Evolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

    เล่มที่ 2 บทที่ 46 ทรัพยากรของชิงเอ๋อร์

            “คิกคิก...”

            เสียงหัวเราะใสกังวานดุจระฆังเงินดังขึ้นข้างหูของอวี๋จื่ออวี๋

            เมื่อเขามองตามเสียงไปอวี๋จื่ออวี๋ก็พบว่าชิงเอ๋อร์ในชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์กำลังนั่งแกว่งขาอยู่บนยอดไม้ของเขาพลางยกมือปิดปากหัวเราะเบาๆ ราวกับอดกลั้นความขบขันไว้ไม่ไหว

            “หัวเราะเรื่องอะไรกัน?”

            อวี๋จื่ออวี๋ถามด้วยความสงสัยเขาไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้ชิงเอ๋อร์หัวเราะได้ขนาดนี้

            นับตั้งแต่เขาให้ชิงเอ๋อร์ควบคุมร่างของ‘เหอหลิงเอ๋อร์’ ตลอดเวลาเธอก็แทบจะกลายเป็นเหมือนอากาศธาตุไป ไม่ค่อยพูดจา

            อย่างไรก็ตาม อวี๋จื่ออวี๋ก็เข้าใจดี

            หญิงสาวที่ชื่อ‘หลิงเอ๋อร์’ คนนั้นดูเหมือนจะถูกเยี่ยนเกาหย่วนส่งตัวไปยังฐานลับแห่งหนึ่ง

            และจากคำบอกเล่าของชิงเอ๋อร์เธอกำลังเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดทั้งวัน

            ไม่เพียงแค่ทักษะการต่อสู้หรือการฝึกฝนพลังวิญญาณเท่านั้นแต่ยังรวมถึงความรู้รอบด้านด้วย

            ดังนั้นเหอชิงเอ๋อร์จึงไม่มีเวลามากพอที่จะพูดคุยกับอวี๋จื่ออวี๋มากนัก

            หลังจากควบคุมร่างของหลิงเอ๋อร์เพื่อเรียนรู้มาครึ่งวันสิ่งแรกที่เธอทำเมื่อถอนจิตกลับมาก็คือการจมลงสู่รากของเขาเพื่อฟื้นฟูพลังงานที่สูญเสียไป

            “นายท่านแม้แต่ท่านก็มีเรื่องที่ไม่รู้หรือคะ?”

            “หืม...”

            อวี๋จื่ออวี๋เงียบไปเขาเองก็ไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของชิงเอ๋อร์

            “พี่หัวราบหรือที่มนุษย์เรียกกันว่าฮันนี่แบดเจอร์ เป็นสัตว์ที่กินได้สารพัด ตั้งแต่พืชสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก นก สัตว์เลื้อยคลาน มด แมลง ผลไม้ป่าและซากสัตว์อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องล่างูที่มีพิษร้ายแรงมาเป็นอาหารและตามบันทึกในแผนผังอสูรกลายพันธุ์ของกองทัพหากสัตว์ร้ายชนิดนี้กลายพันธุ์ได้สำเร็จ พละกำลังและความทนทานต่างๆของพวกมันจะเพิ่มขึ้นมหาศาลแน่นอนว่าที่สำคัญคือพวกมันมีภูมิต้านทานพิษโดยธรรมชาติ ซึ่งจะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ”

            “จนถึงตอนนี้พี่หัวราบกลายพันธุ์ที่ถูกค้นพบ ล้วนไม่มีตัวไหนที่กลัวพิษร้ายแรงค่ะ”

            ชิงเอ๋อร์พูดพลางมองไปที่ปากถ้ำไกลออกไปแล้วพูดกึ่งล้อเล่นว่า

            “ดังนั้น นายท่านที่รักการที่นายท่านใช้พิษรังแกพี่หัวราบ สู้ใช้กิ่งก้านเฆี่ยนมันเสียยังดีกว่า...”

            “...”

            เขาไร้คำพูด

            ไร้คำจะพูดแย้งจริงๆ

            อวี๋จื่ออวี๋ตะลึงไปพักใหญ่เขาพูดอะไรไม่ออก

            นี่คือการบดขยี้ด้วยความรู้ชัดๆ!

            แม้เขาจะรู้ว่าฮันนี่แบดเจอร์มีภูมิต้านทานพิษที่น่ากลัว แต่ด้วยความคึกคะนองชั่วขณะเขาจึงมองข้ามรายละเอียดนี้ไป

            ยิ่งกว่านั้นยังมีข้อมูลที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน นั่นคือเมื่อพี่หัวราบกลายพันธุ์ความทนทานต่อพิษของพวกมันจะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ

            “อะแฮ่ม...”

            หลังจากผ่านไปนาน อวี๋จื่ออวี๋ก็ไอแห้งๆราวกับจะกลบเกลื่อนความขัดเขิน

            จากนั้นสายตาของเขาก็มองไปที่เรียวเท้าของชิงเอ๋อร์ที่นั่งแกว่งอยู่บนยอดไม้พลางถามด้วยความสงสัย

            “ดูท่าเจ้าจะได้เก็บเกี่ยวข้อมูลจากฝั่งมนุษย์มาได้ไม่น้อยเลยนะ”

            ชิงเอ๋อร์เพียงยิ้มบางๆ ไม่ได้พูดอะไรมาก

            ครู่หนึ่งเธอก็ปัดปอยผมสีเขียวที่ลงมาปรกดวงตามีเสน่ห์พลางใช้มือลูบไล้ลำต้นอันมั่นคงของอวี๋จื่ออวี๋

            “นี่คือสิ่งที่ฉันได้รับรู้ในช่วงเวลานี้ค่ะ”

            ทันทีที่สิ้นเสียง ภาพเหตุการณ์ต่างๆก็หลั่งไหลเข้าสู่สำนึกรู้ของอวี๋จื่ออวี๋อย่างต่อเนื่อง

            ราวกับรับชมภาพยนตร์สามมิติผ่านมุมมองพระเจ้า

            อวี๋จื่ออวี๋เห็นอย่างชัดเจนว่าเด็กสาวที่ชื่อเหอหลิงเอ๋อร์ได้มายังสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง

            สถานที่แห่งนี้ลึกลับจริงๆ

            ราวกับอยู่ใต้ดินลึกต้องโดยสารลิฟต์สีดำลงไป อวี๋จื่ออวี๋รู้สึกได้ว่าใช้เวลาเกือบหกนาที

            จากนั้นสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือเมืองขนาดมหึมา

            ใช่แล้ว... เมือง

            เมืองที่สร้างอยู่ใต้ดิน

            เมื่อเงยหน้ามองอวี๋จื่ออวี๋ก็เห็นป้ายขนาดใหญ่ที่มีตัวอักษรสลักเรียงกันว่า‘ศูนย์วิจัยพลังวิญญาณ’

            .....

            ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่อวี๋จื่ออวี๋ได้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

            เมื่อเงยหน้าขึ้นเขาก็พบว่าชิงเอ๋อร์ได้จมลงสู่รากของต้นไม้แล้ว และเลือกที่จะหลับไป

            “เธอคงเหนื่อยมากจริงๆ”

            อวี๋จื่ออวี๋ถอนหายใจพลางตระหนักว่าช่วงนี้ชิงเอ๋อร์ต้องลำบากมากเพียงใด

            ศูนย์วิจัยพลังวิญญาณ ตามชื่อหมายถึงหน่วยงานของสหพันธรัฐที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับพลังวิญญาณ

            แต่จะเรียกว่าหน่วยงานวิจัยก็ไม่เชิงนักน่าจะเรียกว่าเป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงมากกว่า

            เพราะนอกจากมนุษย์ที่มีพรสวรรค์ตื่นรู้แล้วส่วนใหญ่ล้วนเป็นเหล่าศาสตราจารย์ผู้ทรงภูมิ

            และวัตถุประสงค์ของการมีอยู่ของหน่วยงานนี้มีสองประการ

            หนึ่งคือการวิจัยพลังวิญญาณและอีกหนึ่งคือการฝึกฝนผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ

            เหอหลิงเอ๋อร์นั้นในฐานะเด็กสาวที่ตื่นรู้พรสวรรค์ธาตุไฟ และทันทีที่เข้ามาก็ได้รับขนานนามว่าเป็น‘อัจฉริยะ’ จึงเป็นที่จับตาของศาสตราจารย์หลายคนตั้งแต่แรกเริ่ม

            และเพื่อไม่ให้ผิดหวังกับความคาดหวังของอวี๋จื่ออวี๋รวมถึงเพื่อปกปิดตัวตนของตนเองให้ดีขึ้น ‘ชิงเอ๋อร์’จึงเลือกที่จะแกล้งทำเป็นเด็กสาวที่ว่าง่าย รับฟังคำสั่งต่างๆจากเหล่าศาสตราจารย์

            ถ้ายังไม่ฟังก็คงไม่อะไร พอฟังเท่านั้นแหละถึงรู้ว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว

            เพราะขณะที่ร่างกายของหลิงเอ๋อร์ตื่นรู้พรสวรรค์ธาตุไฟวิญญาณของชิงเอ๋อร์ก็ตื่นรู้พรสวรรค์สายพลังจิตด้วย

            และนั่นหมายถึงอะไร?

            การพัฒนาสมองอย่างสมบูรณ์นอกจากจะสามารถใช้พลังจิตแทรกแซงความเป็นจริงได้แล้วยังสะท้อนให้เห็นในความเร็วในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ซึ่งเหนือกว่าคนทั่วไปอย่างมาก

            ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและยินดีของเหล่าศาสตราจารย์สัตว์ประหลาดที่เหนือความคาดหมายของคนนับไม่ถ้วนก็ถือกำเนิดขึ้น

            เพียงครึ่งวันสั้นๆเธอก็สามารถเชี่ยวชาญภาษามนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์

            เพียงไม่กี่ชั่วโมงเธอก็ได้เรียนรู้วิชาฝึกฝนพลังวิญญาณที่มนุษย์ขนานนามว่า‘ยากที่สุดในการฝึกฝน’ จนสำเร็จ...

            ....

            การทำลายสถิติครั้งแล้วครั้งเล่าส่งผลทำให้หลิงเอ๋อร์ที่มีจิตวิญญาณของชิงเอ๋อร์ภายในกลายเป็นเด็กสาวที่โดดเด่นที่สุดในศูนย์วิจัยพลังวิญญาณ

            ทรัพยากรล้ำค่านับไม่ถ้วนล้วนจัดสรรไว้เพื่อเธอเป็นจำนวนมาก

            แน่นอนว่า เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเธอต้องแลกมาด้วยตารางชีวิตที่แน่นเอี๊ยด

            นอกจากฝึกฝนพลังวิญญาณแล้วเธอยังต้องเรียนรู้ศาสตร์ต่างๆ มากมายที่จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเธอเอง

            โดยเฉพาะการทำความเข้าใจพฤติกรรมและจุดอ่อนของสัตว์อสูรกลายพันธุ์

            ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาบังคับของเธอ

            ด้วยเหตุนี้เธอจึงเข้าใจคุณสมบัติของพี่หัวราบเรื่องภูมิต้านทานพิษร้ายแรง

             

    คล้ายกับเรื่องEvolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว ที่คุณอ่าน