องค์ชายเจ็ด จ้าวฮุ่ยหวง
เขายืนเอามือไพร่หลังมองทิวทัศน์ริมทะเลสาบ โดยมีเหล่าขุนนางมากมายที่ร่วมประชุมกันที่ตำหนักของเขา
“งั้นเหรอ แม่ทัพเซี่ยวลู่เอินเข้าหาฮองเฮาองค์ใหม่ จากนั้นเดส็จก็ก็ออกราชโองการยกเลิกการหมั้นหมายเสด็จพี่ฮุ่ยหลิงได้ ดูท่าความสัมพันธ์พวกเขาไม่ธรรมดา แบบนี้เราลำบากแล้ว”
ขุนนางบางคนถาม
“องค์ชาย แม่ทัพเซียวไม่มีบทบาทอะไรในการชิงตำแหน่งรัชทายาท ไหนเลยต้องวิตก”
“พวกท่านน่าจะทราบ เซียวลู่เอินสนิทกับเสด็จพี่ฮุ่ยซิ่ว ข้าแอบสืบความเป็นไปของเขามาบ้าง ฟังว่าเขาบริหารงานเก่งใช่เล่น ประมาทไม่ได้”
.........
งานเลี้ยงครื้นเครง ของกำนัลอวยพรเรียงรายมากมาย เสียงปะทัดดังสนั่นหวั่นไหวขุนนางบุ๋นหลายคนเข้ามาอวยพรร่วมงาน ขุนนางบู๊น้อยใหญ่ต่างมากันล้นหลาม
ในงานมีทั้งแม่นางฟางเหนียงแห่งหอเหมยกุยมาพร้อมของกำลังให้บริวารหอบหิ้วมา
องค์ชายจอมเสเพลฮุ่ยซิ่ววันนี้มาดสำรวมเป็นพิเศษ ยิ้มกรุ่มกริ่มกวาดตามองสาวๆ ในหมู่ตึก
องค์หญิงฮุ่ยหลิงก็มาร่วมยินดี
นายหญิงใหญ่ของหมู่ตึกรีบต้อนรับด้วยตนเอง
“ไม่ทราบองค์หญิงจะมา ต้อนรับบกพร่อง ขอประทานอภัยหมู่ตึกเราเพคะ”
“ข้าจะไม่มีได้ยังไงท่านแม่ทัพมีพระคุณกับข้า ราชโอการหมั้นคราวนั้นเสด็จพ่อมิถามไถ่ ข้าต่างหากต้องขอโทษพวกท่าน”
“องค์หญิงกล่าวเกินไปแล้ว ช่างมากน้ำใจนัก เชิญนั่งเพคะ”
เมื่อได้ฤกษ์งามยามดี เจ้าบ่าวเจ้าสาวกำลังจะมา แต่ยังไม่เข้าพิธี ราวกับรออะไรฃผู้คนพากันงุนงง
ลู่ฉีรีบชี้แจง
“ทุกท่าน โปรดอภัย ผู้ใหญ่ทางเจ้าสาวกำลังมาถึงครับ”
สิ้นเสียง ก็มีเสียงขันทีราชสำนักกล่าวดังขึ้น
“ฮองเฮาเสด็จแล้ว”
ทุกคนรีบลุกพรึบจากเก้าอี้ด้วยความตระหนก แล้วรีบขุกเข่า
“ถวายบังคมฮองเฮา”
แน่นอนว่ารวมถึงองค์หญิงจ้าวฮุ่ยหลิงด้วย
ฮองเฮากล่าว
“พวกท่านตามสบาย”
“ขอบพระทัย”
จากนั้นพระนางเดินมายังสวีซูเม่ย
“วันนี้เราท่านมีศักดิ์ทัดเทียม เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ฝ่ายบ่าวสาว มานั่งเก้าอี้เคียงกันเถอะ”
สวีซูเม่ยยิ้มตอบ
“เพคะ”
ผู้คนแตกตื่น ฮองเฮาไหนเลยเป็นผู้ใหญ่ให้ฝ่ายเจ้าสาวที่เล่าลือกันว่าเป็นเพียงสาวใช้ แม้นางจะเป็นแพทย์ แต่ก็หาได้มีชื่อเสียงใหญ่โตอะไรสำหรับที่นครหลวง
เจ้าบ่าวเจ้าสาวคุกเข่ายกน้ำชากราบผู้ใหญ่คำนับฟ้าดิน คำนับกันและกัน เป็นอันเสร็จพิธี
เจ้าบ่าวโดนรั้งตัวไปดื่ม
ฮองเฮาเข้าหาเจ้าสาว
“เซี่ยวหนิงของข้า เจ้ามาไกลมาก ไว้ว่างๆ มาหาข้า เล่าเรื่องของเจ้าให้ข้าฟัง”
“พี่ใหญ่ท่านก็ต้องเล่าด้วยนะ”
“ข้าไม่มีเรื่องน่าสนุกอันใดเจ้าก็รู้ แต่ข้าอยากรู้เรื่องราวความรักนายบ่าวของพวกเจ้า”
ทั้งหมดในงานกระจ่างชัด ที่แท้พระนางคือพี่สาวแท้ๆ ของเจ้าสาว
แต่คนที่เคยเห็นหนิงเอ๋อมาก่อนแล้ว เมื่อเห็นฮองเฮาแวบแรก ก็ทราบทันทีว่าพระนางเกี่ยวข้องใดกับหนิงเอ่อเพราะใบหน้าแทบจะเหมือนกันทุกประการ ยกเว้นผมเผ้า
“พี่ต้องกลับแล้ว”
“ทำไมรีบกลับล่ะคะ”
“หากฮองเฮาอยู่ต่อ งานเลี้ยงจะไม่สนุก ทุกผู้คนจะระมัดระวังมารยาทจนเกินไป ไว้พวกเจ้าไปหาข้า ข้าจะจัดโต๊ะดื่มกินสนุกกับพวกเจ้าบ้าง”
“พี่ใหญ่รักษาตัวนะ วังหน้าองค์ชายชิงอำนาจ วังหลังเองก็มีสนมชิงอำนาจกัน”
“ข้าเป็นใครกัน”
“ท่านก็คือพี่ใหญ่สุดเก่งของข้าไง”
“ฮิ ตัวแสบ เจ้านี่น่ารักเสมอเลย เป็นที่รักของใครต่อใครเมื่อไปถึงที่ไหนเสมอ”
จากนั้นพระนางเสด็จกลับ
ผู้คนยิ่งยำแกรงสกุลเซียวมากขึ้น
ลำพังแค่มีฮองเฮาเป็นญาติยังมิอาจนับว่ามีอำนาจนัก แต่หากผู้คนล้วนสัมผัสการออกราชโองการแบบหักดิบของฮ่องเต้ภายใต้การร้องขอของฮองเฮาองค์นี้แล้ว ผู้คนมิอาจมองข้าม
ฟางเหนียงตกลงกับฮุ่ยซิ่วแล้วว่าจะหารือเรื่องนี้กันหลังผ่านงานแต่งของลู่เอินไปได้สักพัก เพราะยังไม่มั่นใจว่าสพึ่งพาฮองเฮาได้จริงแท้แค่ไหน
..........
ในค่ำคืนที่ระงมไปด้วยเสียงร้องที่ไม่กลัวอายของหนิงเอ๋อเสียงคำรามราวสัตว์ป่ากระหายของลู่เอิน ระงมไปทั่ว จนกว่าเรือนหอหลังให้จะสร้างเสร็จ พวกเขาจะต้องกระทำกันยังห้องนอนของลู่เอินตามเดิม
เตียงเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬและน้ำหลั่งของนาง มันทั้งหอมทั้งหวาน ลู่เอินดื่มกินโลมเลียจนบ้าคลั่ง สมสู่เสพเนื้อตัวนางอย่างกระหาย กระหน่ำตะบันเนินสวาทกลีบพลูหอมสวยของนางอย่างไม่ปราณี
แต่แทนที่นางจะทุกข์ระทม กลับร้องครางหน้าบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข
นางเคยเห็นบุรุษที่ร่วมรักกับพี่สาว พวกเขาหาได้มีขนาดแท่งเท่าลู่เอินไม่
บนโต๊ะน้ำชา เก้าอี้ ยืนยกขาพิงพาดเสา บนเตียง พื้น พวกเขาล้วนกระทำ และไม่มีทีท่าจะหยุดมัน
นางไม่สนว่าจะระบมแค่ไหน ไม่สนว่าจะถูกกระทำจนแสบรึยัง นางทราบเพียงว่านางสุขเสียวเหลือคนา และสามีนางก็สุขสมกับเรือนร่างร่องกลับนางอย่างไม่ลดละ เหตุใดนางจะระงับกามกิจนี้ลงตราบที่สามียังไม่สิ้นเรี่ยวแรง แม้นางจะหมดแรงแล้วก็ตาม
เสียงนกร้อง ใกล้รุ่งแล้วพวกเขาทราบแล้วว่ากระทำกันนานจนเช้ามืด ไม่นานก็จะสว่าง จึงนอนกอดจูบรับรัดรอนกอดกันสุขสม
ช่วงสายของวัน เซี่ยวหลินกับเซี่ยวหนิงนำน้ำมาเทลงอ่างไม้ในห้องที่มีฉากกั้นสำหรับอาบน้ำ
พวกนางเดินผ่านม่านเตียงที่เจ้านายนอนกอดกกกันอยู่
พื้น โต๊ะ เก้าอี้ เสาล้วนมีคราบหลงเหลือ พวกนางหน้าแดงก่ำ ว่าไปกลิ่นอับกามคาว เหม็นคลุ้มตลบอบอวนนัก เซี่ยวหนิงยังทนได้ แต่เซี่ยวหลินกลับแทบอาเจียร
หนิงเอ๋อลุกขึ้นมากล่าว
“เซี่ยวหลิน เจ้าออกไปเถอะ กลิ่นนี้คือน้ำเชื้อของบุรุษ มันเมื่อทิ้งจนแห้งกรัง จะส่งกลิ่นเช่นนี้ตลบอบอวน ไว้เจ้าแต่งมีสามี เจ้าจะชินกับมัน”
เซี่ยวหลินกล่าว
“ไม่เอาๆ ข้าไม่เอาแล้ว ข้าไม่มีสามีแล้ว”
เซี่ยวหนิงกับหนิงเอ๋อพากันหัวเราะ
เสียงคุณชายก็ดังขึ้น
“พวกเจ้าไปพักผ่อนได้ ไว้พวกข้าอาบเสร็จแต่งตัวแล้ว ก็ค่อยมาเก็บกวาด”
“ค่ะ ... แต่นายหญิง”
“ข้าจะอาบน้ำแต่งตัวให้นางเอง”
“ทราบแล้วค่ะ”
กล่าวจบรีบออกไป
ลู่เอินอุ้มหนิงเอ๋อร่างเปลือยเปล่า มานั่งที่เก้าอี้ไม้นั่งแล้วราดน้ำล้างตัวลูบไล้ขัดถูอย่างถนุถนอม
“ท่านพี่ ...เมื่อคืนเซี่ยวหนิงเป็นอย่างไรบ้าสงคะ ท่านพี่ชอบมั้ย”
“ถ้าไม่ติดกิจภาระ ข้าจะไม่ถอดถอนออกเลย”
“ฮิๆ ตอนนี้ก็เห่อ อีกหน่อยคงเบื่อ”
“เดี๋ยวเรามาดูกันว่าข้าจะเบื่อเจ้ามั้ย”
ลู่เอินอุ้มนางหย่อนลงถังอาบน้ำ จับหงายหน้ามาจูบแล้วมือลงไปล้วงจับ
“ท่านพี่ลงมาด้วยกันสิคะ”
“ได้”
............
ทั้งคู่ไม่ได้ร่วมโต๊ะใหญ่ เพราะสวีซูเม่ยปล่อยให้พวกเข่ามีเวลาร่วมกันฃ
พวกเขานั่งป้อนข้าวคีบอาหารให้กันที่โต๊ะหินณ ลานฝึกยุทธ์
เซี่ยวหงส์ยกของว่างมาให้
“คุณชาย นายหญิง”
“ขอบใจจ้ะ เซี่ยวหงส์ พวกเจ้าทำเผิ่อพวกเจ้ากันด้วยมั้ย”
“ทำมาแค่ของนายหญิงกับคุณชายค่ะ”
หนิงเอ๋อเอาสองมือท้าวคางจนแก้มยุยน่าหยิกน่ารัก
“เอ คุณษชายจะใจดีให้เงินสาวใช้ไปซื้อของมาทำขนมกินกันในครัวมั้ยนะ”
“ฮึๆ...เจ้ากล่าวขนาดนี้ ข้าไม่ให้ก็คงเป็นเจ้านายที่ใจร้าย”
จากนั้นหยิบเงินให้เซี่ยวหงส์
“มีนายหญิงอยู่ พวกเจ้าไม่ลำบากแน่”
“ขอบคุณค่ะคุณชาย...เอ่อ.....”
“ยังมีอันใด?”
“นายหญิงใหญ่บอกว่า บัดนี้ท่านมีฝั่งมีฝาแล้ว เป็นผู้นำตระกูลเต็มตัวให้เรียกท่านว่านายท่านค่ะ”
“อืม...เอาตามนั้นเถอะ”
“ค่ะนายท่าน”
จากนั้นนางก็รีบเอาเงินไปสั่งบ่าวไพร่คนอื่นซื้อของมาทำขนมเลี้ยงทุกคนในหมู่ตึก
“เซี่ยวหนิง เจ้ามานี่”
“ท่านพี่จะพาข้าไปไหนคะ?”
“ไปที่ที่ข้าชอบปลีกวิเวก มันสงบ ร่มรื่น ไม่วุ่นวาย เจ้ามีวรยุทธ์น่าจะพอตามข้าขึ้นไปได้”
บนริมผา เนินเขา ทางนี้เป็นทางที่ไม่มีทางเดินขึ้น ต้องกระโดดไต้ลัดเลาะมา ไม่มีงู ไม่มีสัตว์มีพิษ ลู่เอินแกะผ้าคลุมปูรอง และนอนตักนาง
ทั้งคู่มองป่าเขา และนครหลวงทั้งหมดจากตรงนี้ และเห็นวังหลวงไกลๆ
“สวยจังเลยค่ะ”
ลู่เอินแกะเสื้อนางออก จากนั้นนางก็รู้ว่าต้องทำเช่นไร หย่อนอกป้อมเต้าถันเข้าปากเขาให้ขบดูด สลับกับก้มจูบกัน
“เป็นที่นี่เหรอคะ?”
“ไม่มีคนหรอก ข้าเคยฝัน ถ้ามีฮูหยินของตนเมื่อไหร่ จะพานางมาร่วมรักที่นี่ มา .. พื้นหินอาจจะนอนไม่สบาย เจ้านอนทับตัวข้า ข้าไม่ถือ”
หนิงเอ๋อเขินอายเพราะเป็นนอกเคหะสถาน แต่เมื่อชายคนรักปรารถนา นางรีบประเคนความสุขล้นหลามนี้ให้เขา จนตะวันตกดิน ทั้งคู่จึงรีบสวมใส่เสื้อผ้า แล้วรีบเดินทางกลับเข้าเมืองก่อนจะมืด นางต้องทิ้งผ้าเช็ดของนาง เพราะมันเปื้อนจนไม่สามารถห่อหิ้วม้วนพับเอากลับไปในเมืองโดยไม่ส่งกลิ่นชวนสงสัยได้
เมื่อมาถึง จากนั้นลู่ฉีนำสาสน์จากฮองเฮาที่มาฝากไว้ แจ้งว่าให้หนิงเอ๋อเตรียมตัวให้พร้อม จะมีการทดสอบความสามารถในอีก 5 วัน เพื่อคัดสรรเป็นอาจารย์สอนวิชาการในโรงเรียนวัง ทั้งนี้เพื่อให้หนิงเอ๋อมีตำแหน่งที่สามารถเข้าออกวังได้โดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับอำนาจในราชสำนัก