หลังจากที่ตื่นนอน อนาเธอร์และไอรินก็ใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำร่วมกันสักพัก กิจวัตรที่น่าจะธรรมดากลับกลายเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความร้อนแรง เมื่อเสร็จสิ้นและจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ไอรินก็ขอตัวกลับไปทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าแม่บ้านของตระกูลซิกฟรีดตามปกติ
ร่างอันงดงามของเธอหายลับออกไปจากห้องอย่างสง่างาม ทิ้งให้อนาเธอร์อยู่เพียงลำพังในห้องนอนที่หรูหราของเขา
“เอาละ เหตุผลที่ฉันกลับมายังตระกูลก็เพราะ...”
อนาเธอร์นั่งอยู่ในห้องนอนที่แสนโอ่อ่า สายตาจับจ้องไปยังผนังห้องที่เต็มไปด้วยไอเทมมากมายที่ถูกจัดแสดงอย่างประณีต แสงไฟที่ส่องสะท้อนให้เห็นประกายของไอเทมแต่ละชิ้นอย่างงดงาม ราวกับอัญมณีล้ำค่า
ไอเทมเหล่านี้ไม่ใช่เพียงของสะสม แต่เป็นของขวัญที่ชายหนุ่มได้รับจากสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ หรือพี่ชายและพี่สาว ทุกชิ้นเต็มไปด้วยคุณค่าและความหมายที่มากมาย
“ตอนแรกฉันก็ไม่ได้สนใจมันเนื่องจากว่าไม่อาจเป็นผู้เล่นได้ ทว่าตอนนี้ไอเทมทุกชิ้นที่ฉันได้รับมา.. มันคือสมบัติที่ล้ำค่า!”
อนาเธอร์ลุกขึ้นยืนและเดินตรงไปยังผนัง จับตามองไอเทมระดับตำนานที่แต่ละชิ้นล้วนเป็นที่ใฝ่ฝันของผู้เล่นทุกคนในโลกนี้
ตัวเขารู้ดี ว่าหากไอเทมเหล่านี้ถูกนำออกไปประมูลหรือเปิดเผย มันคงจะก่อให้เกิดความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่แก่วงการผู้เล่น เพราะแต่ละชิ้นล้วนมีพลังมหาศาลและคุณสมบัติพิเศษที่สามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ของการต่อสู้ได้ในพริบตา
【อาวุธระดับตำนาน: ดาบพันอัสนีวิบัติ สวมใส่ได้ตั้งแต่เลเวลที่ 800 ขึ้นไป ค่าความทนทาน: 2,000/2,000 ทักษะประจำอาวุธ เมื่อฟาดฟันออกไปโดยปกติ จะสร้างคลื่นอัสนีสายฟ้าที่รุนแรงออกไปเป็นระลอก และยังเพิ่มค่าสถานะความเร็วให้กับผู้สวมใส่อีก 5 %】
เขาเอื้อมมือไปแตะดาบพันอัสนีวิบัติที่เคยได้รับจากบิดาของเขา ใบดาบสีทองที่มีลวดลายอันซับซ้อนกำลังเปล่งแสงสีทองอมฟ้าอ่อนๆ บรรจุพลังของสายฟ้าที่รุนแรงจนสามารถทำลายทุกสิ่งที่ขวางทาง ความทรงจำเมื่อครั้งที่บิดาของเขามอบให้ดาบเล่มนี้ผุดขึ้นมาในใจ
“ดาบเล่มนี้ไม่ใช่แค่สำหรับการทำลาย แต่เพื่อปกป้องผู้ที่สำคัญและทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น”
“หึหึ ตอนนั้นท่านพ่อคิดยังไงถึงได้เอาดาบเล่มนี้มาให้กับคนธรรมดาที่ไม่มีพลังอะไรเลย”
อนาเธอร์ครุ่นคิดอย่างขบขันและหัวเราะ จากนั้นเขาก็เลื่อนดูไปยังไอเทมชิ้นถัดไป
ถัดจากดาบนั้นเป็น เกราะแห่งหุบเขาเทพเจ้า ของขวัญจากมารดาผู้ให้ความรักและความอบอุ่นแก่เขามาเสมอ
【ไอเทมระดับตำนาน: เกราะแห่งหุบเขาเทพเจ้า สวมใส่ได้ตั้งแต่เลเวลที่ 700 ขึ้นไป ค่าความทนทาน: 5,000/5,000 ทักษะประจำไอเทม เปิดใช้อำนาจแห่งเทพเจ้า เพื่อป้องกันการโจมตีทางกายภาพและจิตวิญญาณได้ ยังดูดซับความเสียหายเพื่อฟื้นฟูตัวเองได้เล็กน้อย และเพิ่มค่าสถานะความทนทานให้กับผู้สวมใส่อีก 5%】
ไอเทมเกราะนี้เป็นเกราะที่มีคุณสมบัติป้องกันที่ยอดเยี่ยม พื้นผิวของมันสะท้อนแสงสีน้ำเงินเข้มราวกับพื้นผิวของทะเลลึก ทุกการโจมตีที่พุ่งเข้ามาจะถูกลดทอนและป้องกันได้อย่างมหาศาล เกราะนี้สามารถดูดซับพลังโจมตีและแปรเปลี่ยนเป็นพลังชีวิตแก่ผู้สวมใส่ในทันที
นับเป็นพลังที่พิเศษและไม่ธรรมดา จนบางครั้งอาจเป็นสิ่งที่สามารถพลิกผลของการต่อสู้ได้
“น่าสนใจ แต่ฉันก็ยังใส่มันไม่ได้อยู่ดี”
อนาเธอร์ส่ายหัวและหันสายตาเลื่อนไปยังไอเทมชิ้นถัดไปที่กำลังเปล่งแสงอ่อนๆ ราวกับแสงจันทร์ยามค่ำคืน
【ไอเทมระดับตำนาน: สร้อยคอเขี้ยวจันทรา สวมใส่ได้ตั้งแต่เลเวลที่ 700 ขึ้นไป ค่าความทนทาน: 3,000/3,000 ทักษะประจำไอเทม เมื่อต่อสู้ภายใต้แสงจันทร์ ค่าความทนทานและค่าจิตวิญญาณจะถูกยกระดับมากขึ้น ยังสามารถสร้างม่านพลังเพื่อป้องกันการโจมตีได้หนึ่งครั้ง เพิ่มค่าสถานะความทนทานและจิตวิญญาณให้กับผู้สวมใส่อีก 5%】
สร้อยเส้นนี้เป็นของขวัญที่พี่สาวของเขามอบให้ในวันเกิดปีที่ 15 พร้อมกับคำพูดว่า
“น้องชายที่แสนเก่งของข้า เจ้าจงใช้สิ่งนี้เพื่อก้าวไปข้างหน้า สร้อยเส้นนี้จะนำทางให้เจ้าในยามที่เจ้าหลงทาง”
สร้อยคอเขี้ยวจันทรานั้นสามารถมอบพลังฟื้นฟูให้ผู้สวมใส่ ฟื้นคืนพลังชีวิตและจิตวิญญาณอย่างต่อเนื่องเมื่ออยู่ภายใต้แสงจันทร์ ไม่เพียงเท่านั้น หากใช้พลังของมันอย่างเต็มที่ มันยังสามารถสร้างม่านพลังแห่งจันทราเพื่อปกป้องผู้สวมใส่จากการโจมตีทุกประเภทชั่วขณะหนึ่ง
“เหอะๆ ของแต่ละอย่างมากพอที่จะทำให้ผู้เล่นต้องตาลุกวาว”
อนาเธอร์ใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงในการตรวจสอบและชื่นชมไอเทมเหล่านี้อย่างละเอียด และรู้สึกถึงความผูกพันและแรงสนับสนุนจากครอบครัวที่สะสมอยู่ในแต่ละชิ้น
การได้รับไอเทมระดับตำนานมากมายเช่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ แต่ยังแสดงถึงความไว้วางใจและการยอมรับในตัวเขาของครอบครัว
ทุกครั้งที่เขาเห็นไอเทมเหล่านี้ มันจะย้ำเตือนให้นึกถึงจุดหมายและความรับผิดชอบที่เขาต้องแบกรับ ทั้งในฐานะทายาทของตระกูลซิกฟรีดและในฐานะผู้สืบทอดพลังอวาตาร์แห่งเทพซุนหงอคง
หลังจากตรวจดูไอเทมระดับตำนานแต่ละชิ้นด้วยความภาคภูมิใจและชื่นชม
“เก็บพวกมันให้หมด!”
อนาเธอร์ก็ได้เก็บพวกมันทั้งหมดเข้าไปในหน้าต่างผู้เล่นของตน แม้เขาจะมีไอเทมทรงพลังเหล่านี้อยู่ในครอบครอง
แต่ด้วยเลเวลที่ยังต่ำของเขา ทำให้ไม่สามารถใช้งานพวกมันได้อย่างเต็มที่ ความแข็งแกร่งของไอเทมระดับตำนานต้องการพลังจากผู้ใช้ในระดับที่สูงกว่านี้ ซึ่งอนาเธอร์เองก็ยอมรับ ว่าตนยังต้องเก็บค่าประสบการณ์อีกมากเพื่อที่จะครอบครองพลังของมันอย่างสมบูรณ์
“หือ? ดูเหมือนฉันจะใช้พวกมันได้”
ขณะที่อนาเธอร์วางแผนการฝึกฝนเพื่อให้เลเวลสูงขึ้น เขาเบนสายตาไปยังอาวุธอีกสองชิ้นที่อยู่ในช่องเก็บของ ไอเทมทั้งสองนี้มีความพิเศษที่แตกต่างออกไป
แม้จะไม่ได้เป็นไอเทมระดับตำนาน แต่คุณสมบัติของมันก็นับว่าเหนือชั้นในระดับของอาวุธทั่วไปเป็นอย่างมาก
【อาวุธระดับสูง: พลองทองสัมฤทธิ์ สวมใส่ได้ตั้งแต่เลเวลที่ 100 ขึ้นไป ค่าความทนทาน: 2,000/2,000 ทักษะประจำอาวุธ การโจมตีด้วยพลองทองสัมฤทธิ์จะสร้างแรงกระแทกให้กับเป้าหมายได้เล็กน้อย และยังเพิ่มค่าสถานะพละกำลังและความเร็วให้กับผู้สวมใส่อีก 2%】
พลองที่ทำจากวัสดุทองแดงที่เปล่งประกายเหลืองอร่าม ร่างกายของพลองมีลวดลายอักขระโบราณที่สลักลึกลงไป ทักษะพิเศษของพลองนี้คือการเสริมพลังโจมตีพื้นฐานและการเพิ่มความแข็งแกร่งของท่วงท่าการต่อสู้
เมื่อจับพลองไว้ในมือ อนาเธอร์รู้สึกได้ถึงพลังที่แผ่ออกมาจากมันอย่างเต็มเปี่ยม
“เยี่ยมมาก! ฉันไม่ต้องทนใช้พลองระดับต่ำที่มีอีกแล้ว!”
ส่วนไอเทมอีกชิ้นหนึ่งที่เขาหยิบขึ้นมาดูคือ แหวนยุทธอัสนี แหวนวงนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยเหล็กกล้าสีดำสนิท
【ไอเทมระดับสูง: แหวนยุทธอัสนี สวมใส่ได้ตั้งแต่เลเวลที่ 100 ขึ้นไป ค่าความทนทาน: 2,000/2,000 ทักษะประจำไอเทม เพิ่มค่าสถานะความเร็วให้กับผู้สวมใส่อีก 2% ที่สำคัญ เมื่อสวมใส่ไอเทมชิ้นนี้ ผู้สวมใส่จะมีความสามารถในการตอบสนองได้ดีมากยิ่งขึ้น】
ประกายของมันราวกับสะท้อนแสงอัสนีในยามค่ำคืน บนวงแหวนมีลวดลายสลักรูปร่างสายฟ้าที่พันรอบไปตามวงแหวน
คุณสมบัติพิเศษของมันคือการเพิ่มความเร็วในการโจมตีให้กับผู้สวมใส่ แหวนนี้จะปลดปล่อยพลังไฟฟ้าขนาดเล็กออกมาจากรอบตัวผู้ใช้ในระหว่างการต่อสู้ ทำให้การโจมตีรวดเร็วและเฉียบคมกว่าปกติ
“ไม่เลว ค่าสถานะที่ถูกบวกเพิ่มเป็นเปอร์เซ็นถือว่าเป็นที่ต้องการของเหล่าผู้เล่นมากมาย”
“เพราะยิ่งมีค่าสถานะสูงมากเท่าไหร่ ไอเทมพวกนี้ก็จะช่วยให้เราเพิ่มไปตามเปอร์เซ็นที่ได้รับ มันต่างไปจากการเพิ่มค่าสถานะที่แน่นอน”
อนาเธอร์พอใจกับอาวุธทั้งสองชิ้นนี้มาก
แม้พวกมันจะไม่สามารถเทียบเคียงไอเทมระดับตำนานที่เขามีได้ แต่พลังของพลองทองสัมฤทธิ์และแหวนยุทธอัสนีก็ยังเพียงพอสำหรับการต่อสู้ที่รออยู่เบื้องหน้า
โดยเฉพาะเมื่อเขาต้องเข้าสู่การแข่งขันในมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์ที่กำลังใกล้เข้ามา หากเขาสามารถใช้อาวุธทั้งสองนี้ได้อย่างเชี่ยวชาญ มันย่อมสามารถเพิ่มความสามารถและขอบเขตการต่อสู้ให้เขาได้อย่างมาก
อนาเธอร์ยืนพินิจพลองทองสัมฤทธิ์ในมือ ขณะที่ความคิดและความตั้งใจในใจของเขาก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้น
“การแข่งขันครั้งนี้.. ”
“ฉันจะไม่ให้ใครมาขวางทางได้ ไม่ว่าจะเป็นไอ้โอหังหยางเจินหรือใครหน้าไหนก็ตาม”
..
คะ..โคตรรวย เหมือนเป็นคลังสมบัติเดินได้อะ 55+