ภายในป่าอาถรรพ์
ชาย 2 คนพากันเดินออกมาจากคฤหาสน์เก่าแก่ที่มีบริเวณกว้างขวางมาก บนฟ้ามีแต่หมอกปกคลุมตลอดทั้งปี ที่นี่คือที่ตั้งของตระกูลไป่ที่เก่าแก่ พวกเขายังคงเก็บรักษาคัมภีร์บ่มเพาะ คัมภีร์วิชายุทธ์และคัมภีร์ปรุงโอสถที่สมบูรณ์เอาไว้ได้ หากแต่ของเหล่านั้นไม่สามารถสู้คัมภีร์ที่ไป่ฉีมีในมือได้แม้แต่น้อย
แต่แค่นั้นก็ทำให้ระดับของคนในตระกูลนั้นอยู่ในระดับสูงเทียบเคียงกับพวกตำหนักเทพได้เลยทีเดียว โดยเด็กที่เกิดในตระกูลไป่จะถูกบังคับให้ฝึกพลังปราณตั้งแต่อายุ 5 ขวบ หากถึงอายุ 15 ปีแล้วยังไม่สามารถไปถึงชั้นปราณนภาได้ จะถูกตัดสินว่าเป็นขยะ และถูกลดขั้นไปเป็นบ่าวรับใช้ของตระกูลแทน
“ทำไมท่านผู้นำต้องให้เรามารับลูกชายของคนที่ถูกขับออกจากตระกูลด้วย” ไป่ชิบ่น
“หลานทั้งคน ท่านผู้นำตระกูลคงต้องการให้มาเป็นคนสืบทอดตำแหน่งต่อจากท่านนั่นแหละ” ไป่เชอะตอบสิ่งที่ตนคิด
“ข้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เด็กนั่นไม่ได้ฝึกพลังปราณเลย ถ้ามาอยู่ที่ตระกูลก็ไม่ต่างจากขยะที่ต้องกลายเป็นบ่าวรับใช้ อีกอย่างพวกเราต้องเดินทางมารับมันด้วย น่าเบื่อจริง ๆ” ไป่ชิกล่าว
“เราทำหน้าที่ของพวกเราไปตามปกตินั่นแหละ แค่ไม่สนทนาด้วย วางตัวเป็นกลางก็พอ” ไป่เชอะกล่าว
พวกเขาเดินเรื่อยเปื่อยไม่รีบร้อน เพราะกว่าคนที่พวกเขาต้องมารับจะมาถึง ก็คงเลยเที่ยงไปแล้ว พวกเขาจึงออกล่าสัตว์อสูรรายทางไปบ้าง เพื่อจะได้ไม่มีสัตว์อสูรขวางทางพวกเขา ระหว่างที่พาเด็กนั่นเดินทางไปยังตระกูล
ฝั่งไป่ฉีนั้นนั่งรออยู่จนกระทั่งเขาสัมผัสได้ว่าคนจากตระกูลไป่ 2 คนนั้นใกล้จะเห็นเขาแล้ว เขาจึงวาดมือเก็บเอาศาลาทั้งหลังกลับเข้าไปในแหวนมิติของตนเอง แล้วถือร่มกางไว้ให้ดูเหมือนพวกหนุ่มเจ้าสำอางค์
'ในเมื่อพวกนั้นอยากจะเป็นราชสีห์ ข้าก็จะเป็นเป็นมังกรห่มหนังแกะหลอกพวกมันไปก่อน' ไป่ฉียกยิ้มขึ้น
ไม่นานไป่ฉีก็เห็นชายวัย 30 กว่า 2 คนเดินออกมาจากป่า จากที่เขาประเมินดูพวกนี้อยู่ในระดับราชันย์ขั้นต้น การที่ส่งคนระดับนี้มาแสดงว่าในป่ามีโอกาสเจอสัตว์อสูรระดับชั้นปราณนภาอยู่บ้าง
“เจ้าคือไป่ฉี ใช่หรือไม่” ไป่ชิถาม
“ใช่แล้ว ผมชื่อไป่ฉี” ไปฉีตอบ
“แต่งตัวประหลาดนัก เอาเถอะไปกันได้แล้ว จะได้ไปถึงตระกูลก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ในป่าแห่งนี้มีสัตว์ร้ายที่เจ้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน ช่วงกลางคืนจะเป็นช่วงที่อันตรายที่สุด ดังนั้นรีบเดินเร็ว ๆ ล่ะ” ไป่เชอะกล่าว ก่อนที่ทั้ง 2 จะไม่สนใจไป่ฉีและเริ่มหันหลังเดินเข้าป่าไป
'พวกเจ้าคิดอะไรทำไมข้าจะไม่รู้ ดูถูกกันตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า เดี๋ยวบิดาผู้นี้จะจัดหนักให้พวกเจ้าต้องมาเลียแข้งเลียขาเลย คอยดู' ไป่ฉีคิด
ระหว่างทางนั้นทั้ง 2 คนได้จัดรูปแบบโดยการที่คนหนึ่งเดินนำหน้าไป่ฉี อีกคนเดินตามหลังไป่ฉี และทั้ง 2 คนยังลอบตรวจสอบท่าทางของไป่ฉีด้วย
'เจ้าเด็กนี่การก้าวเท้าไม่ติดขัด ทั้ง ๆ ที่เดินในพื้นที่ป่าแบบนี้กลับเดินได้อย่างสบาย' ไป่ชิเกิดความอยากรู้ขึ้น
'ท่วงท่าสง่าผ่าเผย สมแล้วที่เป็นหลานของท่านไป่ชิงหยาง' ไป่เชอะที่เดินตามหลังเริ่มลดอคติที่มีต่อไป่ฉีลงบ้าง ชายหนุ่มตรงหน้าเขาเดินโดยไม่บ่น ดูแล้วร่างกายแข็งแรงดี น่าจะมากกว่าคนทั่วไปเสียด้วยซ้ำ หากได้ฝึกยุทธ์อาจมีสาว ๆ ในตระกูลยอมแต่งงานด้วยก็เป็นได้ เพราะชายหนุ่มมีหน้าตาราวเทพเซียนเช่นนี้ในตระกูลหาได้ยาก น่าจะเพราะการแต่งงานกันภายใน
ช่วงหลังเด็กที่เกิดมานั้นแม้จะมีผิวที่ดี แต่หน้าตากลับเรียกว่าธรรมดาไปจนถึงอัปลักษณ์ มีเพียงสายเลือดของไป่ชิงหยางที่เป็นผู้นำตระกูลเท่านั้นที่ให้กำเนิดบุตรชายบุตรสาวหน้าตาดีออกมาบ้าง แต่ก็ไม่บ่อยนัก ซึ่งน้อยจนแทบจะนับได้ด้วยนิ้วมือได้เลยทีเดียว
'หรือว่าที่ท่านไป่ชิงหยางนำเด็กนี่กลับเข้าตระกูลเพราะเหตุนี้กันนะ' ไป่เชอะคิด
'หือ พลังปราณแบบนี้มัน สัตว์อสูรเหรอ ทั้งหมด 31 ตัว ฝูงหมาป่าหิมะ คิดถึงจริง ๆ' ไป่ฉีคิด
“ชักแปลก ๆ แล้วนะไป่ชิ แถวนี้พวกสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยหายไปไหนกันหมดเนี่ย” ไป่เชอะเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นควมผิดปกติ ระยะการตรวจจับของพวกเขานั้นสู้ไป่ฉีไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
“ใช่ ยังไงดูแลเจ้าหนูนี่ดี ๆ ก็แล้วกัน ส่วนเจ้าก็อยู่ใกล้ ๆ ไป่เชอะเอาไว้นะ” ไป่ชิหันมาสั่งไป่ฉี
ฉับพลันเสียงไหวของใบไม้และต้นหญ้าดังมาเรื่อย ๆ โดยเสียงของมันกำลังใกล้มา และยังตรงมาที่กลุ่มของไป่ฉีอีกด้วย ทั้งไป่ชิและไป่เชอะต่างมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก กว่าพวกเขาจะรู้สาเหตุของการที่ป่าเงียบผิดปกติก็สายเกินไปเสียแล้ว
“บ้าฉิบ ทำไมพวกมันถึงมาอยู่แถวนี้ได้” ไป่ชิเห็นหมาป่าขนสีขาวแผ่ไอเย็นออกมารอบตัว ดวงตาสีฟ้าเปล่งประกายเย็นเยียบจับจ้องมายังพวกเขา
“มีมากขนาดนี้พวกเราตายแน่” ไป่เชอะไม่อยากจะเชื่อ หมาป่าหิมะกว่า 30 ตัวล้อมพวกเขาไว้ทุกทางเสียแล้ว
“เจ้าหนู เสียใจด้วยนะ ดูท่าทางแกคงจะไปไม่ถึงตระกูลไป่แล้วล่ะ” ไป่ชิกล่าวขึ้น
“โชคร้ายของแกจริง ๆ ดันมาเจอกับฝูงหมาป่าหิมะ คาดว่าภายในป่าส่วนลึกที่พวกมันอยู่คงจะมีอะไรเกิดขึ้นแน่ พวกมันถึงได้ข้ามพื้นที่มาชายป่าแบบนี้” ไป่เชอะกล่าว
“เจ้าพวกนี้น่ารักดีออก ว่าไหมครับ” ไป่ฉีเดินชิว ๆ ไม่มีท่าทีหวาดกลัวพวกมันแม้แต่น้อย เขาเดินเข้าไปใกล้กับพวกมันก่อนจะเรียกของสิ่งหนึ่งขึ้นมาชูไว้ให้พวกมันเห็น
“นั่นมันอะไรน่ะ เขี้ยวสัตว์เหรอ แต่เหมือนเป็นคริสตัลมากกว่า” ไป่เชอะมองดูสิ่งที่ไป่ฉีถืออยู่ในมือ
จ่าฝูงหมาป่าหิมะเดินออกมาข้างหน้าฝูง มันจ้องไปยังเขี้ยวที่เหมือนผลึกแก้วสีฟ้าสดใสที่ร้อยอยู่กับเชือกเก่า ๆ เส้นหนึ่ง
แท้จริงแล้วสิ่งที่ไป่ฉีถืออยู่คือเขี้ยวของหมาป่าหิมะที่เข้าสู่ระดับราชันย์จักรพรรดิแล้ว พวกหมาป่าหิมะนั้นถือว่าเขี้ยวเป็นสิ่งสำคัญมาก ตามธรรมเนียมของพวกมันนั้นจะมอบเขี้ยวของมันให้กับมนุษย์ที่เชื่อใจได้เท่านั้น หากได้จากการแย่งชิงหรือฆ่ามันเขี้ยวจะไม่ส่องประกายเช่นนี้ จากลักษณะของเขี้ยวนี้ทำให้จ่าฝูงหมาป่าหิมะดวงตาเบิกกว้าง ก่อนที่มันจะหมอบลงแทบเท้าของไป่ฉี ส่งผลให้หมาป่าหิมะตัวอื่นหมอบตามไปด้วย
“นี่มันบ้าอะไรกันฟะ” ไป่ชิตะโกนขึ้น ก่อนจะโดนไป่เชอะปิดปาก สถานะการณ์ตอนนี้ล่อแหลมมาก การส่งเสียงอาจไปกระตุ้นให้พวกมันที่ดูจะสงบลงคลุ้มคลั่งขึ้นมาอีก
“ของในมือเด็กนั่นต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ” ไป่เชอะกระซิบ
“น่าจะอย่างนั้น” ไป่ชิเห็นด้วย
ไป่ฉีใช้จิตของเขาสื่อสารกับจ่าฝูงหมาป่าหิมะ และขยายขอบจิตวิญญาณให้ทุกตัวสามารถได้ยินสิ่งที่เขากำลังจะสื่อสาร สายตาของเขาแสดงถึงความอ่อนโยน
'ของชิ้นนี้เป็นของแม่หมาป่าหิมะ ข้าได้เธอช่วยดูแลตอนเด็ก ๆ พอโตขึ้นข้าได้ช่วยชีวิตนางกับลูก ๆ ไว้ ต่อมาเมื่อนางบรรลุถึงชั้นราชันย์จักรพรรดิแล้ว นางจึงมอบเขี้ยวนี้ให้กับข้า ไป่ฉีสื่อสารไปแบบนั้น
'นางยังมีชีวิตอยู่หรือไม่' จ่าฝูงหมาป่าหิมะถาม
'น่าเสียดายที่นางสิ้นอายุขัยไปเสียก่อนจะบรรลุระดับเทวะ' ไป่ฉีกล่าว
'ช่างน่าเสียดาย หากนางยังอยู่ข้าอยากได้รับคำชี้แนะจากนางสักหน่อย' จ่าฝูงหมาป่าหิมะกล่าว
'ปกติที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของพวกเจ้า ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่กัน' ไป่ฉีถาม
'มีสัตว์อสูรที่สำเร็จชั้นราชันย์ทรราชถือกำเนิดขึ้น มันคืออสรพิษ 9 หัว ที่ผ่านมามันจำศีลบ่มเพาะไม่มีทีท่าว่าจะตื่นมานับพันปี แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะตื่นขึ้นพร้อมกับการบรรลุเลื่อนระดับ' จ่าฝูงหมาป่าหิมะเล่าสาเหตุที่พวกมันอพยพออกมาจากส่วนลึกของป่า
'พวกเจ้าออกห่างจากทางที่คนพวกนี้ใช้เดินทางก่อน' ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับวาดมือออกไป ปรากฏห่อผ้าจำนวนมากตกลงมา
'สิ่งเหล่านี้คือ......' จ่าฝูงหมาป่าหิมะถาม
'ข้างมีเนื้อสัตว์ ข้าให้พวกเจ้าเป็นเสบียงไปก่อน หลังเสร็จเรื่องที่ตระกูลของข้าแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปยังที่พำนักของข้า ที่นั่นเหมาะสมแก่การฝึกบ่มเพาะพลัง' ไป่ฉีกล่าว
'ขอบคุณท่านมาก เช่นนั้นพวกข้าขอตัว' จ่าฝูงกล่าวก่อนจะให้สัญญาณสมาชิกในฝูงมาคาบเอาห่อผ้าใส่เนื้อเหล่านี้และจากไปอย่างรวดเร็ว
“เฮ้อ รอดตัวไปที” ไป่ชิถอนหายใจออกมา
“เจ้าหนู แกมีแหวนมิติด้วยงั้นเหรอ” ไป่เชอะถาม
“แสดงว่าตอนพ่อของข้าออกมาจากตระกูล คงถูกสั่งห้ามไม่ให้เอาอะไรติดตัวมาเลยสินะ ส่วนแหวนนี้ข้าซื้อมาจากสมาคมการค้าตะวันจันทรา พวกเจ้าที่ตัดขาดตัวเองจากยุทธภพ คงจะไม่รู้จักหรอกมั้ง” ไป่ฉีกล่าว
“เจ้าหนู แกฝึกยุทธ์ด้วยงั้นเหรอ” ไป่ชิถาม
“ถ้าไม่ฝึกแล้วข้าจะใช้มันได้เหรอ อ้อ ถ้าพวกเจ้ายอมปิดเรื่องนี้ไม่ให้พ่อของข้ากับคนที่ตระกูลรู้ สิ่งนี้จะเป็นของพวกเจ้า” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับนำคัมภีร์เล่มหนึ่งออกมา มันเป็นเคล็ดวิชาเกราะกายาเพชร ซึ่งเป็นวิชาสายป้องกันระดับราชันย์
ไป่ฉีได้ตรวจสอบความทรงจำของทั้ง 2 แล้ว พวกเขาเชื่อถือได้ ส่วนนิสัยดูถูกคนมันเป็นนิสัยที่ติดตัวชาวยุทธ์ส่วนใหญ่มาแต่ไหนแต่ไร แม้แต่ตัวเขาในอดีตก็เช่นกัน
ไป่ชิกับไป่เชอะรีบคว้าเอาไว้ก่อนจะเปิดอ่าน เพียงไม่นานพวกเขาก็มองคัมภีร์กับไป่ฉีสลับกัน แม้จะไม่อยากเชื่อแต่พวกเขาบอกได้เลยว่าสิ่งที่อยู่ในมือเขานั้นเป็นของจริง
“ทราบแล้วขอรับนายน้อย” ไป่ชิรีบเปลี่ยนสรรพนามเรียกไป่ฉีทันที
“พวกเราจะไม่บอกใครเรื่องนี้แน่นอนขอรับ นายน้อยไป่” ไป่เชอะเองก็เช่นกัน
“งั้นพวกเราเดินทางกันต่อเถอะ” ไป่ฉีเริ่มก้าวเดินนำหน้าไป่ชิกับไป่เชอะ ซึ่งทั้ง 2 ก็เดินตามหลังไป่ฉีไปติด ๆ แหงล่ะ ขนาดสัตว์อสูรชั้นราชันย์ตั้ง 31 ตัว ชายหนุ่มยังทำให้พวกมันถอยไปได้ พวกเขายังจะมีอะไรต้องกลัวอีกล่ะ
ใช้เวลาสักพัก ทั้ง 3 คนก็มาถึงประตูใหญ่คฤหาสน์กลางป่าจนได้ จากที่ไป่ฉีดูเวลาแล้วน่าจะประมาณ 4 โมงเย็น
ด้านหน้าประตู ไป่ฉีเห็นไป่ชิงหยางยืนอยู่ ด้านหลังเองก็มีผู้อาวุโส 4 คนยืนรออยู่
'จิตมุ่งร้ายของเจ้าพวกนั้นไม่คิดจะเก็บมันไว้เลยสินะ' ไป่ฉีคิดขณะเดินมาถึงหน้าประตู
“ท่านผู้นำ พวกเราพานายน้อยมาแล้วขอรับ” ไป่ชิกล่าวขึ้น คำพูดของเขาทำให้ไป่ชิงหยางและผู้อาวุโสต่างสงสัยว่าเหตุใดไป่ชิถึงได้เรียกไป่ฉีเช่นนั้น
“ไป่ชิ เจ้าพูดอะไรน่ะ ลูกของคนที่ถูกขับออกจากตระกูลถือเป็นคนนอก จะมาเรียกนายน้อยได้ยังไง” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างไม่พอใจ
“เงียบซะ ข้าเป็นคนตัดสินใจเอง” ไป่ชิงหยางกล่าวขัด
“ข้าไม่รู้ธรรมเนียมของที่นี่หรอกนะ ขอเรียกท่านว่า ปู่ เฉย ๆ ก็แล้วกัน” ไป่ฉีไม่มีท่าทีเกรงกลัวไป่ชิงหยางแม้แต่น้อย
“มารยาทต่ำจริง ๆ ไป่ชิงหยุนไม่ได้สั่งสอนมารึไง” ผู้อาวุโสอีกคนกล่าวขึ้น
“พ่อของข้าเกี่ยวอะไรด้วย พ่อตัดขาดจากตระกูลและไม่คิดหวนกลับมาอีก จึงไม่ได้สอนเรื่องเกี่ยวกับตระกูลแม้แต่น้อย ถ้าปู่ไม่บังคับให้ข้ามา ข้าไม่มีทางมาที่ที่ขับไล่พ่อของข้าออกไปอย่างเลือดเย็นหรอก” ไป่ฉีกล่าว
“เจ้าเด็กนี่ อยากโดนสินะ” ผู้อาวุโสเตรียมที่จะก้าวออกมาหาไป่ฉี แต่ถูกไป่ชิงหยางยกมือขึ้นห้ามไว้
“ไป่ชิ ไป่เชอะ พวกเจ้าพาหลานของข้าไปยังที่พักที่จัดเตรียมไว้ ส่วนเจ้า….ไป่ฉี 6 โมงเย็นข้าจะให้ไป่ชิกับไป่เชอะไปตามเจ้ามาร่วมโต๊ะอาหาร ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด” กล่าวจบไป่ชิงหยางก็หันหลังเดินจากไป แน่นอนว่าเขาส่งสายตาเป็นเชิงว่าให้ผู้อาวุโสทั้ง 4 เดินตามเขาไปด้วย
'ดูจากสายตาก็รู้ว่า 4 คนนี้หวังเลื่อยขาเก้าอี้ผู้นำตระกูลอยู่ หึหึ เห็นทีจะมีเรื่องสนุกให้ทำอีกแล้ว การรังแกเด็กน้อยพวกนี้ก็ถือเป็นอะไรที่ข้าใช้เล่นฆ่าเวลาได้ดีทีเดียว ไหน ๆ ได้พักทั้งที ขอสนุกกับการทำให้เด็กน้อยพวกนี้กระอักเลือดกันดีกว่า หึหึ' ไป่ฉีคิด
“นายน้อย เชิญขอรับ” ไป่ชิเดินนำไป่ฉีไป ส่วนไป่ฉีก็เดินตามไป โดยมีไป่เชอะเดินตาม
ระหว่างทางมีอาคาร 3 ชั้นหลังหนึ่งตั้งอยู่ บนชั้น 3 มีหน้าต่างที่ขึงผ้าม่านบางสีชมพูอ่อนไว้ ภายในมีหญิงสาวงามราวเทพธิดากำลังมองมาที่ไป่ฉี
“นั่นเหรอลูกชายของไป่ชิงหยุน อัปลักษณ์ซะจริง” เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นด้านหลังหญิงสาว
“ท่านแม่รู้จักหรือคะ” หญิงสาวถาม
“โม่ลี่ ข้าขอเตือนเจ้า คนอ่อนแอแบบนั้นไม่เหมาะกับเจ้าแม้แต่น้อย อีกอย่าง เจ้าควรที่จะตกลงรับหมั้นหลานชายของผู้อาวุโสลำดับ 2 ได้แล้วนะ ฝ่ายนั้นเขาถามแม่หลายคราแล้ว” หญิงวัยกลางคนกล่าว
“ข้าไม่แต่งกับคนหน้าตาอัปลักษณ์เยี่ยงนั้นหรอก สู้ข้ารอลูกหลานสายท่านไป่ชิงหยางไม่ดีกว่าหรือ อายุของข้าก็เพิ่ง 16 เมื่อไม่นานนี้ ไม่แน่ทางสายตระกูลท่านผู้นำอาจให้กำเนิดทายาทที่รูปงามก็เป็นได้” ไป่โม่ลี่กล่าว
“ฮึ่ย ไม่รู้ล่ะ ยังไงเจ้าต้องต้องรับหมั้น มิเช่นนั้นข้าจะไม่ให้เจ้าออกไปจากเรือนนี้แม้แต่ก้าวเดียว” หญิงวัยกลางคนกล่าวก่อนจะเดินออกจากห้องของหญิงสาวไป ส่วนหญิงสาวก็มองไปยังไป่ฉีไม่วางตา นางไม่เคยเจอชายหนุ่มรูปงามแบบนี้ในตระกูลมาก่อน
"ข้าควรทำลายวรยุทธ์ของตัวเองแล้วออกจากตระกูลไปกับเขาดีหรือไม่นะ อยู่ที่นี่มีแต่จะต้องแต่งงานเพื่ออำนาจในตระกูล หากให้เขาพาข้าออกไปแล้วช่วยสอนเรื่องต่าง ๆ ในโลกภายนอกให้คงจะดีไม่น้อย อยู่แบบนี้ราวกับนกน้อยในกรงทองไม่มีผิด ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมท่านไป่ชิงหยุนถึงเลือกโลกภายนอกมากกว่า” ไป่โม่ลี่พึมพำออกมาเบา ๆ
____________________________
=w=a จัดกันแค่นี้ก่อนสำหรับวันนี้ ไว้พรุ่งนี้จะมาอัพใหม่นะครับ ยังไงฝากติดตามเพจด้วยนะครับ สามารถแจ้งคำผิดได้ในเพจเลย
