ตอนที่ 21 เที่ยวชมแดนมนุษย์
"นี่คือจื่อหลง! เป็นพี่กิ้งกือของเสี่ยวจื่อ! ส่วนเสี่ยวจื่อคือเสี่ยวจื่อเป็นต้นส้มกิมจ้อน้อยอายุได้ 7 วันแล้ว! >_<”“หา? กิ้งกือรึ? ...”นั่นปะไร เพิ่งห้ามไม่ให้พูดอยู่หยกๆ ไม่ทันไรมาเสนอหน้าพูดแนะนำตัวให้ซะแล้ว... ทั้งยังแนะนำตัวผิดๆ อีกแน่ะ! ก็บอกอยู่ว่าเป็นมังกรน่ะ! โว้ยยยย“เช่นนั้น… ท่านเซียนกิ้งกือ (?) … ไม่ทราบว่าในช่วงหลายร้อยปีมานี้ท่านอยู่ในแดนลับแลได้พบเห็นลูกมังกรดำบ้างหรือไม่? …”เอ้อหลางหู่สมเป็นเทพที่วุฒิภาวะดี ได้ยินว่าคนตรงหน้าเป็นภูติสัตว์และพืชที่นับเป็นชนชั้นต่ำ แต่ระดับพลังบำเพ็ญไม่ธรรมดาทั้งคู่ ก็เลือกที่จะเอ่ยสนทนาตอบความกลับไปอย่างสุภาพและสงบนิ่งไม่ให้เป็นที่ขุ่นเคืองใจและรอฟังข่าวอย่างใจจดใจจ่อ สำหรับเขาแล้วข่าวคราวของไท่จื่อเฟยหลงนั้นมีค่ามากกว่าการได้อวดเบ่งใส่เซียนเล็กๆ ในต่างแดนนักผิดกับเฟยหลงที่ตอนนี้ถึงกับชะงักไป ‘ลูกมังกรดำ? นั่นมันข้าไม่ใช่รึ? เทพคนนี้จะตามหาข้าไปทำไมกัน? …’คนที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยมารอย่างเฟยหลงไม่ถูกโฉลกกับพวกเทพอยู่แล้ว ยามที่ถูกตามหาตัว แทนที่จะคิดว่าครอบครัวออกตามหา ก็พานจะคิดไปในทางร้ายว่ามีคนหมายจับตัวตนเองมากกว่า ยิ่งชายคนนี้แนะนำตัวตนเองว่าเป็นเทพองครักษ์แห่งสวรรค์ ดูหน่วยก้านดีคล้ายพวกทหารทั้งยังมีกำลังพลทหารติดตามมาหลายคนเฟยหลงก็ยิ่งระแวงคิดไปต่างๆ นานา โชคดีที่เสี่ยวจื่อเอ่ยแนะนำตัวเขาไปแบบนั้นทั้งยังบอกด้วยชื่อที่เป็นชื่อเล่นระหว่างเราไม่ใช่ชื่อจริงที่ชื่อเฟยหลง ต่อให้คนพวกนี้มารู้ตัวทีหลังก็คงยากที่จะตามหาตัว‘คงไม่ใช่ว่าเขามาตามจับตัวคนที่สังหารเหล่าสัตว์เทวะหรอกนะ… ท่านฮุ่ยเจียงซ่างเสิ่นเองก็บอกว่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่นักจนถึงขั้นที่อาจทำให้อ้ายซ่างจื่อซินฟื้นขึ้นมาได้ พวกสวรรค์เก้าชั้นฟ้าคงหวาดกลัวมากจนอาจจะอยากจับตัวข้าไปลงโทษก็ได้!’คิดได้ดังนั้น เฟยหลงก็เตรียมจะตั้งท่าจะเอ่ยคำโกหกออกไป มิคาดว่าจะมีคนช่วยตอบแทนแล้ว…“เสี่ยวจื่อไม่เคยเห็นเลย เคยเห็นแต่พี่ไส้เดือนตัวดำปิ๊ดปี๋กับพี่ไส้เดือนตัวสีแดงที่ถูกพี่ไส้เดือนตัวสีดำใช้หางเขี่ยๆ ปลิวออกไป จื่อหลงล่ะเคยเห็นมั้ย?”‘เยี่ยมมากเสี่ยวจื่อ ลองเป็นเจ้าพูดไม่มีใครคิดว่าโกหกแน่… ขนาดตัวเจ้าเองยังไม่รู้ตัวเลยว่าที่พูดอยู่นี่มันมั่วซั่วขนาดไหน! พับผ่าสิ!!!’“…อืม… ไม่เคยเห็นเหมือนกันเลย….”คิดในใจเกรี้ยวกราดมากเท่าไหร่ พออยู่ตรงหน้าก็ได้แต่เออออห่อหมกไปเงียบๆ เท่านั้นเอง…เอ้อหลางหู่ฟังคำบอกเล่าจากเสี่ยวจื่อแล้วก็นิ่งไปอย่างประเมิน ดูจากท่าทางซื่อๆ ของเสี่ยวจื่อแล้วมั่นใจได้ว่าไม่โกหก ผิดกับท่าทางของอีกคนที่ดูจะมีพิรุธมากกว่าคล้ายกับมีเรื่องปกปิดอยู่ แต่ก็ไม่เหมือนคนโกหก คงจะไม่รู้เรื่องทั้งคู่จริงๆ ละมั้ง…“เช่นนั้นข้าคงต้องขอให้ท่านช่วยสังเกตหน่อย ในวันหน้าหากว่าท่านกลับไปอยู่ในดินแดนลับแลแล้วได้พบกับลูกมังกรดำมีชีวิตอยู่ที่นั่นได้โปรดมาแจ้งเบาะแสแก่พวกเราด้วย….”“ได้เลยๆ ถ้าเสี่ยวจื่อเจอเสี่ยวจื่อจะรีบบอกเลยน้า >_< พี่ชายอยู่รอที่ตรงปากทางออกตรงนั้นใช่มั้ยล่า เสี่ยวจื่อจะให้จื่อหลงพามานะ!”‘ดีมากเสี่ยวจื่อ แบ๊วต่อไป เอ้อหลางหู่หลงเชื่อแล้ว!’“ขอบคุณท่านเซียนทั้งสองมาก ถ้างั้นข้าไม่รบกวนแล้ว เชิญพวกท่านเดินทางต่อเถิด… ขอโทษที่ต้องทำให้ท่านเสียเวลา….”กล่าวจบ เอ้อหลางหูก็หายตัววับกลับไป ทิ้งให้เฟยหลงกับเสี่ยวจื่อได้อยู่ตามลำพัง“อ้าว… ไปซะแล้ว… งั้นพวกเราก็ไปเที่ยวต่อดีกว่าเนอะจื่อหลงเนอะ >_<”“ได้เลยเสี่ยวจื่อคนดีของข้า เตรียมเกาะให้แน่นๆ เลย พี่จื่อหลงจะพาเหินฟ้าไปแล้ว!!!!”ย้ากกก!!!!!!เฟยหลงกำลังอารมณ์มาเต็มที่ พูดจบก็เตรียมจะเหินไปจริงๆ“….แต่จะเกาะยังไงอ่า เสี่ยวจื่อไม่มีมือซะหน่อย..”เอี้ยดดด!!!!“…-_-… พูดขัดอารมณ์ซะหัวทิ่มเลยมั้ยล่ะ… ไม่ต้องจับจริงๆ ก็ได้เฟ้ย!!!”“อ๋อๆ ได้เลยๆ จื่อหลงบินนิ่มๆ นะ เสี่ยวจื่อกลัวตกล่ะ >_<”
ใช้เวลาบินอยู่ไม่นาน ในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงนครหลวงที่รุ่งเรืองที่สุดของแดนมนุษย์สมใจ“จื่อหลงๆ ดูสิๆ ในแดนมนุษย์มีสัตว์น้อยมากมายหลายชนิดเลย พวกเขาจะเอาไปทำอะไรกัน ทำไมต้องจับมันนอนแผ่แบบนั้นด้วยล่ะ?”เสี่ยวจื่อถามยามเดินผ่านย่านค้าขายสัตว์ป่าและอวัยวะสัตว์ต่างๆ“…-_-…"“จื่อหลงๆ ตรงนั้นมีพี่ๆ พืชผักนอนผึ่งอยู่เต็มเลย ทำไมพวกมนุษย์ไม่ปักพี่ผักลงดินล่ะ เดี๋ยวก็เหี่ยวเฉากันพอดี!”เสี่ยวจื่อถามยามเดินผ่านย่านร้านขายผักผลไม้ต่างๆ“…-_-…"“จื่อหลงๆ ตรงนั้นมีก้อนหินสีสวยวิบวับวิบวับเต็มไปหมดเลยล่า เสี่ยวจื่อชอบจังเลย!”เสี่ยวจื่อถามยามเดินผ่านย่านค้าขายอัญมณีหยกประดับ“…-_-…"เฟยหลงอุตส่าห์ย้ำแล้วย้ำอีกว่าในโลกมนุษย์นี้ต้นไม้พูดไม่ได้ แต่เสี่ยวจื่อก็ดูตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจเกินไปจนลืมเลือนไปหมดทุกสิ่ง ตั้งแต่ที่เฟยหลงพาเดินชมย่านตลาดของนครหลวงก็เอาแต่ร้องโวยวายชี้ให้เขาดูนั่นดูนี่มิได้หยุดหย่อนจนเฟยหลงต้องเสกให้มนุษย์ธรรมดาทั่วไปไม่ได้ยินที่เสี่ยวจื่อพูดเสียเอง เพราะรู้ดีว่าไม่มีทางห้ามปากน้อยๆ ของเสี่ยวจื่อได้แน่ แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็นความคิดที่ดีหรือไม่ เพราะยามที่คนอื่นไม่ได้ยินเสี่ยวจื่อพูด แต่เขาได้ยินแล้วตอบความไปก็นับเป็นที่น่าอนาถนักในสายตามพวกมนุษย์เฟยหลงสามารถรับรู้ความคิดของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้เลย‘โถ่…พ่อรูปหล่อ เสียดายนักที่รูปโฉมงดงาม แต่ไม่น่าสติไม่ดีเลย นอกจากจะเอาต้นไม้วางไว้บนหัวแล้วยังพูดคุยกับแม่ซื้ออีก….’‘เอาเถอะ… ความที่ว่าพ่อรูปหล่อหรือรูปโฉมงดงามนี่ข้าเติมเอง แต่เฟยหลงคนนี้มั่นใจมาก! เพราะตลอดทางที่เดินมา สาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันเหลียวมองข้ากันให้ขวัก! ถ้าไม่ใช่เพราะว่าข้าหล่อแล้วจะเพราะว่าอะไร!’น่าเสียดายที่ในบรรดาสาวงามเหล่านั้นไม่มีใครงดงามกว่าพี่นางไม้ของเขาสักคน เฟยหลงคนนี้คงจะต้องทำให้พี่สาวทั่วทั้งนครหลวงอกหักเสียแล้ว….“อ๊าาาา!!! มนุษย์ใจร้ายคนนั้นถือดาบเตรียมจะสับๆ ร่างของพี่ผักด้วย!!! พวกเขาจะฆ่าพี่ผักแล้ว!!! น่ากลัวที่สุดเลย!!!”“โอ๊ย! เสี่ยวจื่อ! อย่าแหกปากใกล้ๆ หูข้าได้มั้ย หูข้าจะแตกแล้ว! พวกเขาไม่ได้จะฆ่า แค่กำลังจะทำผัดผักเท่านั้น!”ท่องขันติอดทนอยู่นาน ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ต้องเอ่ยปากตอบออกไปจนได้ จะมีไอ้บ้าที่ไหนอีกร้องแหกปากโวยวายตอนคนหั่นผักได้ขนาดนี้….‘เอ่อ… ใช่สิ… ลืมไป… มีไอ้บ้าเสี่ยวจื่อของข้านี่แหละ….’“ทำผัดผักแล้วทำไมต้องฟันพี่ผักด้วยล่า! พี่ผักเสียใจนะ!! มนุษย์ใจร้าย!!!”“มันไม่ได้เรียกว่าฟัน! มันเรียกว่าหัน! ก็เขาจะทำผัดผัก! ถ้าไม่หันแล้วจะผัดได้ยังไงเล่าเจ้าบ๊องนี่!”“อ๊าาาาาาาา มนุษย์!!! เอาพี่ผักโยนใส่หม้อต้มไปแล้วววววว แง๊!!!!!!!!!!!!!!!!”“ก็นั่นเขาทำต้มจับฉ่าย! ไม้ต้มแล้วจะเป็นจับฉ่ายได้ยังไงเล่าฮุ้ย!!! พอแล้ว! ข้าไม่พาเจ้าเดินตลาดแล้ว โวยวายไม่เลิกเลยเชียว!”ว่าแล้วเฟยหลงก็รีบเดินเบี่ยงหนีไปอีกทิศหนึ่งอันเป็นย่านที่ขายเครื่องเหล็ก มีดพร้า อาวุธและชุดเกราะต่างๆ ซึ่งนับว่าน่าสนใจนักสำหรับตน ท่ามกลางเสียงร้องโวยวายตัดพ้อไม่หยุดของเสี่ยวจื่อ“ฮือๆๆๆ ทำไมมนุษย์ใจร้ายใจดำนัก รู้มั้ยว่าพี่พืชผักนั้นน่าสงสารมากเลยเพราะช่วงชีวิตแสนสั้นเกิดมาไม่ได้กี่วันก็ต้องแห้งเหี่ยวตายแล้ว”“…-_-…”“เสี่ยวจื่อเคยเกิดเป็นหัวกะหล่ำปลี ยังไม่ทันได้เจอเพื่อนแป๊บเดียวก็วนไปเกิดใหม่อีก ชีวิตพี่พืชผักน่ารันทดขนาดนี้ทำไมพวกมนุษย์ยังใจร้ายกับพี่ผักได้อีก ไม่น่ารักเลย ฮือออออออออ"“…-_-…"เออ… เอาเข้าไป… ต่อมน้ำตาแตกใส่ข้าอีก… ไม่ได้การละ ต้องเปลี่ยนเรื่อง!“เสี่ยวจื่อๆ ดูสิ ร่างกายมนุษย์พวกนี้น่าสนใจหรือไม่? พวกเขามีอวัยวะเท่ากัน เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน แต่มนุษย์แต่ละคนไม่เหมือนกันเลยเห็นหรือไม่?”“หือ? … ไม่เหมือนเหรอ? …. อืม….. ไม่เหมือนอย่างไรอ่า…”เสี่ยวจื่อเป็นต้นไม้ซื่อบื้อ มองเหล่ามนุษย์แล้วตื่นตาตื่นใจก็จริง แต่ก็ไม่อาจจำแนกแยกแยะความแตกต่างได้จึงได้เอ่ยปากถามเฟยหลงออกไปซื่อๆ“ก็นี่ไง เจ้าดูที่เส้นผมของพวกเขาสิ… เป็นเส้นผมเหมือนกัน แต่บางคนสั้นบางคนยาว บางคนรวมผม บางคนเกล้าผม คนที่ดูมั่งคั่งหน่อยก็ปักปิ่นใส่เครื่องหัวประดับด้วยของมีค่า บ่งบอกว่ามีฐานะที่แตกต่างจากคนทั่วไป….”“อ้าาาา จริงด้วย… ทรงผมไม่เหมือนกันเลย…. เฟยหลงช่างสังเกตจังเลยน้า….”‘หึ... พูดให้ดีๆ เถอะ... เป็นข้าช่างสังเกตหรือเจ้าไร้สติกัน เจ้าบื้อ!’ แต่เอาเถอะ เลิกโวยวายได้ก็นับเป็นเรื่องดี...“ไม่ใช่แค่นั้นนะเสี่ยวจื่อ… เจ้าลองดูที่เครื่องแต่งกายของพวกเขาสิ บางคนนุ่งผ้าไหม บางคนนุ่งผ้าฝ้าย บางคนใส่สีขาว บางคนใส่หลายสี เปลี่ยนแปลงไปมาในทุกวัน ดูน่าสนุกใช่หรือไม่?”พูดไปเฟยหลงก็พาเสี่ยวจื่อเดินลัดเลาะเที่ยวชมสิ่งต่างๆ ไป ผ่านพ้นเขตเครื่องเหล็กมาได้ก็เข้ามาสู่ย่านที่บรรดาสตรีชื่นชอบเพราะมีเครื่องประทินโฉมมากมายวางขายเรียงรายเต็มไปหมด ยิ่งทำให้เสี่ยวจื่อได้เห็นบรรดาพี่สาวที่ดูสวยงามสวมใส่เสื้อผ้าที่หลากหลายเดินไปเดินมาเต็มท้องถนน“อืม… น่าสนุกจริงๆ ด้วย ต้นไม้อย่างเสี่ยวจื่อไม่เคยต้องใส่เสื้อผ้าเลยไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย….”“ใช่มั้ยล่า… นอกจากเรื่องเสื้อผ้าแล้วก็ยังมีเรื่องบ้านเรือนและอาหารที่หลากหลายด้วยนะ… หากเจ้ามีร่างมนุษย์ ยามที่เจ้าจะใช้ชีวิตอยู่ในร่างนั้นก็จะต้องสร้างบ้าน ได้มีห้องนอนห้องน้ำห้องครัว ได้หาซื้อเสื้อผ้าสีสันหลากหลายมาผลัดเปลี่ยนทุกวัน แล้วยังมีเรื่องอาหารการกินอีกที่จะมีรสชาติล้ำเลิศมากมายมาให้ได้ลิ้มชิมรสตลอด สำหรับพวกมนุษย์นั้นสิ่งเหล่านี้จำเป็นมากจึงต้องทำงานอย่างหนักให้ได้เงินทองมาจับจ่ายถึงจะมีสิ่งเหล่านี้ได้ แต่สำหรับอสูรหรือเซียนอย่างพวกเรานั้นสบายกว่ามาก อยากได้อะไรก็ใช้ปราณเซียนเสกขึ้นมาง่ายดายแท้ๆ เลยเชียวหล่ะ…”“ว้าวววว ดีจังเลยน้า >_< แล้วเสี่ยวจื่อจะได้เป็นเซียนมั้ยอ่า เสี่ยวจื่อจะเสกได้มั้ย? เสี่ยวจื่ออยากใส่เสื้อผ้าสีสันสวยงามเหมือนกันน้า…."“แน่นอนว่าเสี่ยวจื่อต้องทำได้สิ แต่ต้องเพิ่มความพยายามอีกหน่อย และก่อนอื่นเสี่ยวจื่อต้องมีร่างเซียนแบบมนุษย์ให้ได้เสียก่อน ไว้กลับไปข้าจะช่วยสอนเจ้าเอง! ดีหรือไม่?”“อื้ม! ดีสิ!! เสี่ยวจื่อจะตั้งใจฟังที่จื่อหลงสอนน้า >_<”‘หึๆ … หลอกล่อให้เจ้าต้นไม้โง่นี่สนใจอยากฝึกวิชาได้สำเร็จ! ต่อไปมีร่างเซียนได้ ข้าก็ไม่ต้องแบกเจ้าขึ้นหัวยามมาเที่ยวโลกมนุษย์และไม่ต้องคุยกับแม่ซื้อให้พวกพี่สาวมองข้าเป็นตัวประหลาดสักที!’เฟยหลงคิดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องในใจแล้วก็พาเสี่ยวจื่อเดินเที่ยวชมเมืองไปอีกพักใหญ่ ไม่นานฟ้าก็เริ่มมืด บ่งบอกว่าเข้าสู่ยามราตรีแล้ว…
______________ขอบคุณคอมเมนต์ค่า