‘ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เราถึงจะมีช่วงเวลาดีๆ แบบนี้บ้าง’
จ้าวเฟิงใจลอย เขาเองก็นึกอิจฉาสองพ่อลูก
ช่วงสองปีมานี้ เขามีชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ฉายา “บ้าบิ่น” ของเขานั้นแลกมาด้วยเลือดคนมากมาย เจ็บหนักก็ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เขาอยู่รอดมาได้ด้วยความโหดพอตัว
ไม่โหดอยู่ไม่ได้ เป็นสัจธรรมในโลกของพวกมาเฟีย แต่คนที่โหดจริงๆ นั้น จะมีสักกี่คนกัน เดิมทีจ้าวเฟิงก็ไม่ได้อภิรมย์กับเรื่องตีรันฟันแทงซักเท่าไหร่ พอมาเห็นจางฮ่านในตอนนี้ เขาก็อดนึกภาพอนาคตตัวเองไม่ได้
‘อีกไม่นาน เสร็จเรื่องถางจ้านเมื่อไหร่ เราก็จะได้เป็นอิสระสักที หาเมียสักคน มีลูกกับเธอเหมือนกับเถ้าแก่นี่ ไม่ต้องไปวุ่นวายกับใคร คงดีน่าดู’
พอนึกถึงเรื่องหาเมีย สายตาเขาก็จับจ้องไปที่เมิ่งฉี
หน้ารูปไข่ ตากลมโต ผมยาวสยาย จิตใจดี ร่าเริง อิริยาบถงดงาม แต่พอเจอเรื่องไม่เป็นธรรม ก็เผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ ไม่มีข้อไหนที่เขาไม่ชอบเลย
ถ้าไม่ติดเรื่องถางจ้านล่ะก็ เขาคงเดินหน้าจีบเธออย่างเต็มกำลัง แต่ตอนนี้ทำไม่ได้ เกิดถางจ้านระแคะระคายเรื่องของเขาขึ้นมา คนใกล้ตัวจะพลอยซวยไปด้วย ตอนนี้จ้าวเฟิงเลยต้องพักเรื่องส่วนตัวเอาไว้ก่อน
เหลียงเมิ่งฉีเองก็รู้ตัวว่าจ้าวเฟิงมองเธออยู่
จะมองอะไรนักหนา เหลียงเมิ่งฉี หันไปจ้องจ้าวเฟิงก่อนจะหันกลับมามองทางจางฮ่าน
สำหรับเธอแล้ว เป็นความน่ารักของเหมิงเหมิงที่ดึงดูดเธอ แต่นานเข้า จางฮ่านก็เริ่มค่อยๆ เผยเสน่ห์ที่อยู่ในตัวออกมา
“ป๊ะป๋า มีดนั่นทำไมเร็วจังเลยล่ะ?” เหมิงเหมิง ถาม
“ก็เพราะว่าเหมิงเหมิงหิวแล้วยังไงล่ะ ป๊ะป๋าก็เลยต้องเร่งมือ” จางฮ่านพูดเสร็จก็หอมแก้มเหมิงเหมิงไปฟอดหนึ่ง
“ป๊ะป๋าดีที่สุดเลย ป๊ะป๋าเป็นฮีโร่ของหนู” เหมิงเหมิงบอก
“แน่นอน ป๊ะป๋าจะเป็นฮีโร่ของเหมิงเหมิงไปตลอดเลย” จางฮ่านพูด
“เอ.....” เหมิงเหมิง รู้สึกเหมือนอะไรขาดหายไป “ยังมีแม่อีกคน ต้องเป็นฮีโร่ของแม่อีกคนด้วย”
“หา....” จางฮ่านลูบหัวเธอ “ได้เลย เหมิงเหมิงว่ายังไงก็ว่ายังงั้น”
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันไรข้าวก็สุก จางฮ่านกลับเข้าไปในครัวทำกับข้าวต่อ
จางฮ่านมองดูข้าวในหม้อที่เพิ่มปริมาณมากขึ้นอีกเยอะ
‘พลังของพวกจอมเขมือบนี่น่ากลัวจริงๆ ......’
จางฮ่านคลุกข้าวที่ระอุไปมา
***** “อยากจะเตือนผู้อ่านตรงนี้สักหน่อย ว่าข้าวที่หุงสุกใหม่ๆ นั้นยังกินไม่ได้ เรื่องนี้ถูกยืนยันโดย นักวิจัย นักการเมือง เกษตรกร รวมไปถึงชาวบ้านธรรมดาทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนบ้านไหนเมืองไหนก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ข้าวที่หุงสุกใหม่ๆ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการอะไรห้ามกินทันทีที่ข้าวสุก เพราะถ้ากินเข้าไปละก็
ลวกปาก
หลังจากทำกับข้าวเสร็จไปสามอย่าง มี ถั่วฝักยาวตุ๋นมันฝรั่ง ไข่ผัดมะเขือเทศ มะเขือยาวผัดซอส จางฮ่านก็ลงมือทำข้าวผัดไข่
“มาตักข้าวไปได้แล้ว”
จางฮ่านวางชุดถ้วยชามไว้ให้พวกเหลียงเมิ่งฉี แล้วหันไปเรียกพวกเธอ
“ทันทีเลย”
เหลียงเมิ่งฉี ลุกนำ เธอตักข้าวไป ก็ชำเลืองดูกับข้าวที่จางฮ่านเพิ่งทำเสร็จไป
‘หอมขนาดนี้ ต้องอร่อยมากแน่ๆ เลย......’
หยูชิงชิงผลักเธอให้หลีกไป เหลียงเมิ่งฉีถึงดึงสติกลับมาได้ แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะ
จ้าวเฟิงเห็นคนอื่นตักข้าวกันใกล้เสร็จก็ลุกตามไป ยืนต่อคิวรั้งท้าย รอจนพวกนั้นตักอาหารจนเสร็จ ก็ถึงทีเขาบ้าง
ตักเสร็จก็รีบเดินกลับโต๊ะไปตักข้าวกินทันที พอกินเข้าไปคำแรกก็เพ้อเหมือนคนอื่นๆ ที่ผ่านมา
‘นี่ข้าวผัดไข่แน่เหรอ?’
‘ฉันไม่เชื่อ!’
‘ข้าวผัดอะไรจะอร่อยแบบนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?’
‘นี่มันข้าวผัดจริงๆ ใช่มั้ย?’
กินไปคำแรก จ้าวเฟิงก็เริ่มหยุดไม่อยู่
สายลับอย่างเขามีความอดทนที่น่ากลัวอย่างเหลือเชื่อ แต่พอเขาได้กินข้าวจานนี้เข้าไปก็ถึงกับซ่อนอาการเอาไว้ไม่อยู่
เขาเป็นอีกคนที่ยอมศิโรราบให้กับข้าวผัดไข่ของจางฮ่าน
“ป๊ะป๋าๆ พวกเขากินกันแล้ว แล้วเมื่อไหร่พวกเราถึงจะเริ่มกินได้ล่ะ” เหมิงเหมิงบ่นหมุบหมิบ
“ได้แล้วๆ กับข้าวจานสุดท้ายเสร็จแล้ว” จางฮ่านหัวเราะ ยกกับข้าวสำรับใหญ่ไปวาง
“พวกเราก็กินกันได้แล้ว”
“กินข้าวๆ ๆ ......” เหมิงเหมิงดีใจกระโดดโลดเต้น
ตอนนี้นอกจากจ้าวต้าหู่แล้ว ทุกคนที่เหลือก็จัดการสำเร็จโทษข้าวผัดไข่จานแรกเป็นที่เรียบร้อย
“หอมจังเลย ป๊ะป๋าเก่งจัง ทำกับข้าวอร๊อยอร่อย....” เหมิงเหมิง ชิมมะเขือยาวผัดซอสก็ชมขึ้นมา
“ถ้างั้นก็กินเยอะๆ หน่อย” จางฮ่านนั่งดูเหมิงเหมิงกิน ยังไม่ยอมหยิบตะเกียบ
เหลียงเมิ่งฉี มองจางฮ่านตาปริบๆ เธอหวังว่าจางฮ่านจะพูดกับเธอว่า “เธอก็มากินด้วยกันสิ”
ก็ได้แต่หวังลมๆ แล้งๆ
เธอทนรอไม่ไหว ในเมื่อนายไม่ยอมเรียก ฉันถามเองก็จะเป็นไรไป?
เธอเลียปาก ข่มใจให้หน้าด้านขึ้นมาอีกหน่อย “เถ้าแก่...จะว่าอะไรมั้ย...โอ๊ย ฉันก็อยากลองกินกับข้าวที่คุณทำดูบ้าง”
ทันใดนั้น ทุกสายตาก็จ้องไปที่จางฮ่าน
ไม่ต้องบอกอะไร ดูจากสายตาพวกนั้นก็รู้ว่าเห็นแล้วอยากกิน
จางฮ่านนิ่งไปสักพัก ก่อนจะตอบ “กับข้าวที่ฉันจางฮ่านทำ ไม่ใช่ว่าใครก็กินได้”
จางฮ่านไม่คิดจะทำกับข้าวให้ทุกคนที่มาที่ร้าน เปิดร้านแค่สองวันลูกค้ายังติดงอมแงมขนาดนี้ ถ้าเกิดใจง่ายขึ้นมาล่ะก็ ต่อไปคงรับลูกค้าไม่หวาดไม่ไหว พวกที่ได้กินข้าวผัดไข่พวกนี้ก็เพราะอาศัยใบบุญของเหมิงเหมิงก็เท่านั้น
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาจันทรายังสร้างที่พักไม่ได้ละก็ ร้านอาหารนี้ไม่มีทางได้เปิด
จบตอน