มารประหัตถ์ฟ้า (จบ)

    บทที่ 80 หวนคืน

    บทที่80 หวนคืน

     

            “เพียงขัดขวางข้าถึงกับต้องลงทุนทำขนาดนี้"

            ชิงหวงกล่าวขึ้นพร้อมกับสาดประกายตาอันตรึงเครียดมองน่านน้ำที่หมุนวนด้วยพลังธรรมชาติที่ถูกผนึก

             

            ส่งผู้อาวุโสใหญ่ของพรรคมายังไม่พอ พวกมันยังสิ้นเปลืองพลังญาณแลทรัพยากรจำนวนมากเพื่อสร้างค่ายกลพลังญาณระดับนี้ขึ้นแสดงให้เห็นอย่างชี้ชัดว่าพวกมันต้องการถอนรากถอนโคนตัวปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อคานอำนาจของพวกมันถึงเพียงไหน

             

            ขอเพียงพรรคปธุมอัคคีตกต่ำไร้อำนาจเหมือนช่วงยี่สิบปีมานี้ก็คงเพียงพอต่อการจะขึ้นเหนือคานอำนาจของพวกมัน

             

            ชิงหวงทุบหมัดลงยังกราบเรือ

            “ศึกนอกว่าหนาหนักแล้ว ศึกในกลับปะทุขึ้นสร้างความสูญเสียแก่กันเองอีกพวกเจ้ามันช่างเป็นพวกที่เห็นแก่ตัวแลไร้สามัญสำนึกยิ่งนัก!”

             

            ด้วยม่านหมอกภายใต้ราตรีกาล จะหาจุดสังเกตุเพื่อควานหาดวงตาของค่ายกลพลังญาณนับว่ายากเย็นนักชิงหวงจึงได้แต่รับมือตามสถานการณ์ พร้อมกับออกปากเร่งบุตรชายตนให้วกเรือหลบห่างขอบเขตของค่ายกลให้ได้มากที่สุด

             

            แต่เรือพึ่งหันหัว แท่งหินจำนวนมากที่มิเคยดำรงอยู่บริเวณน่านน้ำแห่งนี้ก็พลันผุดขึ้นราวดอกเห็ดมองฝ่าม่านหมอกใต้แสงจันทร์ล้วนเห็นเป็นแท่งตั้งตรงราวกับหอกแหลมที่ผุดขึ้นกลางผิวน้ำเรือที่วกแล่นไปด้วยระยะที่กระชั้นชิดนี้ ทำให้ใต้ท้องเรือถูกแท่งหินทะลวงไปหลายแห่งน้ำที่เชี่ยวกรากก็พลันกระทบใต้ท้องเรือแลทะลักเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงเท่านี้แท่งหินก็คล้ายกับถูกบางสิ่งหมุนควงมันจึงพลันหมุนวนขึ้นอย่างรวดเร็วพุ่งเจาะทะลวงตัวเรือแทบทะลุเป็นรูพรุน ดีที่ได้ฮุ่ยจวินส่งหมัดทะลวงนภาทำลายออกหินเหล่านั้นจึงได้แหลกลานแลอันตธานหายไปสิ้น

             

            บนเรือปรากฏรูขึ้นนับสิบ สิ่งใดก็ยากที่จะมาปิดการไหลทะลักของน้ำได้ทุกผู้บนเรือจึงเริ่มโกลาหลมิอาจประคองสติ จะมีเพียงฮุ่ยจวินที่คิดสิ่งหนึ่งออก มันจึงเร่งเร้าลมปราณเจ็ดดาราพร้อมเบิกดาราในจุดที่หนึ่งทันที

             

            มหาวิถีเจ็ดดาราดวงที่หนึ่งปรากฏ พลังลมปราณอันลึกล้ำที่ราวกับเวิ้งสุญญากาศก็แผ่ขยายครอบร่างของมันทันใดฮุ่ยจวินฝืนแผ่สยายขอบเขตรัศมีของเวิ้งสุญญากาศ เวิ้งวงกลมรอบกายค่อยๆ เคลื่อนออกเป็นวงกว้างมวลน้ำที่ทะลักไหลเมื่อถูกเวิ้งสุญญากาศเข้าไปแทนที่ก็เกิดการผลักดันแลปิดกลั้นจนน้ำมิอาจเข้ามายังเรือได้อีก

             

            ทว่าโขดหินเหล่านั้นมิใช่โขดหินธรรมดา  เมื่อมีสิ่งร้ายกาจมาขัดขวางมัน มันก็เปรี่ยนรูปลักษณ์แลรูปแบบการโจมตีในทันทีจากหอกที่ทื่อตรงตั้งตระหง่านก็กลับกลายเป็นห่าธนูที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า และเพียงชั่วพริบตามันก็ร่วงหล่นลงมาอย่างมืดฟ้ามัวดิน!

             

            ฮุ่ยจวินฝืนคงสภาวะของมหาวิถีเจ็ดดาราได้ไม่นานนักเพราะกฎเกณฑ์ที่มันใช้ออกยังคงขาดห้วงไม่ต่อเนื่อง ดวงดาราดวงที่หนึ่งนี้จึงกระชากพลังลมปราณมันไปเป็นจำนวนมากเมื่อมากจนเกินความควบคุม ความสมดุลและความต่อเนื่องจึงไม่สัมพันธ์กัน ทำให้พลังดังกล่าวคงอยู่อีกครู่ใหญ่ก็สูญสลายน้ำที่สามารถปิดกั้นมาพักใหญ่ก็ทะลักไหลราวกับทำนบแตกอีกครา

             

            ด้านล่างมีน้ำผุดขึ้น ด้านบนมีห่าธนูหินที่มืดฟ้ามัวดินแม้เหล่าผู้ฝึกญาณเดนตายรวมถึงสองบิดาบุตรตระกูลชิงจะร่วมมือกันถึงเพียงไหนก็ยากที่จะรับมือได้อย่างหมดจดภายใต้สภาพการณ์เช่นนี้เสียงตูมจึงดังสนั่นขึ้นหลายครา น่านน้ำแตกกระเซ็นซ่านจนปรากฏเป็นเสาน้ำขนาดเล็กกระดอนขึ้นสูงตัวเรือที่โดยสารมาสั่นคลอนอยู่ครู่ใหญ่ก็จมดิ่งลงในห้วงมหาธารามิอาจต่อต้าน ภาพที่บังเกิดปรากฏเพียงชั่วประกายไฟแลบจากนั้นเรือก็จมหายไปจากคลองจักษุสายตาในทันที

             

            ภาพโลหิตที่ผุดขึ้นบนผิวน้ำสะท้อนกับแสงจันทร์ดูน่าขนลุกยิ่งมีร่างของผู้ฝึกญาณเดนตายหลายผู้ที่รับมือกับห่าธนูหินซึ่งร่วงหล่นมิได้ พวกมันจึงได้ทอดร่างกลายเป็นศพพร้อมจมไปกับเรือ

             

            ส่วนผู้ที่เหลือรอดหากไปบาดเจ็บ ก็พลาดท่ามิอาจประคองตัวยิ่งถูกแรงสูบของน้ำซึ่งเกิดจากมวลอากาศบนเรือที่อับปาง ร่างของพวกมันจึงติดกับเรือแลมีชะตากรรมที่ย่างกรายเข้าหาจุดจบเฉกเช่นเรือที่พวกมันโดยสารมาในทุกที

             

            ฮุ่ยจวินที่มีพละกำลังทางร่างกายที่แข็งแกร่งซึ่งเกิดมาจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงมันฝืนแรงดึงดูดของมวลอากาศที่สูญเสียจากภายในเรือ ร่างขยับไหวติงภายใต้แรงที่ฉุดดึงนี้ได้กำลังจะทะยานออกไปคว้าร่างของชิงหวง ชิงถงและช่วยเหล่าผู้ฝึกญาณเดนตายที่ยังรอดชีวิตออกมา แต่แล้วจู่ๆ ที่ใต้น้ำเบื้องล่างหางตามันก็เหลือบเห็นบางสิ่งที่กำลังเคลื่อนมาอย่างรวดเร็ว!

             

            ฮุ่ยจวินจึงวาดมือใต้ท้องน้ำ พลังลมปราณก่อรวมที่ฝ่ามือราวกับกระแสคลื่นที่เตรียมจะถาโถมรอจนสิ่งที่เคลื่อนไหวมุ่งมาในรัศมี มันก็ซัดฝ่ามือพิชิตท้องคลื่นออกไปอย่างรวดเร็ว

             

            แต่ฝ่ามือนี้เพียงขยับได้ครึ่งเดียว ชิงหวงที่มิทราบว่าขยับมาตั้งแต่เมื่อใดก็คว้าแขนของมันไว้บุรุษชราส่ายศีรษะอย่างเชื่องช้าใต้ธารน้ำ ก่อนจะแสดงพลังญาณบางอย่างออกมา ใต้ธารธาราเกิดภาพคล้ายไฟลุกท่วมครู่หนึ่งสิ่งที่เคลื่อนไหวเข้ามาอย่างรวดเร็วจึงดูเชื่องช้าลง ก่อนที่ฮุ่ยจวินจะรู้สึกว่าบนร่างของตนได้มีสิ่งใดเข้าพันธนาการอย่างไม่ทันตั้งตัวจากนั้นร่างของมันก็ถูกฉุดลากออกไปในทันที

             

            โดยไม่รู้ว่ามันถูกลากใต้กระแสธารที่มีน้ำไหลเชี่ยวไปไกลเท่าไหร่แต่ขณะที่มันกำลังจะกลั้นลมหายใจไม่ไหวเต็มกลืน ร่างก็คล้ายหล่นวูบลงยังหลุมลึกที่มิน่าจะมีได้ภายใต้กลางแม่น้ำรู้สึกว่าร่างหล่นวูบเพียงครู่เดียว โลกในความรู้สึกของมันก็กลับตาลปัตรไปแล้ว

             

            จากใต้บึงน้ำอันเชี่ยวกราก จู่ๆ มันก็มาปรากฏยังผืนปฐพีที่ไม่คุ้นตาแห่งหนึ่งภายใต้แสงจันทรานวลกระจ่างที่ส่องถึง ดูเหมือนที่แห่งนี้จะไม่มีหมอกหนาดั่งเช่นแม่น้ำร้อยลี้ที่มันประสบแม้เพียงนิด

             

            ฮุ่ยจวินหอบหายใจหนักและไอออกมาหลายคำ ก่อนจะจ้องมองไปที่เบื้องหน้าด้วยความงุนงงสงสัย

            “ที่นี่ที่ไหน"

             

            เป็นชิงหวงที่จ้องมองมวลน้ำร่วงหล่นซึ่งพวกมันพึ่งผ่านเข้ามาด้วยหัวคิ้วขมวดแน่นก่อนจ้องมองแผ่นหลังของฮุ่ยจวินด้วยความสงสัยบางอย่าง ครู่ใหญ่มันค่อยกล่าวตอบ

            “ที่นี่ก็คือบึงลี้ลับที่เจ้าต้องการมาอย่างไรล่ะ"

             

            ฮุ่ยจวินทวนคำ

            “บึงลี้ลับ"

             

            จากนั้นมันก็มองไปรอบบริเวณพบว่ามีเหล่าผู้ฝึกญาณเดนตายที่รอดชีวิตนอนกระอักไออย่างรุนแรงร่วมอยู่ด้วยจำนวนคนที่ปรากฏตรงนี้ทำให้ฮุ่ยจวินทราบได้ทันทีว่าผู้ฝึกญาณจำนวนมิน้อยที่ร่วมทางกันมาได้ตกตายภายใต้เหตุการณ์เมื่อครู่แล้ว

             

            “เพื่อพลังอำนาจ ไม่ว่าที่แห่งใดก็หนีมิพ้นการต่อสู้แย่งชิงจริงๆ”

             

            ชิงหวงทอดถอนลมหายใจ

            “โลกก็เป็นเช่นนี้ บางทีอาจมีเพียงความตายที่ทำให้พวกเราหลุดพ้นอย่างแท้จริง"

             

            ตอนนี้ชิงถงได้เข้าไปตรวจดูอาการของเหล่าผู้ฝึกญาณเดนตายที่เหลือรอดส่วนฮุ่ยจวินที่นึกขึ้นได้ว่ามีบางสิ่งฉุดลากตนมามันก็รีบสาดสายตามองไปที่บริเวณโดยรอบทันทีซึ่งภายใต้เงามืด กลับมีร่างที่แปลกประหลาดราวกับมิใช่มนุษย์ยืนอยู่อย่างมากมาย เห็นแววตาเคร่งขรึมคละเคล้ากับความแปลกใจของฮุ่ยจวินชิงหวงจึงกล่าวอธิบาย

             

            “พวกมันคือคนของพรรคปธุมอัคคีที่ปกป้องน่านน้ำบริเวณบึงลี้ลับแห่งนี้ซึ่งชุดที่พวกมันสวมใส่เป็นชุดที่ถูกคิดค้นขึ้นตามภูมิปัญญาเพื่อให้การดำรงอยู่ที่ใต้น้ำได้นานขึ้นรวมถึงทำให้เคลื่อนไหวในน้ำได้รวดเร็วราวกับมัจฉา"

             

            ที่ฮุ่ยจวินเห็นเป็นตัวประหลาด แท้จริงกลับเป็นชุดที่สวมใส่ของคนกลุ่มหนึ่งนั่นเองขณะที่ชิงหวงกำลังกล่าวอธิบายอยู่นั้น เหล่าคนที่สวมชุดประหลาดก็ต่างเข้ามาคารวะบุรุษชราชิงหวงด้วยความยินดี

            “ผู้อาวุโส ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว"

             

            “เกือบยี่สิบปีที่ท่านและบุตรชายหายตัวไปพวกเราล้วนคิดว่าท่านประสบชะตากรรมเสียแล้ว"

             

            จากนั้นเหล่าคนที่สวมชุดประหลาดก็กวาดตากลมโตแดงก่ำมองไปยังทุกผู้คล้ายกำลังมองหาผู้ใดชิงหวงล่วงรู้ในความคิดของคนเรานี้ มันเองก็มีความคิดแลความต้องการเช่นนั้นเหมือนกันทว่าความเป็นจริงกับความฝันช่างยากที่จะทำให้เป็นสิ่งเดียวกันได้

             

            ทั่วอาณาบริเวณจึงเงียบไปชั่วขณะคล้ายล่วงรู้ว่าความต้องการของพวกตนได้พานพบกับความผิดหวังอีกคราก่อนที่ชิงถงจะกล่าวถามขึ้นทำลายบรรยากาศที่ชวนอึดอัดนี้

             

            “นายหญิงเป็นเช่นไรบ้าง”

             

            บุคคลที่อยู่ในชุดประหลาดกล่าวตอบ

            “ถูกผู้อื่นกดขี่ข่มเหงแต่ท่านก็ยังพอรับมือทว่าเรื่องราวในอดีตกลับเป็นสิ่งเดียวที่ทำในนางทรุดหนักลงไปเรื่อยๆ"

             

            ชิงหวงได้ยินเช่นนั้นก็มีสีหน้าที่รู้สึกผิดในทันทีจิตใจลังเลที่จะคืนกลับสู่พรรคที่เปรียบเสมือนบ้านของตน เป็นฮุ่ยจวินที่สังเกตุเห็นอาการและพอจะเรียบเรียงเรื่องราวได้มันจึงกล่าว

            “คนเราสิ่งที่หนีมิพ้นคือความจริง มีแต่ต้องเผชิญมันเท่านั้น"

             

            ชิงหวงมองฮุ่ยจวินจากนั้นก็ผงกศีรษะ

            “กล่าวได้ดี"

             

            แล้วบุรุษชราชิงหวงพร้อมกับบุตรชายมันก็ตัดสินใจก้าวเดินนำหน้าพาฮุ่ยจวินและเหล่าผู้ฝึกญาณเดนตายไปยังบ้านของตนที่มิได้คืนกลับมาเกือบยี่สิบปีทันทีเสมอมาพวกมันพยายามหนีความจริง แต่มันหนีมามากพอแล้ว มันจะไม่ปล่อยให้ใครต้องแบกรับไว้เพียงคนเดียวอีก

             

            ชิงหวงและกลุ่มคนชุดประหลาดเดินนำพาทุกผู้ไปจนถึงลานไม้กลางบึงบัวขนาดใหญ่ราตรีที่ต้องรับมือกับอุปสรรคนานัปการผ่านไปจนใกล้รุ่งสาง แสงจันทราอันนวลกระจ่างเริ่มจะเลือนหายแลถูกแทนที่ด้วยแสงสีแดงเจือจางทางฟากฟ้าตะวันออกภาพทิวทัศน์ของบึงบัวยามที่ฟ้าสลัวจึงเริ่มเด่นชัดขึ้น

             

            นอกจากบัวนานาพันธุ์ที่เริ่มผลิดอกส่งกลิ่นหอมสีสันที่หลากหลายตัดกับใบกลมหยัก บ้างรีเรียวสีเขียวสดก็ทำให้เป็นภาพที่งดงามยิ่ง กอปรรวมเข้ากับตึกรามที่ทำจากไม้เนื้อดีตั้งตระหง่านสูงเด่นรอบบึงบัวแซมด้วยไม้ดอกที่ดูสดใสคละเคล้ากลิ่นหอมจรุ่ง ที่แห่งนี้จึงมิต่างจากแดนเซียนเร้นลับแม้แต่น้อย

             

            ฮุ่ยจวินได้มองภาพที่เกินคำบรรยายนี้คนก็พึมพำออกมา

            “นี่น่ะหรือบึงลี้ลับ ไม่เหมือนที่คิดไว้เลยซักนิด…สถานที่ใหญ่โตแลงดงามเช่นนี้เป็นไปได้อย่างไรที่จะหลบรอดสายตาของปฐพีได้?"

             

            ขึ้นชื่อว่าลี้ลับ แน่นอนว่ามันต้องมีความลี้ลับบางอย่างที่ซ่อนเร้นจึงทำให้คนทั้งปฐพีมิอาจทราบได้ว่ามีสถานที่แห่งนี้ดำรงอยู่ ฮุ่ยจวินคิดเท่าไหร่ก็คิดมิออกว่าพวกมันซ่อนสถานที่แห่งนี้ด้วยวิธีใดและบึงลี้ลับนี้ปรากฏอยู่ส่วนไหนบนแม่น้ำร้อยลี้ เพราะการที่มันสามารถมายังที่นี่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ฉุกละหุกเกิดขึ้นเมื่ออยู่ใต้กระแสธารอันเชี่ยวกราก

             

            หรือสถานที่แห่งนี้อยู่ใต้น้ำ?

             

            ความคิดนี้จึงเป็นความคิดเดียวที่น่าจะอธิบายถึงความลี้ลับแลซ่อนเร้นของสถานที่แห่งนี้ได้ใกล้เคียงที่สุด

             

            เดินไปพลางคิดไปพลาง จวบจนกระทั่งชิงหวงได้ชะงักเท้าลงเมื่อบรรลุถึงตึกไม้ขนาดสูงใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางของตึกอื่นๆเบื้องหน้าประตูบานสีแดง มีป้ายสลักคำว่าปธุมอัคคีเด่นชัดอยู่ เจตจำนงแห่งอัคคีที่กำจายออกมาจากป้ายก็เด่นชัดเป็นอย่างมากเด่นชัดจนทำให้โลหิตของฮุ่ยจวินคล้ายถูกกระตุ้น ความร้อนในโลหิตราวกับจะปะทุไปด้วยเปลวเพลิงที่แผดผลาญชายหนุ่มจึงยกมือขึ้นมากุมอกซ้าย คนหอบหายใจหนักพร้อมกับเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นเต็มแผ่นหลังเกิดสิ่งใดขึ้นกับมัน มันก็ยังมิอาจหาคำตอบให้กับตัวเอง

             

            อีกทั้งหลังจากได้มองเห็นสัญลักษณ์ของพรรคที่อยู่หน้าประตูมันก็ต้องรู้สึกว่าคล้ายกับของสิ่งหนึ่งที่มันถือครองอยู่ทำให้เกิดเป็นข้อสงสัยขึ้นมาทันใด

             

            ด้านชิงหวงยังคงมีสีหน้าลังเลรู้สึกผิดแต่ยังมิทันที่มันจะกระทำสิ่งใดต่อ ประตูสีแดงบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิด สตรีชราท่าทางทุกข์ตรมและอมโรคก็ก้าวเดินออกมาด้วยความยินดีชิงหวงและชิงถงพอเห็นนางก็พลันเข้าไปคุกเข้าอย่างพร้อมเพรียง ชิงหวงกล่าวโดยที่หน้ายังคงก้มมองดิน

            “เป็นข้าน้อยที่มิได้เรื่อง มิอาจปกป้องผู้ใดทั้งยังต้องปล่อยให้นายหญิงแบกรับความกดดันเพียงผู้เดียวมาอย่างยาวนาน ข้าน้อยละอายใจยิ่งนัก"

             

            สตรีชรานางนั้นกลับหาได้กล่าวโทษมัน นางเพียงไอออกมาคำหนึ่งแล้วกล่าวอย่างอ่อนแรง

            “อย่าได้โทษตัวเองเลย เพียงกลับมาก็ดีมากแล้ว”

             

            เห็นความทุกข์ตรมและแววแห่งความลำบากที่ฉายชัดผ่านทางสีหน้าแลรูปลักษณ์ภายนอกของนายหญิงชิงหวงมันก็รู้สึกเจ็บปวดในจิตใจ ครั้งหนึ่งนายของมันได้ฝากฝั่งให้ดูแลนายหญิงรวมถึงคนในพรรคให้ดีแต่มันกลับมิอาจกระทำตามคำสั่งของผู้เป็นนายได้ ยิ่งคิดมันก็ยิ่งเจ็บใจจนต้องโขกศีรษะลงพื้นอย่างรุนแรงเป็นเวลาเนิ่นนานมันจึงสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะกล่าวอย่างหนักแน่น

            “ข้ากลับมาแล้ว ข้าจะมิยอมให้ผู้ใดสร้างความลำบากแก่ท่านและพรรคของพวกเราอีก"

             

            สตรีชราก็ผงกศีรษะ

            “ลุกขึ้นเถิด ท่านและบุตรคงจะลำบากมาโดยตลอดที่ตามหาตาแก่ไม่ได้เรื่องผู้นั้น"

             

            กล่าวถึงตาแก่ สีหน้าของสตรีชราก็ยิ่งดูเศร้าสลดคล้ายว่านางได้รู้แล้วว่าคงไม่มีโอกาสได้พบพานกับมันอีกแล้ว ขณะที่คิดเศร้าใจอยู่นั้นสายตาของสตรีชราก็ตกไปที่เหล่าผู้ฝึกญาณเดนตาย ก่อนที่จะหยุดพินิจมองฮุ่ยจวินเป็นพิเศษ

             

            เห็นสายตาของผู้เป็นนายจับจ้องมองฮุ่ยจวินชิงหวงก็เข้าใจว่าผู้เป็นนายกำลังกังวลต่อตัวตนที่ไม่มีพลังญาณนี้ จึงกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็ว

            “พวกมันเพียงหนีร้อนมาพึ่งเย็น ข้าน้อยรับประกันว่าพวกมันไม่มีอันตรายใด"

             

            สตรีกลางคนพินิจมองฮุ่ยจวินมิวางตา ส่วนฮุ่ยจวินและเหล่าผู้ฝึกญาณเดนตายก็ล้วนประสานมือคารวะนางอย่างนอบน้อมทันที

            “พวกเราไร้ที่พึ่งพิง ได้แต่หวังพึ่งบารมีของท่านแล้ว"

             

            สตรีชรายังคงจับจ้องอยู่ที่ฮุ่ยจวิน ส่วนปากก็กล่าวขึ้น

            “คิดซะว่าที่นี่คือบ้านของพวกเจ้าเถิด”

             

            ก่อนที่สตรีชราจะหันคืนกลับมาที่ชิงหวงและชิงถง

            “ส่วนพวกเจ้าเองก็รีบไปพักรักษาตัวก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง"

             

            สองบิดาบุตรตระกูลชิงต่างผสานมือคารวะผู้เป็นนายหญิงหลังจากที่คืนกลับมาบ้านอีกหน หลังจากที่แบกจิตใจอันหนักอึ้งแลความละอายใจกลับมา ด้วยท่าทีที่ไม่ถือโทษแลไม่ตำหนิพวกตนสองบิดาบุตรก็คล้ายบังเกิดเป็นความผ่อนคลายที่ชะโลมจิตใจให้พวกมันไปได้บ้าง พวกมันจึงไม่จมจ่อมแต่ในห้วงความรู้สึกผิดจนเกินไปในใจตอนนี้จึงมีเพียงความคิดที่จะปกป้องผู้เป็นนายที่เหลืออยู่อย่างสุดความสามารถ มิให้มาเสียใจภายหลังเฉกเช่นที่ประสบอยู่ในตอนนี้

             

             

             

             

             

             

             

    คล้ายกับเรื่องมารประหัตถ์ฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810