ตอนที่ 58 ดินแดนทะเลทราย
เคนจิหยิบอุปกรณ์เครื่องแต่งกายออกมาจากช่องมิติสวมบทบาทของจอมปีศาจหน้ากากครึ่งหน้าเผยให้เห็นเขี้ยวที่แหลมคมชุดผ้าคลุมโบกสะบัดตามสายลม ปีกมังกรปรากฏขึ้นที่กลางหลังกระพือปีกอย่างน่าเกรงขามจอมปีศาจเตรียมจะพุ่งทะยานไปยังด้านหน้าเมื่อออกตัวบินขาของเขาทั้งสองข้างถูกฉุดรั้งจนหน้าคะมำ ลงพื้นอย่างรุนแรง
“ตูม~!! โอ๊ย!! ลุงเกนดึงผมไว้ทำไม ผมรีบเจ้าพวกนั้นจะไปไกลแล้วนะ”
“ไม่คิดจะล่ำลากันหน่อยหรือไงเจ้าพวกนั้นไปไม่ไกลหรอกข้ารับรอง ตะวันตกดินก็ยังตามทันข้าจะกลับสู่ท้องทะเลแล้วข้ามีสิ่งที่ต้องบอกเจ้า โฮโฮโฮ”
“ตกลงลุงรับรองแล้วนะ ถ้าผมตามพวกมันไม่ทันลุงต้องรับผิดชอบด้วย แล้วลุงมีอะไรล่ะ”
“ตามข้ากลับไปที่ห้องพัก”
ผู้เฒ่าเกนทะยานร่างลงสู่ประภาคารท่ามกลางความสงสัยของเคนจิ ก่อนจะทะยานร่างลงตามไปยังห้องพักชั่วคราวของชาวประมง เมื่อเข้าไปสู่ห้องอลันลงมือปิดประตูลงกลอนทันที สร้างความสงสัยของเคนจิทวีคูณก่อนที่ผู้เฒ่าเกนจะพูดออกมา
“ถอดเสื้อเจ้าออกซะ!”
“หา!! พวกลุงจะทำอะไรผมเนี้ย ปิดประตูลงกลอนซะด้วย อย่าทำอะไรมิดีมิร้ายผมนะ!”
“โป้ก!! เจ้าบ้า! เจ้าเห็นข้ากับท่านเกนบุเป็นพวกลักเพศหรือไง ถอดออกได้แล้วอย่าลีลา”
เสียงเขกหัวดังสนั่นอลันฟาดมันใส่เคนจิอย่างรุนแรง ก่อนที่เคนจิจะค่อยๆ ถอดเสื้อออกอย่างเอียงอายเผยให้เห็นมัดกล้ามที่สวยงาม ผู้เฒ่าเกนจับเคนจิหันหลังทันทีพร้อมกับเหลือบมองไปยังด้านล่าง ทำให้เคนจิรู้สึกขนลุกชันเม็ดเหงื่อปกคลุมไปทั่วใบหน้าเคนจิ ผู้เฒ่าเกนยังคงมองไม่ลดละสายตาพร้อมกับรอยยิ้มอันมีเลศนัย
“ละ...ลุง ! ลุงจะทำอะไรกันแน่ อย่าคิดอะไรแผลงๆ นะ ผมสู้จริงๆ ด้วย”
“โฮโฮโฮ!! เจ้าหนุ่ม เจ้าลองหันหลังไปที่กระจกแล้วมองดูเองเถอะ”
เคนจิรีบหันหลังไปยังกระจกทันทีมันทำให้เขารู้สึกโล่งใจกว่าหันให้กับชายอื่น ภาพที่ปรากฏในกระจกเงาคือรอยสักของปีกมังกรดินที่สวยงาม แต่เมื่อได้สังเกตดูดีๆบริเวณช่วงเอวกลับมีอีกรอยสักสีทองปรากฏอยู่มันคือรอยสักรูปผู้เฒ่าเกนแปรงร่างเป็นเต่ายักษ์ หรือก็คือรอยสักเกนบุเทพเจ้าแห่งท้องทะเล ก่อนทีจะค่อยๆ หายไปในผิวหนังของเคนจิ
“รอยสักเต่ายักษ์ !?”
“โฮโฮโฮนี้คือรอยสักเกนบุ เทพเจ้าแห่งท้องทะเล ไม่คาดคิดว่าเจ้าจะโชคร้ายได้รับพลังส่วนเสียของข้า เมื่อยามประกายสีแดงเจิดจ้าเจ้าจะบ้าคลั่งจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แต่ผลที่ได้รับกลับเป็นพลังโจมตีที่มากมายมหาศาลและแน่นอนเจ้าไม่สามารถควบคุมได้ว่าจะให้เปล่งประกายเมื่อใด โฮโฮโฮ!”
“แล้วผมต้องทำยังไงถึงจะควบคุมพลังนี้ได้”
“เจ้าต้องมีรอยสักให้ครบทั้งสี่สัตว์เทพมันช่างเป็นเรื่องที่ยากเย็นจริงๆ แค่เจ้าเสือขาวเห็นรอยสักรูปข้าบางทีเจ้าอาจจะเป็นเหยื่อสังเวยให้แก่มัน โฮโฮโฮ”
“เสือขาวใครกัน!? ทำไมผมต้องตกเป็นเหยื่อสังเวยด้วยล่ะ”
“เพราะมันไม่ถูกกับข้าไงในบรรดาสี่สัตว์เทพ ข้ากับมันเจอกันทีไรต้องสู้กันทุกที จนทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ผลซะทีเจอมันก็ระวังๆ ตัวล่ะ โฮโฮโฮ ได้เวลาที่ข้าต้องกลับสู่ท้องทะเลบ้านของข้าแล้วยังมีเรื่องที่ข้าต้องทำอีกมากนัก หากมีวาสนาต่อกันเราคงได้เจอและร่วมดื่มกินกันอีกครั้งโฮโฮโฮ!!”
ผู้เฒ่าเกนพูดจบก็เดินออกไปยังด้านนอกทันทีพร้อมกับอลันและเคนจิที่เดินมาส่ง ผู้เฒ่าเกนเดนมาถึงสะพานจุดสิ้นสุดของปลายสะพานคือท้องทะเลที่แสนกว้างใหญ่ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่ใบหน้าผู้เฒ่าเกน
“เอาล่ะงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ส่งข้าแค่นี้ก็พอแล้ว ข้าไปล่ะ”
“รอก่อนลุง!!”
“มีอะไรเจ้าหนุ่ม”
“ลุงตามล่าเจ้าดันเต้ทำไมมันขโมยอะไรลุงไปหรอ?”
“โฮโฮโฮมันคือเจ้าสิ่งนี้ไงล่ะ”
ผู้เฒ่าเกนล้วงไปยังกระดองเต่าด้านหลังพร้อมกับหยิบตะเกียงไฟเก่าๆ ออกมา แม้จะเป็นยามกลางวันดวงไฟในตะเกียงยังคงสว่างเจิดจ้าแต่มันกลับแลดูอ่อนโยนเมื่ออยู่ในมือของผู้เฒ่าเกน ต่างกับเวลาที่อยู่กับดันเต้ที่ดูสั่นไหวและเกรี้ยวกราด
“มันคือเจ้าสิ่งนี้ตะเกียงไฟวิญญาณ เจ้าเห็นเรือที่เจ้าดันเต้ควบคุมหรือไม่นั่นคือส่วนหนึ่งของตะเกียงนี้ มันคือหนึ่งในสมบัติของข้า เจ้าอยากได้มันรึ โฮโฮโฮแลดูเจ้าไฟนี้จะชอบเจ้าซะด้วย”
“จะให้ผมจริงๆหรอ!”
“ได้! แต่มีข้อแม้วันใดที่เจ้าทำให้เจ้าเสือขาวสยบต่อเจ้าได้ข้ายินดีจะให้มันแก่เจ้า โฮโฮโฮ! ซึ่งข้ารู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้โฮโฮโฮ”
“ตกลง! เมื่อถึงวันนั้น ลุงอย่าลืมที่พูดไว้ล่ะกัน”
“ดีลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น ข้าไปล่ะ”
ผู้เฒ่าเกนกล่าวจบก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทันทีตะเกียงในมือสั่นไหวเพียงบางเบา ปรากฏเรือโจรสลัดโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำรับการมาถึงของผู้เฒ่าเกนได้พอดี ก่อนจะแล่นออกไปสู่ท้องทะเลพร้อมกับจมหายลงไปอย่างช้าๆ อลันและเคนจิรอส่งผู้เฒ่าเกนจนเรือจมหายไปในทะเลทั้งลำก่อนจะหันกลับไปยังทะเลทรายที่กว้างใหญ่
“เอาล่ะได้เวลาไล่ล่าเจ้าพวกพ่อค้าแล้ว บังอาจเบี้ยวเงินค่าจ้างข้าหรอพวกเจ้าจะได้เห็นนรกบนดินแน่นอน”
“ยังก่อนรอตะวันตกดินค่อยเดินทาง”
“พวกมันจะไม่หายไปก่อนหรือไงลุงทองตั้งเยอะ”
“เชื่อข้าพวกมันไปได้ไม่ไกลหรอกอีกอย่างแสงแดดแรงขนาดนี้ พลังของเจ้าถดถอยไปมาก หากพบเรื่องไม่คาดฝันข้ามีพลังไม่พอที่จะคุ้มกันเจ้า”
“ตามใจลุงแล้วกันรอก็รอ แล้วเมื่อไหร่จะถึงปราสาทเจ้าโทริซะที ลุงดึงเวลาผมหรือเปล่าเนี้ย”
“ไม่ต้องห่วงเมื่อข้ามทะเลทรายนี้ไป เราก็จะถึงปราสาทเจ้าโทริแล้ว เจ้าไปเตรียมน้ำดื่มไว้เถอะเราจะหาน้ำดื่มได้จากแถวๆ นี้เท่านั้นรับถุงนี้ไปซะ ท่านเกนให้มา”
อลันโยนถุงหนังแกะสองใบให้เคนจิมันคือถุงใส่น้ำขนาดไม่ใหญ่มาก เคนจิเข้าใจทันทีว่าอลันให้ใช้มันไปกรอกน้ำดื่มห่างออกไปไม่ไกลมีน้ำพุอยู่ใกล้ๆ เคนจิจึงถุงทั้งสองใบไปกรอกน้ำทันทีความตื่นตะลึงเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อถุงทั้งสองใบกรอกน้ำไม่ว่าจะนานเท่าไรก็ไม่เต็มเสียทีจนน้ำในบ่อน้ำพุเริ่มเหือดแห้งลงไปเรื่อยๆโดยที่ถุงน้ำนั้นไม่ได้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
“บ้าชัดๆ ! ถุงใบนี้มันกรอกน้ำได้เท่าไรกันแน่”
“พอแล้วเจ้าจะกรอกจะหมดสระหรือไงมันคือถุงมิติน้ำ มันสามารถกักเก็บน้ำได้เท่ากับทะเลสาบขนาดใหญ่อีกไม่นานตะวันก็จะตกดิน เราจะออกเดินทางกัน กว่าจะถึงปราสาทเจ้าโทริก็คงประมาณไม่เกินสิบวัน เวลาของเจ้าเหลือเพียงแค่เดือนกว่าๆ เท่านั้น”
อลันเดินมาหาพร้อมกับบอกให้เคนจิหยุดมือทั้งสองเตรียมเสบียงในการเดินทางเรียบร้อยทั้งอาหารการกินและน้ำดื่มพร้อมกับตะวันที่ตกดิน ทั้งสองต่างเพ่งมองไปยังด้านหน้า ณ ท้องทะเลทรายกว้างใหญ่ลมพายุต่างพัดพาเศษทรายปลิวไปทั่ว เคนจิจัดแจงผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นจอมปีศาจอลันพุ่งทะยานไปด้านหน้าทันทีด้วยความรวดเร็ว ตามมาด้วยเคนจิที่ติดตามมาติดๆ
“ทำไมเราไม่บินไปเลยล่ะลุง?”
“บินไปกับผีนะซิแถวนี้เป็นถิ่นของเจ้ามังกรดินข้าไม่อยากเสียเวลาและอีกอย่างเจ้ากับมันต้องมีเรื่องสะสางกันแน่ๆพยายามอย่าใช้ปีกของเจ้าล่ะ มันต้องได้กลิ่นแน่นอนประสาทรับรู้กลิ่นของมันดียิ่งกว่าสุนัขเป็นพันๆ เท่า”
เม็ดเหงื่อปรากฏทั่วใบหน้าเคนจิภาพเหตุการณ์และคำพูดของมังกรดินฝังลงไปในจิตใจก่อนที่ดวงตาของเคนจิจะเบิกกว้างแล้วกล่าวออกไปด้วยเสียงที่สั่นคลอน
“ละ...ลุงไม่ทันแล้วล่ะ...ผมใช้ไปครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อตอนกลางวันแต่ลุงเกนก็มากระชากผมร่วงแล้วปีกมันก็หดกลับไปทันทีเลยนะ”
“เจ้าบ้า!!! ทำอะไรไม่ถามก่อน เรื่องของเจ้าแล้วหวังว่ามันคงไม่ได้กลิ่นปีกของมันเหอะ!”
ทั้งสองต่างทะยานพุ่งตรงอย่างรวดเร็วไปยังทิศทางที่กลุ่มพ่อค้าไปก่อนล่วงหน้ากลายเป็นลำแสงสีทองคล้ายกับดาวตกเหนือท้องทะเลทรายอันกว้างใหญ่เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วกว่าสองชั่วโมง แม้ทั้งสองจะหยุดพักดื่มกินบ้างตามเส้นทางเป็นระยะในที่สุดทั้งสองก็พบกับเป้าหมายของเขา ก่อนที่เคนจิจะทะยานเข้าไปหากลุ่มพ่อค้าอลันฉุดรั้งขาของเขาไว้ทันทีทำให้เขาต้องหน้าคะมำจนทรายเข้าไปในปากของเคนจิเป็นจำนวนมาก
“แหวะ!! ลุงทำอะไรเนี้ย!! พวกมันอยู่ข้างหน้าแล้วผมจะไปเอาทองของผม”
“เจ้าจะมุทะลุเกินไปแล้วหัดสังเกตสิ่งรอบตัวหน่อย แล้วเลิกซะทีไอ้คำว่า ผม เนี้ย ข้าไม่เข้าใจภาษาอะไรกันเอาเส้นผมมาแทนตัวเอง เงียบๆ แล้วดูซะเห็นไหมพื้นดินที่พวกมันอยู่เป็นแอ่งผิดธรรมชาติต้องเป็นรังของเจ้าพวกนั้นแน่ๆ”
“รังของพวกนั้น?”
ทุกอย่างอยู่ในความสงบเคนจิเหลือบมองไปยังเบื้องหน้ากลุ่มพ่อค้านับสิบกำลังกางเต็นท์เพื่อหลับนอนเพื่อคลายความเหนื่อยล้าของการเดินทางตลอดทั้งวันพวกเขาต่างเลือกแอ่งหลุมเป็นที่พัก เพื่อป้องกันพายุทะเลทรายพ่อค้าอ้วนปาดเหงื่อที่ท่วมทั้งใบหน้าด้วยร่างกายอันเกินสมบรูณ์ของเขาทำให้ต้องเหนื่อยกว่าคนปรกติหลายเท่าตัว
“เฮ้อ!! เหนื่อยจริงๆ ไม่คิดว่าภารกิจพ่อค้าจะเหนื่อยและยากขนาดนี้แล้วไอ้ระบบสมจริงนี้อีก หากไม่ใช่เกมนี้ทำเงินได้มหาศาลแล้วล่ะก็ ฉันเลิกจริงๆ”
“นายจะบ่นทำไมนายเป็นคนช่วยพวกเรามาทำภารกิจนะ แล้วนี้แกเบี้ยวเงินจอมปีศาจแกไม่กลัวตายหรือไง”
“เหอะ! ทะเลทรายกว้างใหญ่แกคิดว่ามันจะเจอเราง่ายๆ หรือไงข้าสืบมาแล้วแสงสีทองบนเรือเกิดมาจากห้องของมันพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนมันคงบาดเจ็บสาหัส ป่านนี้มันยังไม่ฟื้นตัวหรอกใครจะยอมเสียทองให้มันขนาดนั้น ได้ไปแค่นั้นก็พอแล้ว ไปๆ พักผ่อนได้แล้วพรุ่งนี้เดินทางแต่เช้า”
พ่อค้าอ้วนพูดเสียงดังอย่างไม่เกรงกลัวจอมปีศาจเคนจิสามารถได้ยินคำพูดของพ่อค้าได้อย่างชัดเจนแม้จะอยู่ห่างไกลแต่เสียงที่ดังของมันทำให้ทุกประโยคเข้าหูจอมปีศาจดังก้องไปถึงจิตใจมือของเคนจิกำหมัดแน่นเขาพร้อมจะทะยานไปฉีกกระชากร่างพ่อค้าอ้วนให้แหลกไปชิ้นๆแต่มือของอลันยังคงจับที่ไหล่ของเขาแน่น พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ ประมาณว่าห้ามปราม
“อย่าใส่ใจคำพูดของคนที่ใกล้จะตายจำคำข้าไว้”
“ใกล้จะตาย?”
เมื่ออลันพูดจบพื้นทรายใต้เต็นท์ของกลุ่มพ่อค้าสั่นไหวอย่างรุนแรงก่อนจะเกิดเป็นบ่อหลุมขนาดใหญ่ ดูดกลืนเต็นท์ของบรรดาพ่อค้าจมไปยังใจกลางบ่อบรรดาพ่อต่างตะเกียดตะกายไต่ขึ้นให้พ้นจากหลุมทรายดูด หากมองสังเกตดีๆใจกลางหลุมนั้นมีแท่งสีขาวยื่นออกมาคล้ายฟันที่แหลมคมเมื่อเห็นดั่งนั้นความหวาดกลัวของบรรดาพ่อค้าเพิ่มขึ้นทวีคูณ พยายามไต่ขึ้นจากหลุมทรายให้เร็วที่สุด
“บรึ้มม~~!!!”
ใจกลางทรายดูดเกิดระเบิดดังสนั่นเหมือนราวกับมีสิ่งใดพุ่งทะยานออกมาจากหลุมบรรดาพ่อค้าต่างจ้องมองไปยังทิศเดียวกันหยาดเหงื่อปรากฏท่วมใบหน้าไม่ใช่เพียงแต่บรรดาพ่อค้าเท่านั้นเคนจิที่แอบมองอยู่ไกลๆ ก็ปรากฏเม็ดเหงื่อเช่นกันภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้าคือหนอนแน่นอนไม่มีผิด แต่ขนาดของมันกับพอๆกับขบวนรถไฟขนาดใหญ่ ที่บริเวณปากของมันมีฟันแหลมคมรอบทั้งปากเมื่อลองใช้ทักษะสังเกตจึงรู้ว่ามันคือ หนอนทะเลทราย ระดับ วิบัติ ขั้นกลาง
“หนอนทะเลทรายระดับ วิบัติ ขั้นกลาง หากถูกฆ่าจะฟื้นคืนชีพในอีก 1 วันของเกม”
“โฮกก~~~~!!!”
ณท่าเรือทะเลทรายอันเงียบสงบ ไม่ปรากฏสิ่งมีชีวิตใดอยู่ในแถบบริเวณนี้กำลังมีสายตาขนาดใหญ่จับจ้องไม่วางสายตา พร้อมกับสาดส่องไปทั่วทุกพื้นที่เหมือนกำลังหาบางสิ่งบางอย่าง จมูกอันใหญ่โตของมันกำลังดมหากลิ่นที่คุ้นเคย
“ไม่มีทาง! ข้าต้องไม่ได้คิดไปเองแน่นอน นี้คือกลิ่นของข้า มันคือกลิ่นของปีกข้าไม่ว่าแกจะอยู่ที่ไหนในดินแดนทะเลทรายแห่งนี้ เราจะต้องได้เจอกัน โฮก~~~~!!!”
มังกรดินคำรามลั่นพร้อมกับจับจ้องไปยังทิศทางหนึ่ง เป็นจุดสิ้นสุดที่มีกลิ่นของมันหลงเหลืออยู่แม้จะน้อยนิดก็ตามดวงตาของมันหรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะพุ่งตรงไปยังในทิศทางนั้นทันที