ตอนที่56เคียงกัน
ลมหนาวจากเทือกเขาฉางหลงพัดวูบผ่านสายลมลมเย็นโบกพัดสัมผัสใบหน้าคมเข้มจนรู้สึกได้ถึงความเย็นเยือกที่กำลังมา เสียงฝีเท้าของม้ายังคงย่ำก้าวไปตามทางอย่างต่อเนื่องบุรุษสองคนควบขี่ม้าเคียงกันไปราวกับภาพวาด
“เฟยหย่า...ข้าว่าเราควรพักที่โรงเตี๊ยมด้านหน้าเสียก่อน”เสียงเข้มของหลิวรั่วอันดังขึ้น พร้อมขยับชายเสื้อเข้าหาตัวด้วยความรู้สึกเหน็บหนาว
“ข้าตามใจเจ้า”หงเฟยหย่าตอบกลับอย่างว่าง่าย พร้อมเร่งบังเหียนควบขี่ไปยังโรงเตี๊ยมที่อยู่ด้านหน้า
บุรุษทั้งสองลงจากหลังม้าก้าวเข้าไปด้านในโรงเตี๊ยมหลิวรั่วอันหยิบตำลึงในชายเสื้อยื่นให้กับเถ้าแก่ “ห้องพักหนึ่งห้องพักสองคน”
เมื่อได้รับเงินดังกล่าวเถ้าแก่ก็รีบพาคนทั้งสองไปยังห้องพักที่อยู่ด้านบนสุด
หลังจากที่หงเฟยหย่าหลบลี้ตนเองออกจากความวุ่นวายเขาก็ออกเดินทางพร้อมกับหลิวรั่วอันไปยังสถานที่ต่างๆ บ้างก็หยุดพักแรมบ้างก็อยู่ชั่วคราว แต่เมื่อมีคนเริ่มจับสังเกตได้พวกเขาก็ออกเดินทางต่อไปอย่างไม่มีจุดหมาย
ห้องพักของโรงเตี๊ยมอยู่ชั้นบนแม้จะไม่หรูหราสะดวกสบายมากนัก แต่ก็สะอาดสะอ้านเป็นอย่างยิ่ง ด้านในมีเตาผิงขนาดเล็กเพื่อรองรับกับอากาศหนาวที่กำลังมาเยือนผ้าห่มหนานุ่มถูกวางทับไว้บนฟูกไม้เตี้ย กลิ่นหอมของชาดอกเก๊กฮวยลอยอบอวลไปทั่วห้องเล็กแห่งนี้
หลิวรั่วอันปลดเสื้อคลุมออกพร้อมเป่าลมหายใจเบาๆออกจากปาก ชายหนุ่มขยับไปนั่งลงข้างเตาผิง “ที่นี่อากาศหนาวยิ่งนักข้าไม่เคยหนาวเช่นนี้มาก่อน” ชายหนุ่มบ่นอุบออกมา เขายังรู้สึกขัดใจคนด้านข้างยิ่งนักเดิมทีเขาตั้งใจจะเดินทางไปยังทางใต้ แต่จู่ๆ คนด้านข้างก็เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาและเบี่ยงเส้นทางขึ้นมาทางเหนือเสียแทน
หงเฟยหย่าเดินมานั่งด้านข้างของหลิวรั่วอันพลางยื่นชาร้อนให้เขาดื่ม “เจ้านี่ช่างทำตัวเป็นเด็กยิ่งนักอากาศหนางแค่นี้ก็บ่นอยู่ได้ทั้งวัน”
หลิวรั่วอันหันไปส่งสายตาเขียวปั๊ดใส่คนตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง“มิใช่เพราะเจ้าหรือ...ที่เอาแต่ใจเช่นนี้...มิเช่นนั้นป่านนี้พวกเราคงเดินทางถึงทางใต้ไปเสียนานแล้ว”
หงเฟยหย่าจ้องมองหลิวรั่วอันด้วยความรักใคร่และเอ็นดูยิ่งนักเขาเพียงคิดว่าหากได้ฟังคำบ่นของคนผู้นี้ไปจนชั่วชีวิต เขาก็ล้วนพอใจยิ่งนัก
หลิวรั่วอันหันไปประสานสายตาที่หวานเยิ้มที่จ้องมองตนเองอย่างไม่กะพริบตาเขาก็ถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ คนผู้นี้นี่ช่างกระไร เวลาแบบนี้ยังมาทำสายตาเจ้าชู้ใส่เขาอย่างหน้าไม่อาย
“รั่วอัน...นี่ก็ดึกมากแล้วพวกเรารีบเข้านอนกันเถิด” หงเฟยหย่ารีบเกาะลำแขนของคนตรงหน้าอย่างออดอ้อนมือทั้งสองข้างพยายามดึงรั้งชายหนุ่มไปยังเตียงนอนด้านข้างอย่างรวดเร็ว
“เฟยหย่า...เจ้าหยุดเลยนะ”หลิวรั่วอันรีบประท้วงขึ้นมาทันทีที่เห็นเจตนาของคนตรงหน้า
“รั่วอัน...หรือว่าเจ้าอยากลองตรงนี้...เช่นนั้นข้าก็ไม่ติดนะ”หงเฟยหย่าขู่ออกมาทันควัน สายตาจับจ้องเรียกร้องและเอาแต่ใจ
เสียงกระซิบค่อยๆหายไป แทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบถี่ที่ดังขึ้นมาแทนที่ หงเฟยหย่าโน้มตัวเข้าไปจูบอย่างเอาแต่ใจเรียกร้องคนตรงหน้าอย่างดูดดื่ม รุกล้ำ รุนแรง
หลิวรั่วอันขยับกายรับสัมผัสลมหายใจสะดุดเล็กน้อย เมื่อหงเฟยหย่าเลื่อนริมฝีปากลงมาซุกไซ้แนวขากรรไกร มือหนาแทรกสอดเข้าไปภายในชายเสื้อก่อนจะปลดรั้งเสื้อผ้าที่แสนเกะกะนั้นออกจากร่างกาย
“บนเตียง...ข้าต้องการบนเตียง”หลิวรั่วอันประท้วงออกมาเสียงสั้น
หงเฟยหย่าหัวเราะหึๆในลำคอ จากนั้นก็ดึงรั้งชายหนุ่มดุนดันล้มลงไปบนเตียง
“เจ้าไม่มีข้อแก้ตัวอีกแล้ว”เสียงขู่คำรามของหงเฟยหย่าดังขึ้น ก่อนที่ร่างหนาจะทาบทับลงบนตัวของเขา
“คืนนี้ ข้าขอ...” หลิวรั่วอันพยายามทักท้วงอีกครั้ง
หงเฟยหย่าได้ฟังก็ตีความอย่างเจ้าเล่ห์และเข้าข้างตนเองในทันที“ได้..รั่วอัน...คืนนี้ข้าให้เจ้า...ให้เจ้าอย่างเต็มที่”
หลิวรั่วอันอ้าปากค้างเมื่อเสียรู้คนเจ้าเล่ห์อีกหนหงเฟยหย่าไม่นำพาอีกต่อไป เสื้อผ้าถูกเปลื้องออก และโยนทิ้งอย่างไม่แยแส ริมฝีปากไล้เล็มไปตามผิวกายอย่างหิวกระหายมือหนาทั้งสองยังคงทำหน้าที่ได้อย่างช่ำชอง ร่างกายของคนตรงหน้าหงเฟยหย่าล้วนรู้ดียิ่ง ดังนั้นมือหนาจึงสัมผัสลูบไล้และบีบเคล้นไปตามจุดอ่อนไหวของชายหนุ่มอย่างต่อเนื่อง
หลิวรั่วอันร้อนผ่าวในกายราวกับถูกไฟโหมไหม้เขาได้แต่บิดกายไปมาด้วยความทรมาน มือทั้งสองจิกเกร็งลงบนผ้านวมผืนหนาใบหน้าแหงนขึ้นพร้อมสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความเสียวซ่านรัญจวน
อุณหภูมิภายในห้องสูงขึ้นเรื่อยๆเสียงลมหายใจหนักหน่วงสอดประสานกับเสียงเนื้อแนบเนื้อ โยกไหวไปมาอย่างเร่งเร้ารุนแรง
มือเรียวสั่นเทาของหลิวรั่วอันจิกหัวไหล่ของอีกฝ่ายไว้แน่นเขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว เมื่อร่างกายถูกกระแทกกระทั้นอย่างไม่ปรานี
“รั่วอัน...เจ้าช่างเยี่ยมยิ่งนัก”เสียงครางแหบพร่าดังขึ้นเป็นระยะๆ หงเฟยหย่าจับกระชับสะโพกเอาไปแน่นมิยอมให้หลิวรั่วอันขยับหนีแต่อย่างใดก่อนจะกระแทกแก่นกายเข้าไปอีกครั้งจนลึกถึงด้านในสุด
“อ่า...”เสียงครางดังขึ้นด้วยความรู้สึกสุขสม
หลิวรั่วอันรู้สึกจุกเจ็บขึ้นมาอีกครั้งเมื่อแรงกระแทกนั้นลึกเกินที่เขาจะทานทน “เฟยหย่า..เจ้ารุนแรงเกินไป”
หงเฟยหย่าชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะไล้มือบนใบหน้าอย่างปลอบขวัญ “รั่วอัน...เป็นความผิดของเจ้า”
“เจ้าบ้านี่...พอได้แล้ว”หลิวรั่วอันเริ่มโมโหขึ้นมากับความเอาแต่ใจของชายหนุ่ม
“เจ้าเป็นคนขอข้าเอง...รั่วอัน...อีกนิดเดียว”หงเฟยหย่ารีบเร่งจังหวะ เขาไม่รู้ว่าชายใต้ร่างจะพยศขึ้นมาอีกเมื่อใด
แก่นกายกระแทกกระทั้นอย่างเร็วขึ้น...เร็วขึ้น...จนกระทั่งน้ำขุ่นขาวฉีดพ่นออกมาฝังลึกเข้าไปในร่างกายของชายคนรักจนหมดสิ้น
หงเฟยหย่าฟุบหน้าลงบนหน้าอกของหลิวรั่วอันด้วยความเหนื่อยอ่อนลมหายใจหอบถี่ยังราดรดอยู่บนผิวกายที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อของเขา
“รั่วอัน...ข้ารักเจ้ายิ่งนักข้าคงมิอาจมีชีวิตอยู่ได้ หากไม่มีเจ้าอยู่เคียงข้าง” เสียงเพ้อของหงเฟยหย่าดังออกมาราวกับคนที่กำลังฝันร้าย
หลิวรั่วอันพ่นลมหายใจออกมาความโมโหก่อนหน้านี้จางหายไป หลงเหลือเพียงความรักมากมายที่มีต่อคนในอ้อมกอดชายหนุ่มกระชับร่างหนาเอากอดไว้แน่น “เฟยหย่า...ข้าไม่มีวันทิ้งเจ้า”