หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    จากลา

    "ละ ลูกหรือ? แม่นางท่านจำผิดหรือไม่ ข้า........"ลั่วอู่หลินเมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ก็เหมือนจะเอะใจขึ้นมาได้ เขากวาดสายตาไปยังชายหนุ่มที่มาขวางเขาเมื่อครู่และมองไปยังหญิงสาวผมสีเงินดวงเนตรสีแดงทับทิมเหมือนตนก็กระจ่างแก่ใจ

     

    "ท่านนามว่าอะไร?"น้ำเสียงของชายหนุ่มกลายเป็นเย็นชาในทันที ทำให้หญิงสาวที่กอดเขาเอาไว้ชะงักไป

     

    "ลั่วหนิงซิน นั่นคือชื่อของแม่"

     

    เมื่อได้ยินคำยืนยัน ดวงเนตรสีแดงพลันมีน้ำตาหลั่งไหล ตัวของลั่วอู่หลินที่นิ่งงันในทันใด ความรู้สึกที่เขาเก็บฝังลึกเอาไว้ในใจก็ปะทุออกมาไม่ว่าจะเป็น ความรัก ความคิดถึง ความน้อยใจ ความอิจฉา ความโกรธเคือง ที่มันมากมายเสียจนไม่รู้จะแสดงออกมาอย่างไรดี

     

    'ข้าควรจะทำอย่างไรดี'นี่คือคำที่ดังกังวาลอยู่ในใจของชายหนุ่มตอนนี้ ก่อนที่เขาจะผละออกจากอ้อมกอดนั้นด้วยความสับสนในใจ ทางฝั่งของลั่วหนิงซินเองก็ถึงกับร้องไห้ออกมาเช่นกันเมื่อเห็นการกระทำนั้นของบุตรชาย

     

    "ลูก! แม่......"

     

    "หยุด! ไม่ต้องอธิบายอะไร ตั้งแต่ข้าจำความได้ว่าข้าอยากพบพวกท่านมาโดยตลอด ท่านยายมักบอกข้าเสมอว่าพวกท่านจะมารับข้าอย่างแน่นอน นั่นจึงทำให้ข้าใช้เวลาทุกวันเพื่อวิ่งไปหน้าประตูวังเพื่อเฝ้ารอแต่ทว่าท่านกลับไม่มา ในทุกๆวันเกิดของข้าก็อธิษฐานเสมอว่าอยากเจอหน้าพวกท่านสักครั้งแต่การอธิษฐานนั้นก็ไม่เคยเป็นจริงจนข้าหมดสิ้นหวัง พวกท่านรู้หรือไม่การที่ได้แต่เฝ้ามองพวกบรรดาพี่น้องที่ได้อยู่กับบิดามารดามันน่าอิจฉาขนาดไหน แม้ตอนนี้ข้าจะรู้ว่าพวกท่านมีความจำเป็นที่ต้องทิ้งข้าเอาไว้ก็เถอะ ตะ.....แต่ข้า!!"ลั่วอู่หลินตัดพ้อมาถึงตรงนี้ก็พูดอะไรไม่ออกอีกต่อไป ทำได้เพียงยืนสงบสติอารมณ์ของตนเองอยู่เช่นนั้น

     

    ลั่วหนิงซิน เซียนมู่หรง และเซียนหนิงซี ที่ได้ยินก็สั่นสะท้านและเจ็บปวดหัวใจ พวกเขาทำอะไลงไปกัน!! เหตุใดถึงปล่อยให้ลูกชายเจ็บปวดถึงขนาดนี้ได้

     

    พวกเขาพุ่งเข้าหาลั่วอู่หลินในทันใด ชายหนุ่มในเวลานี้พลันถูกพี่สาวของตนกอดเป็นคนแรกและถูกทั้งพ่อและแม่โอบกอดเอาไว้อีกที ภาพนี้แม้จะดูเป็นภาพที่อบอุ่นแต่ก็เต็มไปด้วยน้ำตาเช่นกัน

     

    "หลินหลิน พวกเราผิดต่อเจ้า ขอโทษๆจริงๆ"เซียนหนิงซีร้องเสียงสะเอื้อน เนื่องจากสายสัมพันธ์ของฝาแฝดจึงทำให้นางรับรู้ได้ว่าอารมณ์ของลั่วอู่หลินตอนนี้มันสับสนและจมดิ่งเพียงใด

     

    ส่วนผู้เป็นแม่อย่างลั่วหนิงซินนั้นตอนนี้นางทำได้เพียงร้องไห้ไม่อาจจะกล่าวอะไรออกมาได้เลย เซียนมู่หรงเองก็เช่นกันเขาเพียงกอดครอบครัวเอาไว้เงียบๆแต่ในใจกลับรู้สึกผิดยิ่ง เทพสงครามงั้นหรือ? ช่างน่าขัน แม้แต่ครอบครัวของตัวเองยังปล่อยให้พรากจากเป็นเวลานานขนาดนี้ ตำแหน่งเทพสงครามไร้พ่ายที่สูงค่าหาได้มีประโยชน์อันใดเลย

     

    "พวกท่านปล่อยข้าเถอะ"เมื่อลั่วอู่หลินสงบสติอารมณ์ได้ก็กล่าวขึ้นมา เนื่องจากตอนนี้เขาถูกทั้งพี่สาวและบิดามารดากอดไว้เกือบหนึ่งชั่วยามกว่าแล้วตอนนี้ยังมิได้ขยับไปไหน

     

    "ไม่ๆ แม่จะไม่ปล่อยลูกไปไหนอีกแล้ว"

     

    "ใช่ พี่ก็จะไม่เอาเปรียบเจ้าอีกแล้ว"

     

    "กลับบ้านเราเถอะ พ่อกลับมาแล้วจะไม่มีใครในตระกูลกล้าตั้งคำถามกับลูกอีก"

     

    ทั้งสามกล่าวและไม่ยอมคลายอ้อมกอดออกจากลั่วอู่หลินแต่อย่างใด ลั่วอู่หลินถอนหายใจก่อนที่มือของเขาจะโอบกอดผู้เป็นครอบครัวของเขากลับเช่นเดียวกัน

     

    หลังจากที่ได้ระเบิดอารมณ์ออกมามันทำให้เขาตอนนี้รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูกและไม่ได้กล่าวโทษบิดามารดาและพี่สาวอีกต่อไป หรืออาจจะบอกว่าไม่ได้โกรธมากถึงขนาดที่จะต้องหนีหน้ากันก็ได้ เขารู้เหตุผลของอีกฝ่ายดีแค่อดน้อยใจไม่ได้มันก็เท่านั้นถึงได้ตัดพ้อออกไป

     

    "ข้าไม่โกรธพวกท่านแล้ว"เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ปกติ จนทำให้ทั้งลั่วหนิงซินและเซียนหนิงซีพากันเงยหน้าขึ้นมามอง

     

    "จริงนะ??"ทั้งสองหญิงสาวกล่าวถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

     

    "ข้าจะโกหกพวกท่านไปเพื่ออะไรกัน ข้าไม่ใช่คนเช่นนั้นเสียหน่อย"ลั่วอู่หลินพองแก้มพร้อมกล่าว

     

    "เช่นนั้นลูกเรียกแม่ให้ชื่นใจหน่อยได้หรือไม่"นางเอ่ยปากขึ้นมาอย่างคาดหวัง

     

    ลั่วอู่หลินชะงักค้างในทันใดก่อนที่เขาจะค่อยๆกล่าวออกมาอย่างเขินอายตามที่ผู้เป็นมารดาต้องการอีกทั้งยังเรียกขานทุกคนอีกด้วย "ทะ ท่านแม่ ท่านพ่อ ท่านพี่"

     

    "เด็กดีๆเช่นนั้นพวกเรากลับบ้านกันดีหรือไม่ นับจากนี้ต่อไปพ่อ แม่ และพี่สาวของเจ้าจะชดเชยเวลาที่เสียไปให้กับลูกเอง"ลั่วหนิงซินลูบศรีษะลูกชายด้วยความเอ็นดู เป็นอย่างที่ท่านแม่ของนาง หลินอี้เฟย กล่าวเอาไว้จริงๆเด็กคนนี้แม้จะมีอารมณ์น้อยใจแต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ฟังเหตุผล เห็นได้ชัดเลยว่าเมื่อเขาตัดพ้อถึงความทุกข์ที่เกิดขึ้นจนหมดกริยาอาการของเขาก็สงบลงในทันที

     

    "เอ่อ......ข้ายังตามพวกท่านไปตอนนี้ไม่ได้ขอรับ"

     

    "เพราะเหตุใด?"เซียนมู่หรงกล่าวด้วยความสงสัย

     

    ลั่วอู่หลินก้มหน้าก้มตา "ข้าเองก็มีเป้าหมายของตนเองนะขอรับ อย่างแรกก็เข้าร่วมสำนักเปลวเพลิงโชติช่วงเอาของที่ท่านยายฝากไว้ไปคืน จากนั้นก็แก้เผ็ดตาแก่หลินอะไรนั่นที่กีดกันท่านตากับท่านยาย อีกทั้งข้ายังอยากผจญภัยในโลกกว้างให้มากกว่านี้อีกหน่อย"ลั่วอู่หลินกล่าว เขารู้ดีว่าหากไปกับท่านพ่อและท่านแม่คงไม่วายที่จะได้แต่รั้งอยู่ในตระกูลเป็นแน่แท้

     

    "ลูกแม่!................."ลั่วหนิงซินเหมือนจะกล่าวคัดค้านอะไร แต่กลับถูกผู้เป็นสามีห้ามเอาไว้ก่อนที่จะกล่าวกับภรรยาผ่านจิต 'ที่รักในเมื่อลูกตัดสินใจแล้วก็ให้เป็นไปตามนั้นเถอะ อย่างน้อยก็ดีแล้วไม่ใช่หรือที่เขาไม่โกรธเรา'

     

    'แต่....ที่รักข้าอยากอยู่กับลูกนี่น่า ซีซีก็อยากอยู่กับน้องเช่นเดียวกัน'

     

    'เอาเช่นนี้ก็แล้วกันให้เวลาเขาหน่อยเมื่อถึงกำหนด พวกเราก็มารับเขาด้วยกันอีกครั้งดีหรือไม่'เซียนมู่หรงหาทางออกให้ทั้งสองฝ่าย ลั่วหนิงซินแม้จะไม่ค่อยยินยอมมากนักแต่ก็ต้องยอมรับว่าความคิดของสามีนั้นดีที่สุดเพราะจะไม่ต้องขัดใจลูกชายและยังนางยังไม่ต้องรออย่างไร้จุดหมายอีกด้วย

     

    "พ่อกับแม่ปรึกษากันแล้ว พวกเราจะให้ลูกผจญภัยตามต้องการ แต่ลูกต้องบอกมาว่าจะใช้ระยะเวลาเท่าไร เพราะพวกเราจะได้รอลูกถูกและไม่ต้องร้อนใจและหากครบกำหนดเมื่อไรพวกเราก็จะมารับลูกอีกครั้ง"เป็นเซียนมู่หรงที่กล่าวออกมาจนทำให้ลั่วอู่หลินต้องคิดหนัก

     

    "ยี่สิบปีขอรับ ยี่สิบปีข้าจะทะยานขึ้นไปด้วยตนเอง"เมื่อครุ่นคิดอยู่นานลั่วอู่หลินก็พลันกล่าวขึ้นมาในทันใด ยี่สิบปีแม้อาจจะดูยาวนานแต่สำหรับผู้ฝึกตนนั้นมันช่างแสนสั้นนัก โดยเฉพาะผู้ฝึกตนระดับเซียนหรือเทพที่ปิดด่านหนึ่งครั้งก็เกินยี่สิบปีไปแล้ว

     

    แถมท่านพ่อและท่านแม่ยังไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้ดูแลตัวเขาแต่อย่างใด เนื่องจากสำหรับผู้ฝึกตนอายุหนึ่งร้อยปีจึงจะถือว่าพ้นจากการเป็นรุ่นเยาว์ ด้วยอายุของเขานับวันนี้ไปอีกยี่สิบปีก็ยังแค่สามสิบแปดปีเท่านั้น ถือยังมีเวลาให้ท่านพ่อท่านแม่ของเขาดูแลอีกมากนักในฐานะรุ่นเยาว์คนหนึ่ง

     

    "ได้ ตกลงตามที่ลูกว่ามา หากยี่สิบปีลูกไม่ทะยานขึ้นไปหาพวกเรา จะเป็นพ่อกับแม่เองที่จะลงมาหาเจ้าเข้าใจหรือไม่"กล่าวจบเซียนมู่หรงก็ใช้นิ้วแตะไปที่หน้าผากของลูกชายก่อนที่จะส่งต่อสัญลักษณ์สองอย่างให้ ซึ่งเป็นรูปลักษณ์ของมังกรสีขาวและมังกรสีดำ

     

    "ตราสัญลักษณ์มังกรสีขาวคือตราติดตามตัวเพื่อที่พ่อจะหาลูกได้ง่ายขึ้น ส่วนตราสัญลักษณ์มังกรสีดำคือตราประทับคุ้มกายเมื่อลูกพบอันตรายถึงชีวิตมันจะทำให้เสี้ยวพลังที่พ่อใส่ไว้ทำงานและมันป้องกันและทำลายศัตรูของลูกได้ หากอีกฝ่ายไม่ใช่เทพสวรรค์ก็ไม่มีทางรอดหรือหากเป็นเทพสวรรค์ก็ต้องเจ็บหนัก ลูกต้องจำไว้มันใช้ได้เพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น อย่าทำอะไรโดยวู่วามหรือประมาทโดยเด็ดขาด"เซียนมู่หรงกล่าวอธิบาย

     

    ส่วนลั่วหนิงซินนั้นนางไม่ได้มีอะไรจะให้ลูกชายมากมายดังนั้นนางจึงเพียงแค่ใส่พลังชีวิตเข้าไปในกายของลูกชายเพื่อทำให้พฤกษาจรัสแสงเจริญเติบโตขึ้นมาเพื่อที่จะให้มันปกปักษ์รักษาลูกของนางได้

     

    สุดท้ายคือเซียนหนิงซีนางไม่มีอะไรที่จะช่วยให้ป้องกันและคุ้มกายอย่างที่ท่านพ่อ ท่านแม่ให้ ดังนั้นนางจึงตัดสินใจให้เข็มกลัดที่ประดับไปด้วยอัญมณีล้ำค่ารูปลักษณ์มังกรสีทองกับน้องชายเป็นที่ระลึก

     

    "ขอบคุณท่านพ่อ ท่านพี่ และท่านสาว ที่ยอมให้ลูกได้เอาแต่ใจ"เมื่อได้รับของจาก บิดา มารดา และพี่สาว ลั่วอู่หลินก็พลันผสานมือคาราวะในทันใด ต้องบอกเลยว่านับตั้งแต่เกิดมาไม่มีวันไหนที่เขาทั้งโล่งใจและสุขใจเช่นวันนี้

     

    ลั่วหนิงซิน เซียนมู่หรง และเซียนหนิงซีต่างพากันมาโอบกอดชายหนุ่มด้วยความเอ็นดูและรักไคร่ ภาพครอบครัวเช่นนี้ดำเนินไปพักใหญ่ เมื่อทั้งสองฝ่ายพูดคุยและโอบกอดกันจนพอใจแล้ว เซียนมู่หรงก็พลันเปิดมิติในทันทีหากยังรั้งอยู่นานกว่านี้เกรงว่าภรรยาและบุตรสาวจะมิอาจตัดใจแยกจากบุตรชายได้ แล้วลั่วอู่หลินก็จะไม่ได้ผจญภัยกันพอดี

     

    "น้อมส่งท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่"ลั่วอู่หลินผสานมือคาราวะอีกครา แววตาของเขารวมถึงคนอื่นในครอบครัวต่างเต็มไปด้วยความห่วงหาราวกับมิอยากแยกจากกัน ก่อนที่พวกเขาจะหายไปพร้อมกับรอยแยกมิตินั้นที่ปิดลง หลงเหลือไว้เพียงลั่วอู่หลินที่ตอนนี้กำลังเงยหน้ามองไปยังจุดที่เคยเป็นรอยแยกมิติอยู่เช่นนั้นพักใหญ่และยกยิ้มบางออกมา

     

    "น้องชาย เท่านี้ปมในใจของเจ้าก็ถูกคลายแล้วสินะ นับจากนี้การบ่มเพาะของเจ้าก็น่าจะเพิ่มขึ้นสักสองสามส่วนได้"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าว ลั่วอู่หลินพยักหน้ารับในทันใด เมื่อก่อนต่อให้พยายามจะไม่คิดถึงเรื่องบิดามารดามันก็มักจะวนเวียนในหัวอยู่เสมอเป็นผลทำให้บ่มเพาะช้าลงกว่าที่ควรจะเป็น แต่ทว่าตอนนี้ไม่ใช่อีกต่อไปชายหนุ่มรู้แล้วว่า บิดา มารดา และพี่สาวต่างก็รักเขาเอามากๆ ดังนั้นปมในใจนี้จึงถูกคลายออกไปจนหมดสิ้น

     

    "วันนี้ช่างเป็นวันที่ข้าได้แสดงความรู้สึกออกมาหลากหลายเสียจริง ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่สาว อีกยี่สิบปีข้าจะไปหาท่านให้ดู"กล่าวจบชายหนุ่มก็หันกลับไป นับจากนี้คือการผจญภัยจริงๆของเขาแล้ว เป้าหมายแรกคือตำหนักเปลวเพลิงโชติช่วง

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405