จักรพรรดิหมื่นเผ่าพันธุ์ ขอเกิดใหม่เพื่อขึ้นเป็นพระเจ้า

    ตอนที่ 38 โชคชะตาของเผ่าพันธุ์ครึ่งมนุษย์

            ข้อเสนอที่ชายชราจินเกอได้มอบให้นั้น มันเป็นสิ่งที่หญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งไม่เคยนึกฝันถึงมาก่อนเลยในชีวิต


            สำหรับผู้ที่เกิดมาในครอบครัวธรรมดา ไร้ภูมิหลัง ไร้สายเลือดอันสูงส่ง หรือแม้แต่การศึกษาในสำนักใหญ่


            วิหารแห่งการลงทัณฑ์ก็ถือเป็นสถานที่สูงส่งและอยู่ไกลเกินเอื้อม เป็นแหล่งรวมของจอมเวทย์ผู้เปี่ยมด้วยความแข็งแกร่ง และเป็นศูนย์กลางแห่งการลงโทษ ปราบปราม และพิพากษาความชั่วร้าย พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนทั้งหลายต่างเงยหน้ามองด้วยความเคารพบูชา


            สำหรับหญิงสาวที่มีเพียงแว่นหนาๆ และชุดสีเรียบเชยติดกายมาตลอดชีวิตแล้ว โอกาสเช่นนี้เปรียบดั่งฟ้าประทาน


            แน่นอนว่าใครๆก็ย่อมต้องการให้ตนเองและครอบครัวได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น


            ซึ่งมันก็เป็นจุดหมายปลายทางอันสูงค่าของเหล่าผู้วิวัฒน์ที่มีภูมิหลังธรรมดาทุกคน


            และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเธอถึงไม่ลังเลที่จะตอบรับคำเชิญนั้นด้วยความมุ่งมั่นและตื่นเต้นผสมความกล้า


            “หะ.. หนูอยากจะเข้าร่วมวิหารแห่งการลงทัณฑ์เจ้าค่ะ หนูจะเป็นจอมเวทย์แห่งการลงทัณฑ์อย่างแน่นอน!”


            เมื่อหญิงสาวตอบรับอย่างหนักแน่น ใบหน้าและท่าทางของผู้อาวุโสจินเกอก็เปลี่ยนไปเป็นความตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด


            ชายชราก้าวเข้าไปใกล้พร้อมยกมือขึ้นตบไหล่ของเธอเบาๆ


            แววตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้คิ้วดกหนานั้นเปล่งประกายออกมาราวกับได้รับขุมทรัพย์ที่มีค่าเกินประมาณ


            “ดีมาก! เจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลย!”


            “ไว้รอให้พิธีกรรมปลุกพลังผู้วิวัฒน์ของทุกคนเสร็จสิ้นก่อน ข้าจะพากลับไปยังวิหารจอมเวทย์แห่งการลงทัณฑ์เพื่อหาท่านผู้นำสาขาทันที!”


            คำพูดของชายชราเปล่งออกมาดังชัดเจนต่อหน้าผู้คนทั้งหมดที่ยืนอยู่ในห้องโถงแห่งพิธี


            ทำให้หลายสายตาพลันหันไปมองหญิงสาวแว่นด้วยความตกตะลึง


            บางคนเบ้หน้า บางคนกำมือแน่นด้วยความอิจฉา บางคนกัดฟันกรอดโดยไม่รู้ตัว


            เพราะโอกาสเช่นนี้ไม่มีใครอยากให้คนอื่นคว้าไปก่อนหน้าตน และเมื่อสายตาเหล่านั้นหันกลับไปยังอีกสองคนที่ยืนอยู่มุมด้านข้างของลานพิธี หนึ่งคือชายวัยกลางคนอู่หมิงซื่อ อีกหนึ่งคือหญิงสาวร่างเพรียวใบหน้านิ่งเย็นนามเยว่ฉาน


            ทั้งสองต่างเป็นตัวแทนจากวิหารสายอื่น โดยอู่หมิงซื่อสังกัดวิหารแห่งการสังหาร ส่วนเยว่ฉานมาจากวิหารแห่งนักฆ่า


            พวกเขาไม่อาจปิดบังสีหน้าที่ตกตะลึงของตนได้เลย


            แม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมาตรงๆ แต่สายตาที่ชายชราจินเกอมองมาก็เข้าใจได้ทันทีว่า เขากำลังใช้อำนาจในฐานะรองผู้นำวิหารจอมเวทย์แห่งการลงทัณฑ์สาขาเมืองหยางหมิง กดดัน และแสดงแสนยานุภาพของตนอย่างเปิดเผย


            การฉวยโอกาสเช่นนี้มีจุดมุ่งหมายเดียว


            คือการแย่งชิงผู้มีพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะโผล่มาจากหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งได้อย่างเด็ดขาด


            หากเป็นแบบนี้ต่อให้วิหารแห่งการสังหาร หรือวิหารนักฆ่าจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่อาจแย่งชิงเธอกลับมาได้อีกต่อไป


            “วันนี้ช่างโชคดีจริงๆ เอาละพวกเจ้าก็เริ่มกันต่อเลยเถอะ!”


            จากนั้นเสียงของจินเกอก็ดังขึ้นอีกครั้งเพื่อเร่งให้พิธีกรรมดำเนินต่อ


            ชายหนุ่มหญิงสาวที่เหลืออีกสิบกว่าคนก็ได้เริ่มทยอยขึ้นไปบนแท่นพิธีกรรมตามลำดับ


            เมื่อแสงวงเวทค่อยๆสว่างขึ้นทีละดวง เงาร่างของอาณาจักรต้นกำเนิดแห่งเผ่าพันธุ์ของแต่ละคนก็ได้แสดงออกมาอย่างต่อเนื่อง


            ด้วงศักดิ์สิทธิ์นิลกาฬ ศักยภาพระดับสูง ร่างของแมลงขนาดใหญ่ปีกแข็งสีดำสนิทปรากฏออกมาพร้อมเสียงคำรามต่ำสะท้อนก้อง


            แมงมุมเพลิงโลกันต์ ศักยภาพระดับกลาง สิ่งมีชีวิตแปดขาเปลวเพลิงลุกท่วมปะทุความร้อนออกมาจากลวดลายวงเวท


            ตะขาบน้ำแข็ง ศักยภาพระดับกลาง เงาของสัตว์เลื้อยคลานที่มีเปลือกน้ำแข็งปกคลุมไปทั้งตัวเคลื่อนช้าๆใต้ผิวหิน


            ผีเสื้อพายุ ศักยภาพระดับกลาง เงาร่างของปีกสีเงินปลิวสยายกลางสายลมหมุนแรงแสดงถึงความเร็วและพลังควบคุมอากาศ


            ภูตแห่งเปลวเพลิง ศักยภาพระดับราชา ลูกไฟสีทองแดงหมุนวนรวบรวมเป็นรูปร่างของภูติน้อยเปล่งแสงอัคคีวูบไหว


            ซอมบี้นักรบ ศักยภาพระดับแรกเริ่ม ร่างอันเปื่อยยุ่ยแต่ถือดาบสนิมขนาดใหญ่ปรากฏในท่าถือดาบแนวตั้งอย่างช้าๆ


            พรายหมอก ศักยภาพระดับกลาง หมอกสีฟ้าอมเขียวหมุนวนเกิดเป็นเงาร่างเลือนรางแฝงตัวอยู่ในม่านพลัง


            ทุกคนที่ได้รับการปลุกพลังของตนเองต่างก็แสดงอารมณ์ออกมาอย่างแตกต่างกัน


            บางคนแหงนหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ บางคนทรุดตัวลงร้องไห้โดยไม่อาจกลั้นน้ำตาแห่งความสิ้นหวัง บ้างก็กำหมัดแน่นแสดงความตั้งใจว่าจะต้องฝ่าฟันและไขว่คว้าอนาคตที่อยู่เบื้องหน้าแม้ศักยภาพจะต่ำต้อยก็ตาม


            กระทั่งมาถึงสองคนสุดท้ายที่ยังไม่ได้ปลุกพลัง


            ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือครึ่งโอเกอร์อย่างไคจิน และฮาฟเอลฟ์อย่างโอดินที่ยืนมองสถานการณ์ทั้งหมดอย่างสงบนิ่ง


            ร่างสูงใหญ่ของไคจินที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและพลังชีวิตดูจะมีความตื่นเต้นแฝงอยู่ในแววตาเล็กน้อย


            ขณะที่โอดินผู้มีใบหน้าเรียบนิ่งเสมอไม่ว่าจะเกิดเรื่องใด กำลังยืนมองวงเวทด้วยแววตาลึกซึ้ง


            “โอดิน.. เจ้าจะปลุกพลังก่อนเลยหรือไม่?”


            ไคจินถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและมุ่งมั่น ร่างใหญ่ของเขาแฝงความมาดมั่นของนักรบไว้ในทุกท่วงท่า


            โอดินเองก็ส่ายหัวเบาๆ แล้วผายมือออกอย่างสุภาพ


            “เชิญเจ้าไปก่อนเลย ข้าขอเป็นคนสุดท้ายดีกว่า!”


            ในตอนนั้นเอง ทุกสายตาภายในห้องโถงก็พุ่งเป้ามายังทั้งสองคนราวกับถูกดูดเข้าไปในสนามพลังบางอย่าง


            เพราะพวกเขาทั้งคู่คือลูกผสมแห่งสายเลือดที่ครึ่งหนึ่งเป็นมนุษย์ แต่อีกครึ่งหนึ่งไม่ใช่


            ซึ่งความพิเศษนี้เองทำให้พวกเขาต่างจากคนทั่วไป และแน่นอนว่าศักยภาพของเผ่าพันธุ์โอเกอร์รวมถึงเอลฟ์ปกติแล้วย่อมสูงกว่ามนุษย์ธรรมดาอย่างมากอยู่แล้ว ดังนั้นความคาดหวังของผู้คนจึงพุ่งสูงเป็นเท่าทวี


            “มาเลยเจ้าหนูร่างใหญ่ การปลุกพลังนี้จะตัดสินศักยภาพและพรสวรรค์ของเจ้าอย่างชัดเจน”


            “เจ้าคือโอเกอร์สายเลือดบริสุทธิ์ที่มีมนุษย์อยู่ครึ่งหนึ่งในตัว แต่นี่คือคุณสมบัติพิเศษที่มีแค่เผ่าพันธุ์มนุษย์เท่านั้นที่จะได้รับ!”


            “ความสามารถในการสุ่มศักยภาพจากเผ่าพันธุ์อื่นๆที่มีอยู่ในดินแดนทรินิตี้เซเว่น”


            “ถ้าไม่ผิดคาด.. เจ้าก็อาจจะได้รับพลังของโอเกอร์บริสุทธิ์ หรืออาจทะลุทะลวงไปถึงโอเกอร์โบราณในตำนานเลยก็ได้”


            “แต่ในทางกลับกัน หากโชคไม่ดี เจ้าก็อาจได้รับพลังจากเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอกว่ามาก ทว่าหากโชคดีถึงขีดสุด เจ้าอาจจะได้พลังอำนาจแห่งเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่โบราณผสานกับสายเลือดของโอเกอร์และมนุษย์ เกิดเป็นสิ่งมีชีวิตลูกผสมที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ก็เป็นไปได้!”


            ชายชราจินเกอและทั้งสองคนที่รู้ดีถึงคุณค่าของสายเลือดลูกครึ่งต่างก็ให้ความคาดหวังกับพวกเขาอย่างสูง


            ตัวของไคจินเองเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งกำหมัดแน่น กระแทกเข้าที่อกของตนเองหนึ่งครั้งพร้อมกับคำรามออกมาด้วยความมุ่งมั่น


            “เข้าใจแล้ว ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เส้นทางของข้า จะต้องเดินไปข้างหน้าเท่านั้น!!”


    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิหมื่นเผ่าพันธุ์ ขอเกิดใหม่เพื่อขึ้นเป็นพระเจ้า ที่คุณอ่าน

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เทพมังกรเหนือปฐพี

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    741K 474
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390