ที่ที่หาเหลียนเฉียวได้ง่ายถูกสองพี่น้องหรือไม่ก็คนอื่นๆ เก็บไปจนเกือบหมดแล้ว
เพื่อที่จะหาเหลียนเฉียวให้ได้มากขึ้นพวกเธอจึงทำได้แค่เดินลึกเข้าไปในป่าเขา
แค่เจอสักหย่อมก็พอให้สองพี่น้องเก็บกันเป็นวันๆแล้ว
เก็บไปได้สักพักหูหลันเยวี่ยก็ปวดเมื่อยไปทั้งตัว จึงชวนถิงถิงนั่งพัก
สองพี่น้องนั่งคู่กันอยู่บนก้อนหินสีดำขนาดใหญ่ที่ฝั่งตรงข้ามคือสันเขา
ทันใดนั้นหูหลันเยวี่ยก็ได้ยินเสียงกระดิ่งไกลๆ "ถิงถิงเธอได้ยินเสียงอะไรหรือเปล่า?"
ในป่าเขาลึกแบบนี้การได้ยินเสียงกระดิ่งทำให้หลันเยวี่ยรู้สึกแปลกๆ
ถิงถิงเงี่ยหูตั้งใจฟังแล้วพูดตอบว่า "หนูก็ได้ยินค่ะเหมือนเสียงจะมาจากทางนั้นนะคะ"
พูดจบถิงถิงก็ชี้มือไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงกระดิ่งลอยมา
สองพี่น้องมองไปยังทิศทางที่เสียงกระดิ่งดังมาพร้อมกันแล้วก็เห็นหมาด่างตัวหนึ่ง
ที่คอของสุนัขตัวนั้นมีกระดิ่งผูกอยู่
หมาด่างที่ผูกกระดิ่งไว้ตัวนั้นกำลังวิ่งมาทางสองพี่น้องพอมันขยับตัวเข้าหน่อย กระดิ่งก็เกิดเสียงกรุ๊งกริ๊ง
"พี่คะ ดูนั่นสิ นั่นหมาด่างของบ้านย่าใหญ่ไม่ใช่เหรอคะ?"
หลันเยวี่ยพิจารณาหมาด่างผูกกระดิ่งอย่างละเอียด"เป็นของบ้านย่าใหญ่จริงๆ ด้วย มันมาที่นี่ได้ยังไง? อย่าบอกนะว่ามันตามพวกเรามา?"
ถิงถิงพูด"ไม่น่าใช่นะคะ ย่าใหญ่บอกว่าเจ้าด่างฉลาดมากใครเอาของอร่อยมาล่อ มันก็ไม่ได้เดินตาม"
"ดูท่าทางเจ้าของหมาคงจะอยู่แถวนี้แหละ" หลันเยวี่ยนึกถึงวันที่ตัวเองขึ้นเขาแล้วเจอกับหลินซือหย่วนโดยบังเอิญ
ในขณะเดียวกันหมาด่างก็มาถึงตรงหน้าสองพี่น้องแล้ว เพราะคุ้นเคยกันมากแล้วหูหลันเยวี่ยจึงไม่กลัวหมาด่างที่เข้ามาใกล้
พอมันเข้ามาใกล้ๆหลันเยวี่ยก็มองเห็นชัดเจนว่า ที่คอของหมาด่างไม่ได้มีแค่กระดิ่ง แต่ยังมีถุงเล็กๆแขวนอยู่ด้วย
หมาด่างตรงเข้าไปหาหลันเยวี่ยแล้วก็กระดิกหางให้เธอ ทั้งยังสะบัดคอไปมาด้วย
พอเห็นหลันเยวี่ยยังไม่มีท่าทีตอบสนองเจ้าหมาด่างก็งาบกางเกงของเธอ
หลันเยวี่ยเลยลองเอื้อมมือไปลูบที่คอของหมาด่าง
เจ้าหมาด่างสงบลงทันตา
หลันเยวี่ยสงสัยเกี่ยวกับถุงผ้าเล็กๆที่ห้อยอยู่บนคอหมาด่าง เธอจึงปลดถุงผ้าลงมา
พอหลันเยวี่ยปลดถุงผ้าลงมาเจ้าหมาด่างก็กระดิกหางให้เธอ แล้วก็วิ่งจากไป
ต่อจากนั้นเสียงผิวปากก็ดังมาจากเนินเขาสูงฝั่งตรงข้ามเจ้าหมาด่างก็วิ่งไปยังทิศทางที่เสียงผิวปากดังมา
หลันเยวี่ยมองไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงผิวปากโดยไม่รู้ตัวแต่สิ่งที่เห็น นอกจากสีเขียวขจีของต้นสนก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก
หลันเยวี่ยเปิดถุงผ้าออกขนมผิงสองห่อที่อยู่ข้างในปรากฏสู่สายตา
ในยุค80ที่ขนมขบเคี้ยวยังไม่ค่อยหลากหลายนัก ขนมผิงห่อเล็กๆนั้นคือขนมขบเคี้ยวยอดนิยมอย่างไม่ต้องสงสัย
ขนมผิงห่อเล็กๆที่ข้างในมีไม่กี่ชิ้น แต่ห่อหนึ่งกลับต้องซื้อด้วยเงินสองสามเหมา
ในชนบทแบบนี้เงินสองสามเหมาสามารถซื้อเนื้อได้หนึ่งจิน หรือซื้อไข่ไก่ได้หลายฟองเลย
หลันเยวี่ยยื่นขนมผิงห่อหนึ่งให้ถิงถิง"กินสิ นี่ของอร่อยเลยนะ"
"พี่คะ ทำไมหลินซือหย่วนต้องส่งของพวกนี้มาให้พวกเราด้วยล่ะคะ?"ถิงถิงถามเสียงเบา
หลันเยวี่ยฉีกซองขนมผิงไปพลางตอบไปพลาง "ใครจะรู้ล่ะถือว่าเขาทำความดีตามอย่างสหายเหลยเฟิง [1] ก็แล้วกัน"
ไม่นานนักหมาด่างที่ไปหาเจ้าของแล้วก็วนกลับมาอีกครั้ง
ที่คอของเจ้าหมาด่างยังมีถุงผ้าเล็กๆอีกถุงแขวนอยู่ด้วย
คราวนี้หลันเยวี่ยไม่รอให้เจ้าหมาด่างกระดิกหาง สะบัดคอ เธอก็ปลดถุงผ้าลงมาแล้ว
แต่หมาด่างกลับไม่ไปไหนมันหมอบอยู่ข้างเท้าของหลันเยวี่ยอย่างเชื่อฟัง
คราวนี้ในถุงผ้ายังคงเป็นขนมขบเคี้ยวไม่ใช่ขนมผิงแล้ว แต่เป็นลูกอม มีทั้งทอฟฟี่ข้าวฟ่าง และลูกอมกระต่ายขาว [2]
พอหลันเยวี่ยเห็นว่าเป็นลูกอมกระต่ายขาวดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
ในเมืองลูกอมกระต่ายขาวไม่ใช่ของแปลก แต่ในชนบทที่หลันเยวี่ยอยู่ทุกวันนี้ยังหาลูกอมกระต่ายขาวกินไม่ได้ง่ายๆ
"หลินซือหย่วนนี่เก่งจริงๆ นะเนี่ย หาซื้อกระต่ายขาวได้ด้วย" หลันเยวี่ยชอบกินลูกอมกระต่ายขาวแต่เธอก็ยังยื่นลูกอมสองเม็ดในมือไปให้ถิงถิง
เพราะถิงถิงไม่เคยกินลูกอมดีๆแบบนี้มาก่อน
ถิงถิงเพิ่งเคยได้ยินชื่อลูกอมกระต่ายขาวเป็นครั้งแรกเพราะที่ผ่านมาลูกอมดีที่สุดที่เคยกินก็คือทอฟฟี่ข้าวฟ่างเนื้อนุ่ม
ร้านสหกรณ์ในหมู่บ้านขายลูกอมอยู่แค่ไม่กี่ชนิดทอฟฟี่ข้าวฟ่างถือว่าดีพอสมควรแล้ว ลูกอมอื่นๆ นั้นมีแต่แข็งโป๊ก
เมื่อเห็นลูกอมสองเม็ดในมือที่ห่อด้วยกระดาษสีน้ำเงินขาวสลับกันพิมพ์รูปลูกกระต่ายขาวน่ารัก ถิงถิงก็ลังเลที่จะกินมันลงไป
"พี่คะ ลูกอมนมอันนี้อร่อยกว่าทอฟฟี่ข้าวฟ่างอีกเหรอคะ?" ถิงถิงถามอย่างใสซื่อ
หูหลันเยวี่ยตอบด้วยรอยยิ้ม"อร่อยกว่าทอฟฟี่ข้าวฟ่างแน่นอนอยู่แล้ว เธอกินสักเม็ดสิลองชิมดูก็รู้แล้ว"
ถิงถิงร้องอืมแล้วก็ฉีกกระดาษห่อลูกอมนมเม็ดหนึ่งออก
พอฉีกกระดาษห่อออกข้างในยังมีกระดาษสีขาวห่ออยู่อีกชั้น
"ถิงถิง อันนี้ไม่ต้องฉีกนะ กระดาษชั้นนี้ทำจากข้าวเหนียว กินได้เลย"หูหลันเยวี่ยอดไม่ได้ที่จะนึกถึงตอนที่ตัวเองกินลูกอมกระต่ายขาวเป็นครั้งแรก
ตอนนั้นเธอก็เหมือนกับถิงถิงเห็นกระดาษห่อสีขาวๆ นี้ก็อยากจะฉีกทิ้งเหมือนกัน
แม่อุปถัมภ์บอกเธอว่ากระดาษชั้นนี้ทำจากข้าวเหนียว กินได้เลย
ลูกอมกระต่ายขาวในยุคนี้มีคุณภาพดีเยี่ยมราคาก็เลยไม่ใช่ถูกๆ
หูหลันเยวี่ยจำได้ว่าตอนที่อยู่ที่บ้านพ่อแม่อุปถัมภ์เธอจะได้ลูกอมกระต่ายขาวแค่กล่องเดียวในช่วงตรุษจีน
ส่วนมากจะซื้อเป็นเม็ดๆไป
กล่องใส่ลูกอมกระต่ายขาวทำจากเหล็กดูหรูหราเอาเรื่อง
หูหลันเยวี่ยสะสมกล่องใส่ลูกอมกระต่ายขาวไว้หลายกล่องน่าเสียดายที่พวกมันทั้งหมดอยู่ที่บ้านพ่อแม่อุปถัมภ์
ตอนแรกถิงถิงตั้งใจจะกินลูกอมแค่เม็ดเดียวอีกเม็ดที่เหลือจะให้พี่สาวกินแต่พอกินไปเม็ดหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะกินอีกเม็ดที่เหลือตามไปด้วย
มันอร่อยมากจริงๆถิงถิงมั่นใจว่าในชีวิตนี้เธอไม่เคยกินลูกอมที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน
"ถิงถิง ยังอยากกินอีกใช่ไหม?" หูหลันเยวี่ยมองใบหน้าด้านข้างของถิงถิงด้วยดวงตาเป็นประกาย
ถิงถิงกลืนน้ำลายลงคอแล้วตอบเสียงเบา "อยากกินค่ะแต่ไม่มีแล้ว"
หูหลันเยวี่ยลูบหัวเจ้าหมาด่าง"พี่เดาว่าในกระเป๋าเจ้าของหมายังมีอีกเดี๋ยวพวกเราไปขอจากเขากัน"
พูดจบเธอก็ยัดทอฟฟี่ข้าวฟ่างสองสามเม็ดที่อยู่ในมือให้ถิงถิง
"เจ้าด่าง เจ้าของแกอยู่แถวนั้นใช่ไหม?" หูหลันเยวี่ยชี้มือไปยังทิศทางหนึ่ง
เจ้าหมาด่างคงจะฟังออกพอหูหลันเยวี่ยพูดจบ มันก็เห่าเบาๆ หนึ่งครั้ง เหมือนเป็นการตอบรับ
พอได้รับการตอบรับจากหมาด่างหูหลันเยวี่ยก็ยืนอยู่บนก้อนหินใหญ่ที่เหมาะกับการมองไกลๆแล้วก็ตะโกนไปยังทิศทางนั้น "หลินซือหย่วนอย่าเอาแต่หลบอยู่เลย ฉันเห็นนายแล้ว"
ไม่นานนักหูหลันเยวี่ยก็เห็นร่างหนึ่งที่ว่องไวปราดเปรียววิ่งลงมาจากเนินเขาฝั่งตรงข้าม
"ตะโกนเสียงดังขนาดนี้ทำไม ไม่กลัวจะเรียกหมาป่ามาเหรอถิงถิงไม่ได้บอกเธอหรือไงว่าบนเขามีหมาป่าน่ะ?"
เชิงอรรถ
[1]ทำความดีตามอย่างสหายเหลยเฟิง (学习雷锋做好事儿) วลีที่มีความหมายลึกซึ้งในยุคสังคมนิยมของจีนสื่อความหมายว่าทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทน เหมือนกับเหลยเฟิงที่เป็นแค่ทหารธรรมดานายหนึ่ง การที่เหลยเฟิงทำความดีไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรล้วนเป็นแต่เรื่องเล็กๆ ที่เขามองว่าควรทำเพื่อคนรอบข้าง
[2]ลูกอมกระต่ายขาว (大白兔奶糖) ลูกอมรสนมที่มีประวัติยาวนานและเป็นที่นิยมในประเทศจีน