เมื่อเรือยอร์ชสุดหรูมาถึงเกาะส่วนตัวของตระกูล ผู้โดยสารทั้งหมดต่างก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่ห้องส่วนตัวที่อยู่ในบ้านพักตากอากาศสไตล์โบราณ เป็บ้านไม้เรือนปั้นหยาสีขาวเขียวหลังใหญ่ มีระเบียงกว้างหน้าบ้านที่เห็นวิวทะเลดูสวยงามพร้อมสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งนักรบนั้นเพิ่งจะซื้อพร้อมกับเกาะนี้เมื่อไม่นานมานี้
“เอาหล่ะ— เดี๋ยวทุกคนไปพักผ่อนกันก่อนละกัน เดี๋ยวตอนบ่าย ๆ ค่อยไปดำน้ำกัน...”
รัชนีเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นกุญแจห้องให้กับแต่ละคน ซึ่งบ้านหลังนี้มีห้องนอนทั้งหมด 5 ห้องด้วยกัน ญาติทางฝ่ายพ่อของจอมทัพก็ปาไปแล้ว 3 ห้อง ดังนั้นก็จะเหลือให้กับพวกเธอ 2 ห้อง ซึ่งปารมีนั้นคิดเอาไว้ในใจเลยว่าตัวเธอนั้นคงต้องนอนกับรัชนี ส่วนนักรบกับจอมทัพนั้นก็น่าจะต้องนอนด้วยกัน
แต่สิ่งที่เธอคิดเอาไว้นั้นมันผิดคาดไปไกล เมื่อรัชนีนั้นยื่นกุญแจห้องมาให้เธอ จากนั้นรัชนีเองก็จูงมือจอมทัพไปยังห้องพักทันทีทำให้เธอนั้นถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความใ
“เอ่อ— คุณแม่คะ— ยื่นกุญแจให้ผิดคนรึเปล่าคะ ปามไม่ได้นอนกับคุณแม่เหรอคะ”
รัชนีที่ได้ยินดังนั้นก็แอบยิ้มกรุ่มกริ่มจากนั้นก็รีบปรับสีหน้าตื่นใหันไปทางปารมี
“เอ๋— ป่าวนี่จ๊ะ แม่จะนอนกับตาจอม...ส่วนอีกห้องที่เหลือหนูปามก็นอนกับตาเสือไปละกันนะ...ไม่เป็ไรหรอกแม่ไม่ถือ...เดี๋ยวอีกอย่างเราก็เป็ทองแผ่นเดียวกันแล้ว”
“แต่ว่า.....”
‘หนูถือนะคะ!!!’
ปารมีไม่กล้าที่จะเอ่ยออกไปอย่างใจคิด เธอได้แต่ยืนนิ่งงันปล่อยให้รัชนีเดินจูงจอมทัพเข้าห้องของพวกเขาไป ปล่อยให้เธอนั้นยืนอยู่กับนักรบด้วยความรู้สึกที่ตกตะลึงแทน
‘อย่างงี้ก็ได้เหรอเนี่ย!!’
“ไปกันเถอะคุณ— ...”
นักรบอมยิ้มให้กับความคิดของแม่ตัวเองก่อนที่จะคว้ากุญแจห้องพักจากมือของปารมีพร้อมกับจูงมือเธอไปยังห้องพักของพวกเขาทั้งสอง
“นี่เดี๋ยวสิคุณ!! เราแค่แกล้งเป็แฟนกันนะ...จะให้นอนห้องเดียวกันได้ยังไง...เอางี้เดี๋ยวคุณนอนห้องนั้นไปละกัน เดี๋ยวฉันนอนที่ห้องโถงแทนก็ได้”
นักรบหันมามองสีหน้าเป็กังวลของปารมี ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงติดจะจริงจัง
“ได้ไงกันคุณ— ถ้าคุณแม่ออกมาเห็นจะตอบท่านยังไง....เอาเถอะนอนด้วยกันนี่แหละ เตียงที่นี่กว้างนอนสองคนได้อยู่ ไม่ต้องห่วงผมไม่ทำอะไรคุณหรอก....ถ้าคุณไม่อนุญาต”
จากนั้นเขาก็ก้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูปารมีเบา ๆ
“อีกอย่าง— นี่ไม่ใช่การแกล้งเป็แฟนกัน แต่ผมจะทำให้มันเป็เื่จริง...”
“หา— ....”
ปารมีได้แต่ยืนนิ่งอึ้งตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งได้ยินเมื่อครู่นี้ ก่อนสติจะกลับมาและพบว่านักรบนั้นได้เดินห่างไปไกลแล้ว แถมยังคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าเธอไปถือเองั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“นี่เดี๋ยวก่อนสิ!!! คุณหมายความว่าไง...นี่!!!”
นักรบเปิดประตูเดินเข้ามาในห้องพักที่คืนนี้เขาและปารมีนั้นจะต้องนอนกันที่นี่อย่างอารมณ์ดี เขาไม่คิดว่าแม่ของเขานั้นจะเตรียมเอาไว้ถึงขนาดนี้ สงสัยคงจะอยากได้หลานจนถึงขนาดต้องใช้แผนมัดมือชกแบบนี้ ก่อนหน้านี้เขานั้นถูกรัชนีบ่นประจำเื่แต่งงานเื่หลาน จนเขานั้นต้องใช้เื่งานมาอ้างอยู่ตลอด มีครั้งหนึ่งแม่ของเขาถึงกับไม่พูดกับเขาเป็เดือน ๆ เพราะเื่ที่เขานั้นไม่คิดจะแต่งงานนี่แหละ ดังนั้นพอรู้ว่าเขามีแฟนแม่ของเขาจึงจัดใหญ่จัดเต็มเสียขนาดนี้
เขาเดินมาที่เตียงสี่เสาขนาดคิงไซส์ที่ตั้งอยู่กลางห้อง เพราะว่าเห็นอะไรแดง ๆ โรยเต็มเตียง พอเดินเข้ามาใกล้ ๆ ก็ถึงกับหลุดขำเมื่อพบว่าสิ่งที่โรยบนเตียงนั้นเป็กลีบกุหลาบสีแดงสดที่โดยเป็รูปหัวใจดวงโตเด่นหราตัดกับสีเตียงที่เป็สีขาวอย่างเห็นได้ชัด
‘จะอธิบายกับเธอคนนั้นอย่างไรดีละเนี่ย’
และไม่ทันที่เขาจะได้คิดอะไรมากไปกว่านี้ ปารมีก็เดินกระฟัดกระเฟียดเข้ามาในห้อง พุ่งตรงมาหาเขาทันที
“นี่คุณ!! บอกมาให้ชัดเลยนะว่าเมื่อกี้คุณ.......!!!”
ปารมีที่กำลังจะบ่นใส่นักรบที่พูดอะไรสองแง่สามง่ามกำกวมจนเธอนั้นเริ่มจะหงุดหงิดกับการเล่นลิ้นของชายหนุ่มอยู่นั้น ก็ต้องชะงักงันเมื่อหันมาเห็นสภาพเตียงนอนตรงหน้า
ไอ้เตียงที่มันแผ่ออร่าสีชมพูพิ้งน่าขนลุกนี่มันอะไรกัน!!!
“คุณทำอะไรของคุณน่ะ!!!”
คำที่เธอจะบ่นให้กับนักรบนั้นถูกกลืนเข้าไปในกระเพาะทันที
“ผมไม่ได้ทำนะ คุณแม่ต่างหาก”
น้ำเสียงราบเรียบของนักรบไม่ได้ทำให้ปารมีเชื่อในสิ่งที่เขาพูดออกมาเลยสักนิด แต่เมื่อคิดดูดีดีแล้วละก็มันก็เป็ไปได้ที่รัชนีจะเป็คนจัดการเื่ทั้งหมด หรือในกรณีที่พีคสุด ๆ คือสองแม่ลูกนี่อาจจะเตี๊ยมกันมาก่อนก็ได้
ฮึ่ย!! ร้ายนักนะ ทั้งแม่ทั้งลูก ปารมีได้แต่กุมขมับและคิดในใจ
------------------------
ท่าเรือของเกาะ—
นักรบรู้สึกว่าเขาจะเป็ไบโพลาร์รึเปล่า เพราะเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเขานั้นรู้สึกอารมณ์ดีมีความสุขอยู่เลย แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นชุดว่ายน้ำที่ปารมีใส่มาดำน้ำ และยิ่งหงุดหงิดมากเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นว่าพินันท์หรือน้องชายคนเล็กของพี่เขยของเขานั้นกำลังยืนคุยกับปารมีด้วยท่าทีที่สนิทสนมเกินเหตุ แถมสายตาที่พินันท์มองปารมีนั้นมันทำให้เขาอยากจะควักลูกกะตาหมอนั่นออกมาโยนให้ปลาแถวนี้กินเสียทั้งสองข้าง
“คุณปามเคยดำน้ำแบบนี้มาก่อนรึเปล่าครับ— ผมมักจะมากับก๊วนบ่อย ๆ เดือนละครั้งสองครั้ง ทะเลใต้มีแนวปะการังที่สวยมากเลยครับ โอกาสหน้าถ้าผมมาเดี๋ยวผมชวนนะครับ การดำน้ำมันสนุกมากเลย...บลาๆๆ”
ปารมีได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ยืนฟังพินันท์พล่ามเกี่ยวกับประสบการณ์ดำน้ำของเขาอย่างเงียบ ๆ เธอนั้นไม่ค่อยถูกจริตกับคนที่มีบุคลิกแบบพินันท์เท่าไหร่นัก ลักษณะเหมือนเป็คนเ้าสำราญ ชอบโอ้อวด แถมยังคิดว่าตัวเองเป็ศูนย์กลางของจักรวาลอีก มันทำให้เธอนั้นยิ่งอึดอัด พอเธอทำท่าจะปลีกตัวพินันท์ก็มักจะชวนคุยจนเธอหาจังหวะปลีกตัวไม่ได้เลย
‘โอ๊ย!! ให้ตายเถอะ...พูดมากจริง!!’
“อ้าว— ผู้กอง!! ไม่เจอกันนานเลยนะครับ”
แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีเสียง์ดังขึ้นมาจากด้านหลังของปารมี เมื่อปารมีหันไปก็พบกับชายร่างสูงกำยำผิวคร้ามแดดคนหนึ่งส่งยิ้มมาให้ ปารมีหรี่ตาขมวดคิ้วคิดอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะเบิกตากว้างพร้อมกับร้องออกมาด้วยน้ำเสียงดีใจ
“อ้าว— จ่า!!! ไปไงมาเนี่ย....หรือว่าจ่ารับจ๊อบพิเศษ”
“ฮ่าๆๆๆ ครับ....พอดีนายสั่งมาให้มารับรองแขกวีไอพีที่จะมาดำน้ำดูปะการังที่เกาะนี้น่ะครับ ไม่นึกว่าผู้กองก็คือหนึ่งในแขกวีไอพีคนนั้นด้วย...หรือว่าผู้กองได้รับมอบหมายให้มาเป็ครูสอนดำน้ำกันครับ”
“เอ่อ— เื่มันยาวน่ะ...”
หมับ!!
จากนั้นปารมีก็รับรู้ถึงแขนกำยำโอบรัดเอวของเธอที่เปลือยเพราะชุดว่ายน้ำทูพีชสีกรมท่าที่ถูกรัชนียัดเยียดให้ใส่มาในวันนี้ เมื่อหันไปมองข้าง ๆ ก็เห็นนักรบที่เปลือยท่อนบนและใส่กางเกงว่ายน้ำสีเดียวกับชุดของเธอ ทำให้ปารมีถึงบางอ้อทันทีว่าทำไมรัชนีถึงย้ำนักย้ำหนาให้ใส่ชุดนี้
“ไม่ทราบว่ามีอะไรกับแฟนผมงั้นเหรอครับ”
เสียงเข้มของนักรบเอ่ยขึ้น สีหน้าอึมครึมั์ตาคมกริบส่งไปที่จ่าคนนั้นจนเขาถึงกับสะดุ้ง แต่กระนั้นก็ไม่ได้แสดงสีหน้ามากมายนัก กลับกันกลับแสดงสีหน้าใระคนยินดีกับปารมีด้วยซ้ำ
“ว้าว— จริงเหรอครับผู้กอง ยินดีด้วยนะครับ ในที่สุดก็ขายออกแล้วนะครับ ฮ่า ๆ ๆ”
“เดี๋ยวเถอะจ่า!!”
พินันท์ยืนมองทั้งสามสนทนากันด้วยสีหน้างุนงง เขาหันไปทางปารมีทีทางจ่าคนนั้นทีด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ก่อนจะเอ่ยทะลุกลางบทสนทนา
“เอ่อ— ขอโทษนะครับ พวกคุณคุยเื่อะไรกัน”
จ่าคนนั้นหันมาทางพินันท์ด้วยสีหน้างุนงง จากนั้นก็เอ่ยตอบพินันท์ไปด้วยสีหน้าไร้เดียงสา แต่กลับทำให้พินันท์ถึงกับหน้าชาไปแถบหนึ่งเลยทีเดียว
“อ้าว— ผมก็นึกว่าคุณรู้จักกับผู้กองปามซะอีก....ผู้กองเป็ทหารเรือหญิงคนเดียวที่เป็สมาชิกชมรมดำน้ำหน่วยบัญชาการพิเศษกองทัพเรือเลยนะครับ แถมยังได้บัตรดำน้ำของ PADI ด้วยนะครับ...ได้ข่าวว่าผู้กองลาออกแล้วเหรอครับ ทำไมละครับ”
“พอดีมีสิ่งที่อยากทำมากกว่าน่ะค่ะ”
“งั้นเหรอครับ....หืม— งั้นผมขอตัวก่อนนะครับผู้กอง ต้องไปตรวจสอบอุปกรณ์ดำน้ำให้พร้อมก่อน ขอให้สนุกกับการดำน้ำกันนะครับ”
จ่าคนนั้นหันมาพูดกับปารมีพร้อมกับหันมายิ้มให้กับนักรบจากนั้นก็เดินไปปฏิบัติภารกิจของตัวเองต่อ โดยที่ไม่ได้สนใจพินันท์ที่ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น
นักรบที่เห็นดังนั้นก็แอบสะใจนิด ๆ ก่อนที่จะเอาเสื้อคลุมของตัวเองคลุมให้ปารมีแล้วก็จูงมือเธอลงเรือไปแบบเนียน ๆ ซึ่งปารมีเองนั้นก็หาได้ขัดขืนแต่อย่างใด
------------------
เย็นวันนั้น—
กว่าจะดำน้ำดูปะการัง ชมธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจกันเสร็จก็ปาไปเกือบเย็นแล้ว ทั้งหมดจึงแยกย้ายกันไปอาบน้ำแต่งตัว และลงมาจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ ริมชายหาดพร้อมกับอาหารทะเลสด ๆ ปารมีนั้นใส่ชุดเดรสยาวสีฟ้าอ่อนผ้าพริ้วที่รัชนีจัดแจงเอาไว้ให้เรียบร้อย
ปารมีนั้นเริ่มจะชินแล้วกับความเ้ากี้เ้าการของเธอ แต่ถึงกระนั้นปารมีก็ไม่ได้รังเกียจอะไร เพราะนาน ๆ ทีเธอจะใส่ชุดแบบนี้ ถ้าให้เธอเลือกใส่เองละก็ คงจะเป็เสื้อยืดกางเกงขาสั้นที่ดูไม่เข้ากับธีมงานสักเท่าไหร่ อีกอย่างคือรัชนีนั้นทำให้เธอนั้นคิดถึงแม่ของเธอเป็อย่างมากเพราะนิสัยของรัชนีนั้นเหมือนแม่ของเธอเปี๊ยบ
และเหมือนที่คาดการณ์เอาไว้ ชุดเดรสของปารมีนั้นก็บังเอิญแมชต์กับชุดของนักรบที่ใส่เสื้อเชิ๊ตแขนสั้นสีฟ้าอ่อนกับกางเกงขาสั้นเลยเข่าขึ้นมาสีขาวดูสบาย ๆ ซึ่งคนที่จัดแจงทั้งหมดนั้นจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากรัชนีแม่ของนักรบนั่นเอง
“อาจารย์ครับ— ผมเอาปลาหมึกย่างมาเผื่อครับ”
จอมทัพเดินมาหาปารมีที่กำลังนั่งรับลมชมวิวที่ม้านั่งริมทะเล หลังจากที่เธออาสาจะไปช่วยป้าแม่ครัวย่างอาหารทะเลสดแต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมา เธอจึงมานั่งเป็คนว่างงานตรงม้านั่งแทน
“อ้อ— ขอบใจมากจ๊ะ....แล้วนั่นจะเอาไปให้ใครน่ะ เต็มไม้เต็มมือเลยนะ...ให้ครูช่วยมั้ย”
“ไม่เป็ไรครับอาจารย์— ผมจะเอาไปให้คุณปู่ คุณย่า กับคุณยายที่ตรงโน้นน่ะครับ ผมไปก่อนนะครับ”
“จ๊ะ”
ปารมีมองตามจอมทัพที่เดินไปทางโต๊ะของเหล่าผู้ใหญ่วัยใกล้เกษียณด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข มันยิ่งทำให้เธอนั้นมีความสุขตามไปด้วย
“อยู่คนเดียวเหรอครับ คุณปาม”
ยิ้มมีความสุขไม่ทันไร ปารมีก็ต้องกรอกตามองบนเบื่อหน่ายแทน เมื่อมีเสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง ก่อนที่จะรีบปรับสีหน้าแสร้งยิ้มไม่ถึงดวงตาไปให้พินันท์ที่ในมือถือไวน์แดงสองแก้วก่อนจะยื่นมาให้เธอ
‘แล้วเห็นฉันนั่งอยู่กับใครละห๊ะ ถามไม่คิด’
“เอ่อ— ขอบคุณนะคะ แต่ฉันไม่ดื่มไวน์น่ะค่ะ”
ปารมีพยายามปฏิเสธอย่างสุภาพเมื่อเห็นว่าพินันท์ยังคงยื่นแก้วไวน์มาให้เธออยู่อย่างนั้น
“ลองสักหน่อยสิครับ— ไวน์นี่แอลกอฮอล์ไม่สูงมากนัก ก็เหมือนกับดื่มน้ำองุ่นแหละครับ”
“คือว่า....”
“ถ้างั้นเดี๋ยวผมรับเอาไว้เองละกันครับ เพราะ ‘แฟน’ ผมเป็คนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์”
จู่ ๆ นักรบก็เดินมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ คว้าแก้วไวน์ที่พินันท์ยื่นมาให้ปารมีพร้อมกับยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด จากนั้นก็สบสายตากับพินันท์ที่ส่งสายตาค้อนมาให้เขาอย่างไม่คิดปิดบัง ก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไปด้วยสีหน้าท่าทางหัวเสีย
ปารมีที่เห็นว่าพินันท์เดินจากไปแล้วก็ถึงกับถอนหายใจโล่งอกทันที
“เฮ้อ— ไปซะที ขอบคุณนะคุณ”
นักรบเดินอ้อมมานั่งลงข้าง ๆ ปารมีพร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงอารมณ์หงุดหงิดนิด ๆ
“ทำไมคุณไม่เตะหมอนั่นสักป้าบเหมือนที่ทำทุกทีล่ะ จะทนไปพูดกับมันทำไม”
“หา— นี่คุณเห็นฉันเป็ผู้หญิงป่าเถื่อนขนาดนั้นเลยเหรอไง....”
“ก็— นะ....ที่ผมคุณยังใส่เอา ๆ เลยนี่”
“นั่นมันเพราะคุณคุกคามฉันก่อนต่างหากล่ะ”
“เื่นั้นมันช่วยไม่ได้นี่...ก็คุณชอบทำตัวน่าสงสัย”
“นี่คุณอย่ามาโทษฉันนะ...ฉันก็ทำตัวของฉันปกติ...คุณนั่นแหละผิดปกติ!!”
ปารมีหันมาเถียงกับนักรบ พร้อมกับทำแก้มพองเหมือนกับเด็กน้อยถูกขัดใจ ทำเอานักรบที่เห็นภาพนั้นถึงกับหัวเราะเบา ๆ กับสีหน้าราวกับกระรอกที่เพิ่งอมอาหารเอาไว้ในแก้มไม่มีผิดของปารมี
“หัวเราะอะไรมิทราบคะ....”
“ป่าว— ผมว่าเรากินกันเถอะ เดี๋ยวจะหายร้อน”
นักรบเอื้อมมือไปหยิบซ้อมขึ้นมาแล้วจิ้มไปที่ปลาหมึกย่างที่จอมทัพเอามาให้ปารมีเมื่อครู่จากนั้นก็เอาไปจ่อที่ปากของเธอ ส่วนปารมีที่กำลังโมโหนั้นนั้นก็งับกินเข้าไปอย่างไม่รู้ตัว และเพลิดเพลินไปกับความอร่อยของปลาหมึกสดย่างที่มาพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด โดยที่ลืมไปว่าเมื่อครู่นี้เธอเพิ่งเถียงกับนักรบไปหยก ๆ
ทางด้านนักรบนั้นเขาได้แต่จิ้มปลาหมึกป้อนให้กับปารมีอยู่อย่างนั้นจนหมดจานด้วยความอิ่มเอม เขามองใบหน้าปารมีที่กำลังเคี้ยวปลาหมึกที่เขาป้อนตุ้ย ๆ ด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลายและมีความสุข
เขาหวังว่าอยากจะให้่เวลาแบบนี้จะอยู่กับเขาตลอดไปจริง ๆ
โปรดติดตามตอนต่อไป