“บรู๋ววว”เสียงบ่นของสวี่มั่วในหูของจ้าวลี่อิ่งก็ยังคงเป็นแค่ภาษาหมาธรรมดา
เธอแค่นเสียงใส่ว่า “เห่าอะไรนักหนา! เดี๋ยวก็รบกวนเพื่อนบ้านหรอก!อยู่นิ่งๆ ให้เรียบร้อย! อีกอย่าง เดี๋ยวพอฉันเรียกให้แกมาสตรีม แกก็ต้องมาด้วยห้ามทำให้เสียเรื่องล่ะ! เข้าใจไหม!!”
ฮัสกี้เอียงหัวทำท่าไม่สนใจ เหมือนกำลังบอกว่า 'แล้วแต่อารมณ์ฉัน'
จ้าวลี่อิ่งถึงกับพูดไม่ออก รู้สึกว่าการมานั่งเถียงกับหมาช่างงี่เง่าเลยไม่พูดต่อ แค่ส่งสายตา ‘ถ้าแกไม่เชื่อฟังละก็ เจอดีแน่’ ไปให้หนึ่งทีก่อนจะหันหลังเดินเข้าห้องน้ำไป
ไม่นานนัก หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อยเธอก็เดินเข้าไปในห้องนอนเล็กเพื่อเริ่มแต่งหน้า
เวลาเดินทางมาถึงสองทุ่มตรง จ้าวลี่อิ่งก็เปิดไลฟ์ตามกำหนด
สวี่มั่วเองก็เปิดหน้าจอระบบล็อกอินเข้าเว็บ Douyuเห็นโฆษณาประชาสัมพันธ์การไลฟ์ร่วมคืนนี้ของจ้าวลี่อิ่งอยู่ตรงหน้าโฮมเพจแถมยังนำคลิปวิดีโอเมื่อวานที่ฮัสกี้กระโดดลงน้ำช่วยเด็กมาลงไว้ในโฆษณาด้วย
ไม่เพียงเท่านั้นห้องไลฟ์ของจ้าวลี่อิ่งยังถูกปักหมุดไว้ตรงตำแหน่งแนะนำเด่นที่สุดบนหน้าแรกอีกต่างหาก
สำหรับการโปรโมตที่ออกจะชัดเจนแบบนี้ สวี่มั่วไม่ค่อยเห็นด้วยนักแต่ถ้าคิดในมุมมองของทางเว็บก็นับว่าเข้าใจได้ อย่างน้อยมันก็เป็นการโปรโมตด้านบวกดีกว่าพวกที่ใช้ข่าวฉาวสร้างกระแสเสียอีก
พอเข้าไปดูไลฟ์ของจ้าวลี่อิ่ง ก็เห็นเธอกำลังทักทายผู้ชมแชตสดก็วิ่งผ่านหน้าจอไม่หยุด
[ฮ่าๆ ในที่สุดก็เริ่มแล้ว!]
[รอเธอมานานเลย! วันนี้อิ๋งอิ่งก็ยังสวยเหมือนเดิม!]
[ได้ยินว่าคืนนี้จะไลฟ์ร่วมกับครอบครัวของเด็กที่เมื่อวานฮัสกี้ช่วยไว้เหรอ]
[แล้วฮัสกี้ล่ะ ทำไมไม่เห็นโผล่มาเลย]
[ได้ข่าวว่าฮัสกี้โดนผึ้งต่อยเมื่อเช้านี้นี่? ตอนนี้เป็นยังไงบ้างแล้วล่ะ]
[เหอะๆ โปรโมตไร้สาระ ใช้แม้กระทั่งหมามาสร้างกระแสไม่อายเลยนะ…]
[แม่ม! ไอ้เวรเมนต์บนเป็นใครวะ แอดมินอยู่ไหนรีบแบนแม่งเลย!]
[เกรียนคีย์บอร์ดชัดๆ ไสหัวไปไกลๆ เลยไป๊!]
[สนับสนุนอิ๋งอิ่ง! สนับสนุนฮัสกี้!ถึงจะเป็นการโปรโมตก็เถอะ ฉันก็ยังสนับสนุนอยู่ดี!พลังบวกแบบนี้ทำไมจะโปรโมตไม่ได้?!]
[สนับสนุน+**]
[ระบบแจ้งเตือน: ผู้ใช้ [tts] ส่งจรวดx1]
[ระบบแจ้งเตือน: ผู้ใช้ [popo] ส่งเครื่องบินx1]
[ระบบแจ้งเตือน: ผู้ใช้ [บ้าน jjs] ส่งเครื่องบิน x1]
[ระบบแจ้งเตือน]
[…]
วันนี้ห้องไลฟ์คึกคักกว่าปกติแค่เริ่มไลฟ์ยอดผู้ชมก็แทบจะเท่ากับช่วงพีคในวันก่อนๆ ชัดเจนว่าการโปรโมตของ Douyuได้ผลจริงๆ
“เฮ้อ…ทำไมฉันรู้สึกว่าหมาของฉันดังกว่าฉันอีกล่ะพวกคุณอยากดูมันมากกว่าอยากดูฉันใช่ไหม…”
จ้าวลี่อิ่งหัวเราะเล่นกับผู้ชม พลางติดต่อกับผู้จัดการหลังบ้าน
ทางนั้นบอกว่าการเชื่อมสายวิดีโอพร้อมแล้ว กำลังจะเริ่ม
“ก็ได้ๆ ไหนๆ พวกคุณก็อยากดูมั่วมั่วกันขนาดนี้ฉันจะเรียกมันมาให้แล้วกัน”
จ้าวลี่อิ่งพูดแล้วหันไปตะโกนเรียกจากห้องนั่งเล่น “มั่วมั่ว!มั่วมั่ว! มานี่เร็ว!! ได้ยินไหม มั่วมั่ว!”
ในห้องนั่งเล่น สวี่มั่วถอนหายใจทีหนึ่ง ก่อนกระโดดลงจากโซฟาแล้วเดินไปทางจ้าวลี่อิ่งอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
พอฮัสกี้เดินเข้ามา จ้าวลี่อิ่งก็อดยิ้มออกมาไม่ได้โบกมือเรียกอย่างพอใจ “มั่วมั่ว! มานี่เร็ว!”
พอฮัสกี้เดินมาถึงตรงหน้า จ้าวลี่อิ่งก็ทำเหมือนเคยจับขาหน้าทั้งสองของมันจากด้านหลังแล้วยกขึ้น กุมอุ้งเท้าข้างหนึ่งโบกใส่กล้อง “มามั่วมั่ว ทักทายผู้ชมหน่อยสิ”
สวี่มั่วทำหน้าเซ็งหรี่ตาใส่กล้อง
[โย่ว! เจอกันอีกแล้วนะฮัสกี้!]
[ปุ๊!! เจอทีไรก็ต้องมีสีหน้าพิเศษทุกที**]
[ได้มีมใหม่แล้ว get~]
[หน้าบวมยังจะเล่นมุกอีก ฮาไม่ไหวแล้วสีหน้านี้ ขำจาตุย]
[หน้านี่โดนผึ้งต่อยจริงๆ ใช่ไหม มองแล้วเจ็บแทน]
[บอกมาสิว่าทำไมถึงอยากไปแหย่รังผึ้งนักล่ะรู้สึกยังไงบ้างที่โดนฝูงผึ้งไล่ล่า]
[ได้ข่าวว่ารังผึ้งนั้นมันอยู่บนต้นไม้ฮัสกี้ไม่มีทางไปถึงได้แน่ๆฉันสงสัยมากว่าต้องมีใครไปแหย่รังผึ้งแล้วทำให้ฮัสกี้ซวยต่างหาก!]
[ไม่ใช่ว่ามีคนบอกว่าเห็นฮัสกี้กระโดดขึ้นไปบนต้นไม้แล้วใช้หัวโขกรังผึ้งลงมาหรอกเหรอ”
[แล้วคุณก็เชื่อ? คิดว่ามันเป็นไปได้เหรอไงน่ะ]
[ผมเป็นลุงรองของรุ่ยรุ่ยขอบคุณสุนัขของคุณที่ช่วยหลานสาวผมไว้]
[ระบบแจ้งเตือน: ผู้ใช้ [hdvv] ส่งจรวดx1]
[โย่ว! มีจรวดอีกแล้ว! นี่คือญาติของเด็กที่ถูกช่วยเหรอ]
[…]
พอเห็นฮัสกี้ ผู้ชมก็เริ่มตื่นเต้นกันอีกครั้ง คอมเมนต์วิ่งเต็มหน้าจอ
จ้าวลี่อิ่งกอดฮัสกี้คุยกับผู้ชมอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็เชื่อมต่อกับอีกห้องไลฟ์หนึ่ง แล้วเริ่มไลฟ์ร่วม
หน้าจอไลฟ์ถูกแบ่งเป็นสองฝั่ง ด้านซ้ายเป็นจ้าวลี่อิ่งส่วนอีกด้านคือห้องสัมภาษณ์เล็กๆ ฝั่งซ้ายมีพิธีกรสาวสวยคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟาเล็กฝั่งขวามีพ่อแม่กับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยบนโซฟายาว
เด็กผู้หญิงคนนั้นก็คือเด็กที่สวี่มั่วช่วยขึ้นมาจากแม่น้ำเมื่อวานแม่ของเด็กก็เคยเจอกันไปแล้ว ส่วนชายใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมก็น่าจะเป็นพ่อของเด็ก
พิธีกรทักทายจ้าวลี่อิ่ง แล้วก็แนะนำครอบครัวนี้ก่อนจะเปิดโอกาสให้พวกเขาพูดคุยกับจ้าวลี่อิ่ง
ครอบครัวนั้นดูออกจะประหม่า พ่อแม่เด็กไม่ได้พูดอะไรมากนักเพียงกล่าวขอบคุณจ้าวลี่อิ่งด้วยความจริงใจ
ส่วนจ้าวลี่อิ่งก็บอกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลย รับคำขอบคุณไม่ไหวหรอกเพราะทั้งหมดเป็นผลงานของสุนัขต่างหาก
เมื่อกล้องและไมค์หันไปที่เด็กหญิงคนนั้นเธอลืมตาโตใสจ้องกล้องแล้วพูดเสียงใสๆ ว่า “หมาตัวใหญ่… ขอบคุณที่ช่วยหนูไว้นะ…”
ความน่ารักสดใสกับน้ำเสียงหวานใสของหนูน้อยทำเอาผู้ชมละลายพิมพ์คอมเมนต์และส่งของขวัญถล่มจอ
มองดูห้องไลฟ์ของจ้าวลี่อิ่งที่ยอดผู้ชมและการติดตามพุ่งขึ้นเรื่อยๆในใจสวี่มั่วกลับคิดว่า
เฮ้อ! ถ้าไม่มีช่วงภารกิจคูลดาวน์ตอนนี้อาจได้ภารกิจเพิ่มชื่อเสียงอีกก็ได้ไม่แน่ว่าอาจได้แต้มรางวัลมากมายเลยทีเดียว…