เมื่อเห็นว่าเฮ่อจวินสีหน้าเปลี่ยน ตู้เซ่าฝู่ก็รีบเข้าไปช่วยพยุงเฮ่อจวินอย่างเป็นมิตรทุกคนต่างตกตะลึงมากที่เห็นตู้เซ่าฝู่ล้วงยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งใส่เข้าปากเฮ่อจวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเห็นใจว่า “นี่คือยาลูกกลอนสำหรับรักษาอาการบาดเจ็บเจ้าต้องมาถูกข้าโจมตีซะสาหัสเลย ขอโทษด้วยนะ ที่จริงข้าก็ไม่อยากทำร้ายเจ้าหรอกหากไม่ได้เพราะกัวคุนเป็นคนคิดอยากให้ข้าทำร้ายเจ้า ข้าก็ไม่มีทางทำร้ายเจ้าได้หรอก”
เฮ่อจวินจ้องหน้าตู้เซ่าฝู่ไม่รู้ว่าในใจของเขาขณะนี้กำลังคิดอะไร ทว่าพอมองออกมาเขากำลังครุ่นคิดแววตาดูสับสน
เข้ารู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ต่อยเขาน่วมแต่กลับเปลี่ยนสีหน้าแสร้งทำเป็นคนดี ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่ทำตัวหน้าด้านไร้ยางอายจริงๆหน้าด้านยิ่งกว่ากัวคุนเยอะเลยทว่าอย่างไรก็ตามเขาก็คิดว่าที่เด็กหนุ่มคนนี้พูดก็มีเหตุผล
“พวกเจ้ายังไม่รีบมาประคองคุณชายน้อยของพวกเจ้าอีกรีบพากลับไปรักษาอาการบาดเจ็บเร็ว หากชักช้าจะมีผลเสียต่อรากปราณนะ”
ตู้เซ่าฝู่กำชับกับศิษย์สำนักพยัคฆ์ขาวสิบกว่าคนนั้นเฮ่อจวินถูกต่อยไปสิบกว่าหมัดบอบช้ำจนไม่มีแรงที่จะยืนแล้ว
“คุณชายน้อย……”
“รีบเข้าไปประคองคุณชายน้อยเร็ว”
ศิษย์ของสำนักพยัคฆ์ขาวสิบกว่าคนได้สติขึ้นมาต่างตะลึงสักครู่จากนั้นก็กรูกันเข้าไปประคองบุตรเจ้าสำนักและก็รีบจากไปพวกเขาไม่อยากให้คุณชายน้อยอยู่ใกล้เจ้าสัตว์ประหลาดเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายคนนี้อีกแล้ว
ก่อนเฮ่อจวินก้าวออกจากประตูเขาหันหน้าไปถลึงตาใส่กัวคุน เห็นได้ชัดว่าแม้เขาคิดว่าตู้เซ่าฝู่ไร้ยางอายแต่ว่าที่พูดก็มีเหตุผล
เมื่อกัวคุนเห็นก็สะดุ้งสีหน้าเสีย จากนั้นต้องไปที่ตู้เซ่าฝู่อย่างไม่พอใจ กล่าวว่า “ตู้เซ่าฝู่ ไว้ได้เจอกันอีกแน่!”
เมื่อพูดจบ กัวคุนก็หมุนตัวเดินจากไป เฮ่อจวินถูกทำร้ายสาหัสขนาดนั้นแล้วเขาอยู่ต่อไปจะมีประโยชน์อันใด ถึงแม้ว่าครั้งนี้เขาพาคนมาหลายสิบคนแต่พละกำลังความสามารถของหลายสิบคนนี้ต่อให้รุมโจมตีก็ไม่น่าจะสามารถทำอะไรเด็กหนุ่มคนนี้ได้ดังนั้นเขาไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ต่อ
การประมือกันระหว่างเด็กหนุ่มคนนี้กับเฮ่อจวินเมื่อสักครู่ทำให้เขารู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีฝีมือร้ายกาจและน่ากลัวมากแค่ไหน
“ข้าบอกให้เจ้าไปแล้วหรือ!”
เสียงเย็นชานิ่งๆ ไม่เป็นมิตรดังขึ้นมา
กัวคุนหันหน้ากลับไปมองตู้เซ่าฝู่เจ้าของเสียงเขาพบว่าดวงตาคมเข้มคู่นั้นขณะนี้ดูดุดันและแฝงด้วยจิตอาฆาต
“เจ้าคิดจะทำอะไรหากเจ้าทำร้ายข้าต่อไปต่อให้เจ้ามีปีกก็บินหนีจากมณฑลหลันหลิงไม่ได้!”
กัวคุนจ้องหน้าตู้เซ่าฝู่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดแววตาของตู้เซ่าฝู่ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยสบาย เขาใช้ชีวิตในมณฑลหลันหลิงมาทั้งชีวิตไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนเขาเริ่มรู้สึกเสียใจแล้วที่คราวนี้ไม่ได้พายอดฝีมือที่เก่งกว่านี้มาด้วย
มู่หรงโยวรั่วเองก็ตื่นเต้นตกใจกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงมากมายเมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่คิดจะสั่งสอนกัวคุน สีหน้าของนางเหมือนว่าอยากพูดอะไรออกมาทว่าก็กลั้นเอาไว้ได้
มู่หรงโยวรั่วยิ้มด้วยท่าทางกังวลในเมื่อเขากล้าทำร้ายเฮ่อจวิน จัดการกัวคุนอีกคนก็ช่างมันเถิด บางทีเขาอาจจะมีเบื้องหลังสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ที่ทำให้ไม่ต้องเกรงกลัวกลุ่มอิทธิพลยักษ์อย่างสำนักพยัคฆ์ขาวเลยสักนิด
ไม่ได้ตอบอะไรเพราะไม่จำเป็นต้องตอบ เมื่อกัวคุนเพิ่งพูดจบ เงาของร่างตู้เซ่าฝู่ก็ปรากฏต่อหน้ากัวคุนด้วยความเร็วดั่งฟ้าแลบ
ที่จริงกัวคุนรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวของตู้เซ่าฝู่ทว่าอาการบาดเจ็บเมื่อวานของเขายังไม่หายดีเมื่อสักครู่นี้มือซ้ายก็โดนโจมตีใส่จนขยับไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงไม่มีแรงต้านการใดๆเลย ทำได้เพียงแสงสีหน้าตะลึงตาโต และรีบถอยหนีไปให้ไวที่สุด
“ปึง!”
เพียงแต่ความเร็วในการเคลื่อนไหวของตู้เซ่าฝู่ไวมากกว่าพลังหมัดต่อยไปที่อกของกัวคุนอย่างแรง
ร่างของกัวคุนถูกโจมตีจนกระเด็นลอยไปไกลร่างยังไม่ตกถึงพื้น ตู้เซ่าฝู่ก็พุ่งเข้าหาอีกครั้ง โดยใช้ฝ่าเท้าถีบใส่กัวคุนจนกระเด็นลอยไปไกลถีบแรงจนเขาพ่นโลหิตออกทางปากจำนวนมาก
“ฟู่ด……”
ทว่าขณะที่ร่างของกัวคุนเกือบจะตกถึงพื้น ตู้เซ่าฝู่ก็โผล่โพล่งขึ้นมาประหนึ่งผีหลอกเขาใช้สองมือจับขาสองข้างของกัวคุนเอาไว้ หัวของกัวคุนทิ่มลง ยกร่างเขาสูงจากนั้นเหวี่ยงกระแทกพื้นอย่างแรงเหมือนเหวี่ยงกระสอบทราย
“ปึงๆ ๆ!”
เหวี่ยงติดกันสามครั้งการกระแทกพื้นแต่ละครั้งเกิดเสียงดังมาก กัวคุนเจ็บมาจนร้องไม่ไหวหัวแตกมีเลือดไหล กระดูกในร่างหักไปหลายท่อน
“ข้าคือตัวแทนแห่งความยุติธรรมในการลงโทษเจ้า!”
เมื่อยกขึ้นเป็นครั้งที่สี่ ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้เหวี่ยงร่างของกัวคุนกระแทกพื้นแล้วทว่าทำเหมือนกัวคุนเป็นก้อนหินทุ่มร่างของเขาลอยออกจากเรือนไปไม่รู้ว่าร่างของเขาลอยไปไกลแค่ไหน ตกลงที่ไหนทว่าไม่นานก็ได้ยินเสียงตึงโครมขึ้นจากที่ไกลๆ
“จำไว้ให้ดี หากคราวหน้ามาหาเรื่องข้าอีกข้าจะเอาชีวิตเจ้าแน่” ตู้เซ่าฝู่ตะโกนเสียงดัง เมื่อเสร็จสิ้น ก็ปัดมือ มีถุงหยินหยางอีกใบอยู่ในมือของเขาราวกับว่าเรื่องที่ทำเป็นสิ่งที่ถูกต้องยุติธรรม
“คุณชายน้อยกัว……” ……
มีคนหลายสิบคนวิ่งอย่างหวาดกลัวออกมาจากจวนไม่รู้ว่าเจ้านายของพวกเขาจะเป็นหรือตาย ไม่รู้ว่าลอยไปไหนแล้วแล้วพวกเขายังทำอะไรได้อีกล่ะ
ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาไม่มีใครคิดว่าการที่กัวคุนถูกเด็กหนุ่มโหดเหี้ยมอำมหิตคนนั้นทุ่มอย่างไร้ความปรานีหลายครั้งเช่นนั้นจะไม่ตาย
ไต้ซิงอวี่ตะลึงจนอ้าปากกว้างร่างสั่นหงึกๆ เห็นได้ชัดว่านางตกใจหวาดผวากับภาพที่เห็น
นัยน์ตาที่สั่นไหวของมู่หรงโยวรั่วเมื่อเห็นว่าเหตุการณ์สงบลง ท่าทางกังวลของนางก็เริ่มหายไป
“ขอโทษนะดูท่าพวกท่านคงต้องเปลี่ยนเสียแล้ว”
ตู้เซ่าฝู่พูดกับสตรีคนนั้นแสดงสีหน้ารู้สึกผิด ครั้งนี้ทำร้ายกัวคุนกับเฮ่อจวิน ตัวเขาเองไม่ได้กลัวทว่ากลัวจะทำให้ไต้ซิงอวี่และน้าเล็กคนสวยของนางจะต้องลำบากไปด้วย
“ไม่เป็นไรหรอก กัวคุนกับเฮ่อจวินไม่ว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไรสุดท้ายก็ไม่กล้ามาทำอะไรข้ามากหรอก”
มู่หรงโยวรั่วจ้องหน้าตู้เซ่าฝู่นัยน์ตาสั่นไหว กล่าวว่า “เจ้าคิดจะทำอย่างไร กัวคุนกับเฮ่อจวินไม่น่าจะหยุดอยู่แค่นี้หรอก”
“ข้าเองก็ไม่รู้ทำอย่างไร ข้าไม่เคยคิด” ตู้เซ่าฝู่ยิ้มและบอกว่า “ข้าแค่คิดว่าข้าต้องเป็นตัวแทนของความยุติธรรมในการสั่งสอนพวกเขา”
“ฮ่าๆ!”
ในที่สุดมู่หรงโยวรั่วก็กลั้นหัวเราะไม่ไหวที่จริงนางอยากหัวเราะมาตลอด ทว่าต่อหน้ากัวคุนกับเฮ่อจวิน นางไม่สามารถหัวเราะได้และขณะนี้นางก็กลั้นขำไม่อยู่แล้ว
“พี่เซ่าฝู่ถุงหยินหยางของพี่”
ไต้ซิงอวี่เดินข้ามาหาตู้เซ่าฝู่นำถุงหยินหยางที่ได้รับมาจากศิษย์ของสำนักพยัคฆ์ขาวห้าใบส่งให้ตู้เซ่าฝู่หัวใจของนางยังคงเต้นแรง ความรู้สึกตกใจยังไม่หายดี
“ให้เจ้าไม่แน่ว่าต่อไปพวกเจ้าอาจจะยังต้องตระเวนหาที่อยู่ใหม่”
ตู้เซ่าฝู่บอกกับไต้ซิงอวี่นางหนูคนนี้ท่าทางจนมาก หากย้ายที่พักเกรงว่าจะไม่มีเงินเขาจำได้ว่าตอนนั้นนางถึงขนาดต้องขายของตกทอดจากบรรพบุรุษเพื่อเงินหนึ่งพันเสวียน
“พี่ให้ถุงหยินหยางกับข้าข้าก็เปิดมันไม่ได้อยู่ดี” ไต้ซิงอวี่มองตู้เซ่าฝู่พร้อมกับกะพริบตาถี่ๆ
“แต่เจ้าเป็นนักเวทยันต์ทำไมถึงเปิดถุงหยินหยางไม่ได้?” ตู้เซ่าฝู่กล่าว ถุงหยินหยางพวกนี้ไม่เหมือนว่าเป็นของที่ถูกสร้างโดยยอดฝีมือไม่น่าจะเปิดยากสักเท่าไร
ไต้ซิงอวี่มองหน้าตู้เซ่าฝู่ด้วยดวงตาใสแป๋วกล่าวเสียงเบาๆ ว่า “แต่ข้าไม่เคยเรียนวิธีการเปิดถุงหยินหยาง……”
ตู้เซ่าฝู่ตะลึง จากนั้นก็รับถุงหยินหยางมาอย่างเหนื่อยใจ
“ซิงอวี่ข้าเคยบอกแล้วนี่ อย่าเปิดเผยเรื่องที่เจ้าเป็นนักเวทยันต์” มู่หรงโยวรั่วเดินเข้าไปข้างๆ ไต้ซิงอวี่ ขมวดคิ้วมองหน้า
ไต้ซิงอวี่สีหน้าน้อยใจ กล่าวว่า “น้าเล็ก ข้าไม่ได้เปิดเผย พี่เซ่าฝู่มองออกเอง” จากนั้นนางก็นึกได้ว่านางยังไม่ทันแนะนำเขาให้น้าเล็กรู้จักจึงกล่าวต่อไปว่า “น้าเล็ก นี่คือพี่ตู้เซ่าฝู่เขาเคยช่วยเหลือข้าและยังช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้ท่าน”
มู่หรงโยวรั่วรู้ก่อนหน้านานแล้วว่าเด็กหนุ่มคนนี้ช่วยเหลือเขาทว่าขณะนี้นางก็รู้สึกตะลึงมากที่เขาสัมผัสถึงพลังลมปราณของนักเวทยันต์บนตัวไต้ซิงอวี่ได้นางขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ที่จริงก็ไม่น่าแปลกอะไร เด็กหนุ่มอายุสิบหกสิบเจ็บกลับสามารถจัดการเฮ่อจวินกับกัวคุนได้ซะอยู่หมัดเขาคงมีพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งมากแน่
“พี่เซ่าฝู่นางคือน้าเล็กของข้าเอง มีนามว่ามู่หรงโยวรั่ว สวยมากใช่หรือไม่?” ไต้ซิงอวี่แหงนหน้ามองตู้เซ่าฝู่ขณะพูด
“อื้อ……สวยมาก” ตู้เซ่าฝู่ไม่รู้จะพูดต่ออย่างไร ทำเพียงพยักหน้า ทว่าชื่อมู่หรงโยวรั่วนี้ก็เป็นชื่อที่เพราะมากจริงๆ
“เสี่ยวเชวียนเชวียน”
ไต้ซิงอวี่เหลือบไปเห็นอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนจึงรีบคว้าอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนในร่างย่อขนาดแมวน้อยมากอดไว้ในอ้อมอกจากนั้นก็ลูบศีรษะอสูรราชาพยัคฆ์กิเลน กล่าวว่า “เสี่ยวเชวียนเชวียนเมื่อกี้เจ้าตกใจมากเลยใช่หรือไม่ ข้ากลัวมากเลย คนเลวพวกนั้นเลวมากๆ เลยแต่เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าจะปกป้องเจ้าเองนะ”
ตู้เซ่าฝู่มองอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนทำเป็นเฉไฉไม่ช่วยอะไร
“โฮก……ข้าคืออสูรราชาพยัคฆ์กิเลน อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนในร่างย่อ ข้ามีอะไรต้องกลัวด้วยล่ะ!” อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนคำรามโมโหเองอยู่ในใจ ทว่าก็ไร้หนทางมันทำได้เพียงบ่นเองในใจ
“ครั้งนี้ยังไงก็ขอบคุณเจ้ามากนะ”
มู่หรงโยวรั่วมองตู้เซ่าฝู่ดวงตาสุกใสของนางนิ่งสงบ จากนั้นนางก็พูดว่า “ไม่ทราบว่าคุณชายน้อยตู้เป็นคนที่ไหนมีที่พักในมณฑลหลันหลิงแล้วหรือยัง”
“ข้าเป็นคุณชายน้อยอะไรที่ไหน”
ตู้เซ่าฝู่ยิ้มเขาไม่ใช่คุณชายน้อยอะไรที่นี่ คำพูดของมู่หรงโยวรั่วแสดงความหมายอย่างชัดเจนว่าอยากถามถึงเบื้องหลังของเขา“ข้ามาจากที่เล็กๆ ที่หนึ่ง เกรงว่าแม่นางโยวรั่วอาจจะไม่รู้จักเมื่อวานเพิ่งมาถึงเมืองหลวงมณฑลหลันหลิง”
“เช่นนี้เองหรือ…” มู่หรงโยวรั่วได้ยิน ก็ขมวดเล็กน้อย มองหน้าตู้เซ่าฝู่พร้อมบอกว่า “มาคุยกันข้างในเถิด”
ห้องโถงเล็กๆห้องหนึ่งในจวนโบราณที่สะอาดเรียบๆ แต่ดูสวยงาม
ตู้เซ่าฝู่นั่งลงมู่หรงโยวรั่วชงชาให้ถ้วยหนึ่ง กลิ่นชาที่ชงหอมอบอวลมาก กลิ่นน่าเย้ายวนนี้ลอยไปเตะจมูกของตู้เซ่าฝู่
“ชาถ้วยนี้อร่อยมากเลย……”
ตู้เซ่าฝู่อดไม่ได้ที่จะยกซดไปอึกใหญ่ความหอมของชากำลังดีคลุ้งทั่วทุกหยดรสชาตินี้ดีเลิศจนทำให้ประสาทสัมผัสด้านรสชาติของเขารู้สึกดีจนถึงขีดสุด ราวกับมีอากาศหอมสดชื่นทั่วปากลิ้นรู้สึกสุนทรีย์สัมผัสถึงน้ำพุอันที่สวยงามไหลผ่านเข้าปาก
“พี่เซ่าฝู่ น้าเล็กของข้าชงชาเก่งมาก” ไต้ซิงอวี่พูดอย่างมั่นใจ