หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 36 : ฉงฉี

            มันได้เผยร่างที่แท้จริงออกมา พลังแข็งแกร่งจนไม่มีอะไรเทียบคลื่นพลังซัดกระหน่ำออกมา ทำให้มวลอากาศบิดเบี้ยวกรงเล็บขนาดใหญ่ง้างออกหมายจะฉีกร่างของเต้าหลิง

            “อย่างนี้สิถึงจะน่าสนใจ” ผมยาวของเต้าหลิงปลิวไสว เจตนารมณ์ในการต่อสู้พุ่งสูงขึ้นทั่วร่างเปล่งแสงสีทองสว่าง พลังภายในร่างระเบิดออกมาแฝงด้วยเสียงร้องคำรามของสายฟ้า ฝ่ามือม้วนควงก่อนปล่อยออกไป

            พวกเขาทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างดุเดือดจากนั้นเต้าหลิงก็กลับขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อยสายตาจ้องมองเลือดที่ไหลออกมาจากฝ่ามือของตนด้วยความเจ็บปวด

            เมื่อฉงฉีเห็นว่าเต้าหลิงได้รับบาดเจ็บมันก็หัวเราะดังลั่นออกมาหนามคมกริบของมันที่สามารถทำลายอาวุธวิญญาณได้ก็มันส่งเสียงเสียดสีกัน

            “ระวังหน่อยหนามบนร่างของมันแข็งแกร่งมาก อาวุธวิญญาณยังไม่อาจจะทำลายได้เกราะสงครามยังต้านไม่อยู่ ทางที่ดีเจ้าอย่าเข้าไปใกล้ดีกว่า”เด็กหนุ่มผมสีม่วงด้านข้างกล่าวเตือน

            “ฉงฉี”เต้าหลิงกำหมัดแน่น พลังโดยรอบไหลเข้ามาในร่างเพื่อเริ่มฟื้นฟูบาดแผลที่ฝ่ามือฉงฉีเป็นสัตว์สมัยโบราณ น่ากลัวมาก มันสามารถต่อกรกับสัตว์อสูรสวรรค์ได้

            อีกทั้งฉงฉีตนนี้จะต้องเป็นฉงฉีเด็กอย่างแน่นอนตามตำนานเล่าว่าฉงฉีที่โตเต็มวัยแล้วนั้นจะมีปีกสยายออกมาแล้วยังสามารถทลายฟ้าดินได้อย่างง่ายดาย

            ฉงฉีแผดเสียงคำราม พลังภายในร่างระเบิดพุ่งออกไปแขนขาของมันแข็งแกร่งมาก ชั่วครู่เดียวพื้นดินก็พลันแตกออกพลานุภาพที่ระเบิดออกมาน่าตกใจมาก

            หัวใจของเต้าหลิงสั่นไหวตั้งแต่ออกเดินทางมาก็เพิ่งเคยประมือกับศัตรูที่น่ากลัวเช่นนี้เป็นครั้งแรกเขาเปล่งเสียงร้องคำรามอักขระสีทองปรากฏขึ้นปกคลุมเอาไว้ทั่วร่างเหมือนกับสัตว์อสูรที่อยู่ในร่างของคน

            ตูม

            เงาทั้งสองปะทะเข้าด้วยกัน ทั่วทั้งเส้นทางสีทองสั่นสะเทือนพื้นดินเกิดรอยแตกร้าวเป็นทางยาว อักขระถูกทำลายจนหมดพลังที่บ้าคลั่งได้ผสานเข้าด้วยกัน

            “แหลกไปซะ”ฉงฉีคำราม กรงเล็บตะปบลงไปเหมือนกับภูเขาขนาดใหญ่ มันพุ่งตรงเข้าใส่ที่บ่าของเต้าหลิง

            เต้าหลิงคำรามลากเสียงยาว ฝ่ามือทั้งสองทะลวงขึ้นท้องฟ้าปรากฏอักขระสีทองขึ้นหนึ่งแถว ก่อนจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นกระบี่ล้ำค่าพุ่งเข้าใส่กรงเล็บที่กดทับลงมา ในขณะเดียวกันร่างของเขาก็ทะยานขึ้นไปหมัดซ้ายต่อยเข้าที่อกของมัน

            กงเล็บของฉงฉีน่ากลัวมากมันสามารถทำลายกระบี่ล้ำค่าสีทองให้แหลกเป็นเสี่ยงได้ในคราวเดียวมันตวัดกรงเล็บกลับไปทางหมัดของเต้าหลิงที่พุ่งเข้ามา

            “อักขระนั่นมันอักขระของหอคอยผ่านจิต” นัยน์ตาเด็กหนุ่มผมสีม่วงฉายสีประหลาดใจเขาสามารถนำอักขระเหล่านี้ออกมาโจมตีได้ด้วยอย่างนั้นหรือ นั่นไม่ใช่อักขระธรรมดาในภายภาคหน้ามันสามารถเป็นวิชามหาอำนาจที่น่ากลัววิชาหนึ่งได้เลย

            ที่เต้าหลิงสามารถเรียนรู้ได้รวดเร็วเช่นนี้เพราะว่าเขาได้หลอมรวมพลังของที่นี่ ซึ่งเหมือนกับว่าเป็นพลังงานต้นกำเนิดเดียวกัน

            กระบวนท่าที่เขาใช้ออกมาเร็วมากขึ้นเรื่อยๆอักขระเรียงกันเป็นแถวๆ กลางห้วงมิติ พลางเปลี่ยนรูปอย่างต่อเนื่องเป็นทั้งกระบี่ล้ำค่า ระฆังขนาดใหญ่ หม้อสามขาพวกมันพุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง

            ฉงฉีที่ปลดปล่อยพลังที่ดุดันออกมามากเกินไปทำให้พลังของมันอ่อนแอลงอย่างรวดเร็วเพราะมันไม่สามารถฟื้นคืนพลังมาทดแทนพลังที่เสียไปได้

            ทว่าเต้าหลิงกับมันไม่เหมือนกันเต้าหลิงสามารถดึงพลังงานชีวิตโดยรอบมาสร้างอักขระขึ้นจากนั้นก็ใช้วิชาสังหารโจมตีออกไปทำให้อักขระสีทองมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

            หลังจากประมือกันร่วมร้อยกระบวนท่าเต้าหลิงก็คำรามพลางอ้าปากคายอักขระสีทองออกมาก่อนก่อรูปขึ้นเป็นภูเขาขนาดใหญ่แล้วพุ่งโจมตีออกไป

            ฉงฉีร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างของมันเหยียดถอยออกไปแววตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความอำมหิต มันรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนกับหินลับมีดเพราะยิ่งต่อสู้ เต้าหลิงก็ยิ่งใช้อักขระได้ชำนาญมากขึ้น

            เต้าหลิงใช้พลังไปมาก เขาสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างไม่สนใจฉงฉีฝีเท้าก้าวออกไปข้างหน้า

            “บัดซบ”ฉงฉีโกรธจนร่างแทบระเบิด เจ้านั่นกล้าเมินข้าอย่างนั้นหรือนั่นทำให้มันรับไม่ได้มาก ในโลกภายนอก มันเปรียบเสมือนเทพเจ้าทว่าตอนนี้มันกลับเสียเปรียบ อีกทั้งยังเสียพลังไปมากจึงไม่สามารถไล่ตามเต้าหลิงต่อไปได้

            
            
    เต้าหลิงไม่สนใจสักนิด เขาเสียเวลากับตรงนี้มากเกินไปแล้วอีกทั้งเด็กสาวที่แบกกระบี่ใหญ่ก็ใกล้จะถึงน้ำพุวิญญาณเข้าทุกที ตอนนี้น้ำพุวิญญาณเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

            เขาดูดซับพลังงานโดยรอบเพื่อให้พลังงานที่เสียไปฟื้นตัวคืนมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็หงายฝ่ามือออกอักขระแต่ละตัวปรากฏขึ้นโดยรอบ ก่อนที่มันจะก่อตัวขึ้นเป็นระฆังยักษ์ครอบร่างของเขาเอาไว้แล้วก้าวฝีเท้าเดินเข้าไปข้างใน

            อักขระรูประฆังยักษ์สั่นไหว เพราะถูกแรงกดดันรอบๆ บีบอัดแต่นั่นก็ทำให้เต้าหลิงเดินได้สบายมากขึ้น

            ยิ่งเดินเข้าไป แรงกดดันยิ่งรุนแรง ร่างของเต้าหลิงมีระฆังสีทองครอบอยู่ทำให้ความเร็วในการเดินของเขาเพิ่มมากขึ้นอีก

            “อักขระพวกนี้ร้ายกาจมากทั้งยังเป็นพลังงานต้นกำเนิดแบบเดียวกับอักขระเส้นทางสีทองเช่นนี้ก็ถือว่าประหยัดพลังงานลงไปมาก” เด็กหนุ่มผมสีม่วงอิจฉาขึ้นมาเขารู้ว่ามีคนรุ่นหลังหลายคนที่พยายามศึกษาอักขระนี้

            ทว่าอักขระเหล่านี้ลึกล้ำมาก  ที่เต้าหลิงใช้อยู่ก็แค่ผิวเผินเท่านั้น

            หลังจากการต่อสู้ที่เกิดขึ้น มนุษย์สามตาก็ดูสงบลงมากเขาไม่มากวนเต้าหลิงอีกเลย อีกทั้งยังมุ่งมั่นเดินไปยังน้ำพุวิญญาณ

            “ผู้หญิงคนนั้นน่ากลัวเสียจริง”ในขณะที่เต้าหลิงเข้าใกล้พวกเขาเขาก็พลันสัมผัสได้ถึงแสงกระบี่แหลมเย็นทำให้เจ็บปวดผิวหนังไปหมดหัวใจของเขาสั่นไหวพลางกล่าวพึมพำในใจ “ไม่รู้ว่าระหว่างนางกับกันเหยาใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน”

            ทั่วร่างของเต้าหลิงคายหมอกสวรรค์ออกมายิ่งเข้าใกล้น้ำพุวิญญาณมากเท่าไร พลังงานต้นกำเนิดที่อยู่รอบๆบริเวณก็พลันเข้มข้นมากขึ้นเท่านั้น รูขุมขนของเขาปลดปล่อยหมอกออกมาโอบล้อมด้วยแสงล้ำค่า ดูแล้วศักดิ์สิทธิ์มาก

            “จะต้องไปชั้นเก้าให้ได้ถ้าได้ฝึกฝนอยู่ข้างในนั้นสักระยะ ร่างกายของข้าจะต้องแข็งแกร่งมากขึ้นกว่านี้แน่”เต้าหลิงกล่าวพึมพำในใจเขาได้ใช้เลือดสัตว์อสูรสวรรค์ในการเปิดพลังศักยภาพซึ่งในตอนนี้มันยังไม่ได้ขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดเขาจึงจำเป็นจะต้องใช้พลังงานนี้

            น้ำพุวิญญาณที่อยู่ด้านหน้าปล่อยแสงออกมาสว่างไสวหมอกสวรรค์พรั่งพรูออกมา ทั้งยังโอบล้อมไปด้วยพลังต้นกำเนิดคลื่นพลังชีวิตไหลเวียนไปมา ให้ความรู้สึกเข้มข้นจนถึงขีดสุดนั่นคือพลังชีวิตเหลวล้ำค่า เป็นสิ่งที่มีค่ามากจนหาที่เปรียบมิได้

            ในขั้นหล่อกายา หากสามารถหลอมรวมพลังนี้ได้ก็จะทำให้พลังชีวิตต้นกำเนิดขยายใหญ่ขึ้นส่งผลให้การเติบใหญ่ในภายภาคหน้าจะน่ากลัวมากทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนพลังศักยภาพได้

            พลังชีวิตเหลวล้ำค่านี้มีอยู่น้อยมากมีเพียงสิบกว่าหยดเท่านั้น มันเปล่งแสงสีเขียวมรกตออกมาภายในหยดล้ำค่าเต็มไปด้วยคลื่นพลังชีวิตมหาศาลไหลเวียนไปมา

            “มีแค่สิบเจ็ดหยดจะแบ่งยังไงล่ะ?” ดวงตาที่สามของมนุษย์สามตาเปล่งแสงออกมาพลางกล่าวเรียบๆ“พวกเรามีอยู่สี่คน”

            “คนละสี่หยดส่วนหยดที่เกินออกมาก็แล้วแต่ความสามารถก็แล้วกัน” เด็กหนุ่มผมสีม่วงเอ่ยพลังชีวิตเหลวล้ำค่าแต่ละหยดนั้นไม่ธรรมดาถึงแม้จะเป็นจอมยุทธ์อาวุโสก็มีประโยชน์มาก ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเสียเปรียบ

            มนุษย์สามตามองไปที่ชายหญิงคู่หนึ่งที่ไม่ได้เอ่ยอะไรดวงตาที่สามเปิดออก อักขระที่อยู่ภายในสั่นไหวก่อนจะระเบิดพลังที่น่ากลัวออกมา

            ดวงตาที่สามของมันน่ากลัวมาก ภายในมีภูเขาทมิฬสีดำลูกหนึ่งปรากฏขึ้นลอยอยู่กลางอากาศแรงกดดันพลันเพิ่มขึ้นอย่างหนักหน่วง

            “ภูเขาผาทมิฬ!”แววตาของเด็กหนุ่มผมสีม่วงพลันเย็นยะเยือกขึ้น เขาแผดเสียงคำรามกล่าวออกมาว่า“เจ้าคิดจะทำอะไร คิดจะเอามันไปคนเดียวอย่างนั้นหรือ!?”

            เต้าหลิงรู้สึกได้ถึงแรงกดดันโดยรอบที่หนักหน่วงขาทั้งสองข้างจมลงไปในพื้นดิน สีหน้าของเขาเริ่มขึงขังขึ้นมนุษย์สามตานี่ต้องการจัดการพวกเขาทั้งสามเพื่อเอาผลประโยชน์เข้าตัวคนเดียว

            ภูเขาผาทมิฬเป็นของล้ำค่าที่มีชื่อเสียงมันทำขึ้นมาจากเหล็กทมิฬ ซึ่งเป็นของล้ำค่า มีน้ำหนักมาก มีภูเขาผาทมิฬบางลูกที่มีน้ำหนักมากถึงหนึ่งล้านชั่งมีแต่ยอดยุทธ์แข็งแกร่งมากเท่านั้นที่สามารถควบคุมมันได้

            มนุษย์สามตาลงมืออย่างรวดเร็วหลังจากที่เรียกภูเขาผาทมิฬออกมาแล้ว

            ฝ่ามือก็ยื่นออกไปช่วงชิงพลังชีวิตเหลวล้ำค่าทั้งสิบเจ็ดหยดไปโดยไม่เหลือทิ้งไว้แม้แต่หยดเดียวจากนั้นร่างของมันก็ทะยานออกไปข้างนอกโดยใช้เส้นทางสีทอง

            “ฮึ”เด็กสาวแบกกระบี่ใหญ่สีทองอร่ามส่งเสียงเย็นออกมาดวงตาคู่สวยของนางระเบิดพลังกระบี่น่ากลัวราวกับพายุที่ทะยานออกไปปะทะกับภูเขาผาทมิฬ จนทำให้ภูเขาสั่นสะเทือน

            “เปิด!”เด็กหนุ่มผมสีม่วงคำราม ทั่วร่างโอบล้อมไปด้วยสายฟ้าสีม่วงเขาอ้าปากคายพัดสีม่วงล้ำค่าอันหนึ่งออกมาก่อนจะใช้พัดโบกสะบัดพลันปรากฏปราณพายุสีม่วงระเบิดออกมาจนภูเขาผาทมิฬสั่นไหว

            “แหลกไปซะ”เต้าหลิงคำรามลากเสียงยาว พลังบริสุทธิ์พุ่งขึ้นจนถึงจุดสูงสุดเขากระชับฝ่ามือพลางปล่อยหมัดซัดเข้าใส่ภูเขาผาทมิฬ

            ทว่าของล้ำค่าชิ้นนี้หนักมาก ทั้งยังมีแรงกดดันที่อยู่รอบๆพวกเขาสามคนที่ร่วมมือกันก็ไม่สามารถทำลายภูเขาได้

            “ฮึ เปล่าประโยชน์ พวกเจ้าอยู่ที่นี่เฉยๆ เสียเถอะ”มนุษย์สามตาแสยะยิ้ม ภูเขาผาทมิฬหนักตั้งหลายแสนชั่ง พวกเขาสามารถทำลายได้ง่ายๆเสียเมื่อไร

            “หาที่ตาย”เด็กสาวแบกกระบี่ใหญ่เอ่ยเสียงเย็น ผมยาวของนางปลิวไสวกระบี่ใหญ่สีทองที่อยู่ด้านหลังพุ่งออกไปราวกับดวงอาทิตย์ส่องแสงมันฝ่าตัดมวลอากาศขึ้นไปบนท้องฟ้า แสงพุ่งออกไปเป็นเส้นดุจแม่น้ำสายใหญ่ทั้งยังแฝงไปด้วยอักขระเต๋าน่ากลัวก่อนที่ภูเขาผาทมิฬจะแตกออกเป็นสองส่วนเหมือนกับเต้าหู้

            “อะไรกัน”มนุษย์สามตาสะดุ้งเฮือก พลางรีบหันหลังวิ่งหนีไปทันทีกระบี่ใหญ่นั่นอย่างต่ำก็น่าจะเป็นอาวุธเต๋า

            นัยน์ตาของเด็กหนุ่มผมสีม่วงฉายแววปิติจากนั้นเขาก็ออกแรงสะบัดพัดล้ำค่าสีม่วงออกไปปรากฏลมพายุม้วนตัวขึ้นมาทำให้อักขระที่อยู่โดยรอบมอดดับมนุษย์สามตาแทบจะสะดุดล้มลงกับพื้น

            “สามตาประหลาดหยุดซะ” เต้าหลิงตะโกนออกมา เขาไม่ยอมให้อีกฝ่ายหนีไปง่ายๆ แน่

            ได้ยินดังนั้น มนุษย์สามตาก็โกรธจนตัวสั่นเจ้านี่กล้าเรียกตระกูลสามตาที่ยิ่งใหญ่ของเขาเช่นนั้นได้อย่างไร

            หลังจากนั้น ผิวหนังของมันก็สัมผัสได้ถึงความเย็นไม้ไผ่สีเขียวมรกตยื่นออกมาก่อนจะฟาดเข้าที่หัวของมัน ที่หัวมีลูกกลมๆ ปูดนูนขึ้นดูแล้วเหมือนกับเขาไม่มีผิด

            วิ้งง พลังกระบี่ที่น่ากลัวพุ่งเข้ามาตัดข้อมือของมนุษย์สามตา พลังชีวิตเหลวล้ำค่าสิบเจ็ดหยดตกลงไปที่พื้น

            “อ๊ากกก”มนุษย์สามตาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างทั้งร่างสั่นเทามันรู้สึกว่าพวกเขาทั้งสามคนจะต้องฆ่ามันแน่

            นัยน์ตาของเต้าหลิงฉายแสงประกายออกมาเขาใช้พลังภายในร่างสุดชีวิตในการบังคับไผ่เขียวอันนี้ไผ่เขียวยืดยาวออกมาและระเบิดอักขระสีทองออกมาชั้นหนึ่งมันได้ม้วนตัวแล้วเก็บพลังชีวิตเหลวล้ำค่าสิบหยดไป

            เด็กหนุ่มผมสีม่วงโบกสะบัดพัดหอบเอาพลังชีวิตเหลวล้ำค่าที่เหลืออยู่ขึ้นมาด้วยความปิติก่อนจะเก็บมันแล้วหันหลังวิ่งหนีไป

            เมื่อเห็นดังนั้นเด็กสาวที่แบกกระบี่ใหญ่สีทองก็พลันหน้าดำมืดขึ้นเป็นเส้นเมื่อครู่พวกเขาสามคนร่วมมือร่วมใจกันดีแท้ๆแต่ตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนกลับแย่งของแล้วหนีไป...

            “บัดซบ!”นางมองร่างเงาของเต้าหลิงที่วิ่งออกไปตามเส้นทางสีทองด้วยใบหน้าดำมืดพลางกัดริมฝีปากอวบอิ่มแล้ววิ่งตามไป

            *ฉงฉีเป็นหนึ่งในสี่อสูรร้ายของสัตว์อสูรในเทพนิยายจีน

    คล้ายกับเรื่องหมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน