สองเค่อต่อมาร้านเฟิงหยวนซางเมิง..........
“ยารักษาชั้นเลิศเมื่อไหร่จะมาละ?”
“หลิ่วเฟิง ท่านเป็นคนเป็นพูดเองนะว่าปรมาจารย์ท่านนั้นเป็นคนปรุงยาให้เฟิงหยวนซางเมิงเป็นหลักแต่นี่มันครึ่งเดือนแล้วนะ แม้แต่ยาซักเม็ดทำไมยังไม่มีเลยล่ะ?”
“ทำงานกันประสาอะไร ถ้าไม่มียา ข้าก็ไม่ไปไหนทั้งนั้นโว้ย”
ร้านขายยาสมุนไพรเต็มไปด้วยผู้คนโดยเฉพาะหลังจากงานประมูลสิ้นสุดลง เป็นเวลาครึ่งเดือนเต็ม ๆ ที่ผ่านมาทั้งหมดนี่เป็นผลจาก ยารักษาชั้นเลิศและผ้ายันต์นั่นเอง
แต่ทว่า.......ก็เป็นเวลากว่าครึ่งเดือนเช่นกัน ที่หลงเฟยยังไม่ปรากฏตัวออกมาหลิ่วเฟิงรอแล้วรอเล่าราวกับรวงข้าวที่กำลังคอยฝนทุก ๆ วันเขาจะคอยเฝ้ามองขอให้หลงเฟยโผล่หัวมาที่ร้าน
ถ้าเขาบอกว่าไม่มียาแม้แต่เม็ดเดียว นั้นก็อาจจะสร้างผลกระทบอันใหญ่หลวงให้กับเฟิงหยวนซางเมิงเลยทีเดียว
“คนเยอะจัง เถ้าแก่หลิว ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยนะ”หลงเฟยเดินเข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นคนจำนวนมาก
เมื่อหลิ่วเฟิงเห็นหลงเฟยก็ดีใจจนน้ำตาแทบจะไหล จึงรีบดึงตัวหลงเฟยเข้าไปด้านใน“ในที่สุด อาจารย์ตัวน้อย ๆ ของข้าก็มาแล้ว”
หลงเฟยถามซื่อ ๆ ว่า “ข้าไปเป็นอาจารย์ท่านตั้งแต่เมื่อไหร่ เถ้าแก่หลิว ทำตัวตามสบายเถอะ ไม่ต้องมากพิธีหรอก”
หลิ่วเฟิงยิ้มเจื่อน ๆ กล่าวว่า“หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ยังจะมาพูดเล่นอีก รู้ไหมคนที่มารออยู่ด้านนอกพวกเขามาทำอะไร? พวกเขามารอซื้อยารักษาชั้นเลิศ เจ้าใช้เวลาปรุงกี่ชั่วยาม มีถึงสิบเม็ดไหม?ทำให้ซักห้าเม็ดก่อนก็ได้ ตอนนี้เรากำลังแย่ ถ้าไม่มียาที่ว่าเลย พวกนั้นทั้งหมดได้รุมประชาทัณฑ์ข้าเป็นแน่”
“มีรึเปล่าน๊า”หลงเฟยแกล้งก้มลงค้นหา
หลิ่วเฟิงคิดว่าหลงเฟยกำลังหายา ก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้น “แสดงว่ามีสินะ”
ระหว่างที่พูด หลงเฟยค้นไปค้นมาก็ถูขี้ไคลตามตัวออกมาจำนวนหนึ่ง แล้วใช้มือทั้งสองปั้นเป็นก้อนกลม ๆ พูดด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า
“จำศีลมาครึ่งเดือนแม้แต่น้ำก็ยังไม่ได้อาบเลย”
หลิ่วเฟิงหยิบขึ้นมาด้วยความตกใจ “แค่เม็ดเดียวนี่นะ”
“เอ๋!”หลงเฟยมองด้วยความงุนงง
หลิ่วเฟิงหยิบยาเม็ดนี้แล้วก็ออกไป “เอาวะ หนึ่งเม็ดก็ยังดีกว่าไม่มี”
ยังไม่ทันที่หลงเฟยจะห้าม หลิ่วเฟิงก็วิ่งออกไปอย่างรีบร้อน จนไม่มีเวลาได้ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนตอนนี้ต้องพยายามทำให้คนเหล่านั้นพอใจ
ทันใดนั้นห้องโถงก็เสียงดังอึกทึกครึกโครมคึกคักขึ้นมาในทันที!
“ข้าขอซื้อสามหมื่นสองพัน”“ข้าให้สี่หมื่น!”“ห้าหมื่นเหรียญ”“เจ็ดหมื่น!”.......
“ข้าจูกัดเจียนเฉียง เสนอราคาหนึ่งแสน หากพวกเจ้าไม่มีปัญญาสู้ข้าได้ก็ถอยไป”
ที่ดวงตาของจูกัดเจียนเฉียงมีรอยคล้ำ ดูไปก็คล้ายกับดวงตาของหมีแพนด้าสาเหตุมาจาก
เมื่อคืนก่อนหน้านี้ ในขณะที่คนกำลังสรวลเสเฮฮา แล้วอยู่ดี ๆ มีใครก็ไม่ทราบเกิดพูดตะโกนทะลุกลางปล้องสั่งให้ถอยออกไปแล้วยอดฝีมือตระกูลจูกัดก็โดนเหยียบ (ที่จริงคือกระทืบ) จนกระอัก
คนทั่วไปใหญ่ไม่กล้าไปต่อกรกับจูกัดเจียนเฉียง จนแล้วจนรอดจูกัดเจียนเฉียงที่ค้นหามือตัวการทั่วทุกหนทุกแห่ง กลับหาไม่พบ
นับว่าดวงซวยอย่างยิ่ง
หลงเฟยเมื่อได้ยินชื่อของจูกัดเจียนเฉียงก็เอะใจขึ้นมา “เอ๋? ชื่อนี้ ใช่ที่คนถูกพรรคโลหิตทำร้ายเมื่อครั้งก่อนหรือเปล่านะ?”
จากนั้นจูกัดเจียนเฉียงก็เดินเข้ามา
หลิ่วเฟิงกล่าวว่า “เชิญใต้เท้าจูกัด”
จูกัดเจียนเฉียงหยิบตั๋วเงินใบหนึ่งออกมา แล้วมองไปยังฝูงชนที่อยู่โดยรอบ“ไม่มีเงินยังกล้าที่จะซื้ออีกเหรอ? ยาลูกกลอนเหล่านี้ พวกเจ้าทำเองหมดเลยเหรอ?”
“ขอรับ!”ต่อหน้าสกุลจูกัดไม่มีใครกล้าโกหก
แล้วยิ่งจูกัดเจียนเฉียงเป็น หนึ่งในผู้ที่มีอิทธิพลมากที่สุดของเมืองหั่วหลีด้วย ยิ่งทำให้ไม่มีใครกล้าทำตัวไม่ดีต่อหน้าเขาทุก ๆ คนจึงทำได้แต่ก้มหน้าไม่พูดอะไร เพราะกลัวจะถูกลงโทษ
จูกัดเจียนเฉียงรับยามาตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพูดขึ้นมาว่า “ทำไมสีของยาตัวนี้ไม่เหมือนกับเมื่อครั้งก่อนนะ”
“แต่ปรมาจารย์ยังไงก็ยังเป็นปรมาจารย์อยู่วันยังค่ำ”
ทันใดนั้นจูกัดเจียนเฉียงก็นำมันใส่ปาก แล้วรู้สึกจี๊ดขึ้นมาก่อนพูดว่า
“ทำไมรสชาติของยามันเปรี้ยวจัง?”
-โปรดติดตามตอนต่อไป-