“คุณ...อย่ามาล้อเล่นกันแบบนี้” ธีรยาจ้องตาเขาอย่างไม่เกรงกลัวอีกฝ่าย“ฉันไม่ใช่ของเล่นของคุณนะ”
ดวงตาคมปลาบจ้องมองคนตัวเล็กเขาพอใจกับท่าทีไม่สะทกสะท้านแม้ถูกสายตาของเขากดดันอยู่ มุมปากยกยิ้มขึ้นก่อนเอ่ย
“ทำไมคิดว่าผมเล่นๆกับคุณเล่า”
“ก็...คนอย่างคุณ...”
“คนอย่างผม?” เขาชิงพูดแทรกขึ้นมาก่อน“คนอย่างผมไม่คู่ควรกับคุณหมอย่างคุณเหรอ”
“มะ..ไม่ใช่แบบนั้น...เอ่อ...คือ..ฉันเป็เด็กกำพร้าที่ไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็ใครแต่คุณมีฐานะทางสังคมดีกว่าแล้วก็...”
เธออึกอักพลันหน้าเห่อร้อนขึ้นมา“เื่คืนนั้นมันก็แค่วันไนท์สแตนด์ เราไม่ควรเจอกันอีก”
“แค่วันไนท์สแตนด์?”เขาหรี่ตาจ้องมองใบหน้าหวานที่แดงเรื่อ“ผมไม่คิดว่าเื่คืนนั้นเป็แค่วันไนท์สแตนด์ และเป็คุณต่างหากที่ทิ้งผม”
“คะ?ฉันนะเหรอ” นิ้วเรียวชี้ที่หน้าตัวเองอย่างงุนงง
“ผมเขียนโน้ตวางไว้บนหมอนให้คุณรอผม ผมมีนัดกับลูกค้าตอนสิบโมงเช้าแต่พอผมเสร็จธุระแล้วกลับเข้ามาเจอแค่ที่นอนยับยู่ยี่นี่นะ”
“ก็...ฉันไม่เห็นโน้ตอะไรเลยแต่ถึงเห็น...ฉันก็คง...” ใช่...เธอไม่คิดจะสานต่อความสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าอยู่แล้ว แล้วเธอก็จ้องหน้าเขากลับ“นี่คุณคงไม่ได้คิดแค้นฉันถึงขนาดยกลูกน้องมาตีกันในโรงพยาบาลหรอกนะ!”
“เื่นั้นมันไม่ควรเกิดขึ้นและไม่ใช่ความตั้งใจของผม”เขาทำหน้านิ่งเคร่งขรึม “คนของผมทำผิด ผมต้องรับผิดชอบ แต่เื่ของคุณผมไม่รู้ว่าวันนั้นคุณอยู่ที่นั้น”
ปกติคนอย่างโจวเจียอีไม่นอนเตียงเดียวกับผู้หญิงแปลกหน้าโดยเฉพาะผู้หญิงที่มีเซ็กส์ชั่วคราวแต่คืนนั้นเขาละเมิดกฎตัวเอง จับคนตัวเล็กกินไปหลายรอบจนเธอหมดแรงหลับใหล เขามีนัดกับลูกค้าใน่สิบโมงเช้า จึงต้องปล่อยให้เธอนอนหลับอยู่อย่างนั้นและเป็กังวลว่าเธอจะใถ้าตื่นมาเห็นบอดี้การ์ดของเขาเข้าจึงไม่ได้สั่งให้ลูกน้องเฝ้าเธอไว้และไม่ได้เปิดกระเป๋าดูบัตรประชาชนเธอด้วยซ้ำ ก็แน่ละเขาไม่เคยเจอผู้หญิงหนีลงจากเตียงเขาอย่างนี้มาก่อน
“ฉัน...” หญิงสาวไม่รู้จะพูดยังไงให้เขาปล่อยเธอไป“ฉันไม่อนุญาตให้คุณจีบฉัน”
“หือ?”คราวนี้โจวเจียอียิ้มออกมาแล้วโน้มหน้าลงใกล้ทำให้อีกฝ่ายถอยหลังหนีแต่เขาโอบรัดร่างเล็กไว้ได้ทันก่อนที่เ้าตัวจะถอยออกไปนอกห้องลองชุด
“ทำไมไม่ให้ผมจีบคุณล่ะคุณเองก็โสดนี่”
“คุณรู้ได้ไงว่าฉันโสด”
“ถ้าไม่โสดคืนนั้นจะมาอยู่บนเตียงผมเหรอและถ้าคุณมีแฟนคงไม่ต้องมาหาเช่าชุดคนเดียวแบบนี้และวันหยุดของคุณก็คงไม่ไปช่วยงานคุณน้าเพ็ญนภาหรอกและที่สำคัญคุณคงไม่ทำเหมือนคนอกหักขนาดนี้”
“ฉัน...ฉัน...”
อาการเธอมันเห็นได้ชัดขนาดนั้นเลยเหรอ?
นิ้วกร้านเชยปลายคางหญิงสาวขึ้น“วิธีช่วยให้มูฟออนจากการอกหักที่ดีและรวดเร็วที่สุดคือผมไงล่ะ”
“ทำไมต้องเป็คุณด้วย” เธอพึมพำอยากหลบตาแต่เพราะถูกเขาบังคับไว้จึงได้แต่จ้องมองดวงตาของเขาจนเห็นเงาตัวเองในดวงตาคู่นั้น
“คุณมีตัวเลือกอื่นที่ดีกว่าและตื่นเต้นกว่าเหรอ”เขายิ้มกริ่ม “ผมไม่เคยเป็ตัวเลือกให้ใคร แต่ครั้งนี้จะยอมเป็ตัวเลือกให้คุณอะไรที่คุณไม่เคยลองทำ ทำไมไม่ลองกับผมคุณอาจอยู่ในเซฟโซนจนไม่อยากให้ใครเข้าไปแตะต้องในพื้นที่ของคุณแต่ถ้าคุณได้ลองคบกับผมรับรองได้ว่า คุณมีเื่ให้เซอร์ไพร์สแน่นอน”
“ฉันไม่ชอบเื่เซอร์ไพร์ส” เธอพูดแทบจะทันทีที่ได้ยินเขาพูดคำนี้แน่นอนว่า ชีวิตเธอมีแบบแผนมาตลอด เธอไม่ชอบเื่นอกเหนือการคาดเดา
“ก็นั้นแหละผมถึงได้ชวนคุณออกจากเซฟโซนมาเจอผม”
“ปล่อยได้แล้วค่ะ” เธอขยับตัวยุกยิกใช้สองมือดันแผ่นอกของเขา แต่อีกฝ่ายกลับรัดแน่นขึ้น “นี่คุณ ปล่อยฉันได้แล้วไม่งั้นฉันร้องให้คนช่วยจริงๆด้วย คุณได้เสียหน้าแน่”
“คุณก็ตอบตกลงก่อน”
“ตกลงอะไร?”
“ตกลงคบกับผม”
“ไม่คิดว่ามันเร็วไปหน่อยเหรอ”
“ที่รักเราข้ามขั้นะโขึ้นเตียงกันไปแล้ว เราเข้ากันดีขนาดนั้นคุณจะอยากให้มันผ่านเลยไปเฉยๆ ได้เหรอ”
“ฉันจะไปรู้ได้ไงเพิ่งเคยมีเซ็กส์ครั้งแรกกับคุณคนเดียวยังไม่เคยลองกับคนอื่นต้องเปรียบเทียบดูก่อนว่า อุ๊บ!”
ริมฝีปากสวยถูกปิดด้วยริมฝีปากของชายหนุ่มเขาบดจูบอย่างเอาแต่ใจไม่สนใจว่าหญิงสาวในอ้อมอกจะดิ้นรนเพียงใดยิ่งเธอขยับหนีเขายิ่งรัดเธอแน่นขึ้น จนเธอต้องยกมือขึ้นทุบแผ่นอกของเขาแรงๆทำให้เขายอมถอนจูบและจ้องมองริมฝีปากที่เปียกชื้นเพราะเขา
“ผมไม่อนุญาต” ดวงตาร้อนแรงจ้องมองพลางใช้นิ้วโป้งเช็ดริมฝีปากสวยเบาๆ“ผมไม่ให้คุณขึ้นเตียงกับใครเด็ดขาด ถ้าอยากลองท่าแปลกหรือจะเอาท์ดอร์ผมจัดให้คุณเอง”
“คุณ!”
“ผมหิวแล้วเราไปกินมื้อเที่ยงเถอะ” เขายิ้มกริ่ม “ใส่ชุดนี้แหละไม่ต้องเปลี่ยนแล้วที่เหลือก็เอาใส่ถุงไปทั้งหมด”
“คุณ!”
“อิริค” เขาย้ำแล้วหมุนตัวหญิงสาวสำรวจดูว่ารูดซิปด้านหลังเรียบร้อยดีแล้ว“เผื่อคุณลืมชื่อผม”
“คือ...” จูบของเขาทำเอาเธอมึนงงไปหมดยังไม่ทันตั้งสติได้เต็มร้อยก็ถูกเขาโอบไหล่ออกมาจากห้องลองเสื้อผ้าได้ยินเขาพูดภาษาอังกฤษรัวใส่พนักงานแล้วพาเธอออกมานอกร้านทันที
“เดี๋ยวก่อน...” ธีรยาหันไปมองด้านหลังอย่างงุนงงพลันเห็นว่ามีชายในชุดสูทสีเข้มคล้ายยืนรอรับเสื้อผ้าของเธอแล้ว
“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวคนของผมจะหิ้วของมาให้เอง” โจวเจียอีโอบไหล่หญิงสาวมาที่ร้านอาหารไม่ไกลนัก “อาหารญี่ปุ่นนะ”
“ถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะ”
“ผมอยากกินอาหารญี่ปุ่น”เขาหันมามองแล้วยิ้มเ้าเล่ห์ “คุณทำผมหิวถ้าไม่ได้กินอะไรตอนนี้ผมต้องลากคุณไปจับกินลงท้องแน่ๆ”
‘นี่มันเหตุผลอะไร’
ธีรยาไม่ทันได้ปฏิเสธผู้ชายคนนี้ก็พาเธอเข้าในร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตบแต่งเรียบง่ายหรูหราพนักงานเดินนำไปที่ห้องส่วนตัว
“คุณแพ้อาหารอะไรบ้างไหม”
“ไม่ค่ะฉันกินได้ทุกอย่าง”
เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วสั่งอาหารกับพนักงาน“ขออนุญาตสั่งให้เลยนะครับ”
จู่ๆก็ทำสุภาพขึ้นมา หญิงสาวแทบตามไม่ทัน เอาเถอะ เขาเป็เ้ามือนี่อยากกินอะไรก็ตามใจเลย
“เอ่อ...ปกติคุณมีบอดี้การ์ดติดตามแบบนี้เสมอเหรอ” เธอถามอย่างเพิ่งนึกได้ครู่หนึ่งพนักงานก็นำชาร้อนมาเสิร์ฟ เขารอจนไม่มีใครแล้วจึงพูดขึ้น
“อืม...คุณกลัวเหรอ”
“กลัวอาชีพคุณมากกว่า”
คราวนี้โจวเจียอียิ้มออกมา“เมื่อก่อนคนไทยมองคนจีนเป็เหมือนพี่น้องไม่ใช่เหรอเดี๋ยวเห็นคนจีนต้องเป็จีนเทาหรือไง”
“เอ่อ...ก็ไม่ใช่...ฉันแค่ไม่รู้ว่าคุณทำงานอะไรแล้วอีกอย่างคนทั่วๆไปใครเขามีบอดี้การ์ดติดตามแบบนี้”
“ก็จริงของคุณ”เขาจิบน้ำชาแล้วถอนหายใจเบาๆ กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้มันไม่ง่ายเลย“หน้าที่พวกเขาเป็บอดี้การ์ด แต่ก็สนิทกันเหมือนคนในครอบครัว แต่ไม่ว่าอย่างไรผมก็คือเ้านายและเป็จ่าฝูง จะทำตัวสนิทกับพวกเขามากก็ไม่ดีนัก”
ธีรยาจิบน้ำชาเลียนแบบเขาน้ำชาอุ่นร้อนกำลังดีและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้ดีจริงๆ โจวเจียอีเห็นสีหน้าอีกฝ่ายผ่อนคลายลงมากก็หยิบสมาร์ทโฟนออกมาเลื่อนหน้าจอแล้วยื่นให้เธอดู
“คะ?”เธอนั่งอยู่ข้างเขา แต่ชายหนุ่มก็เอียงตัวเข้ามาใกล้จนไหล่ชิดกัน
“คุณอยากรู้จักผมไม่ใช่เหรอผมเลยเซิร์สชื่อผมให้คุณดูไง” เขาพูดแสร้างทำหน้าซื่อ “ผมเป็นักธุรกิจมีชื่อเสียงพอสมควรแต่ก็มีทั้งชื่อเสียงและชื่อเสียคุณคงต้องใช้เวลาพิจารณาสักหน่อย”
“ทำไมคุณสนใจฉัน” เธอยังไม่อยากเชื่อนักเขาคงเห็นเธอเป็ของแปลกจริงๆ
“ก็เพราะคุณน่าสนใจ”
“แล้วถ้าฉันหมดความน่าสนใจ..”
“ถึงเวลานั้นผมคงรักคุณหัวปักหัวปำไปแล้วล่ะ”
“คุณจริงจังหน่อยสิ!”
“ผมไม่ได้พูดเล่น” เขายื่นหน้าไปใกล้
“คุณพูดเหมือนกำลังดีลธุรกิจอยู่”
“ขอโทษด้วยผมไม่ใช่คนโรแมนติก”ปลายจมูกััปลายจมูกของหญิงสาวเบาๆ “เวลาของผมเป็เงินเป็ทอง และเมื่อคุณคือเป้าหมายผมจึงไม่ลังเลที่จะเข้าหาคุณอย่างตรงไปตรงมา”
พนักงานยกอาหารเข้ามาเสิร์ฟทำให้ชายหนุ่มผละจากการไล่ต้อนเหยื่อตัวน้อย
หญิงสาวหน้าตาแดงก่ำไม่พูดไม่จาเมื่ออาหารถูกยกมาตรงหน้าเธอก็ตั้งหน้าตั้งตากินเหมือนกำลังปฏิบัติภารกิจสำคัญโดยไม่ทันสังเกตว่าใบหน้าของชายหนุ่มระบายยิ้มตลอดเวลา.