเป็นบุรุษไปแล้ว
“หนิงเอ๋อร์เป็นอันใดไป หรือเจ้าไม่ดีใจที่ได้พบพี่เช่นนั้นหรือ” ชิงหลงมองใบหน้าเศร้าๆ ของนางด้วยความปวดใจ หรือว่านางจะลืมข้าไปแล้วจริงๆ ชายหนุ่มได้แต่คิดในใจ พลางทำหน้าเศร้าเหมือนลูกหมาโดนทิ้ง
“ไม่ใช่นะ ข้าย่อมดีใจที่ได้เจอพี่ เพียงแต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าตนเองไปทำสัญญาแต่งงานกับท่านเมื่อใด” หนิงหนิงที่เห็นแบบนั้นนางก็ใจร้ายกับอีกฝ่ายไม่ลง เพราะถึงอย่างไงเขาก็คือพี่คนงามของนางอยู่ดี จะให้นางใจร้ายกับเขาได้อย่างไรกัน
“เรื่องนี้...เจ้าอยากให้พี่พูดจริงๆ หรือ”
“มันพูดยากหรือเจ้าค่ะ”
“ไม่หรอก เพียงแค่..”
“เพียงแค่?”
“มันออกจะน่าอายไปสักหน่อยก็เท่านั้นเอง>///<” หนิงหนิงที่ได้ยินแบบนั้น นางก็ได้แต่คิดว่ายังมีเรื่องอะไรที่น่าอายไปกว่าอุบัติเหตุนั้นอยู่อีกหรือ
“พี่ชิงหลงท่านไม่ต้องกังวล พูดออกมาได้เลยข้าไม่ว่าท่านหรอก”
“จริงหรือ เจ้าจะไม่โกรธพี่จริงๆ หรือ”
“แน่นอนสิ ท่านเห็นข้าเป็นพวกไม่รักษาคำพูดหรือ”
“ไม่ ไม่อย่างนั้น เพียงแต่พี่แค่กังวลว่าเจ้าจะรู้สึกไม่ดีก็เท่านั้น”
“พี่ไม่ต้องห่วงข้าหรอกเจ้าค่ะ เพราะข้าคิดว่ามันไม่น่าจะมีอะไรที่น่าอายไปกว่าเรื่องก่อนหน้าแล้ว”
“ในเมื่อเจ้าไม่ถือสาถ้าเช่นนั้นพี่ก็จะพูดก็แล้วกัน”
“เชิญกล่าวมาได้เลยเจ้าค่ะ”
“คืนนั้น คืนที่เจ้าแอบดื่มเหล้าแล้วเมา เจ้าได้ให้สัญญากับพี่ในคืนนั้นแล>///<” ชิงหลงเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าเขินอาย ในขณะที่คนฟังก็โล่งใจที่ไม่มีอะไรเกินคาดหมาย แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังสงสัยในปฏิกิริยาของอีกฝ่าย นางจึงถามต่อเพื่อคลายข้อสงสัยของตน
“มีแค่หรือเจ้าคะ?”
“ไม่หรอกยังมีอีก”
“ยังมีอีกหรือ?”
“ใช่”
“ถ้าเช่นนั้นพี่พอจะบอกข้าหน่อยได้หรือไม่”
“หนิงเอ๋อร์เจ้าอยากให้พี่พูดจริงๆ หรือ ต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้เจ้าไม่กลัวหรือ?”
“หืม? เรื่องนี้พูดไม่ได้หรือเจ้าคะ”
“ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้เพียงแต่.. เจ้าต้องสัญญากับพี่ก่อนว่าจะไม่โกรธ”
“ก็ได้ข้าให้สัญญา”
“ดี..อันที่จริงแล้วในคืนนั้น หลังจากที่เจ้าให้สัญญากับพี่เสร็จแล้ว เจ้าก็..”
“ก็?”
“เจ้าก็ผลักพี่เข้ากำแพงแล้วจูบพี่ จากนั้นเจ้าก็ลากพี่ขึ้นเตียง...-///-”
“อะ อะไรนะ พี่สาวท่านทำเช่นนั้นจริงหรือ” หนิงหลงที่ได้ยินเช่นนั้น เขาก็หันไปจ้องมองพี่สาวของเขาด้วยความตกตะลึง เพราะเขาไม่เชื่อว่านางจะทำเช่นนั้นจริงๆ
“พะ พี่ชิงหลงข้าทำเช่นนั้นกับท่านจริงๆ หรือ”
“เป็นความจริง จริงแท้แน่นอน>//<”
“....” หนิงหนิง มันจบแล้ว
“พี่สาวข้าละนับถือท่านจริงๆ”
“>///<” ชิงหลง น่าอายจัง...