เฉียวซงไม่สามารถทนต่อไปได้อีก คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน กลั้นหายใจคีบเนื้อปลาชิ้นนั้นขึ้นมาจากในชาม แล้วเคี้ยวราวกับนักรบผู้ห้าวหาญไม่กลัวความตายเนื้อปลามีความเนียนละเอียด รสชาติอร่อย ในปากมีเพียงแค่กลิ่นหอมๆ ไม่มีรสชาติของความคาวปลาเลยแม้แต่น้อย
สีหน้าที่แสดงออกมาบนใบหน้าของเขาได้เปลี่ยนไป จากตอนแรกที่ดูฝืนทนสุดท้ายก็ดูผ่อนคลายทั้งกายทั้งใจ “น้องรอง นี่คือปลาจริงๆหรือรสชาติช่างดีเหลือเกิน” เฉียวซงยังคงคีบปลาเข้าปากอย่างไม่รู้จักอิ่มต่อไปสองตาก็มองไปยังเฉียวซีด้วยแววตาที่เปล่งประกาย
“แน่นอนเ้าค่ะ ข้าก็บอกท่านไปแล้วนี่” เฉียวซีตอบพร้อมยักไหล่ นางแสดงออกอย่างชัดเจนมาโดยตลอดและเคยบอกพี่ชายของนางอย่างจริงใจไปแล้ว ว่าปลาตัวนี้รสชาติดีมากๆ แต่เขากลับไม่ยอมเชื่อมีแต่เชื่อคำลือที่ได้ยินมาจนคิดว่านางก็จะปรุงไม่ได้ตอนนี้ไม่ใช่รู้สึกว่าหน้าแตกแล้วหรือ
“พี่ผิดไปแล้ว” เฉียวซงกล่าวขอโทษเฉียวซีจากใจจริงเขาควรจะเข้าใจให้เร็วกว่านี้ เพียงแค่น้องสาวของเขาเอ่ยปากก็ไม่มีอะไรที่นางจะทำไม่สำเร็จ
“พี่ใหญ่ไม่ผิดหรอก แค่รู้สึกว่าข้ายังเป็เด็ก แต่ว่าภายในหัวของข้ากลับมักจะมีความคิดแปลกๆโผล่ขึ้นมาเสมอ ความรู้สึกนั้นมันยากจะอธิบายออกมาข้าหวังเพียงแค่ให้พี่ใหญ่จะเชื่อข้า และวางใจให้ข้าทำ”นาง้าได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลือจากพี่ชาย แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่สามารถพูดออกมาอย่างชัดเจนได้คนโบราณค่อนข้างที่จะมีความเชื่อในเื่แปลกๆ นางจึงสามารถใช้มันทำให้พี่ชายเชื่อและปล่อยให้นางทำได้เต็มที่
“เช่นนั้นหรือ” เฉียวซงคิดว่าบางทีน้องสาวของเขาอาจเป็ที่โปรดปรานของเทพเ้าไม่เช่นนั้นงานจะทำอะไรสำเร็จไปเสียทุกอย่างได้อย่างไร
“ใช่แล้ว พี่ใหญ่ดังนั้นเื่ที่ข้าเคยบอกไว้ว่าจะให้ท่านไปเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาต่อนั้นเป็เื่ที่จริงจังมากยิ่งไปกว่านั้นยังมีความสามารถมากพอจะทำให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ไม่ได้หวังว่าจะรวยล้นฟ้า ขอแค่อยู่ดีมีใช้ก็พอ”
“น้องรอง ข้าขอถามเ้าอีกครั้ง เพราะเหตุใดเ้าจึงมุ่งมั่นอยากจะขึ้นไปบนูเานัก”ในเวลานี้เฉียวซงสงสัยว่าทำไมน้องสาวของเขา้าขึ้นเขา หรือการที่น้องรองมุ่งมั่นตั้งใจจะขึ้นูเานั้นจะสัมพันธ์กับการที่นาง้าหาเงินด้วย
“เก็บสมุนไพรอย่างไรเล่า นี่คือหนทางที่เราจะหาเงินได้เร็วที่สุดในหนังสือของท่านพ่อ มีหนังสือที่เกี่ยวกับสมุนไพรอยู่หลายเล่มข้าอยากจะเก็บสมุนไพรไปขาย”
“สมุนไพร? เ้ารู้จักมันจริงๆ หรือ”เื่สมุนไพรเขาก็รู้จัก แต่จะมีเพียงคนขายยาเท่านั้นที่รู้ว่าตัวไหนคือสมุนไพรคนอื่นๆ เห็นที่เห็นมันอาจกำจัดพวกมันทิ้งเพราะคิดว่าเป็วัชพืช
“แน่นอน ถ้าพี่เห็นด้วยที่จะเข้าไปบนูเา เงิน 10ตำลึงก็สามารถหาได้ในระยะเวลาอันสั้น บางทีอาจจะได้มากกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ” หากพบสมุนไพรที่มีชื่อเงิน 100 ตำลึงก็ถือว่าเป็ไปได้แต่แค่เพียงว่าสมุนไพรเ่าั้ยากจะไขว่คว้ามาได้เท่านั้นเอง
“พี่รอง จริงหรือ เช่นนั้นท่านสอนข้ากับพี่ใหญ่ได้ไหม”หากพี่ใหญ่อยู่ด้วยเราก็สามารถเข้าไปเก็บสมุนไพรในูเาได้ พี่ใหญ่ก็จะได้ไม่ต้องคอยจับผิดพี่รอง
“ได้แน่นอน ่นี้จะอยู่ใน่ฤดูเก็บเกี่ยวสมุนไพรพอดี”เมื่อพูดถึงสมุนไพรดวงตาทั้งคู่ของเฉียวซีก็เปล่งประกายตื่นเต้นยิ่งกว่าการหาเงินได้เสียอีก
“พี่ใหญ่ พวกเราไปทีู่เาด้วยกันได้หรือไม่”
“ใช่ๆ พี่ใหญ่ พวกเราไม่เดินเข้าไปลึกหรอก จะอยู่แค่แถวๆ นี้” เฉียวซียกมือทั้งสองคารวะเพื่อร้องขอเฉียวซง
เฉียวซงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งหากมีเขาอยู่ด้วยน้องสาวก็จะไม่วิ่งวุ่นไปทั่วและถ้าสามารถนำมาแลกเปลี่ยนเป็เงินได้จริงๆ เขาก็คงจะไม่ห้ามน้องสาวเข้าไปในูเา“จะขึ้นเขาก็ได้ แต่พวกเราต้องลงเขาก่อนดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า ถ้าไม่ตกลงถึงแม้ว่าจะหาเงินได้ ข้าก็ไม่ยอมให้พวกเ้าไปเป็อันขาด” แม้เฉียวซงจะยอมอ่อนข้อแต่ก็ยังคงต้องทำข้อตกลงกับน้องสาวเสียก่อน
“เ้าค่ะ พี่ใหญ่ ไม่ต้องพูดแล้ว รีบกินข้าวเถอะ เดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน”เย่… ในที่สุดก็ได้ขึ้นไปบนูเาแล้ว เหล่าสมุนไพรเอ๋ย พวกเ้าพร้อมกันหรือยังเวลานี้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเฉียวซีไม่ใช่แค่ผัก แต่เป็สมุนไพรหลากหลายชนิด
“กินเถอะ” เมื่อมองไปที่น้องสาวผู้กำลังดีใจที่สามารถขึ้นไปบนูเาได้เฉียวซงก็รู้สึกว่าเขาทำอะไรผิดไป การเข้าไปในูเานั้นอันตรายมากแต่หากไม่ได้เดินเข้าไปลึก บางทีอาจจะไม่เกิดเื่อะไรก็ได้เื่เช่นนั้นที่เกิดขึ้นกับพ่อถือว่าเป็เพียงแค่อุบัติเหตุเท่านั้น
คนที่เข้าไปในูเามีมากถึงเพียงนั้น กลับไม่เคยพบอุบัติเหตุเลยอุบัติเหตุเคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่กี่ปีนั่นเป็เพราะว่าเข้าไปในส่วนลึกของูเา ไม่อย่างนั้นเื่ก็คงไม่เกิด
เขาไม่อยากเห็นน้องสาวไม่มีความสุขแบบนี้ นั่นจะทำให้เขายิ่งทุกข์ใจมากขึ้น
“น้องรอง หากเ้า้าเข้าไปในูเาพี่ก็จะให้เ้าไปได้แต่เ้าจะต้องรับปากว่าเ้าจะเข้าไปเพียงสองชั่วยามและเ้าจะต้องไม่เดินเข้าไปในส่วนลึกของูเา” หลังจากทานข้าวเงียบๆ อยู่ๆ เฉียงซงก็พูดเื่นี้กับเฉียวซี
“...” เฉียวซีเงยหน้าขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ สีหน้าของนางบ่งบอกว่านางไม่อยากเชื่อพี่ชายของนางยินยอมให้หลังจากนี้นางสามารถเข้าไปในเขาได้อย่างอิสระแล้วเฉียวซีละเลยเงื่อนไขที่เฉียวซงเอ่ยในทันที เวลานี้ในหูของนางมีเพียงแค่คำว่า‘เข้าูเาได้’ สี่คำนี้เท่านั้น คำอื่นนางไม่สนใจแล้ว นางเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ“พี่...พี่ใหญ่ ท่านพูดจริงหรือ”
“เ้าเด็กโง่ แน่นอนสิ พี่หวังว่าเ้าจะดีใจนะ”เขาไม่้าสิ่งอื่นใดนอกจากให้น้องสาวน้องชายของเขาปลอดภัยและมีความสุขหากเป็เพราะลักษณะที่เป็คนแข็งกร้าวของเขา ทำให้น้องสาวน้องชายไม่สนิทสนมกับเขาไม่ว่าเื่อะไรก็ไม่อยากคุยกับเขา แล้วความสัมพันธ์เช่นนี้จะดีขึ้นได้อย่างไร
“ขอบคุณพี่ใหญ่ ข้าจะไม่ปล่อยให้เื่ร้ายเกิดขึ้นกับตนเองเป็แน่”นาง้าทำให้พี่ชายและน้องชายมีความเป็อยู่ที่ดีขึ้นจะปล่อยให้ตนเองพบกับเื่ร้ายได้อย่างไร
“อย่างนั้นเ้าอยากทำสิ่งใดก็ทำเถอะ”
“เ้าค่ะ” เฉียวซีเงยหน้าขึ้นและยิ้มด้วยใบหน้าที่สดใส
วันรุ่งขึ้นทั้งสามคนตื่นแต่เช้าล้างหน้าแปรงฟัน เตรียมอาหารเที่ยงและมุ่งหน้าไปยังูเา
เฉียวซงเดินอยู่หน้าสุดเพื่อนำทาง บ้านของเขาอยู่ใกล้กับเชิงเขาทำให้ไม่นานก็มาถึงเชิงเขาเป็ที่เรียบร้อย
พื้นที่เชิงเขาเชื่อมต่อกับที่ดินของแต่ละครอบครัวในหมู่บ้านและที่ดินของพวกเขาก็อยู่ไม่ไกลจากเชิงเขานัก ในเวลานี้เป็แค่ที่ดินว่างเปล่ามีเพียงวัชพืชเท่านั้นที่ยังคงเติบโตอย่างหนาแน่น
“พี่ใหญ่ พี่วางแผนจะทำอะไรหลังจากเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว”หากพี่ชายของนางต้องไปเรียนต่อที่สำนักศึกษา จะให้นางเพาะปลูกก็คงเป็ไปไม่ได้น้องชายคนเล็กยิ่งไม่อาจหวังได้เลยแต่กระนั้นก็ไม่สามารถปล่อยให้ที่ดินว่างเปล่าได้เช่นเดียวกันหากที่ดินว่างเป็เวลานานจะกลายเป็ที่รกร้างหากจะปลูกธัญพืชหรือข้าวอีกผลผลิตก็คงไม่ดีเช่นเคย สู้นำที่ดินไปปลูกอย่างอื่นไม่ได้สักนิด
“หรือจะปลูกข้าวเช่นเดิมดีเล่า” แม้ว่าผลผลิตอาจจะไม่ดีพอแต่ที่ดินก็จะไม่ถูกทิ้งร้าง
“...” ที่ดินของครอบครัวนางไม่ค่อยดี ปลูกพืชก็เสียเวลาเปล่าทั้งยังเสียทั้งแรงเปล่าอีกต่างหาก “ใครปลูกเล่า”
“ข้าปลูกเอง ” จะไปๆ กลับๆ สำนักศึกษาก็ได้ ที่ดินแปลงนี้จำเป็ต้องเพาะปลูก
“อย่าดีกว่านะ หรือเราจะให้บ้านอาฮัวปลูกดีแล้วเราก็ยอมรับค่าเช่าที่ดินไว้สักเล็กน้อยก็พอ” เฉียวซีแนะนำ
“อาฮัวต้องไม่เห็นด้วยแน่นอน ในสายตาของพวกเขาพวกเราเป็เด็กไม่มีความสามารถในการหาเงิน หากให้เช่าที่นาไปต้องอดอยากเป็แน่”บ้านของพวกเขามีสามปากที่ยังต้องกินข้าว แค่ค่าเช่าที่คงไม่พอแน่และเื่ที่มาของเงินได้รายรับที่จะใช้เลี้ยงชีวิตของพวกหลังจากนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะอธิบายได้ง่ายๆเลย
คิดไปสักพัก เฉียวซีก็รู้สึกว่าเื่ที่พูดไปเมื่อครู่ยังไม่เหมาะสม“อย่างไรเสียเื่นี้ก็ยังเร็วเกินไป เมื่อถึงเวลานั้นค่อยมาคุยกันอีกทีเถอะ”สามพี่น้องพูดคุยกันไปเรื่อยๆ พร้อมเดินขึ้นูเาไปตามทางอย่างช้าๆ