ตอนที่ 110 ศึกบัลลังก์มาร กาติรัส ปะทะ ลูซิเฟอร์(2) หมัดอันคลุมไปด้วยพลังงานสีขาวนวลถาโถมเข้าใส่ลูซิเฟอร์อย่างไร้ความปราณี ถึงอีกฝั่งจะเป็นมือขวาผู้ภักดีแต่ทุกการโจมตีของกาติรัสกลับไร้ซึ่งความลังเลใดๆ ใบหน้าเรียบนิ่งสายตาเด็ดเดี่ยวทรนง คิ้วคมเข้มขมวดชิดแน่น หมัดที่เปี่ยมล้นด้วยพลังกายเกือบร้อยล้านจุดส่งผลให้เนื้อดินภูเขาเกิดหลุมยุบลึกกระจายกว้าง เสียงของหมัดกระหน่ำจู่โจมจวบจนกระทั่ง…บึ้ม! ลูซิเฟอร์ถูกต่อยจนทะลุออกมาจากภูเขาลูกนั้น ร่างของลูซิเฟอร์ลอยคว้างไปในอากาศก่อนจะถลาไปกับพื้นดินดุจสายอัสนีพุ่งผ่าน มันชนเข้ากับต้นไม้และสรรพสิ่งเบื้องล่างโดยไม่มีวี่แววว่าความเร็วจะลดลง ในจังหวะนั้น กาติรัสได้ใช้ออกด้วยท่าท้าวข้ามจักรวาลตามติดมาด้วยความเร็วอันน่าสะพรึง ร่างของลูซิเฟอร์ถลาไปกับพื้นไกลกว่าสิบกิโลเมตรก่อนจะหยุดลง ในขณะนี้เอง กาติรัสกำลังสาวเท้าเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทุกฝีเท้ากลับกลายเป็นซุ่มเสียงที่ดังที่สุด ตึก… ตึก… ตึก… ลูซิเฟอร์สดับฟังโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว แม้กระดูกบนใบหน้าจะปรากฏรอยร้าวกว้าง เนื้อสีแดงฉานทั่วร่างขาดวิ่นคงเหลือไว้เพียงบางส่วน กล่าวได้ว่า… สภาพของมันย่ำแย่อย่างถึงที่สุด แต่ภายใต้สภาพร่างกายเช่นนั้น ลูซิเฟอร์กลับแสยะยิ้มออกมา… “จักรพรรดิผู้โหดเหี้ยม…แข็งแกร่งจริงๆ ขนาดเลเวลของท่านลดลงถึงเพียงนี้ พลังของท่านยังนับว่าน่าครั่นคร้ามยิ่งกว่าตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา สมแล้วที่เป็นนายเหนือหัวแห่งข้า…” ลูซิเฟอร์เอ่ยพูดเสียงดังฉะฉานพลางหัวเราะลั่น ร่างของมันนอนทอดร่างไปกับพื้นดินไร้การตอบสนอง แม้ร่างกายจะบาดเจ็บสาหัสราวกับใกล้ตายเต็มที แต่ท่าทางของมันราวกับคนกุมชัยเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดและสิ่งนี้เองที่ทำให้กาติรัสตงิดใจ จักรพรรดิขมวดคิ้วมุ่น “โทษทัณฑ์ที่บังอาจล่วงเกินข้า” ชายหนุ่มง้างหมัดขวาขึ้น พลังงานสีขาวนวลครอบคลุมหมัดขวารัศมีของความน่าเกรงขามสาดกระจายกว้าง แรงกดดันมหาศาลกดทับลูซิเฟอร์ที่แน่นิ่งอยู่กับพื้น เมื่อหมัดของกาติรัสกดลงหวังอัดเข้าใส่กระโหลกศีรษะของลูซิเฟอร์ ในเสี้ยววินาทีนั้น ลูซิเฟอร์พยุงร่างขึ้นมาด้วยสองขาที่ค้ำจุน มันอยู่ในท่าย่อเข่าก่อนจะสวนหมัดของตนเข้าใส่หมัดของผู้เป็นนาย การโจมตีครั้งนี้…ลูซิเฟอร์ใช้พลังกายเต็มกำลัง กาติรัสเลิกคิ้วขึ้นสูง หมัดของจักรพรรดิเกิดการต้านกับหมัดของลูซิเฟอร์ ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสามารถชิงชัยเหนือกันได้… ทั้งที่กาติรัสรู้สึกว่าหมัดของตนเองทรงพลังมากกว่าครั้งแรกอย่างมาก อาจเป็นเพราะพลังงานบางอย่างที่ไหลเข้าสู่ตัวของเขา ถึงกระนั้น การประชันหมัดครั้งนี้ลูซิเฟอร์กลับต้านเอาไว้ได้… “น่าเหลือเชื่อเหลือเกิน---แท้จริงแล้ว…นายเหนือหัวเป็นผู้หยั่งรู้ถึงสรรพเวทย์” ลูซิเฟอร์เอ่ยพูดขึ้นมาพลางไอน้ำมหาศาลที่เล็ดลอดออกมาขณะที่เปิดปากขึ้น โดยที่หมัดของมันยังคงต้านหมัดของกาติรัสเอาไว้ กาติรัสหางคิ้วกระตุกเล็กน้อย ในจังหวะนั้นเองที่ลูซิเฟอร์ส่งแรงจากหัวไหล่ขวาโดยแปรเปลี่ยนหมัดของตนเองให้กลายเป็นฝ่ามือ “ฝ่ามือโครงกระดูก” แรงอันน่าสะพรึงเกือบสี่ร้อยล้านจุดได้เพิ่มพูนสูงขึ้นสิบเท่าในชั่วพริบตา อีกทั้ง อันเดดไม่ใช่ตัวตนสามัญธรรมดาพลังกายจริงย่อมแข็งแกร่งว่าพลังกายที่ปรากฏขึ้นในสเตตัส นี่ไม่ต้องพูดถึงอันเดดศักดิ์สิทธิ์เลย… ทันใดนั้นเองที่กาติรัสรู้สึกว่าหมัดของตนได้ต่อยเข้ากับเหล็กกล้าไร้ต้าน เสียงของกระดูกบริเวณนิ้วดังขึ้นกร๊อบแกร๊บ เมื่อลูซิเฟอร์บดกระดูกฝ่ามือของกาติรัสได้แล้ว มันตวัดฝ่ามือไปทางใบหน้าของชายหนุ่มกุมกำศีรษะบุรุษแน่นก่อนจะกดลงพื้นดินสุดแรง เสียงดังสะท้านกัมปนาทส่งผลให้พื้นโดยรอบแตกร้าวละเอียด สายโลหิตอาบย้อมผืนดินให้กลายเป็นสีแดงสด โลหิตของกาติรัสไหลรินตั้งแต่ศีรษะอาบผืนดินโดยรอบ ไม่ใช่ว่ากาิตรัสอ่อนแอ… ไม่ใช่ว่าร่างกายของกาติรัสไม่แข็งแกร่ง… ตรงกันข้าม ลูซิเฟอร์นั้นน่าสะพรึงกลัวเกินไป!! ร่างกายของกาติรัสกอปรด้วยโลหิตของแปดสัตว์เทพบรรพกาลและอันเดด… ถึงแม้จะมีเลือดของแปดสัตว์เทพบรรพกาลที่เจือจางอย่างมาก แต่มันมากพอที่จะทำให้ร่างกายต้านทานผู้ที่แข็งแกร่งกว่าตนเองนับสิบเท่า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสายเลือดของอันเดดที่เกือบจะกลายเป็นสายเลือดอันเดดบริสุทธิ์แล้วเลย กาติรัสตอนนี้เรียกได้ว่าไร้เทียมทาน! แต่ตัวตนหลุดโลกเช่นนั้นกลับหลั่งเลือดให้กับลูซิเฟอร์ สืบเนื่องมาจากลูซิเฟอร์เป็นศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังอย่างมาก ผนวกกับความต่างของค่าพลังที่มีมากจนเกินไป กาติรัสสร้างบาดแผลปางตายให้ลูซิเฟอร์ได้ก็นับว่าปาฏิหาริย์แล้ว ต่อให้เป็นสิ่งมีชีวิตอื่นที่มีค่าพลังทัดเทียมกับลูซิเฟอร์ มันไม่สามารถแม้กระทั่งจะสร้างรอยขีดข่วนด้วยซ้ำไป… “แข็งแกร่งจริงๆ น่ากลัวจริงๆ” ลูซิเฟอร์เอ่ยขึ้นในขณะที่ฝ่ามือขวาของมันได้กระแทกศีรษะของกาติรัสเข้ากับพื้นอีกครั้ง บังเกิดเสียงดังดุจระเบิดดังกึกก้องไกล การปะทะของทั้งคู่อาจนับได้เป็นภัยพิบัติล้างเมืองก็มิปาน ลูซิเฟอร์รู้อยู่แก่ใจ แม้มองผิวเผินว่ามันกำลังได้เปรียบและทำให้กาติรัสเสียเลือดอย่างมาก แต่ลูซิเฟอร์รู้ดีที่สุด หมัดของกาติรัสกำลังรุนแรงขึ้นอย่างไร้เหตุผล ไม่สามารถสืบหาที่มาได้เลยว่าเพราะอะไร… พลังงานบางอย่างไหลเข้าตัวของจักรพรรดิได้ยังไง… และมันมาจากไหน? โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ร่างกายของกาติรัสล้วนเขย่าขวัญสั่นประสาทอย่างถึงที่สุด ร่างกายของสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งเหตุใดถึงแข็งแกร่งทรงพลังได้ถึงเพียงนี้… พลังของมันอยู่เหนือคำว่าสามัญสำนึกของโลกต้นกำเนิดไปแล้ว แม้กระทั่งค่าพลังสเตตัสยังมิอาจระบุพลังที่แท้จริงของมันได้ สิ่งนั้นหมายความว่าค่าพลังที่แสดงออกมาไม่ได้หมายถึงพลังแท้จริงของมัน เพราะการประมวลผลมาจากกลิ่นอายของพลังในร่างกาย มันไม่ได้ประมวลผลประสิทธิภาพและความคงทนของกายาบุคคลนั้นๆ เผ่าพันธุ์ไหนมีเปรียบเรื่องร่างกายคงกระพัน ค่าสเตตัสของเผ่าพันธุ์นั้นย่อมมิใช่พลังที่แท้จริงทั้งหมด นิสเวมจับจ้องเหตุการณ์เหล่านั้นจากระยะไกล สาวน้อยฟีนิกซ์ไม่ทราบว่าเหตุใดตนเองจึงสามารถมองเหตุการณ์ที่อยู่ห่างออกไปกว่าร้อยกิโลเมตรได้อย่างชัดเจนราวกับอยู่ห่างออกไปแค่เอื้อมมือ แต่ในขณะนี้ แววตาสวยกระจ่างดั่งอัญมณีแดงกำลังเปล่งประกายเจิดจ้า “ทั้ง---ทั้ง---ที่ท่านแข็งแกร่งขนาดนั้นแท้ๆ… แต่ยังเอาชัยเหนือปีศาจนั่นไม่ได้…” นิสเวมกล่าวเสียงสั่นเครือ ใจดวงน้อยของเด็กสาวเริ่มเต้นไม่เป็นระส่ำ “ถ้าข้าไม่ขอว่าอยากได้พลัง… เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้…” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างสุดแสน จนท้ายที่สุดแล้ว นิสเวมยังคงคิดว่าการที่กาติรัสพาเข้ามาในดินแดนอนันตกาลเป็นเพราะตนเองได้ขอเอาไว้ ในช่วงเวลานั้นเองที่ซุ่มเสียงแตกพร่าดังขึ้น “ไม่ใช่…” เสียงฝีเท้าของคนผู้หนึ่งดังขึ้นเป็นจังหวะ แต่ทุกการลงเท้ากลับไร้ซึ่งความมั่นคง เสียงของหยดโลหิตหยดใส่ผืนหญ้าโดยรอบดังขึ้นแผ่วเบา เจ้าของเสียงนั้นครอบครองโครงหน้าคมงามและผิวขาวดุจหยกบริสุทธิ์เนียนละเอียด แต่ขณะนี้ โฉมหน้านวลงามกลับอาบท่วมด้วยโลหิตสีแดงฉาน เผ้าผมสีแดงยุ่งเหยิงแตกทรง ริมฝีปากงามอวบอิ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไร้เรี่ยวแรง “เด็กชายคนนั้นไม่ได้อ่อนแอ… แต่เป็นที่เจ้าปีศาจนั่นต่างหากที่แข็งแกร่งเกินไป…” แววตาของนิสเวมขยายกว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ สาวน้อยโพล่งคำออกไปอย่างไม่รู้ตัว “พี่สาว! ท่านได้สติแล้ว!!” ฉับพลันนั้นเอง ลมหายใจของสาวน้อยหยุดชะงักงัน ความงามอันน่าลุ่มหลงของอิสตรีเบื้องหน้าได้ทำให้นิสเวมเคลิบเคลิ้มอย่างไม่รู้ตัว หญิงสาวเบื้องหน้าดูอายุราวยี่สิบถึงสามสิบปี แต่กลับงดงามอย่างถึงที่สุด หากไม่นับว่านวลหน้าถูกทำร้ายให้บาดเจ็บคงจะกลายเป็นสาวงามแห่งยุคอย่างไร้ข้อกังขา แต่ทว่า… หญิงสาวผู้นี้คือเผ่าฟีนิกซ์สายเลือดบริสุทธิ์จากดินแดนอนันตกาล “พี่สาว?” เธอเอ่ยขึ้นสีหน้างุนงงก่อนจะถอนหายใจออกมา “ช่างเถอะ…” เพียงสามลมหายใจ สตรีผู้นี้กลับปล่อยร่างให้ร่วงหล่นราวกับไร้แรงต้าน “…พี่สาว!!” นิสเวมที่อยู่ห่างเพียงเอื้อมมือจึงใช้สองแขนพยุงร่างของนางเอาไว้ ถึงความสูงจะแตกต่างกันแต่นิสเวมกลับประคองร่างของนางเอาไว้ได้อย่างไร้ปัญหา ในขณะนี้เองที่ลูซิเฟอร์กำลังกดหัวของกาติรัสและกระแทกกับพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า “เห็นรึยังนายเหนือหัว… ข้าแข็งแกร่งเพียงใด! เพียงท่านสั่งให้กองทัพของเราล่าเขตแดนโลกข้างนอก กองทัพอันเดดไม่จำเป็นต้องกินหรือนอน… เป็นความน่ากลัวกลางสมรภูมิอย่างแท้จริง!! พวกเราทั้งแข็งแกร่งและไม่มีตาย!!” ลูซิเฟอร์เอ่ยคำด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง มันยังคงไม่เข้าใจจนถึงช่วงเวลานี้ เหตุผลอะไรที่กาติรัสยังไม่ส่งกองทัพตนเองสู่โลกภายนอก? ศัตรูหรือ? มีตัวน่ากลัวอยู่ข้างนอกหรือ? ต่อหน้าขุมกำลังที่มีจำนวนเป็นอนันต์ สิ่งไหนใดเล่าจะต้านทานมันได้… และมันยังคงเป็นคำถามที่ค้างคาใจของลูซิเฟอร์มาจนถึงบัดนี้ ลูซิเฟอร์หยุดการลงมือต่อนายเหนือหัวตนเอง มันรวบรวมความกล้าก่อนจะเอ่ยคำออกไป “ข้าชนะแล้วนายเหนือหัว…กองทัพของเราจะมุ่งสู่โลกภายนอกทันที หากท่านจะหยุดยั้งข้า ท่านควรบอกเหตุผลของท่านออกมา---ไม่ว่าเหตุผลของท่านจะไร้สาระเพียงใด แค่เพียงท่านพูดมันออกมา ข้าจะหยุดการเคลื่อนทัพทันที นั่นก็เพราะว่าไม่ว่ายังไงท่านก็คือนายเหนือหัวของข้า…” “ลูซิเฟอร์…” กาติรัสกล่าวออกด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ภายใต้แรงกดดันของพลังกายค้ำฟ้าเยี่ยงลูซิเฟอร์ ร่างกายของกาติรัสราวกับแผ่นไม้ถูกเหล็กหนักกดทับ ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแม้จะขยับตัวแต่ด้วยความหยิ่งยโสเหนือใต้หล้า กาติรัสตะเกียกตะกายตัดสินใจสู้กับมันด้วยทักษะและวิธีการที่ไร้ศักดิ์สิทธิ์ ทักษะบางอย่างได้ถูกใช้งานอย่างเงียบงัน “สลับขั้ววิญญาณ” เพียงชั่วพริบตาเดียว ค่าพลังเวทย์ได้ถูกสับเปลี่ยนกับค่าพลังกาย กาติรัสที่ใช้ออกซึ่งพลังกายกว่าร้อยล้านจุดจนเกือบสูญสิ้นหมดพลันถูกเติมเต็มในชั่วพริบตาเดียว หนำซ้ำ มันเป็นค่าพลังกายที่สูงขึ้นกว่าปกติ สืบเนื่องมาจาก พลังเวทย์ของกาติรัสมีสูงกว่าพลังกาย ภายใต้ฝ่ามือข้างขวาของลูซิเฟอร์ซึ่งกุมศีรษะของกาติรัสเอาไว้ จักรพรรดิใช้มือขวาจับเนื้อแขนสีแดงฉานของลูซิเฟอร์เต็มฝ่ามือแน่น แม้กระทั่งลูซิเฟอร์ยังตกตะลึง… พลังกายของนายเหนือหัวที่สมควรสูญสิ้นไปหมดแล้วกลับมาเปี่ยมล้นด้วยกำลังกายมหาศาลอีกครั้ง อีกทั้งราวกับว่าพลังกายของกาติรัสเพิ่มสูงขึ้นอย่างไร้เหตุผล กาติรัสบีบแขนเนื้อไร้หนังหุ้มของลูซิเฟอร์จนบังเกิดโลหิตหลั่งไหล ด้วยความที่มันเป็นอันเดดความอยากเอาชนะจึงอยู่เหนือสรรพสิ่งอื่นใด แม้แขนตนเองจะหลั่งโลหิตหรือกายาจะแหลกสลาย มันติดสินใจที่จะสู้กุมศีรษะของกาติรัสบีบแน่น นี่คือความหยิ่งทรนงของอันเดด แรงของกาติรัสกลับทะยานสูงขึ้นอย่างน่าสะพรึง เมื่อเหตุการณ์เริ่มดำเนินต่อไปเช่นนี้ลูซิเฟอร์จึงเริ่มสัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติและที่มาของพลังงานบางอย่างในตัวกาติรัส บางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในร่างกายของชายหนุ่ม พลังงานบางอย่างที่เกื้อหนุนให้ท้ายมันเอาไว้ การต้านพลังของลูซิเฟอร์และกาติรัสดำเนินไปถึงสิบลมหายใจ ลูซิเฟอร์จำต้องเก็บกลืนความยโสโอหังและยอมรับความพ่ายแพ้ไปเมื่อแขนของมันคล้ายจะระเบิดและถูกหักออก ราวกับว่า หากมันยังสู้วัดกำลังต่อไป แขนของมันจะถูกดึงหลุดด้วยพลังกายน่าสะพรึงของจักรพรรดิ “พลังของท่านมาจากไหน… มาได้ยังไง…” ลูซิเฟอร์เอ่ยพูดออกไปด้วยความงุนงง ตัวของมันถือเป็นอันเดดที่ฉลาดหลักแหลมและทรงภูมิปัญญาอย่างมาก หาสิ่งนั้นไม่ใช่ไพ่ลับต่อให้เป็นเล่ห์กลอุบายอันใดล้วนมิอาจหลีกพ้นสายตาอันเฉียบคมของลูซิเฟอร์ไปได้ แต่เมื่อมันลองพิจารณาถึงขุมพลังของกาติรัสดู มันกลับพบแต่สิ่งที่ไร้เหตุผล… ไม่มีตรรกะใดที่จะมารองรับพลังของจักรพรรดิได้เลยหรือ? นี่นับเป็นการโกงอย่างหนึ่ง เมื่อกาติรัสใช้เรี่ยวแรงทางพลังกายจนหมดสูญ ชายหนุ่มสามารถใช้สลับขั้ววิญญาณสับเปลี่ยนค่าพลังทั้งสอง โดยให้พลังกายถูกเติมเต็มด้วยค่าของพลังเวทย์และค่าของพลังเวทย์จะถูกแทนที่ด้วยค่าของพลังกาย อทิเช่น ค่าพลังกาย 0 ค่าพลังเวทย์ 100 เมื่อใช้ออกด้วยสลับขั้ววิญญาณจะกลายเป็น ค่าพลังกาย 100 ค่าพลังเวทย์ 0 ผนวกกับสายเลือดแปดสัตว์เทพบรรพกาลและอันเดดครึ่งก้าวบริสุทธิ์ การฟื้นฟูของกาติรัสย่อมอยู่เหนือคนธรรมดาตัวไปไม่รู้ตั้งกี่เท่า เขาสามารถใช้จังหวะนี้ฟื้นฟูพลังเวทย์ไปและใช้พลังกายที่ถูกทดแทนด้วยพลังเวทย์เข้าต่อสู้กับลูซิเฟอร์ ทันทีที่พลังกายถูกใช้จนหมด พลังเวทย์ของกาติรัสคงจะฟื้นฟูอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมทันที เมื่อนั้นชายหนุ่มก็แค่ใช้ออกด้วยสลับขั้ววิญญาณอีกครั้ง กล่าวโดยสรุป กาติรัสสามารถตัดสินใจใช้พลังด้านใดด้านหนึ่งได้อย่างไม่มีจำกัด ข้อเสียใหญ่หลวง เมื่อกาติรัสตัดสินใจใช้พลังกาย เขาจะไม่สามารถร่ายบทเวทย์ที่กินพลังเวทย์มหาศาลได้และการเคลื่อนย้ายมิติที่กินบริเวณกว้างจะถูกจำกัดลง เมื่อกาติรัสตัดสินใจใช้พลังเวทย์ เขาจะไม่สามารถสู้ด้วยพลังกายได้อย่างปกติอีก หากใช้ไม่ถูกสถานการณ์มันคือสิ่งที่นำไปสู่หายนะที่แท้จริง… “นายเหนือหัว---ข้าไม่ได้รู้สึกไปเองใช่หรือไม่…” ลูซิเฟอร์เอ่ยขึ้นขณะที่จับจ้องกาติรัสไม่กระพริบตา “พลังกายของท่านกลับมาเต็มดั่งครั้งที่ท่านยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม” ..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:11,411 พลังกาย:96,087,887 พลังเวทย์:97,687,877 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ