ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม บรึ้ม
การโจมตีจำนวนมากพุ่งไล่หลังแอชเชอร์มาติดๆ เขาที่ใช้ความเร็ววิ่งเป็นวงกลมพยามวิ่งตีกรอบเข้าไปใกล้คอนโทรลเลอร์ได้ลงมือฆ่ามอนสเตอร์ไปมากมาย แต่เขากลับสงสัยในการกระทำของคอนโทรลเลอร์ที่ไม่ได้หันมองมายังเขาเลย ต่อให้เขาจะฆ่ามอนสเตอร์ 6 ได้ไปมากมายก็ตาม
[ชุดเกราะได้รับความเสียหาย 1 %]
[ชุดเกราะได้รับความเสียหาย 3 %]
การแจ้งเตือนดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าหลังจากที่แอชเชอร์ถูกโจมตี เขากลับไม่สนใจ รีบทำการถอดชุดเกราะแล้วส่งเข้าไปในระบบเปิดใช้งานระบบซ่อมแซมจนมันกลับมาเป็นเช่นเดิมแล้วนำกลับออกมาสวมใส่ จากนั้นก็วิ่งไล่ฆ่ามอนสเตอร์อีกครั้ง
“ระบบ ซื้อระเบิดมือในร้านค้าระดับ 5 ให้หน่อย”
[ทำการแลกเปลี่ยนฟอสเอนเนอร์จี้ 5,000 กับระเบิด K100 1 ลูก]
“อัพเกรดมันให้เป็น 6 ดาว”
แม้จำนวนฟอสเอนเนอร์จี้ที่ได้จะมีมาก การใช้งานเพื่อซ่อมอาวุธและรักษาตัวก็มากเช่นเดียวกัน แอชเชอร์คิดว่าหากเขาวิ่งไปเรื่อยๆแบบนี้จะต้องใช้เวลามากอย่างแน่นอน เขาจึงเล็งเห็นว่าควรจะจัดการมันด้วยระเบิด สำหรับสิ่งของที่ขายในระบบเขามั่นใจว่าสามารถฆ่ามอนสเตอร์ได้แน่
เนื่องจากว่าเขาเคยลองซื้อกระสุนมา 1 นัด ข้างในกลับบรรจุฟอสเอนเนอร์จี้่ที่มากพอจะฆ่ามอนสเตอร์ 1ดาวได้ ระเบิดมือสำหรับข้าง 1 ลูกที่เขาซื้อมามันก็น่าจะรุนแรงพอจะฆ่ามอนสเตอร์ 5 ดาว แต่เขากลับอัพเกรดขึ้นไปอีกเพื่อที่จะฆ่ามอนสเตอร์ 6 ดาวให้ได้
ทันทีที่ระบบแจ้งเตือนการอัพเกรด แอชเชอร์ก็ได้หยิบระเบิดมือที่มีขนาดเท่าลูกฟุตบอลขึ้นมาขว้างไปยังตำแหน่งคอนโทรลเลอร์ จุดนั้นเป็นจุดที่มีมอนสเตอร์มากที่สุด อย่างน้อยๆด้วยแรงระเบิดเขาก็หวังว่ามันจะทำลายยานที่อยู่ใกล้ๆได้ด้วย
ตุบ~!
ระเบิดพุ่งตกลงไปยังพื้นดินทันทีที่มันกำลังปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาเพื่อที่จะระเบิดโดยรอบนี้เอง คอนโทรลเลอร์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆก็ได้สะบัดหางของมันหนึ่งครั้งมายังทิศทางที่ระเบิดหล่น จังหวะที่การเคลื่อนไหวของคอนโทรลเลอร์เริ่มขึ้น เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ระเบิดของเขาทำงาน
บรึ้ม!
มอนสเตอร์รอบตัวของแอชเชอร์กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจากแรงอัดของระเบิดวิ่งกระทบร่างของพวกมัน ส่วนมอนสเตอร์ที่อยู่ในจุดระเบิดนั้นล้วนตกตาย แต่ที่ทำให้แอชเชอร์ตะลึงในการระเบิดก็คือ เขามองเห็นคอนโทรลเลอร์ยังคงยืนอยู่ในตำแหน่งเดิม แม้ว่ามันจะอยู่ใกล้กับระเบิดก็ตามที การโจมตีของมันก่อนหน้านี้กลับสามารถแหวกการทำลายของระเบิดจนแรงจากการระเบิดพุ่งแหวกออกไปด้านข้าง ยานหัวสว่านที่อยู่ด้านหลังของมันก็ไม่ได้รับความเสียหายจากระเบิดที่เขาส่งไปอีกด้วย
ควับ~!
ใบหน้าที่ไม่เคยสนใจแอชเชอร์เลยสักนิด หันมองเขากระทันหันทำเอาแอชเชอร์ตกใจตื่น ภายใต้การมองจ้องอันแสนน่ากลัวของคอนโทรลเลอร์มอนสเตอร์ทั้งหมดที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ล้วนวิ่งกรู่กันเข้ามาเพื่อจะจัดการกับเขา แอชเชอร์จึงซื้อระเบิดออกมาอีกลูกหนึ่งแล้วให้ระบบทำการอัพเกรด ทันทีที่ระเบิดอัพเกรดสำเร็จเขาก็ได้ขว้างมันออกไปยังตำแหน่งที่มอนสเตอร์ 6 ดาวชุกชุมที่สุด
ตู้ม~!
“ระบบ ซื้อระเบิดแล้วอัพเกรดมันอีกครั้ง”
ระบบทำตามคำสั่งของแอชเชอร์จากนั้นเขาก็โยนระเบิดออกไปรอบๆจำนวน 3 ครั้งติดกัน กระทั่งการแจ้งเตือนของระบบบอกเกี่ยวกับฟอสเอนเนอร์จี้ที่เหลือเพียงแค่ 1 หมื่นเท่านั้นแอชเชอร์จึงหยุดซื้อระเบิด พลางหันมองคอนโทรลเลอร์ที่กำลังหันร่างของมันมายังเขาโดยสมบูรณ์หลังจากที่การระเบิดฆ่ามอนสเตอร์ทั้งหมดของมันไป
“ระบบ ทำไมระบบหลักยังไม่เปิดใช้งาน”
แอชเชอร์ถามระบบในทันที เขารอโอกาสนี้มานานมากแล้ว ระยะของเขาก็เข้าใกล้คอนโทรลเลอร์แล้ว กลับกลายเป็นว่าระบบยังไม่เริ่มทำงาน
[แจ้งเตือน ตรวจพบสิ่งมีชีวิต 3 จุดในระยะของระบบหลัก]
“อ๋อ เข้าใจแล้ว ลืมไปเลยว่ายานรบของพวกมันก็เป็นสิ่งมีชีวิต”
แอชเชอร์เข้าใจได้ในทันทีที่ระบบตรวจสอบ จากชีวิตก่อนเขาจำได้ว่ายานรบของคอนโทรลเลอร์ไม่ใช่เทคโนโลยี 100 % ภายในเทคโนโลยีของพวกมันมีสิ่งมีชีวิตที่เหมือนกับปรสิตฝังตัวร่วมกับเทคโนโลยี คอยควบคุมยาน การที่ระบบไม่เปิดใช้งานจึงทำให้แอชเชอร์ต้องถอยห่างแต่ทันใดนั้นเองเขากลับตกใจตื่นเมื่อจู่ๆด้านหน้าเขาห่างไปเพียง 1 เมตรปรากฎร่างของคอนโทรลเลอร์ที่เคลื่อนที่เข้ามาใกล้จนเขาไม่ทันได้ตั้งตัวพร้อมกับมันใช้หางที่มี 7 หางพุ่งโจมตีเขา
“ชิ”
สกิลระเบิดฝีเท้าใช้งานเพื่อพาร่างกายหลบไปด้านข้าง แต่มันก็ยังไม่เร็วพอแอชเชอร์จึงใช้ตัดเงาพุ่งหลบไปอีก ทันทีที่เขาคิดว่าตัวเองหลบพ้นหนึ่งในหางของมันก็ได้พุ่งเข้ามาทะลวงหน้าอกก่อนจะสะบัดเขาออกไปไกล
ตู้ม~!
[ระบบหลักเปิดใช้งาน]
ร่างที่ถูกเหวี่ยงมาไกลสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่บาดแผลจะหายไปอย่างรวดเร็ว แอชเชอร์ที่ลุกยืนขึ้นมาได้อีกเขาก็ได้หมุนตัวหลบหลีกคอนโทรลเลอร์ที่ตามเข้ามาซ้ำหลังจากเห็นเขาไม่ตาย แต่ครั้งนี้การโจมตีของมันกลับต่างออกไป เพราะแอชเชอร์ที่ไม่สามารถตามทันความเร็วของมันได้ก่อนหน้านี้ กำลังใช้ดาบในมือของเขาปัดป้องหางของมันจนเกิดเสียงปะทะกันอย่างถี่รัว
ด้วยระบบหลักที่เปิดการทำงานหลังจากเขาและมันเคลื่อนตัวออกมาจากยานหัวสว่าน ทำให้เขาและมันเข้าสู่เงื่อนไขระบบหลักที่จะปรับแต่งพลังของเขาให้เท่ากับมัน ไม่เพียงเท่านั้นค่าสถานะของเขายังถูกเสริมเข้ามาในระบบหลักทำให้เขามีความรวดเร็วกว่า ทันทีที่แอชเชอร์ใช้มีดและดาบรับการโจมตีจากหางนั้น เขาก็พบหนึ่งอย่างที่ตกเป็นรองนั่นก็คืออาวุธในมือทั้งสองของเขากำลังบิ่นจากหางของคอนโทรลเลอร์ระดับ 7 ดาว
เปล้ง เปล้ง เปล้ง เปล้ง~!
“ลำแสงอาวุธ”
ฉั๊วะ~!
ดาบในมือขวาตัดไปยังหนึ่งในหางทั้ง 7 จากนั้นแอชเชอร์ใช้งานสกิลโจมตีต่อเนื้อปัดป้องหางของมันที่เหลือ ภายใต้การป้องกันและสวนกลับนี้เองนั้นสกิลทริปเปิ้นสแลชและดับเบิ้ลสแลชได้เปิดใช้งานจนหางทั้ง 7 ของมันขาดออกจากกันในที่สุด
แอชเชอร์ที่ถูกเพิ่มพลังให้เท่ากับศัตรูเขาก็รีบแทงดาบใส่กลางหน้าอกของมันทันใดนั้นเขากลับเบิกตากว้างเมื่อดาบของเขากระทบเข้ากับหน้าอกคอนโทรลเลอร์มันกลับแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แม้แต่มีดของเขาก็เช่นกัน จนต้องใช้ความเร็วกระโดดออกมาตั้งหลักมองดูคอนโทรลเลอร์ตรงหน้าที่กางกรงเล็บของมันหวังจะตัดคอเขา หากเคลื่อนตัวออกมาช้าไปเขาจะต้องมีแผลอย่างแน่นอน
“ถ้ามีเล็บเหมือนมันก็ดีสิ”
ฟอสเอนเนอร์จี้ของแอชเชอร์เหลือเพียงพอให้เขาใช้รักษาตัวเพียงเท่านั้น มันไม่พอจะให้เขาอัพเกรดอาวุธ หากเขาจะสู้กับมันคงมีเพียงแค่ใช้ร่างกายเข้าสู้ด้วยสกิลเชี่ยวชาญหมัด เพียงแต่ว่าการจะฆ่ามันด้วยมือเปล่าเป็นไปได้ยากมาก เขาไม่มีกรงเล็บ ไม่มีมีสิ่งของแหลมคมเอาไว้สร้างบาดแผล กว่าจะต่อยมันจนเลือดอาบต้องใช้แรงมาก สถานะของเขาที่อัพยังเป็นความเร็ว แม้จะออกหมัดได้เร็วกลับไร้พลังโจมตี
แอชเชอร์จึงมองหาสิ่งที่จะทำให้เขาได้เปรียบมัน ด้วยระบบหลัก 1 - 1 ตอนนี้ที่เปิดใช้งานหากเขามีอาวุธสามารถใส่เดี่ยวกับมันได้โดยไม่ต้องกลัว
“นั่นไงอาวุธ”
แอชเชอร์มองไปยังหางทั้ง 7 ที่เขาตัดทิ้งไปก่อนหน้า ถึงมันจะเป็นหางที่ไม่มีการแข็งตัวก็ตาม ปลายหางของมันกลับเหมาะมากที่เขาจะใช้งาน ทันทีที่ความคิดพุ่งเข้ามาในหัวแอชเชอร์ก็ได้พุ่งตัวเข้าหามันอีกครั้งหนึ่ง ด้วยหมัดที่มีเขาจะฆ่ามันให้ได้
ตึง~!
สองเท้าเหยียบลงไปบนพื้นพร้อมกับง้างหมัดไปด้านหน้า แต่เมื่อหมัดกำลังจะพุ่งเข้ากระทบกับกรงเล็บอีกฝั่งแอชเชอร์ได้ใช้ความเร็วของตัวเองหลบออกมาด้านข้างพุ่งไปยังหางที่หล่นอยู่บนพื้น ขณะที่เขาคว้าหางของมันขึ้นมาได้ 6 เส้นเขาก็ได้สอดหางเข้าไประหว่างง่ามนิ้วมือ โผล่เพียงแค่ปลายหางกระทั่งหางทั้ง 6 โผล่ออกมาจากง้ามนิ้วจนเหมือนสนับมือ แอชเชอร์ก็ได้ใช้ส่วนที่เหลือของหางพันแขนแล้วพุ่งเข้าไปจัดการกับคอนโทรเลอร์ด้วยสกิลเชี่ยวชาญหมัด
“ลำแสงอาวุธ โจมตีต่อเนื่อง”
หมัดทั้งสองเรืองแสง ทว่าครั้งนี้แสงที่เรืองออกมากลับไม่ได้อยู่ที่หมัดเท่านั้น หางที่ถูกใช้เป็นสนับมือต่างก็เรืองแสงจนมือของแอชเชอร์ปลดปล่อยน้ำแข็งออกมาเช่นกัน ทันทีที่หมัดขวาพุ่งเข้าปะทะกับกรงเล็บคอนโทรลเลอร์ ระเบิดน้ำแข็งและพลังฟอสเอนเนอร์จี้ของอีกฝ่ายก็แตกกระจาย สร้างความดีใจให้กับแอชเชอร์ไม่น้อย หลังจากที่เขาใช้กำปั้นสู้กับอีกฝ่ายได้
ตึง ตึง ตู้ม ~!
ฝั่งหนึ่งใช้กรงเล็บ อีกฝั่งใช้กำปั้น ทุกๆครั้งที่การโจมตีของทั้งสองปะทะกันจะเกิดระเบิดจนพื้นดินรอบๆแตกเป็นผุยผง ด้วยธาตุน้ำแข็งที่กำลังเกาะกุมกรงเล็บของมันและจับไปบนร่างส่วนที่เขาชก ทำให้มันเริ่มเคลื่อนไหวช้าลงมาก
“ส้นเท้า~!”
ตึง~!
เท้าที่ยกขึ้นไปบนฟ้ากระแทกส้นลงมายังหัวไหล่จนคอนโทรลเลอร์เท้าจมดิน แอชเชอร์ไม่จบการโจมตี เขาได้ใช้ศอกที่มีสับไปยังหัวของมันจนมีเลือดไหลอาบหน้า ปิดท้ายด้วยการใช้หมัดซ้ายอัดเข้าไปยังลูกตาของมัน แต่ทว่าเขาก็ถูกหางทั้ง 7 ที่งอกกลับออกมาใหม่เล่นงานเช่นกัน จนร่างกายถูกหางทะลวงจากทางด้านหลัง
อย่างไรก็ตามแอชเชอร์กลับไม่สั่นไหวหรือกลัวตายกับหาง ด้วยร่างกายของเขาในตอนนี้ที่ถูกปรับแต่งให้แข็งแกร่งไม่ต่างจากมัน เขาได้ใช้ร่างกายดึงหางของมันเอาไว้จากนั้นก็ใช้มือทั้งสองข้างชกต่อยหมัดออกไปรัวๆจนร่างของมันเต็มไปด้วยบาดแผล ทางฝั่งของมันก็ไม่ยอมปล่อยให้แอชเชอร์โจมตีจนพ่ายแพ้ มันได้ใช้กรงเล็บอันใหญ่โตโจมตีสวนกลับจนทำให้ชุดเกราะที่แอชเชอร์สวมใส่แตกละเอียดขาดสะบั้นไม่ต่างจากกระดาษ ยังดีที่ร่างของเขาและมันแข็งแกร่งเท่าๆกัน จึงทำให้บาดแผลของทั้งสองมีความลึกตื้นหนาบาง ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่
ตึง`!
“ต้องทำยังไง ต้องทำยังไงถึงจะชนะมัน”
แอชเชอร์คิดหาทางออกในระหว่างที่เขาโจมตี ร่างกายของมันรักษาตัวได้เรื่อยๆ ทางฝั่งของเขาที่ถูกกรงเล็บก็รักษาตัวเช่นเดียวกัน ทันใดนั้นเขาก็นึกบางอย่างได้ว่าจะฆ่ามันได้ยังไงนั้นจึงเสียฟอสเอนเนอร์จี้อีก 5000 หน่วยซื้อระเบิด 5 ดาวมาไว้ในช่องเก็บของ แม้มันจะไม่สามารถทำลายผิวหนังของคอนโทรเลอร์ได้ แต่มันจะต้องทำลายภายในได้แน่นอน ทันทีที่เขาตัดสินใจจะระเบิดร่างของมันจากภายในแอชเชอร์ก็ได้กำหมัดให้แน่นขึ้นแล้วชกหมัดอัดแช่ไว้กลางหน้าอก ทันทีที่หางระหว่างนิ้วแทงทะลุอกของมันแอชเชอร์ก็ได้กรีดท้องจนเกิดแผลยาว ขณะที่มันกำลังจะรักษาแอชเชอร์ได้ยัดระเบิด 5 ดาวใส่เข้าไปในตัวของมันแล้วพุ่งออกห่างด้วยความรวดเร็ว
ตู้ม~!
ร่างที่ควรจะเคลื่อนไหวหยุดนิ่งเหมือนรถเครื่องยนต์ดับ แอชเชอร์ที่เห็นโอกาสจึงพุ่งไปยังยานรบหัวสว่านเพื่อที่เขาจะทำลายต้นกำเนิดพลังที่ทำให้คอนโทรลเลอร์ฆ่าไม่ตาย ทันทีที่เขาออกห่างจากระยะของคอนโทรเลอร์ร่างกายของเขาก็กลับมามีพลังต่อสู้เท่ากับมอนสเตอร์ 6 ดาว แต่เมื่อเขาเข้าสู่ระยะยานหัวสว่าน พลังต่อสู้ของเขาก็พุ่งสูงขึ้นอีกครั้งจากระบบที่ปรับแต่งพลังของเขาจนเทียบเท่ากับยาน
“นี่มันพลังต่อสู้ 8 ดาวเลยเหรอ ไม่แปลกที่ชีวิตก่อนมันจะทำลายได้ยาก”