“คุณป้า ถ้าคุณมีอะไรจะพูดก็พูดที่นี่เถอะค่ะ” ไป๋เหวินหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“คนมันเยอะไม่ค่อยสะดวก” หวงตานกุ้ยโบกมือจากนั้นก็หันไปมองทางซูฮ่าว “ไปกันเถอะ!”
“ในเมื่อคุณป้าอยากคุยกับผมเป็นการส่วนตัว เช่นนั้นผมก็ต้องทำตามคำสั่งอยู่แล้ว” ซูฮ่าวลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินตามหวงตานกุ้ยขึ้นไปด้านบน
ทั้งสองคนเดินจากไป ภายในห้องโถงเหลือเพียงไป๋เหวินหลิงและหยวนเผิงสองคน
“คุณไป๋ ช่วยพาผมไปชมรอบคฤหาสน์นี้ได้หรือเปล่า?” หยวนเผิงลุกขึ้นยืน ก่อนจะถามด้วยรอยยิ้มสุภาพบุรุษ
ตอนนี้เขากับไป๋เหวินหลิงอยู่ด้วยกันตามลำพังแล้วถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะสานสัมพันธ์
แต่ใครจะรู้ว่า ไป๋เหวินหลิงจะปฏิเสธอย่างสุภาพว่า “คฤหาสน์ของฉันไม่ใหญ่ คุณหยวนเผิงสามารถเดินชมได้ด้วยตนเอง”
หยวนเผิงเผยสีหน้าลำบากใจออกมา แต่เขาไม่ได้ทีท่าว่าจะโกรธเลยเขาชอบท่าทางเย็นชาและสูงส่งของไป๋เหวินหลิงมาก
ยิ่งไป๋เหวินหลิงเชิดหน้าสูงมากเท่าไรเขาก็ยิ่งมีความรู้สึกอยากจะปราบพยศเธอบนเตียงมากเท่านั้น
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และหยิบยกหัวข้อเพื่อชวนไป๋เหวินหลิงพูดคุย
แม้ว่าไป๋เหวินหลิงจะไม่ได้มองหน้าเขาเลย อีกทั้งยังถามคำตอบคำแต่นี่ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จขั้นแรก
..………………
ซูฮ่าวเดินตามหวงตานกุ้ยเข้าไปในห้องพักแขกชั้นสาม ก่อนจะปิดประตูลง
“คุณป้า มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะ”
หวงตานกุ้ยเหลือบสายตามองเขา จากนั้นเธอก็หยิบเช็คเงินสดออกมาจากกระเป๋าก่อนจะเขียนตัวเลขแล้วโยนลงบนโต๊ะ
“ฉันรู้ว่านายเป็นคนอย่างไร นี่คือเงินหนึ่งล้านเอาเงินนี้ไปแล้วออกไปจากชีวิตของไป๋เหวินหลิงซะ”
ซูฮ่าวเหลือบสายตามองเช็คใบนั้น ก่อนจะส่ายหน้า “คุณป้า หากมองว่าเงินคือพระเจ้า ถ้าอย่างนั้นมันก็จะทรมานคุณราวกับภูตผี…”
“สองล้าน!” หวงตานกุ้ยฉีกเช็คใบนั้นทิ้งแล้วหยิบใบใหม่ออกมา
บนโลกนี้สามารถใช้เงินแก้ปัญหาได้เกือบเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์แต่อีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่เหลือเพียงแค่ต้องใช้เงินมากหน่อยเท่านั้น
เพื่อเงินแล้ว คนเราสามารถทรยศต่อความรักได้และละทิ้งความสัมพันธ์กับทุกคน เธอเชื่อว่า ขอเพียงให้เงินมากพอ ก็จะไม่มีใครสามารถต้านทานความเย้ายวนนี้ได้
ซูฮ่าวถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “คุณป้าความโลภกับการเสวยสุขจะทำให้คนเราตกเป็นทาสของพวกมัน ทำให้จิตใจของพวกเราจมดิ่งมันเป็นโรคเรื้อรังประเภทหนึ่ง ทำให้คนตกต่ำและไร้ยางอายมากขึ้นซึ่งไร้หนทางเยียวยาแล้ว!”
“สามล้าน!” หวงตานกุ้ยกัดฟันกรอดพูดเสียงทุ้มต่ำ
ซูฮ่าวไม่สะทกสะท้าน “เงินสามารถทำให้คนยอมจำนนได้แต่ไม่สามารถทำให้จงรักภักดีได้ สามารถซื้ออำนาจ แต่ไม่สามารถซื้อบารมีสามารถซื้อร่างกาย แต่ไม่สามารถซื้อจิตวิญญาณ คุณป้า ผมก็เป็นคนที่มีศักดิ์ศรีนะ!”
“ห้าล้าน!” หวงตานกุ้ยหน้ามืดดำแล้วพูดเสียงเคร่งเครียดว่า “รับเอาไว้สิ นี่เป็นราคาสูงสุดที่ฉันให้ได้แล้ว!”
“เฮ้อ โบราณเขาว่าไว้ว่า ถ้าเราไม่ตกนรก แล้วใครจะตกนรก1ในเมื่อคุณป้าบีบบังคับเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นผมจะยอมรับไว้ก็แล้วกัน” ซูฮ่าวถอนหายใจออกมาท่าทางเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรม
หวงตานกุ้ยรู้สึกโกรธจนแทบจะระเบิด
บีบบังคับ?
ฉันทำให้นายลำบากใจอย่างนั้นหรือ?
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วจ้องหน้าซูฮ่าว ก่อนจะพูดอย่างกล้ำกลืนว่า “เอาเงินไปแล้วรีบไปจากเหวินหลิงซะถ้าฉันรู้ว่านายยังไม่เลิกยุ่งกับเหวินหลิง เราจะได้เห็นดีกันแน่”
แม้ว่าเงินห้าล้านจะทำให้เธอต้องกระอักเลือดแต่ถ้ามันสามารถทำให้หยวนเผิงแต่งงานกับไป๋เหวินหลิงได้ก็ถือว่าเงินจำนวนนี้คุ้มค่ามาก
ซูฮ่าวไม่ได้ฟังคำพูดของเธอเลย แต่รับเช็คนั้นมาเก็บอย่างดี
“คุณป้า ผมขอถามอะไรคุณหน่อย ช่วงนี้คุณมีอาการง่วงเหงาหาวนอนเป็นประจำเบื่ออาหาร และชอบทานอาหารรสเปรี้ยวหรือเปล่า?”
หวงตานกุ้ยตกใจมาก “นายรู้ได้อย่างไร?”
“ความจริงแล้วผมเป็นแพทย์แผนจีน” ซูฮ่าวยิ้มออกมาเล็กน้อยแต่เขารู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้เป็นความจริง
ชาติที่แล้วตอนที่สามีของหวงตานกุ้ยไปทำงานที่นอกเมืองเธอได้มีความสัมพันธ์กับผู้ชายหลายคน ดังนั้นจึงทำให้ตั้งครรภ์ขึ้นมา
เธอพยายามปกปิดเรื่องนี้ แต่สุดท้ายแล้วสามีของเธอก็จับได้พวกเขาทะเลาะกันใหญ่โตจนตระกูลไป๋ทุกคนรู้เรื่อง เพราะเหตุนี้ทั้งสองคนจึงหย่ากันและเลิกรากันไม่ดี
ถ้าคำนวณจากระยะเวลาในชาติที่แล้วเหมือนว่าช่วงนี้หวงตานกุ้ยก็กำลังตั้งท้องอยู่
เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็หันไปมองทางหวงตานกุ้ยแล้วถามพร้อมรอยยิ้มว่า “คุณป้า ผมขอถามคุณอีกหนึ่งคำถามตอนนี้คุณลุงยังทำงานอยู่ที่นอกเมืองใช่ไหม?”
“เขาไปต่างประเทศได้ครึ่งปีแล้ว นายจะถามเรื่องนี้ทำไมกัน?” หวงตานกุ้ยรู้สึกสงสัย
ซูฮ่าวเผยรอยยิ้มแฝงความนัยออกมา
“อืม ถ้านับจากเวลาดูแล้ว ช่วงนี้ประจำเดือนของคุณป้าก็น่าจะหยุดได้แล้ว”
ความเงียบเข้าปกคลุมทันที
ความตื่นตระหนกปรากฏขึ้นภายในแววตา แต่ก็ถูกปกปิดลงอย่างรวดเร็ว
“นาย… นายหมายความว่าอย่างไร?”
สีหน้าของซูฮ่าวคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “คนชัดเจนไม่พูดจาคลุมเครือคุณป้าท้องใช่ไหม?”
“ไร้สาระ!” หัวใจของหวงตานกุ้ยกระตุกวูบจนตะโกนออกมาด้วยท่าทีโมโห “ฉันอายุเกือบจะสี่สิบแล้วจะมีลูกได้อย่างไร?”
ตอนนี้เธอรู้สึกตื่นตระหนกมาก ซูฮ่าวรู้ได้อย่างไรว่าเธอกำลังตั้งท้องอยู่?
“คุณป้า คุณสามารถปิดบังคนอื่นได้ แต่ปิดบังผมไม่ได้หรอก” ซูฮ่าวหัวเราะออกมาหนึ่งเสียง สายตาเฉียบคม “หากผมคาดเดาไม่ผิดละก็ตอนนี้คุณท้องได้สองเดือนแล้ว!”
ทันทีที่สิ้นเสียง หวงตานกุ้ยก็มีสีหน้าหวาดกลัวและส่ายหน้าระรัว “ไม่… เป็นไปไม่ได้ เรื่อง… เรื่องนี้มีแค่ฉันกับคุณหมอเท่านั้นที่รู้ นาย…นายรู้ได้อย่างไร?”
ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้ เธออาเจียนอยู่เป็นประจำและอยากกินของเปรี้ยวมาก
ในตอนแรกเธอคิดว่าตัวเองป่วย แต่เมื่อคุณหมอตรวจแล้วถึงได้พบว่าเธอกำลังตั้งครรภ์
หากพูดตามตรง ในตอนแรกเธอก็ไม่ได้ตกใจมากนัก ช่วงครึ่งปีตั้งแต่ที่สามีออกไปทำงานที่นอกเมืองเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวไม่สามารถอดทนต่อความเหงาได้ และความต้องการของเธอไม่เคยพอ
ในช่วงนี้เธอได้ไปพบคุณชายที่มีเงินและมีอำนาจคนเหล่านั้นมีพละกำลังเต็มเปี่ยม อีกทั้งยังเสร็จช้า เมื่อคุยกันไปนานๆเธอก็ไม่สามารถอดทนต่อความเย้ายวนได้ดังนั้นจึงได้ปลดปล่อยอารมณ์กับเด็กหนุ่มที่หล่อเหลาและแข็งแกร่งเหล่านั้น
ระหว่างนั้นเพื่อได้สัมผัสกับความตื่นเต้นเร้าใจยิ่งกว่าเดิมมีหลายครั้งที่พวกเขาไม่ได้สวมถุงยางอนามัย
ด้วยสาเหตุนี้เธอจึงตั้งครรภ์ขึ้นมา
แต่เรื่องที่ช่วยไม่ได้ก็คือเธอมีความสัมพันธ์กับผู้ชายมากมายในช่วงเวลาสั้นๆดังนั้นเธอจึงไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อของเด็ก
เมื่อวานนี้เธอมีความคิดที่อยากจะไปทำแท้งแต่คุณหมอบอกว่าสภาพร่างกายของเธอในตอนนี้นั้นไม่เหมาะสมกับการทำแท้งเธอจึงต้องเชื่อฟังคำแนะนำของคุณหมอ
แต่เธอคิดไม่ถึงเลยว่า ซูฮ่าวจะรู้ข่าวเรื่องที่เธอตั้งท้องแล้วสำหรับเธอแล้วนี่มันเหมือนกับถูกฟ้าผ่าตอนกลางวันแสกๆ
หากซูฮ่าวพูดเรื่องนี้ออกไปเช่นนั้นชื่อเสียงของเธอก็จะต้องป่นปี้อย่างแน่นอน
………………..
1ถ้าเราไม่ตกนรกแล้วใครจะตกนรก (我不入地狱谁入地狱) สำนวนจีน หมายถึง เสียสละผลประโยชน์ของตนเองเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นอย่างไม่ลังเล