จางเฉินยังคงนั่งอยู่ในห้องของตัวเอง ใช้เวลาทำสมาธิอยู่ 1ชั่วยามเพื่อย่อยข้อมูลใหม่ที่ได้รับเป็นของตัวเอง เขาสำรวจทะเลสติอีกครั้งพบแต่ลูกกลมๆ โลกใบเล็กของเขา และพิษที่ลอยอย่างสงบ
“พิษซีเซ่วิญญาณโลกัณฑ์” จางเฉินมองมันอย่างจนปัญญา
หลังจากย่อยข้อมูลมากมายแล้ว จางเฉินก็เข้ามิติเพื่อบอกเล่าทุกอย่างกับโสมแดงเขาต้องหาทางออกซึ่งมีแต่เพื่อนลึกลับคนนี้เท่านั้น ที่อาจมีประโยชน์
“เจ้าต้องออกจากหมู่บ้านเดินทางเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการแพทย์และปรุงยา แล้วก็ปรับปรุงการฝึกฝนของเจ้าถ้ายังอยู่ทวีปนี้โอกาสแก้ไขจะยากมาก คงต้องเสี่ยงโชค แต่เจ้าโชคดีอยู่ด้วยความหล่อของข้าทำให้เจ้ามีนกน้อยสองตัวที่ช่วยเจ้าเดินทางอย่างรวดเร็วเพียงต้องรออีกสักสองสามเดือน ข้าคิดแล้วว่ามิตินี่ได้มาง่ายเกินไป” โสมแดงตอบ
“อืม แล้วก็ได้ความรู้เกี่ยวกับการหลอมสร้างการปรุงยา การสร้างยันต์อาคม เวทย์ อาเรย์ แต่มันเป็นเศษวิญญาณข้อมูลไม่สมบูรณ์คล้ายไม่มีประโยชน์ไม่ประติดประต่อกัน”
“ถ้าเจ้าใช้เวทย์ได้ก็สร้างอาเรย์และลงอาคมยันต์ต่างๆ ได้ มันเกี่ยวเนื่องกันรวมไปถึงเอาไปใช้หลอมสร้างอุปกรณ์และปรุงยา ไม่ค่อยมีคนเรียนเพราะมันจะทำให้ไม่มีเวลาฝึกศิลปะการต่อสู้”
จางเฉินเกาหัวปัญหาใหญ่มากและเวลาน้อยเกินไป ยังไงเขาก็น่าจะต้องตาย
“ถ้าจะต้องตายข้าจะช่วยหมู่บ้านนี้พัฒนาก่อนเพื่อให้พ่อแม่ น้องและทุกคนในหมู่บ้านอยู่สบาย ไม่มีทางออกอื่นเลยเหรอ”
“ไม่มี เจ้าต้องพัฒนาจริงๆข้าช่วยอะไรไม่ได้เลย ก่อนอื่นไปแก้แค้นกันเถอะพวกคนเลวพวกนี้ต้องตายเพื่อที่จะไม่ได้สร้างปัญหากับคนอื่น”
“อืม...”จางเฉินตอบอย่างจนใจแต่เขาก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเพราะได้ระบายเรื่องราวอัดอั้นตันใจ
จางเฉินออกจากมิติจะไปหาพ่อแม่หลังจากเปิดประตูเดินมาได้ไม่กี่ก้าว จางหลงกีรีบมาหา
“จางเฉินลูกผ่านระดับปราณก่อเกิดแล้วใช่ไหม” จางหลงเห็นลูกชายออกจากห้องมาก็รีบมาหา
“ครับ”
“แบบนี้ต้องฉลองเจ้ารู้ไหมตอนนี้คนในหมู่บ้านตื่นเต้นกันมาก ทุกคนรู้เรื่องนี้กันหมด”
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับทำไมรู้กัน” จางเฉินสับสนอีกครั้ง และยกมือเกาหัว
“เกิดปรากฏการณ์ที่สวยงามมากมีรุ้ง 7 สี มีเมฆลอยเป็นรูปก้นหอย แล้วก็พืชสมุนไพรมากมายส่งกลิ่นหอมฟุ้งทำให้ทั้งหมู่บ้านต่างตื่นเต้นกันมากมันเหมือนเทพเซียนมาเกิดอะไรแบบนั้น” จางหลงตอบอย่างตื่นเต้น
จางเฉินเห็นพ่อดีใจมองแม่แต่ไกลก็กำลังมีดูมีความสุข เขาทำได้แต่ทิ้งเรื่องคาใจทั้งหมดไว้ก่อน อยู่กับปัจจุบันอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับปัจจุบัน เขาท่องสามครั้งในใจ
“พ่อผมอยากเปลี่ยนแปลงหมู่บ้าน ขั่นแรกต้องจดทะเบียนคนในหมู่บ้านทั้งหมด อายุวิชาชีพที่ถนัดพวกตีเหล็ก ก่อสร้าง ปรุงยาอะไรต่างๆถ้ามีงานฉลองจริงก่อนงานผมอยากให้ทำสำมโนประชากร”
“เอาทำอะไรเหรอ”มันมีคำศัพท์ที่จางหลงไม่เคยได้ยิน เขามึนงงเล็กน้อย
“ผมจะสอนน้องให้ทำเราาจะฉลองกันเย็นนี้เลยไหมครับ” ตีเหล็กต้องตีตอนร้อนจางเฉินคิดแล้วก็ทำเลย สำเร็จหรือไม่ให้เวลาพิสูจน์อีกที เขามีเวลา 2-3 เดือนก่อนจะออกจากหมู่บ้าน
“ดี”จางหลงรีบไปป่าวประกาศเรื่องงานเลี้ยงของหมู่บ้าน
จางเฉินไปหาจางหลิงเพื่อพูดคุยเรื่องการลงทะเบียนต่างๆเขาขอให้จางหลิงพาเพื่อนๆ ทั้งหมดมาช่วย กลุ่มของจางหลิงมีทั้งหมด 50 คนหลังจากพูดคุยเรื่องลงทะเบียนแล้ว จางเฉินก็แนะนำเกี่ยวกับการฝึกวิชาต่างๆให้กับทั้งกลุ่ม พูดคุยกันกว่า 2 ชั่วยามจางเฉินก็กลับห้องเพื่อร่างโครงสร้างต่างๆ ในมิิติ
“โสมน้อยมาช่วยดูเป็นเพื่อนหน่อย”
“เดี่ยว ใครให้เจ้าเรียกข้าโสมน้อยข้าอายุพันกว่าปีแล้ว อยากโดนเหรอ เดี๋ยวจัดหนัก”
“อ่อ ขอโทษที พี่โสมแดง” จางเฉินหัวเราะชอบใจ
“หมู่บ้านต้องทำกำแพงใหม่ขยายขนาดไปเลยสองเท่า ล้อมภูเขาลูกเล็กที่ข้าฝึกประจำไว้”จางเฉินวาดแนวกำแพงและภูเขาลูกเล็กที่เขาไปฝึกประจำ
“โสมแดงท่านช่วยข้าหาเหมืองหินได้ไหม”
“สบายมาก หาหินทำกำแพงสินะข้าได้กลิ่นสายแร่เหล็กด้วย แล้วก็อาเรยย์หมู่บ้านเป็นอาเรยย์ลวงตาอสูรมันจะสร้างภาพลวงตา กลิ่นและก็รัศมีของราชาอสูรระดับจักรพรรดิ์ทำให้พวกสัตว์อสูรไม่เข้าใกล้อันนี้ข้าก็ทำได้ เพราะข้าหล่อ”
“ฮา ฮา ฮาคนบ้าอะไรชมตัวเองได้ทั้งวัน อันนี้เป็นกำแพงหมู่บ้านใหม่ จากนั้นก็กำแพงอีกชั้นหนึ่งเป็นกำแพงส่วนของการเพาะปลูกทำฟาร์ม นายคิดว่าไง”
“อืม เป็นเมืองขนาดกลางถ้านับกับส่วนของการต่อกำแพงเพิ่มเติมก็สามารถเปลี่ยนเป็นเมืองใหญ่ได้ถ้าลบพวกฟาร์มต่างๆ ออกไป”
จางเฉินกับโสมแดงพูดคุยเกี่ยวกับการก่อสร้างหมู่บ้านใหม่กันอย่างยาวนานวางผังเมืองต่างๆ เขาเขียนหนังสือเกี่ยวกับแนวทางพัฒนามากมาย การเกษตรแบบผสมผสาน การทำฟาร์มพืชต่างๆ ทำปุ๋ยหมัก การเลี้ยงสัตว์ การก่อสร้าง การทำอาหาร ฯลฯ เขาทำเท่าที่เขาจะคิดออกมาได้