ความรู้สึกเหงาหงอยเกาะกุมผมตั้งแต่ก้าวออกจากน้ำตกไทรแก้วเรี่ยวแรงที่จะปั่นจักรยานกลับเหมือนถูกดูดไปหมดสิ้นอิสราคงสังเกตเห็นท่าทีซังกะตายของผมเธอจึงจัดการนำจักรยานไปคืนที่ร้านเช่าอีกสาขาหนึ่งที่น้ำตกแทนยอมเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในการคืนต่างสาขาเพื่อเป็นค่าขนส่งขากลับพวกเราทั้งสี่คนนั่งแท็กซี่แล้วต่อด้วยรถไฟไฮเปอร์ลูป อิสรายังคุยกับเพื่อนที่เหลือเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมีแต่ผมที่พูดน้อยลงจนสังเกตได้ รฐรักษ์ทักว่าผมคงง่วงนอนธรณีที่น่าจะสังเกตเห็นจึงช่วยแก้ต่างให้เขาบอกว่าผมอาจใช้พลังงานเกินพิกัดจนอ่อนเพลียผมเชื่อว่าสุดท้ายอิสราก็คงบอกคำสารภาพรักของผมให้เพื่อนสนิทเธอรู้อยู่ดี
ผมรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปเนิ่นนานทว่าเมื่อกลับถึงห้องพักที่คอนโดกลับจำบทสนทนาที่เกิดขึ้นบนรถไฟไม่ได้เลยราวกับว่าเสียงเหล่านั้นไม่ผ่านเข้ามาในสมองผมเลยแม้แต่น้อย นี่สินะความรู้สึกหดหู่ซึมเศร้าของคนอกหัก แม้แต่ช่วงแรกที่ตื่นขึ้นมาบนโลกอนาคตใหม่ ๆยังไม่ท้อใจเท่าตอนนี้เลย
“ท่านถูกอิสราปฏิเสธเหรอ”ธรณีถามเป็นคำแรกเมื่อพวกเราเดินมาถึงห้อง คงเก็บกดคำถามนี้มานานตั้งแต่บนรถไฟแต่หาจังหวะที่อยู่กับผมสองคนไม่ได้
“อือ”ผมตอบห้วน ๆ เรื่องดีอย่างหนึ่งของการเดินทางรอบนี้คือเธอดูเหมือนไม่ได้สงสัยผมเกี่ยวกับอดีตเพิ่ม แม้จะมีหลายจังหวะสะดุดบ้างอย่างน้อยก็ไม่เท่ากับที่วิตกกังวลล่วงหน้า
“พอจะเล่าให้เราฟังหน่อยได้ไหม”เพื่อนคะยั้นคะยอถาม ผมเลยเล่าให้ฟัง ต่อจากที่เคยเล่าตอนอยู่ร้านขายเครื่องประดับไม่มีอะไรต้องปกปิดธรณีเองก็เป็นคนช่วยวางแผนตั้งแต่แรก ผมลอกบทสนทนาของผมกับเธอมาแบบคำต่อคำเท่าที่จำได้ธรณีหยิบแคนตาลูปกระป๋องในตู้เย็นขึ้นมากินไปขณะฟังอย่างตั้งอกตั้งใจมีถามแทรกขอรายละเอียดเพิ่มเป็นฉาก ๆ ผมไม่ได้กล่าวโทษธรณีที่ปล่อยความลับรั่วไหลไปถึงหูอิสราก่อนที่ผมจะทันสารภาพความจริงเพราะไม่ได้เกี่ยวกับการเปลี่ยนความคิดเธอ
“บางทีอีฟอาจจะแค่ยังไม่อยากเปิดใจตอนนี้ก็ได้ท่านคิดมากไปเอง เขาไม่ได้เกลียดท่านหรือปฏิเสธท่านตรง ๆ สักหน่อย” ธรณีกล่าวสรุปพลางหยิบแคนตาลูปอีกชิ้นเข้าปาก“ตั้งแต่เรารู้จักอีฟมา...เขาก็เป็นคนจีบยากมาแต่ไหนแต่ไรไม่แปลกที่ท่านจะจีบไม่ติด”
ธรณีเล่าให้ผมฟังเรื่องได้ไปเจอพนักงานในบริษัทคนหนึ่งกล้าเดินมาจีบอิสราแบบตรงๆ ตอนนั้นเพื่อนผมกำลังคุยงานกับเธอแล้วชายผู้นั้นก็ใช้มุกโบราณพูดเป็นทำนองเพลงว่า หัวใจพี่ยังว่างให้น้องเสมอปรากฏว่าอิสราหัวเราะแล้วเชือดเฉือนกลับว่า
“เราไม่ได้เป็นพี่น้องกับท่านอีกอย่างในจักรวาลนี้ไม่มีที่ว่างที่แท้จริงหรอก แม้แต่ในอวกาศ ถ้าขืนทำต่ออีกระวังเราจะแจ้งความเรื่องคุกคามทางเพศนะ”
หลังจากที่ชายผู้นั้นหน้าจ๋อยกลับไปอิสราก็อธิบายให้ธรณีฟัง ซึ่งมาเล่าต่อให้ผมอีกทอดหนึ่งเธอต้องข่มขู่เขาเพราะว่าเธอเคยปฏิเสธชายคนนั้นไปหลายครั้งแล้วแต่เขายังไม่ลดละความพยายามส่วนสาเหตุที่ไม่มีที่ว่างเพราะมีการค้นพบหลักฐานใหม่ ๆ หลายชิ้นที่สนับสนุนปรากฏการณ์ความผันผวนทางควอนตัม[1] ซึ่งเกิดจากการสั่นสะเทือนของระดับพลังงานของที่ว่างแสดงทั้งการเกิดดับของอนุภาคและปฏิอนุภาคพร้อมกัน
ประชา มึงชอบไปได้ไงวะ โคตรเนิร์ดเลย
ผมคิดในใจธรณีกดดูการอัปเดตสเตตัสในแอปเอ็นทีเอฟ เขาบอกผมว่าขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงผู้หญิงที่ผมชอบยังประกาศตนว่าโสดเช่นเดิม
“ดูจากสถานะแล้วสหายก็ยังไม่ได้เป็นอะไรกับอีฟ แปลว่าท่านยังมีหวัง”
“แล้วฉันต้องทำยังไงต่อ”ผมถาม น้ำเสียงยังหงอย ๆ
“ไม่เห็นต้องคิดมากท่านก็แค่เป็นตัวของตัวเอง ถ้าต้องฝืนมากเกินไปก็แปลว่าความคิดของท่านผิดนั่นก็คือ ท่านไม่ได้รักเขา” สิ่งที่เพื่อนพูดค่อนข้างจริงอยู่ มุมมองของเขาค่อนข้างเป็นกลางปราศจากอคติ ถ้านับแค่เหตุผลทำไมผมต้องซีเรียสกับเรื่องนี้ด้วยแต่ด้านอารมณ์ผมยังตัดจากความรู้สึกถูกหักอกไม่ได้
“ท่านจะให้เราช่วยอะไรก็บอกแล้วกัน”ธรณีสรุป น้ำเสียงบางเบาอย่างเห็นใจ ผมกล่าวขอบคุณเขาในทุกความช่วยเหลือชายผู้นี้สอบผ่านเคโอไอ นโยบายของตนเองที่วางไว้ทำให้สามารถยุ่งเกี่ยวกับผมและอิสราต่อได้
คืนนั้นผมคิดทบทวนในใจคำพูดของเธอน่าจะหมายถึงการพิสูจน์ให้เห็นมากกว่าแค่พูดพล่อยๆ ซึ่งก็เข้ากับความชื่นชอบวิทยาศาสตร์ของเธอการกระทำย่อมเป็นหลักฐานได้ดีกว่าวาจา ผมต้องแสดงให้เห็นว่ารักเธอจริง ไม่ใช่แค่คลั่งไคล้เฉยๆ ซึ่งเอาเข้าตรง ๆ ผมก็ไม่มั่นใจในตัวเองว่าต้องทำอะไร นานแค่ไหน ถึงจะพอใช้เป็นหลักฐานได้
หรือบางทีเธออาจปฏิเสธผมนั่นแหละแค่พูดอ้อม ๆ ถนอมน้ำใจเฉย ๆ
ผมสลัดความคิดที่วนเวียนในหัวออกไปก่อนที่จะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ แล้วจึงสั่งไอรินให้ปิดไฟวันนี้ไม่มีกะจิตกะใจจะอ่านข่าวเตรียมพร้อมสำหรับวันรุ่งขึ้นหรือทำอะไรทั้งสิ้นการนอนหลับน่าจะเป็นการผ่อนคลายความเครียดที่ดีที่สุด ก่อนข่มตานอนผมนึกไอเดียบ้าๆ บอ ๆ ได้อย่างหนึ่ง ผมสั่งเอไอให้เปิดเพลงเศร้าทั้งที่รู้ดีว่าเป็นการซ้ำเติมตัวเอง
“มีลิสต์แนะนำสิบเพลงยอดนิยม จะเอาเพลงของใครหรือจะให้เราแต่งเพลงให้ดี” เสียงใส ๆ ของผู้หญิงกล่าวโทนตื่นเต้นไม่ได้รับรู้ความเศร้าของเจ้านายแม้แต่น้อย
“เอาเพลงของไอริน”ผมเพิ่งใช้บริการปัญญาประดิษฐ์แต่งเพลงเป็นครั้งแรกไอรินเซ้าซี้ถามต่อถึงรายละเอียดแนวดนตรีตามโปรแกรมที่ตั้งไว้
“แบบไหนก็เอามาเถอะเศร้าที่สุดในโลกเลย” ผมตอบประชด อยากฟังผลงานเร็ว ๆ
“จะให้เราใส่ชื่อใครลงไปในเพลงไหม”ไอรินถาม
“ไม่ต้อง” ผมตวาดเสียงแข็งนี่กะจะซ้ำเติมกันไปถึงไหน
“ได้เลย โปรดรอสักสิบวินาที”
ผมรอจนครบไอรินก็เริ่มต้นร้องเพลงตามสัญญาเสียงเพลงนั้นไม่ดังมากเพื่อไม่ให้รบกวนธรณีที่เข้านอนไปแล้วแต่ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดจึงฟังดูเหมือนดัง เสียงดนตรีอันแสนเศร้าค่อยๆ บรรเลงขึ้น เนื้อเพลงที่เอไอประพันธ์เล่าถึงความรักที่ไม่สมหวัง ความสูญเสีย และความเจ็บปวด
รักที่ไร้จุดหมายปลายทางแสนไกล
เหมือนฝันร้ายยามตื่นเช้า
น้ำตาไหลอาบแก้มยามคิดถึงเธอ
โอ้...คนดีของฉันใจฉันยังมีเธอ
ผมปล่อยอารมณ์ของบทเพลงให้พัดผ่านแล้วน้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ผมรู้สึกเหมือนดนตรีนั้นกำลังสื่อสารถึงความรู้สึกที่ลึกที่สุดภายในใจ
“ขอบคุณนะ ไอริน” ผมเงยหน้าขึ้นรู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย อย่างน้อยความทุกข์ก็ได้ถูกปลดปล่อยออกมา
“ยินดีค่ะ” เธอตอบกลับแล้วเสียงก็หายไป ปล่อยให้บรรยากาศเข้าสู่ความเงียบงันอีกครั้ง เพื่อนผมพูดถูกแม้เส้นทางต่อไปจะมืดมน แต่ก็ไม่ได้หมดหวังเสียทีเดียวเหมือนท่อนหนึ่งในบทเพลงของไอริน
แต่ฉันยังเชื่อว่าสักวัน...เราคงได้พบกันรักกันอีกครั้ง โอ้...คนดีของฉัน ใจฉันยังมีเธอ
[1]Quantum Fluctuation หรือ Vacuum statefluctuation ตามหลักฟิสิกส์ควอนตัม พื้นที่ว่างเปล่าไม่เคยว่างเปล่าอย่างแท้จริงแต่มีการเปลี่ยนแปลงของพลังงานที่เกิดขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็วตลอดเวลา มีอนุภาคและปฏิยานุภาคเกิดมาคู่กันและชนกันสลายไปเหมือนฟองโซดาที่ผุดขึ้นมาแล้วก็แตกหายไปในแก้วน้ำที่ดูเหมือนนิ่งสนิท