ตอนที่ 5 นี่มันเรียกว่าบ้านใช่ไหม
“โลกแห่งนี้เป็โลกที่มีขนาดใหญ่มากกว่าโลกของเ้า20 เท่า การปกครองจะแบ่งเป็พื้นที่อาณาเขตมหาอำนาจทั้ง 5 โดยมีทวีปทั้งหมดมากกว่า100 ทวีป” อัศวินเกราะทองพูดอธิบายเื่พื้นฐานของโลกให้กับเหล่าผู้กล้าทั้งแปดฟัง
“แบ่งเป็อาณาเขต 5 แห่งแสดงว่าแต่ละแห่งก็ต้องมีาาใช่มั๊ย”ชายหนุ่มผู้กล้าที่มีความมั่นใจสูงพูด
“ถูกต้อง ผู้ปกครองอาณาเขตทั้ง 5พวกเราเรียกขานกันว่าาาหรือจักรพรรดิก็สุดแล้วแต่จะขานเรียก” อัศวินอลันต์พูดอีกครั้งโดยเว้นจังหวะเพื่อให้เหล่าผู้กล้าถาม
“มีใครบ้างล่ะ” ชายผู้กล้าอีกคนเริ่มให้ความสนใจ
“เื่นั้นค่อยอธิบายในภายหลังตอนนี้ข้าจะเอ่ยถึงความสำคัญของพวกท่าน ก่อนอื่นเลยพวกท่านถูกอัญเชิญมาด้วยพลังของเทพโครนอสท่านคือเทพเ้าผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่ที่มอบพลังพิเศษให้เหล่ามนุษย์สามารถพัฒนาได้เร็วขึ้นพระองค์ใช้พลังแห่งเทพดึงพวกท่านมาจากอีกโลกหนึ่ง โดยเลือกให้อาณาจักรของเราให้ทำการฝึกฝนขัดเกลาฝีมือของพวกท่านในการต่อกรกับปีศาจชั่วร้าย” อลันต์พูดด้วยน้ำเสียงที่ยกย่องสรรเสริญ
“มีพลังถึงขนาดนั้นทำไมไม่จัดการเองล่ะไม่ก็มอบพลังให้คนในโลกนี้ก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องลำบากไปลักพาตัวพวกเรามาเลย แล้วก็ไม่ตองมายัดเยียดความเชื่อความศรัทธาให้พวกเราเื่พวกนี้มันโกหกทั้งเพ” ผู้หญิง (ที่ร้องไห้ก่อนหน้า)แย้งสุดฤทธิ์
“พวกเราต้องพึ่งพาคนจากอีกโลกนั่นเป็สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้พวกท่านมีร่างกายที่สามาถรองรับพลังแห่งเทพได้ดีกว่าพวกเราโด้โปรดเข้าใจเจตนาของเทพโครนอสด้วยเถิดขอรับ”อลันต์เอ่ยเขาไม่ได้กดดันอะไรเพียงแต่ทำการอธิบายให้เข้าใจทีละนิด
ผู้หญิงคนนั้นนั่งงุดอยู่อย่างนั้นไม่ถามอีก
“ผมอยากรู้ข้อมูลอื่น ๆ” ผู้กล้าชายคนหนึ่งถามเพราะความอยากรู้
“เื่สำคัญอีกเื่คือเผ่าพันหลักทั้ง5 เผ่าที่ปกครองอาณาเขตต่าง ๆ อาณาเขตแรกแรกคือเทพโครนอสที่ข้าพูดไปแล้ว พระองค์คือเผ่าเทพซึ่งปกครองเผ่าพันธ์มนุษย์เราให้อยู่รอดในโลกแห่งนี้เผ่าที่ปกครองอาณาเขตที่สอง คือเผ่าั ซึ่งเป็เผ่าที่มีพลังทัดเทียมกับเทพเผ่าที่ปกครองอาณาเขตที่สามคือเผ่าั์ มีพละกำลังแข็งแกร่งและความทนทานสูงเผ่าที่ปกครองอาณาเขตที่สี่ คือเผ่าปีศาจ เป็สิ่งชั่วร้ายและอันตรายหวังคอยทำลายล้างมนุษย์ให้สิ้นซากเผ่าที่ปกครองอาณาเขตที่ห้าคือเผ่าอสูร เผ่านี้เป็ุ์ พลังทัดเทียมกับปีศาจ” อลันต์อธิบาย
เมื่อเหล่าผู้กล้าได้ยินดังนั้นต่างมีความรู้สึกงงงันอย่างบอกไม่ถูกพวกเขาต่างมีคำถามในใจเกี่ยวกับเื่ที่อลันต์พูดนั้นถูกแต่งขึ้นมาหรือเปล่าแต่เปอร์เซ็นต์ที่มีความน่าเชื่อถือก็น่าจะเกิน 70
“ล่ะ แล้วเผ่าอื่นล่ะมีหรือเปล่า” ผู้หญิงจอมร้องไห้ถามเพิ่ม
“มีขอรับ ซึ่งพวกท่านจะได้ศึกษาั้แ่วันพรุ่งนี้เป็ต้นไปจนกว่าจะจบบทฝึกรวมไปถึงเื่ราวต่าง ๆ ทั้งการใช้พลังเวทมนตร์ การฝึกวิชาต่อสู้และวิชาสำหรับเอาตัวรอดเมื่อได้ออกไปผจญภัยข้างนอกเอาล่ะวันนี้ข้าอธิบายแค่นี้ก่อนหลังจากนี้เหล่าผู้ช่วยจะคอยดูแลและให้คำแนะนำพวกท่านเกี่ยวกับการอยู่ที่นี่ข้ามีประชุมใหญ่ตอนนี้ ยังไงข้าก็ต้องขอตัวก่อน”อลันต์พูดเหมือนกับเร่งรัดบทสนทนาให้จบเร็วที่สุดและได้ปลีกตัวโดยที่คำถามแห่งความสงสัยของเหล่าผู้กล้าตามหลัง
“หนอยแน่ เ้าบ้านั่น” ผู้กล้าที่ต่อยหน้าอลันจนมือเละสบถลั่น ไม่นานนักเหล่าผู้ช่วยก็มารับพวกเขาและพาไปยังจุดต่าง ๆ ของที่ ๆ เขาอยู่เมื่อพวกเขาได้เห็นภาพเต็ม ๆ ของที่นี่ซึ่งผู้ช่วยบอกว่าเป็บ้านของพวกเขาที่องค์พระาามอบให้เป็การพิเศษ
ภาพคงจะเรียกว่าบ้านไม่ได้หากดูจากเสาขนาดใหญ่ที่มีประติมากรรมเป็รูปงูเลื้อยพันเสาลำตัวของงูนั้นมีเกร็ดที่ฝังอัญมณีอยู่ประปราย ขนาดเสาก็ประมาณสามคนโอบพื้นที่ ๆพวกเขาเพิ่งจบบทสนทนากันนั้นเรียกว่า ห้องรับแขกที่เล็กที่สุด แต่มันกว้างตั้ง20*30 เมตร ส่วนห้องโถงนั้น เป็ได้ทั้งห้องอาหาร ห้องนั่งเล่น ห้องกินของว่างห้องวิ่งเล่น กลิ้งเล่น รวมถึงมีเฟอร์นิเจอร์ฉบับโลกนี้เพียบอย่างหรูหราตัวห้องโถงนั้นกว้าง 200 * 400 เมตรและยังมีห้องแยกไปอีกนั่นก็คือห้องนอนที่มีขนาดกว้าง 20*30 เมตร พอ ๆกับห้องรับแขก ประตูห้องนอนเป็ประตูไม้หนา 1 คืบ สูง 3 เมตร ลวดลายประตูก็ไม่พ้นประติมากรรมลายนูนรูปดอกไม้อะไรสักอย่าง มีสัตว์เล็กสัตว์น้อยอยู่ในลักษณะวิ่ง ะโดวงตาของมันติดด้วยสิ่งที่น่าจะเรียกว่าเพชรที่มีขนาดทรงกลมเท่าลูกแก้ว ตรงตัวประตูมีกลอนเหล็กสำหรับล็อกห้องอยู่4 จุด คือเรียงจากบนลงล่าง ผ่านประตูเข้าไปดูตรงหน้าสุดจะมีเตียงขนาด 3*5 เมตรมีฟูกนูนสูงกว่า 2 คืบ ปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดมองดูแล้วให้ความรู้สึกว่ามันนุ่มสบายตาหัวเตียงมีหมอน 2 ใบลวดลายดอกไม้สีสันสดใสดูเป็ธรรมชาติน่าหนุนนอนผ้าห่มมีผืนเดียวและพับไว้อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยข้างเตียงมีโต๊ะขนาดเล็กสำหรับวางแจกันดอกไม้ และเหยือกน้ำ มีชุดแก้วอยู่ข้าง ๆเหยือกและมีอาหารว่างที่เป็ขนมรูปดอกไม้น่าทานวางอยู่คงจะเป็ฝีมือของผู้ดูแลที่ดูแลที่นี่มาเตรียมไว้ให้ถัดไปดูด้านขวามือสุดจะเป็ชั้นหนังสือ ที่ถูกปัดฝุ่นเรียบร้อยแล้ว ตัวหนังสือมีทั้งเล่มเล็กและใหญ่เรียงกันอย่างเป็ระเบียบทำให้อยากจะไปหยิบขึ้นมาอ่านสักเล่มส่วนริมหน้าต่างข้างชั้นหนังสือมีโต๊ะขนาด 1.5*2 เมตร มีปากกาขนนก 1 ชุดพร้อมหมึกข้างกันนั้นเป็แผ่นกระดาษสีออกขุ่น ๆ เป็กระดาษเปล่าซ้อนทับกันปึกหนึ่งประมาณได้ว่าน่าจะมีสัก 20 กว่าแผ่น มุมซ้ายสุดของโต๊ะก็เป็ชุดเครื่องแก้วสำหรับวางเครื่องดื่มและของว่าง ถัดไปด้านขวาสุดครึ่งซีกนั้นเป็ตู้ขนาดใหญ่ที่เปิดไว้มีเสื้อผ้ารูปแบบแปลกตาแต่มีสีสันที่สวยงามและลวดลายวิจิตรเหมือนเป็ชุดที่ทำจากเนื้อผ้าอย่างดีด้านล่างมีลิ้นชักที่ใส่อะไรต่อมิอะไร เช่นรองเท้า เข็มกลัด ถุงเท้า และอื่น ๆส่วนข้างตู้ก็มีโต๊ะเครื่องสำอางที่มีอุปกรณ์แต่งหน้า และขวดอะไรไม่รู้เพียบมีกระจกขนาดใหญ่ให้ดูใบหน้าตัวเองด้วย อีกครึ่งของฝั่งซ้ายมือก็คือห้องน้ำและยังมีแบ่งเป็ห้องอาบน้ำ อ่างขนาดใหญ่ที่สามารถหย่อนคนเข้าไปนอนได้สักสองคนก๊อกน้ำที่คล้ายๆ กับของโลกเราแต่มีลักษณะเป็ลูกบิดข้างอ่างก็มีอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำที่เยอะยิ่งกว่าห้องอาบน้ำในโลกเก่าอีกทางฝั่งประตูจะเป็ชั้นวางรองเท้า และมีตะกร้าสำหรับใส่เสื้อผ้าที่ใช้แล้วซึ่งคนซักน่าจะเป็ผู้ดูแล ถัดไปจากที่วางรองเท้าคือชั้นวางอาวุธที่ว่างเปล่า
/...ช่างดูงดงามอะไรเช่นนี้/เสียงของเหล่าผู้กล้าเอ่ย
ห้องนอนมีทั้งหมด16 ห้อง ไม่รวมห้องพักของคนรับใช้ประเภทต่างๆยังมีห้องซ้อมอยู่อีกเพื่อใช้สำหรับฝึกฝนการต่อสู้และห้องอะไรต่อมิอะไรที่ไม่รู้จักอยู่เต็มไปหมด ข้างนอกมีลานฝึก มีสวนดอกไม้สวนผลไม้ สวนพืชผักสวนครัวต่างๆ ถัดไปจากสวนก็เป็สระน้ำที่มีสัตว์น้ำอาศัยอยู่รวมไปถึงพืชน้ำชนิดต่างๆ
สำหรับผู้ดูแลเรียกที่นี่ว่าบ้าน
แต่สำหรับเหล่าผู้กล้าแล้ว....มันสมควรเรียกว่าปราสาท............
ดึกดื่นค่ำคืนนี้เหล่าผู้กล้าต่างนอนกันอย่างสุขสบายผิดจากหญิงสาวคนหนึ่ง เธอคือหนึ่งในผู้กล้า แทนที่จะนอนกลับหยิบหนังสือภาษาแปลก ๆมาอ่าน แม้จะอ่านไม่รู้เื่แต่เธอก็ยังคงเปิดหน้าต่อ ๆ ไปเพื่อรอคอยการพิสูจน์อะไรบางอย่าง ผ่านไปราวค่อนคืนเมื่อเธอเปิดหนังสือเล่มเดียวอ่านผ่านๆ ซ้ำไปซ้ำมานับร้อยรอบ ผลพิสูจน์ก็เป็ที่ประจักษ์ต่อสายตาเธอทันทีเมื่อตัวหนังสือจากเดิมที่อ่านไม่ออกกลับกลายเป็เหมือนตัวหนังสือที่คุ้นเคยคล้ายกับว่าเธอรู้ความหมายของคำนั้นแล้ว แต่คำอื่น ๆ ยังคงแปลไม่ได้เธอจึงละจากหนังสือเล่มนั้นแล้วไปเลือกหนังสือที่มีรูปภาพให้ดูจากนั้นก็บรรจงอ่านและทำความเข้าใจมัน
"ภาษาพวกนี้น่าสนุกดีเหมือนกันเราจะใช้เวลานานเท่าไหร่นะ ที่จะอ่านพวกมันเข้าใจได้ทั้งหมดเหมือนกับภาษาของแต่ละประเทศ แต่ละชนเผ่าบนโลกนั้น" เธอเอ่ยกับตัวเองเบา ๆแล้วนำปากกาขนนกมาเขียนโน้ตบางอย่าง โดยลงท้ายชื่อในแผ่นกระดาษสาก ๆ นั้น
*ฟรานซ์*
...........................................