“เขตแดน? แต่ทำไมระบบถึงไป ประกาศ” ศิลาสบถขึ้นตาเบิกกว้าง
“แล้วทำไมถึงไม่มีโดมล่ะคะ” ฟ้าครามเอ่ยขึ้นเสริม
เพราะเขตแดนสัตว์อสูรนั้นเมื่อใช้จะปรากฎอาณาเขตคล้ายโดมคอยกักกันศัตรูและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเมื่อได้ยินแบบนั้นเดโมซจึงตอบด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมเสียงเย็นยะเยือก
“เขตแดนเหรอ!!หึ ไม่ใช่เลยนี่มันเวทมนต์อัญเชิญต่างหาก”
“อัญเชิญ?หรือว่า!!” ศิลากล่าวออกมาเสียงหลงสีหน้าตึงเครียด
“ฮ่า...ฮ่า...เจ้านี่ฉลาดดีแท้ ใช่ข้าอัญเชิญพื้นที่หนึ่งของยมโลกมาไงล่ะ” มันกล่าวพร้อมหัวเราะอย่างชอบใจ
“มันมีด้วยเหรอคะพี่ศิ” ฟ้าครามถึงกับต้องเอ่งถามด้วยความสงัสย
“พี่คิดว่ามันอาจจะเป็นเวทมนต์เฉพาะของพวกยมโลกก็ได้ เหมือนกับเวทมนต์เฉพาะของเผ่าคนธรรพ์”
เปรี๊ยะๆๆ ครืนนน!
เสียงอากาศแตกร้าวเสียงสั่นสะเทือนดังขึ้นอีกครั้งศิลากวาดสายตามองไปยังสามพี่น้องพวกมันเองก็กำลังสูสีเอาตัวรอดได้ ฉลับพลันนั้น
ร่ำไห้โหยหาฟันใส่อากาศส่งคลื่นพลังสีทองสีดำพุ่งออกซึ่งหน้าคลื่นรังสีดาบแหลมคบสองสายไขว้กากะบาตหมุนวนเข้าโจมตีเดโมซอย่างกระทันหัน
เปรี้ยง! ตูมมม
อาวุธในมือของมันทั้งหกฟันต้านทานคลื่นพลังของศิลาจนเกิดการระเบิดอีกระลอก
เปร้งงง! เปร้ง เปร้ง
พริบตาต่อมาหางทั้งเก้าของอวตารจิ้งจอกก้าวหางพุ่งแหวกอากาศโจมตีใส่เดโมซที่อยู่ห่างออกไปเบื้องหน้าสามเมตรพร้อมกับมันเองก็ตวัดแขนทั้งหกหมุนตัวอาวุธฟันต้านทานสืบเท้าไปมาด้วยท้วงท่าอันแยบยลประกายแสงสว่างวูบวาบสาดไปทั่วบริเวณ
เช้งงง
ศิลาโถมร่างเข้าประชิดเดโมซอีกครั้งร่ำไห้โหยหาหางทั้งก้าวฟันพุ่งแทงกดดันต้านอาวุธของมันจนร่างของ
เดโมซค่อยๆทรุดตัวลงกับพื้นยามนั้นเองปรากฎวงเวทมนต์สีดำขึ้นรอบตัวของมันอีกครั้งมันเบิกตามองมาทางฟ้าครามด้วยสีหน้าแววตาหงุดหงิดเมื่อเห็นหญิงสาวกำลังร่ายบทสวด
เวทมนต์
“จงทรมานในรัตติกาลที่กัดกินวิญญาณ
จงเจ็บปวดในรัตติกาลที่กลืนกินจิตใจ
จงสิ้นหวังในรัตติกาลที่ไร้จุดสิ้นสุด
จงอ้อนวอนสวดขอชีวาจากข้าที่ไม่อาจเมตตา
แสงสว่างนำพาทุกสรรพสิ่ง รัตติกาลจักษ์พรากทุกสิ่ง
สวรรค์ไร้กรุณา นรกไร้เมตตา
กลืนกิน กลืนกิน กลืนกิน
มหาเวทย์รัตติกาลกลืนกิน”
ครืนนนน
“ประตูปีศาจราโชมอน”
ตูมมมม
เสียงระเบิดดังสะท้านสะเทือนเลื่อนลันอย่างวิปโยคถึงขีดสุดคลื่นอัดอากาศแตกกระจายแสงสว่างสีดำแตกระเบิดเข้าโจมตีใส่เดโมซทว่าลำแสงนั้นกลับถูกสะกัดด้วยประตูที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นอย่างไร้วี่แววจนเกิดเสียงระเบิดอีกระลอกดังกว่าครั้งไหน
“เพลงดาบอาทมาฏ” ศิลาที่เห็นโอกาสชั่วพริบตาที่มันเรียกประตูปีศาจราโชมอนขึ้นมาต้านรับการโจมตีของฟ้าคราม
เคร้ง เคร้ง เคร้ง เช้ง
ทว่ามันเองก็รวดเร็วอาวุธทั้งหกฟันต้านทานรับคมดาบของศิลากับหางทั้งเก้าไว้ได้อย่างแยบยลน่าดูชมเสียงคมดาบดังถี่ยิบขึ้นอีกครั้งทว่ายามนันเองเดโมซถึงกับเบิกตากว้าง
ฉัวะ!! อ๊าก!
โหยหาฟันตัดแขนร่างสุดด้านซ้ายของมันขาดสะบั่นส่งเลือดสีแดงสดสาดกระจายไหลนองไปทั่วบริเวณมันรีบดีดเท้าถอยห่างออกจากศิลาทันทีด้วยตาสีหน้าของมันฉายแววสงสัยในเพลงดาบของศิลาที่สามารถทะลุผ่านอาวุธของมันไปได้ราวกับสายลม
“ทำไม?” มันเอ่ยถามด้วยความสงสัยพร้อมกับเลือดสีแดงสดที่หยดลงพื้นแต่สายตาของมันยังจ้องศิลาไม่วางวายทั้งแข็งเกล้าก้าวร้าวอาฆาตก่อนที่ศิลาจะยิ้มและเอ่ยตอบ
“พอดีว่าพ่อตาฉันสอนมาดีเลยบรรลุถึงจั้นเทพดาบ” ตำตอบแบบกวนๆถึงขีดสุดของศิลาทำเอาหญิงสาวอมยิ้มกริ่มต่างจากเดโมซที่มีสีหน้าเคร่งเครียด
“เจ้ามันก็แค่ฮายีน่าที่ชอบล่าเป็นฝูงชอบรุมแน่จริงก็อย่ารุมสิวะ” เดโมซตวาดลั่นชี้หน้าศิลาด้วยความเกรี้ยวกราด
“แนะ!! ไอ้นี่สู้ไม่ได้แล้วตีโพยตีพายไหนตอนแรกที่ปรากฎตัวออกมาใครพูดใครล่ะว่าใครยากจะตายก่อนไม่ใช่เองหรือไง” ศิลายิ้มเหี้ยมเกรียมนัยน์ตารุกวาวคำพูดของศิลาเล่นเอามันสะอึกไปชั่วขณะ
“ฟ้าครามที่พึ่งจะเคยเห็นศิลาในมาดปะทะคารมณ์แบบยียวนถึงกับหัวเราะคิกคักออกมาเนื่องจากที่ผ่านมาพี่ศิของเธอมักจะเอาจริงกับศัตรูเสมอแถมไม่ชอบพูดมากให้เสียความ
แต่พอเธอเห็นชายหนุ่มตอบแบบยียวนกวนประสาทแล้วมันช่วยไม่ได้จริงๆทั้งสีหน้า หน้าตาพี่แกออกท่าทางออดอ้อนบาทาอยู่รอนๆเสียไม่มี
“แก!! เดโมซกัดฟันแน่นเอ่ยเน้นเสียงขึ้นด้วยความแค้นถึงขีดสุดจนควันแทบจะออกหูศิลาสุดท้ายก็ยังเป็นศิลาชายหนุ่มไม่รีรอในเมื่อมันไม่โจมตีเขาจึงชิงโจมตีเสียก่อนร่ำไห้โหยหาตวัดวูบวาป
“ศิวนาศราช”
ศิลาตวาดลั่นพร้อมกับตวัดดาบและกริชฟันใส่อากาศอย่างสับสนคลื่นพายุคมศาสตรานับพันสีทองสีดำพุ่งผ่าอากาศเข้าปะทะร่างของเดโมซ
อย่างจัง
ตูมมมม อ๊ากกก
มันกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยด้วยเจ็บแสนสาหัสเกินจะทนแต่ทว่าศิลาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตลึงงันเช่นเดียวกับฟ้าคราม
คลื่นพลังสีดำทมิฬลอยแผ่พุ่งออกมาจากฝุ่นควันทั้งศักดิ์สิทธิ์ชั่วร้ายถึงขีดสุดอากาศพลันหนาวยะเยือกจากมรณะกาล
ครืนนน ฟู้!!
คลื่นไอพลังสีดำลอยตลบอบอวนออกมาไม่ขาดสายหนาแน่นขึ้นเลื่อยๆคลื่นพลังแผ่กดดันทุกสรรพสิ่งอย่างบ้าคลั่งแต่แฝงความสงบไร้ความหวังอย่างลี้ลั้บพิศดารเกินจะบรรยาย
“พลังเวทมนต์แปลกๆแบบนี้มัน” ศิลากล่าวออกมาพร้อมกับเร่งออร่าพลังจิตเพื่อทรงตัวจากแรงอัดของคลื่นพลังสีดำอย่างยากลำบากเช่นเดียวกับฟ้าคราม
ชายหนุ่มหันไปมองยังสามพี่น้องที่ยามนี้ก็มีสภาพไม่ต่างจากเขาพยายามทรงตัวถึงขีดสุด ก่อนที่ฟ้าครามจะพูดเสียงดังลั่นท่ามกลางขุมพลังสีดำที่แตกระเบิด
“เทพ! พลังแบบนี้ยมเทพคะพี่ศิ”
“ยมเทพ? ศิลามีสีหน้าตกใจถึงขีดสุดก่อนจะกล่าวออกมาต่อ
“หรือว่าฮาเดสหรอ” สายตาของเขาจ้องมองไปยังใจกลางคลื่นพลังสีดำที่ระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่งก่อนจะค่อยๆสงบลงพร้อมกับเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยดังขึ้นตอบในคำถามของศิลา
“ไม่ใช่ท่านฮาเดสหรอก” เมื่อฝุ่นควันจางหายไปเผยให้เห็นร่างบุรุษหล่อเหล่าจากนั้นเสียงจากระบบก็ดังขึ้น
“เทพระดับตำนาน ยมเทพฮิปนอส ระดับ150 ปรากฎตัวผู้ใดถูกฆ่าระดับลดลง100 รอเวลาเกิด20วันในโลกจริง”
เสียงจากระบบดังขึ้นเล่นเอาศิลาและฟ้าครามเบิกตากว้างตลึงถึงขีดสุด
“แม่เจ้าระดับลดลง100 แถมระดับตำนานตายโหงแน่” ชายหนุ่มถึงกลับแหกปากออกมาอย่างไม่อายจ้องมองไปยังบุรุษหน้าตาเรียบเฉยสงบนิ่งหล่อเหล่าคมเข้มบาดลึกนัยตาว่างเปล่าไร้ชีวิต เกราะสีดำสนิทด้านหลังเป็นเกราะเหล็กสีดำรูปปีกแผ่สยายดูน่าเกรงขามในมือถือดาบเล่มงามสีเงินตรงที่กั้นดาบเป็นรูปปีกนก
“มันตัวอะไรเนี่ย? ทำไมพลังมันถึงมากขนาดนี้” ซุนหงอคงเอ่ยถามทันทีจ้องมองไปยังฮิปนอส
“เทพองค์รักษ์ของฮาเดสล่ะมั้ง แต่ที่แน่ๆฮิปนอสคือเทพแห่งการหลับไหลมีฮิปนอสแบบนี้ก็แสดงว่าต้องมีนิกส์เทพแห่งราตรี ราบัสเทพแห่งความมืดและพี่ชายฝาแฝดทานาทอสเทพแห่งความตาย ผมพูดถูกไหม” ศิลาหันไปถามฮิปนอสพร้อมกับสามพี่น้องและฟ้าครามมายืนเคียงศิลาทั้งยมทูตและเซอร์เบอรัสต่างหายไปทันทีที่ฮิปนอส มาถึงราวกับว่าแค่มันคนเดียวก็สามารถฆ่าพวกเขาได้อย่างสบายๆ
ฮิปนอสที่ได้ยินศิลาพูดหันหน้ามามองชายหนุ่มทันทีด้วยนัยน์ตาว่างเปล่าใบหน้าสุดหล่อผมสีทองสวมหมวกปีกนกจากนั้นมันจึงเอ่ยตอบในคำถามของศิลา
“ใช่ ที่เจ้าพูดมาถูกทุกอย่าง”
“แล้วท่านมาทำอะไร อ๋อผมคงพอเดาได้มาช่วยลูกน้องใช่ไหมล่ะ” ศิลาถามต่อพรางใช้เนตรมารตรวจสอบสีหน้าของเขาตึงเครียดถึงขีดสุด
“ลูกน้อง? นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องใส่ใจข้ามาก็เพื่อนำของที่เจ้ามีกลับไปปลดปล่อยท่านฮาเดส” เมื่อได้ยินคำตอบของฮิปนอสศิลาถึงกับต้องหรี่ตาลง
“ปลดปล่อย? ทำไม” ชายหนุ่มเอ่ยถามต่อ
“นั่นไม่ใช่กงการอะไรของเจ้า อีกอย่างเมื่อครู่เจ้าเล่นร่างทรงของข้าสะน่าดูชมเชียวนะข้าจะตอบแทนให้แล้วกัน” เสียงเย็นเฉียบที่เอ่ยตอบกับนัยน์ตาว่างเปล่าไร้ประกายสีประกายแสงใบหน้าสงบยิ่งกว่าน้ำในบึงสงบยิ่งกว่าความเงียบทำเอาศิลาสะท้านวูบ
“ไม่มีทางชนะได้เลย” ซุนหงอคงกระซิบกับศิลาเสียงแผ่วเบาซึ่งศิลาเองก็พยักหน้ารับคำ พลังของเขาค่อยๆถูกดูดออกไปเพิ่มให้อีกฝ่ายขืนจะดื้อรั้นสู้ไปก็มีแต่จะตาย ก่อนอื่นเขาจะต้องออกไปจากที่นี่ ออกไปให้พ้นพื้นที่ยมโลกที่ดูดพลังของเขาเสียก่อน ถ้าออกไปจากพื้นที่ยมโลกที่ถูกอัญเชิญขึ้นมาได้เขาถึงจะมีสิทธิ์ชนะ
ศิลาปรายสายตามองทั้งสี่ชีวิตจากนั้นทั้งหมดก็หายกลับเข้าไปยังที่สถิตของตนเองฮิปนอสที่เห็นหรี่ตาลงมองอย่างสงสัย
“คิดจะสู้กับข้าเพียงลำพังหรือไง ไม่อวดดีเกินไปหน่อยหรอ”
“ใครบอกล่ะ” ศิลาตอบแบบยิ้มเยาะเลห์ร้ายยามกระทันหันฮิปนอสถึงกลับเบิกตากว้าง เพียงเสี้ยววินาทีไวกว่าที่คิดศิลาโคจรพลังพุ่งตัวหนีกลับจากทางที่เขาเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“ไอ้ลูกหมาบัดซบ!!” มันสบถขึ้นพุ่งตัวปราดดาบในมือขวาตวัดวูบวาบฟันใส่อากาศส่งรังสีดาบแหลมคมสองสายพุ่งเข้าโจมตีใส่ศิลาจากทางด้านหลังส่งเสียงผ่าอากาศโหยหวนถึงขีดสุด
ฟิ้ววววว
ชายหนุ่มหมุนตัวยกร่ำไห้โหยหาขึ้นมาไขว้กันป้องกันรังสีดาบอย่างยากลำบาก
เปรี้ยงงง อ๊ากก
เพียงแค่รังสีดาบธรรมดาก็เล่นเอาศิลาถึงกับกระอักเลือดทว่าฮิปนอส
กลับต้องเบิกตากว้างเมื่อศิลาใช้คลื่นดาบของมันเป็นเเรงส่งร่างทะยานเร่งความเร็วขึ้นอีกสามระดับ
จากนั้นศิลาก็ใช้พลังจิตห่อหุ้มร่างกายเหาะไปตามทางที่คดเคี้ยวอย่างรวดเร็วประดุจดาวหางสีทอง
ฮิปนอสเบิกตาตลึงมองความบ้าบิ่นของศิลสก่อนที่จะเร่งพลังจิตสีดำเหาะไล่ตามด้วยความเร็วสูงสุดเช่นกันคล้ายกับดาวหางสองดวงกำลังบินไล่จี้กันอย่างไม่ลดละ
“ทำไม? ” ศิลาสบถขึ้นเมื่อตามทางที่เขาเหาะผ่านและเบื้องหน้ามันกลายเป็นพื้นที่ยมโลกปรากฎต้นไม้สีดำยืนตายซาก ลาวาสีส้มไหลวนไปมา หลุมศพ เศษโครงกระดูก ไอสีดำทมิฬลอยออกจากพื้นตลอดทาง
ศิลาไม่ทราบเลยว่าพื้นที่ยมโลกที่เดโมซอัญเชิญออกมานั้นกินบริเวณรัศมีกว้างถึงไหนที่ศิลารู้คือเขาต้องออกไปให้พ้นจากพื้นที่ยมโลกไม่งั้นก็เลิกคิดถึงเรื่องที่จะโคล่นยมเทพ ระดับตำนานตนนี้ไปได้เลย
ฟิ้วววว
หูของศิลาได้ยินเสียงอากาศร้องคำรามกู้ก้องสะท้านฟ้าสะเทือนดินเขารีบหันกลับไปมองสุดตัวคลื่นรังสีดาบแหลมคมสีดำพุ่งโจมตีใส่เขาราวมัจจุราชแสนร้ายกาจศิลาที่เห็นแบบนั้นพลันตวาดลั่น
“กรงจักรแห่งสูญ” ร่ำไห้โหยหาควงหมุนวนเป็นรูปวงกลมฟันใส่อากาศส่งคลื่นสีทองปนดำพลังเวทมนต์แห่งสูญเข้าต้านทานคลื่นพลังของฮิปนอส
เปรี้ยงง ตูมม ครืนนน
ยามเมื่อคลื่นรังสีดาบทั้งสองปะทะกันเกิดระเบิดดังสนั่นแรงอัดอากาศเป็นเกลียวพัดกระหน่ำถ้ำสั่นสะเทือนชายหนุ่มต้องเบิกตากว้างอีกครั้งเมื่อคลื่นพลังของฮิปนอสฝ่าทะลุฝุ่นควันลอยเข้าใส่เข้าอย่างบ้าคลั่ง
“กำแพงแห่งสูญสะท้อน”
เปรี้ยงงงง!
คลื่นพลังสีดำปะทะกับกำแพงสีทองดำวินาทีต่อมามันก็สะท้อนกลับไปทางเดิมอย่างรวดเร็วแต่ก็แตกระเบิดกลางอากาศเนื่องจากถูกฮิป
นอสที่พุ่งฝ่าฝุ่นควันฟันสลายพลังทำลายของมันออกไป
“นี่ขนาดยังไม่ใช้พลังอะไรเลยยังขนาดนี้ถ้ามันใช้พลังไอ้ตัวบ้านี่มันจะเก่งขนาด” ซุนหงอคงที่สถิตอยู่ในกำไลข้อมือขวากล่าวออกมาอย่างทึ่งๆ
“อะไร! ม...ไม่อยากจะเชื่อ” ศิลาเบิกตากว้างตลึงงั้นหยุดชะงักไปชั่วขณะก่อนจะพุ่งทะยานเหาะออกนอกปากถ้ำอย่างรวดเร็วพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆทั่วบริเวณ
สภาพภายนอกกลายเป็นยมโลกกว้างไกลแผ่ขยายไปทั่วบริเวณสุดสายตามองไปทางไหนเห็นเพียงต้นไม้สีดำยืนตายซากผ่าหินสีดำราวขี้เถ้า
บรรดาผู้เล่นสัตว์อสูรต่างแตกตื่นกับสิ่งที่เกิดขึ้นศิลาพลันเข้าใจได้บาง
อย่างเดโมซนั้นยังไม่ตายแต่มันแค่ถูก
ฮิปนอสใช้เป็นร่างทรงและด้วยพลังของฮิปนอสทำให้เวทมนต์อัญเชิญยมโลกมันทรงอุภาพมากขึ้นทวีคูณทำให้พื้นที่ยมโลกที่เดโมซอัญเชิญแผ่ขยายกินบริเวณรัศมีมหาศาล
“มันกินพื้นที่กี่กิโลเมตรกัน? ศิลากวาดสายตามองไปรอบๆท่ามกลางไอสีดำที่ลอยจึ้นจากพื้นไฟนรกโลกันที่เผาผู้เล่นตกตายอย่างช่วยไม่ได้ทั้งสัตว์อสูรน้อยใหญ่ต่างวอดวาย
เปี้ยงง เปรี้ยงง
ศิลาโจมตีสัตว์อสูรตลอดทางที่เขาพบเจอทำให้พวกมันหันมาตามล่าเขาเพื่อที่จะใช้ขัดขวางสภาวะรุกไล่ของ
ฮิปนอสให้ช้าลงไปบ่างสักสองวินาทีก็ยังดี แต่ทว่าสัตว์อสูรเหล่านั้นกลับตายทันทีที่สัมผัสคลื่นพลังของมันต่างก็ร้องโหยหวนดังระงมตกตายวันนี้คงเป็นวันดวงกุจของพวกมัน
หูของเขาสดับรับฟังเสียงบาดลึกทางด้านหลังเพื่อใช้คาดเดาว่าอีกฝ่ายเหาะตามตนเองมาถึงไหนระยะห่างจากกันเท่าไหร่
สมองของชายหนุ่มรีบเร่งถึงขีดสุดเขามีวิธีหนีรอดคือวาร์ปหนีไปยังเมืองแกรนด์แวสมันเสียดื้อๆเลยจากนั้นก็ไปตั้งต้นใหม่ที่เมืองบาดาลที่เขาบันทึกจุดไว้ในบัตร
ทว่าวิธีนั้นมันติดอยู่อย่างเดียวเลยคือคำว่าศักดิ์ศรีที่ค้ำคอเขาเนี่ยสิดังนั้นวิธีที่ชายหนุ่มเลือกคือหนีให้พ้นพื้นที่ยมโลกมุ้งหน้าไปทางจุดศูนย์กลางของโลกจนกว่าจะพ้นเขตยมโลก หรือถ้าเขตยมโลกจะกินพื้นที่ยาวไปถึงที่จุดศูนย์กลางของโลกเขาก็จะต้องพบเจอกับพรรคพวกจากนั้นก็รุมกินโต๊ะไอ้ยมเทพ ระดับตำนานตัวนี้ได้เลย
ครืนนนนน อ๊ากกก ตูมมม
ศิลาหันกลับไปมองยังด้านหลังพบว่ามันกลายเป็นทะเลเพลิงคลื่นไฟสูงราวกับคลื่นสึนามิรุกไล่เขามาไม่ห่างผู้เล่นสัตว์อสูรตลอดทางตายพินาศส่งเสียงกรีดร้องดังระงมป่าสีดำถูกทำลายราบเป็นหน้ากองตลอดเส้นทางที่เขาผ่าน
ห่างออกไปสี่ร้อยเมตรคือร่างของ
ฮิปนอสทั่วร่างปกคลุมด้วยพลังจิตสีดำสีหน้าเรียบเฉยพุ่งตามเขามาติดๆร่นระยะเข้าประชิดราวกับเงาขอฝมัจจุราชมฤตยูร้ายกระชั้นชิดชายหนุ่มไปเลื่อยๆอย่างช้าๆ
ทำให้ศิลาต้องรอบคิดขืนปล่อยไปแบบนี้มันจะตามเขาทันเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาอีกทั้งมีความเป็นไปได้ว่ามันอาจจะใช้เขตแดนออกมากักกันเขาตอนไหน
“โถ่ววเว่ยไอ้พื้นที่ยมโลกมันกว้างขนาดไหนวะ” ศิลาตวาดลั่นออกมาอย่างหัวเสียซึ่งฟ้าครามเองก็ไม่เคยเห็นศิลามีท่าทางหงุดหงิดระเบิดอารมณ์ออกมาแบบนี้
ทุกครั้งที่ผ่านมาเวลาเจอปัญหาชายหนุ่มจะนิ่งสงบค่อยๆคิดวิเคราะห์แยกแยะเรียบเรียงข้อมูลหาทางออกที่ดีที่สุด
ยิ่งชายหนุ่มร้อนรนเธอรู้ดีว่าสมองของชายหนุ่มคงทำงานได้ไม่เต็มที่หากยังมีอารมณ์หงุดหงิดแบบนี้และถ้าสมองของชายหนุ่มได้ทำงานเต็มที่เธอเชื่อว่าพี่ศิลาของเธอต้องหาทางเอาตัวรอดได้แน่
“ใจเย็นคะพี่ศิ” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยถ้อยคำหวานใสปลอบประโลมชายหนุ่มซึ่งแค่คำพูดเบาๆของฟ้าครามอารมณ์ของศิลาก็ค่อยๆเย็นลงเขาหลับตาสะบัดหัวไปมาวินาทีต่อมานัยน์ตาของชายหนุ่มกลับมาฉายแววล้ำลึกเย็นเฉียบอีกครั้งพลันหวนคืนสู่มาดจอมมารอหังการเทียมฟ้าศิลาสั่งสามพี่น้องทันทีอย่างรวดเร็ว
วูบบบบบ...
แสงสีทองสีแดงสีส้มลอยออกจากร่างของศิลาไปคนละทิศทางอย่างรวดเร็ว
ฟิ้วววว
ฮิปนอสที่เหาะพุ่งตามมาต้องเบิกตากว้างเมื่ออยู่ๆซุนหงอคงก็ปรากฎออกมาจากต้นไม้กระบองสีทองฟาดแผ่อากาศใส่มันอย่างบ้าบิ่นแฝงสำนึกปราณสีทองเข้มข้น
เปรี้ยงงง ตูมมม
ดาบในมือขวาของฮิปนอสอัดคลื่นพลังปราณสีดำฟันต้านทานกระบองของซุนหงอคงอย่างทันท้วงทีจนเกิดเสียงดังสนั่นราวฟ้าแตกแสงสว่างวาบจากนั้นซุนหงอคงก็สลายหายเป็นดวงแสงลอยกลับเข้าหาศิลาอย่างรวดเร็ว
“หน่อยไอ้หมารอบกัดเลห์ร้ายนักนะ” ฮิปนอสตวาดลั่นอย่างหัวเสียเมื่อเห็นศิลาทิ้งระยะห่างออกไปอีกราวๆยี่สิบเมตรฮิปนอสดีดเท้าปราดพุ่งตัวทะยานตามสุดชีวิต
ทว่าวินาทีนั้นเองเงาดาบแหลมคมมรณะแหวกผ่าอากาศเข้าใส่ลำคอของมันทางด้านขวาอย่างเฉียบคมดุร้ายแฝงสำนึกพลังปราณ ยามกระทันกันฮิปนอสย่อตัวลงเอนหลังราบไปกับพื้นหลบสภาวะโจมตีของดาบสีแดงดำนั้นได้
วินาทีต่อมามันพลันหมุนตัวกลับแทงดาบปราดออกมาสิบครั้งติดส่งคลื่นแหลมคมเป็นสายลิ้วๆเข้าโจมตี
สัมพาทีทางด้านขวาทว่ามันต้องเบิกตากว้างเมื่อคลื่นพลังของมันพุ่งใส่อากาศธาตุสัมพาทีชิงสลายเป็นดวงแสงสีแดงลอยกลับเข้าหาศิลาด้วยความเร็วที่มันเองก็ตามไม่ทัน
เปรี้ยงงงง
สายฟ้าสีดำผ่าลงด้านหลังของศิลาจนแทบดูดับพร้อมกับฮิปนอสที่รุกไล่อย่างไม่วางวายแต่ยามนั้นเองศิลาถึงกับหนาวสะท้านทางด้านหลังคลื่นพลังหนาวยะเยือกแล่นกดดันชายหนุ่มสะท้านถึงขั้วหัวใจตามด้วยเสียงจากระบบดังขึ้นราวกับเสียงกระซิบของผีร้าย
“เทพระดับตำนาน ยมเทพทานาทอสระดับ150 ปรากฎตัวผู้ใดถูกสังหารระดับลดลง40 รอเกิด40วันตามเวลาโลกจริง”
ศิลาหันไปทองทางด้านหลังพบชายหนุ่มใบหน้าคมเข้มดวงตาเฉียบคมลึกล้ำชุดเกราะสีดำคาดแดงมีปีกนกสีดำทางด้านหลังมือซ้ายถือดาบใหญ่สีแดงเลือดทั่วรางอาบไปด้วยคลื่นพลังสีดำ