ตรงใจกล้างของเมืองซึ่งเป็ลานกว้างขนาดใหญ่ ซึ่งตอนนี้กำลังมีอัศวินถึงเจ็ดคนกำลังสู้กับอสูรที่แข็งแกร่งอยู่ มันเป็ปีศาจสีฟ้าตัวใหญ่ที่ไร้เทียมทาน จนถึงขนาดอัศวินทั้งเจ็ดคนเข้าโจมตีพร้อมกันแล้ว แต่ก็ยังโดนจัดการทีละคนอย่างง่ายดาย และตอนนี้พวกเขาต่างพ่ายแพ้ราบคาบ โดยที่ปีศาจตนนี้แทบไม่ได้รับาเ็เลย จะมีใครที่สามารถปราบมันได้รึเปล่า…
และอีกด้านหนึ่งของเมืองปราสาท
“ย๊าก!!” เสียงคำรามของอัศวินผู้ช่วยชีวิตสองพ่อลูกดังสนั่นไปทั่วพื้นที่รอบ ๆ สถานการณ์ของการปะทะระหว่างเหล่าอัศวินและกลุ่มปีศาจเริ่มถึงจุดคลายเม็ก ตอนนี้สภาพชุดเกราะของอัศวินที่ยังคงยืนหยัดอยู่คนเดียวแทบไม่เหลือชิ้นดี สภาพร่างกายที่าเ็อย่างหนักหลังจากได้เข้าต่อสู้กับปีศาจหลายตนอย่างดุเดือดเืร้อน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เริ่มปะทะกับปีศาจไม่นาน อัศวินอีกสองคนและทหารที่มาด้วยอีกหลานนาย ถูกจัดการจนหมดสตินอนหมอบไปกับพื้นตาม ๆ แล้ว สภาพของพวกเขาถึงไม่ตายแต่ก็แทบไม่แตกต่างกันเพราะอยู่ในอาการปางตาย แต่ทว่าฝั่งปีศาจก็กำจัดไปไม่น้อยเหมือนกัน อัศวินที่ยังคงหึดสู้ไหวมีเพียงเขาคนเดียวในตอนนี่ที่พอจะต่อกรกับปีศาจและมนุษย์ประหลาดที่เหลือได้ ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันเละเทะไปหมด ใบหน้าอัศวินแทบไม่แตกต่างอะไรจากการโดนคนจำนวนมากลุมกระทืบ บวมเขียวช้ำไปทั้งตัว ดาบก็เริ่มที่จะหักแหล่ไม่หักแหล่
มนุษย์ประหลาดและปีศาจอีกหกตนที่เหลือ ซึ่งตอนนี้ก็าเ็สาหัสมากจนแทบจะล้มลงนอนตาย
“ได้แค่นี้เองรึเ้าปีศาจอวดดี เฟ็กผู้นี้ยังไม่คณามือเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าจะหน้าไหนก็เข้ามาพร้อม ๆ กันทั้งหมดเลยก็ได้ ข้าจะใช้ดาบที่ไกล้จะหักเล่มนี้ฟันหัวพวกเ้าหลุดออกจากบ่าเอง!” เสียงหอบแหบเหมือนคนไกล้ตายของอัศวินบอกกล่าวอย่างห้าวหาญทั้งที่สภาพร่างกายอดเหลือทนทรมานจนอยากจะร้องออกมา
เขากัดฟันแน่นกว่าเดิมเมื่อปีศาจไม่มีที่ท่าว่าจะกลัวคำขู่นั้น แววตาที่เหมือนจะไกล้หมดไฟของเขาเริ่มพล่ามัว เขาจ้องพวกมันเขม่งทุกการเคลื่อนไหวขณะที่ฝนยังคงตกหนักมากขึ้น
เราเองก็จะล้มลงอยู่แล้ว ตอนนี้เหลือฉันเพียงคนเดียวที่จะปกป้องพวกพ้องที่นอนกองกันอยู่ ฉันเชื่อว่าพวกนายยังไม่ตาย ไม่รู้ว่าจะทนได้นานแค่ไหน แต่ว่า… เ้าพวกนี้…อึดเป็บ้า พลังกายอะไรกัน โดนฟันต่อเนื่องเข้าไปตั้งหายครั้งแล้ว แต่สุดท้ายมันก็..
ตึบ! เสียงหัวใจของปีศาจเต้นตึบตับอย่างรุนแรงจนได้ยินเสียงออกมายันข้างนอก
อสูรกายทั้งหกตนกัดฟันและส่งเสียงคำรามออกมาอย่างน่าขนรุกราวกับทรมานและเ็ปรวดร้าว ดวงตากลมโตมีเส้นเืผุดขึ้นมา ร่างกายเหมือนจะขยายใหญ่เพราะเส้นเืที่ปูดขึ้นจนน่าขนรุก จากนั้นาแฉกรรจ์ของพวกมันก็เริ่มฟื้นฟูกลับเป็เหมือนเดิมในระยะเวลาสั้น ๆ อย่างไม่น่าเชื่อ ตอนนี้พวกมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ที่พร้อมจะต่อสู้อีกครั้ง เ้านี้น่าจะเป็ปีศาจที่เหนือไปกว่าระดับ B เพราะพลังฟื้นฟูขั้นสุดยอดนั้น ซึ่งตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาแข่งวัดความอึดกัน อัศวินหนุ่มต้องคิดหาทางปิดฉากการต่อสู้ให้เร็วที่สุดก่อนที่เขาจะล้มลง เขาคิดหาจุดอ่อนของมัน และสุดท้ายก็สังเกตบางอย่างได้ รางสังหรณ์ของเขามันย้ำเตือนเขาตลอดั้แ่ที่มันเริ่มฟื้นฟูครั้งแรกในการต่อสู้
เสียงที่ดังกึกก้องอยู่ภายในร่างของมัน นั้นแหละจุดอ่อนซึ่งเป็แก่นพลังสำหรับการฟื้นฟู หัวใจของมัน!!!
“ฆ่ามานนน!!!” ปีศาจะโพร้อมกับพุ่งเข้าใส่อัศวินหนุ่มเพียงหนึ่งเดียวที่ยืนหยัดสู้อยู่ ซึ่งทันทีที่ปีศาจตัวเปิดเริ่มเคลื่อนไหวพวกมันที่เหลือก็เคลื่อนไหวตามหมายจะระดมการโจมตีทั้งหมดอัดใส่อัศวินในชุดเกราะสีเงินที่สภาพอ่อนล่า
การที่เขาได้มาเผชิญหน้ากับพวกมันในสถานการณ์ขั้นเลวร้ายแบบนี้มันทำให้เขาสิ้นหวังเหลือเกิน ชีวิตของอัศวินที่ต้องเสี่ยงชีวิตอยู่เสมอ พอทำหน้าที่ที่ต้องสู้แล้วไม่ว่าสถานการณ์จะแย่แค่ไหนก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือทิ้งมันไปได้ ซึ่งมันทำให้เขานึกถึงบรรยากาศแบบนี้ที่เคยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาหลับตาให้กับศัตรูจำนวนถึงหกตนที่กำลังวิ่งเข้ามาทำร้ายแบบเอาถึงตายพรางขุ่นคิดอย่างเยือกเย็นและฉีกรอยยิ้มบนใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเื
…กลิ่นนี่มัน …กลิ่นของความตายมันชวนน่าคิดถึงเหลือเกิน กลิ่นของความพ่ายแพ้และเสียงหัวเราะของผู้ที่ชนะ ผู้แข็งแกร่งเท่านั่นที่จะอยู่รอด ถ้าสู้ก็จะถูกฆ่า สถานการณ์จวนตัวแบบเส้นยาแดงผ่าแปด…กี่ครั้งแล้วนะที่เราต้องมาอยู่ในสภาพปางตายทั้งยืนแบบนี้ กี่ครั้งแล้วที่ไกล้ตาย…เมื่อไหร่จะตายนะ เราคงจะตายแน่ ๆ ที่เขาเรียกตายอย่างมีเกียติสินะ…
“..แต่ไม่ใช่วันนี้!!!” อัศวินหนุ่มเบิกเนตรกว้างพร้อมกับเวี่ยงดาบที่ไกล้จะหักไปข้างกาย ฝึบ! ก่อนเปร่งเสียงะโลั่น และส่งเสียงคำราม พร้อมกับพุ่งเข้าประจันหน้ากับปีศาจทั้งหกตนพร้อมกัน ดาบเปร่งเป็แสงสีแดง ชายหนุ่มเริ่มใช้สกิลทักษะดาบมือเดียวของอัศวิน ในรูปแบบของการโจมตีที่ใช้จัดการกับศัตรูพร้อมกันหลายคนได้ในคราเดียวกันด้วยการโจมตีต่อเนื่องที่รุนแรง ชื่อท่านั้นคือ <คอสโอเวอร์สกิล> อัศวินหนุ่มกัดฟันะโชื่อทักษะนั้นไปอย่างห้าวหาญ
ดาบที่เปร่งแสงสีแดงสว่างจ้าขึ้นมา ด้วยแรงที่เหวี่ยงมหาศาลเฮือกสุดท้ายทำให้คมดาบตัดผ่านร่างของปีศาจจนถึงขั้วหัวใจ ในสองวินาทีแรกปีศาจสามตนแรกโดนการโจมตีด้วยท่านั้นเข้าไปจัง ๆ เสียงดังฝึบ! ก่อนจะจัดการอีกสามตนที่เหลือในเวลาสองวินาทีจนครบหมดทุกตัว…
ปีศาจทุกตนถูกจัดการที่จุดอ่อนจนไม่สามารถฟื้นฟูได้อีก และนั่นทำให้พวกมันตายอย่างสมบูรณ์
“ปะ…เป็ยังไงล่ะ นี่คือพลังของข้าทั้งหมด เห็นไหมล่ะ ไม่คณามือเลยสักนิด…” เสียงหายใจหอบของอัศวินเหมือนจะล้มลงตอนนี้ก็ไม่ปาน การต่อสู้ครั้งนี้ฝ่ายอัศวินคว้าชัยชนะมาได้อย่างทุลักทุเล
“เ้าพวกนี้คงจะเป็ปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุด และข้าก็จัดการกับพวกมันได้อย่างง่ายดาย” เขาพูดแบบไม่ดูสภาพตัวเองเลย ก่อนจะเริ่มส่งเสียงหัวเราะออกมาฮ่า ๆ อย่างสะใจ และภูมิใจที่ตัวเองเป็ชายที่แข็งแกร่งมากขนาดนี้ เขาไม่ค่อยหลงตัวเองเท่าไหร่เลย
“เฟ็กผู้นี้จะฆ่าล้างปีศาจให้หมดไปจากโลกนี้เอง และจะเป็คนชักนำโลกไปนี้ไปสู่ความสงบสุข ฮ่า ๆ ข้าคืออัศวินที่แข็งแกร่งที่สุ—”
…ปึ้ง!
อั่ก! เสียงกระอักเื
ชั่วพริบตาที่กำปั้นของอสูรตนหนึ่งไร้ซึ่งมาที่เข้ามาโจมตีใส่แบบไม่ทันตั้งตัว หมัดของมันยกพุ่งกระส่วกหน้าท้องทั้งร่างของอัศวินขึ้นเหนือพื้นจนแสบไปถึงทรวง และหมดสติกลางอากาศในทันที ร่างของอัศวินนั้นถูกยกขึ้นด้วยกำปั้นที่แสนจะหนักหน่วงของมัน
“พร่าม ๆ อยู่ได้นะ..เ้ามนุษย์ตัวจ้อยผู้อวดอ้าง!” น้ำเสียงที่ใหญ่โตของปีศาจบอกกล่าวด้วยรอยยิ้มอันน่าขนรุก
โชคดีที่อัศวินหนุ่มยังอึด เพียงแค่หมดสติยังไม่ตายในทันทีด้วยหมัดนั้น ก่อนร่างของเขาจะถูก
กำปั้นอันทรงพลังส่งออกไปกระแทกกับตึกราบ้านช่องอีกครั้ง เสียงดัง ตึ้ง!
ร่างของอัศวินหนุ่มติดแหง็กอยู่กับผนังด้วยสภาพที่โชกไปด้วยเืสด ๆ ที่ไหลออกจากปาก
สายฝนที่ไม่อาจนับแพร่กว้างสุดสายตา ล่วงตกลงมาจากฟากฟ้าที่กำลังส่งเสียงคำราม และพื้นที่เต็มไปด้วยเืสีสันต่าง ๆ ซากศพของมนุษย์ประหลาดกับปีศาจพึ่งถูกจัดการไปรวมถึงร่างของเหล่าทหารอัศวินที่ถูกส่งมาทำหน้าที่ยังเมืองนี้ เสียงหายใจเบา ๆ ยังคงดังออกมาจากเกราะสีเงินเป็สัญญานบอกบ่งถึงชีวิตที่ยังไม่ดับสูญ
“บรรยากาศดีจริง ๆ ช่างเหมาะแก่การฆ่าล้างผาญ ข้าในฐานะปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดในกองกำลังแรกที่ถูกส่งมาถือเป็หายนะที่น่าเกรงขามต่อมวลมนุษย์” อสูรผู้มีร่างกายอันทรงพลังที่เต็มไปด้วยก้ามเนื้อและใบหน้าที่ไม่มีความคล้ายมนุษย์เลยแม้แต่นิด ลำตัวใหญ่สูง 2 กว่าฟุต ตัวเป็สีฟ้า มันกล่าวออกมาก่อนจะหันไปยังคนที่ยังรอดชีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกน่าสมเพช สิ่งมีชีวิตตนนี้มองไปยังอัศวินที่นอนจมกองเืด้วยดวงตาที่ส่อแววว่าจะซ้ำเติมอย่างไร้ปราณี
อ๊าก!! เสียงกรีดร้องของสิ่งมีชีวิตที่ขึ้นว่าชื่อปีศาจ ดังขึ้นจากทรอกตึกกว้างตรงด้านหน้า
“หืม…!?”
ฝึบ ๆ ! เสียงคมดาบที่กำลังตัดบางสิ่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเสียงะโของอสูรกายดังขึ้นมาว่า ย๊าก!! แกเป็ตัวอะไรกันะ…!! ไอ้มนุษย์บ้านี้มันไม่ปราณีเลยหนี่หว่า ฝึบ…! อ๊าก!! และดังขึ้นอีกเสียง เอ๊งใครว้า!!? ฝึบ! แล้วตามมาด้วย ไอ้เวรนี่มันเป็ตัวอันตราย!! ฝึบ! ฝึบ! ฝึบ! เสียงของมีคมตัดชิ้นเนื้ออย่างดายพร้อมกับเสียงเวี่ยงดาบอันรวดเร็วที่เสียดสีผ่านชั้นบรรยากาศ วื้บ!
โทษที แค่จะถามทางหน่อยไม่ได้รึไงฟะ ไม่เห็นต้องใจทรามเข้ามาโจมตีทันทีที่เห็นหน้ากันเลยนี่หว่า…ถ้างั้นพวกเอ๊งตายซ้า!
จากนั้นก็มีเสียงการโจมตีด้วยดาบอย่างต่อเนื่องกับคู่ต่อสู้จำนวนหนึ่ง เคร้ง! ~
ซึ่งอสูรกายที่ลองแหงนหูฟังเสียงร้องโอ๊ดโอยของปีศาจที่ดังขึ้นต่อเนื่องนั้น ก็พอเข้าใจและััได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นในเมืองนี้ั้แ่บุกเข้ามา ไม่นานที่เสียงหยุดลง ก็มีเสียงฝีเท้ากำลังค่อย ๆ เดินย่ำมาทางนี้จากต้นตอของเสียงประหลาดที่อยู่ในทรอกตึก ปีศาจมองไปยังทรอกตึกซึ่งเสียงฝีเท้าก็ดังเข้าไกล้มาเรื่อย ๆ เงาประหลาดร่างเล็กในลักษณะเดียวกับเผ่ามนุษย์เดินออกมาจากเงามืดภายในทรอกนั้น ส่วนที่เผยออกมาเป็ท่อนล่างที่ก้าวออกมาจากข้างในทรอก ก่อนจะค่อย ๆ โพล่ส่วนหัวออกมาทีละนิดด้วยท่าทีที่เงียบสงบราวกับไปทำเื่ไม่ดีมา ภายใต้แว่นตาสีดำที่โพล่พ้นออกมา มีดวงตาสีฟ้าที่กำลังเหลือบมองมาทางนี้ ก่อนที่ลำตัวจะพ้นเงามืด
ชายหนุ่มในชุดหนังสีดำสนิทปรากฎตัวพร้อมกับแว่นตาสุดเท่ของเขา มือขวาวางไปยังด้ามดาบที่คาดอยู่ตรงเอวด้านซ้าย แล้วกวาดสายตามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างใจเย็น ก่อนจะดันแว่นกลับเข้าที่
“ไอ้ห่านี้ใครวะ!?” ชายหนุ่มถามเชิงไม่้าคำตอบอย่างสงสัยปนความกวนเรียกส้นเท้า
“คิดว่าจะเป็อัศวินที่ไหน แต่ดันเป็ตัวตนของความประหลาดที่โพล่มาแบบให้สุ้มให้เสียง” ปีศาจลั่นวาจาออกมาอย่างดูถูกดูแคลนด้วยใบหน้าที่ผุดรอยยิ้มน่าขนลุกขึ้น
เืปีศาจที่ติดอยู่ตามไหล่และใบหน้าของหนุ่มน้อยค่อย ๆ ถูกสายฝนชำระล้างออกจนสะอาดเอี่ยมอ่อง เขาค่อย ๆ เดินฝ่าน้ำฝนบนทางเท้าออกไปหาปีศาจช้า ๆ
แฉะ!
…
แฉะ!
…
แฉะ!
…
หนุ่มน้อยก้าวมาหยุดอยู่ในระยะที่ห่างกับปีศาจอย่างเหมาะโดยที่ไม่ใกล้และไกลเกินไป…เปรี้ยง! เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังสั่นะเืไปทั่วชั้นบรรยากาศ
“…”
ตัวตนที่โเี้ไร้ความปราณีอย่างปีศาจที่อยู่ตรงหน้า หนุ่มน้อยััได้ทันทีว่าปีศาจที่อยู่ตรงหน้านั้นไม่ธรรมดาอย่างที่ผ่านมา เพราะมันเป็ตัวตนระดับสูงของปีศาจ ซึ่งถูกขนานนามในชื่อของ อสูรสีฟ้า ไม่ได้ทำให้หนุ่มน้อยรู้สึกหวั่นเกรงเลยสักนิด เขาทำหน้านิ่งภายใต้แว่นตาสีดำที่สะท้อนเงาของปีศาจที่อยู่ตรงหน้าใน่เวลาที่ฟ้าแลบ ตัวที่น่าเกรงขามนั้นเหมือนจะพยามจ้องเขม็งมองเข้าไปในใบหน้าของชายหนุ่ม เพื่อดูใบหน้าของศัตรูที่จัดการกับปีศาจต้องมากมาย จีเนสที่รู้ทันจึงถอดแว่นตาสีดำสนิทออกและแสดงใบหน้าของเขาให้ชัดเจนพร้อมจ้องมองเขม็งกลับอย่างกวน ๆ
ปีศาจกระพริบตาครั้งหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“…แกเป็ตัวตนที่ไม่ได้อยู่ในลิสเฝ้าระวัง แต่ดันทำให้พวกเราเสียขวัญได้ เป็ตัวอันตรายที่คาดไม่ถึง”
“ฉันมันไม่ดังขนาดนั้นเลยเราะ!?”
พอปีศาจพูดแบบนั้นออกไป หนุ่มน้อยเลยทำหน้าเครียดอย่างน้อยใจราวกับโดนแทงใจดำเข้าเต็มกลางอก เพราะพึ่งรู้ตัวว่า ตัวเองยังไม่มีได้เป็ที่นิยมพอที่พวกปีศาจจะรู้จักชื่อเสียงเรียงนามหรือแม้แต่จะเอาไปนินทา หรือที่เรียกว่าจะเอาไปเป็ข่าวลือเกี่ยวกับตัวตนที่คอยจัดการกับปีศาจ
เขาพ้นลมหายใจออกเฮือกใหญ่ ก่อนจะใส่แว่นตากลับที่เดิม
“อ้อ พอจะนึกออกแล้ว…!”
“…” หนุ่มน้อยผุดรอยยิ้มเบา ๆ บนหน้าอย่างมีหวัง
“ชุดสีดำที่ใส่กับดาบสีดำ ปีศาจระดับสูงตั้งมากมายที่ถูกสังหาร และข่าวลือของตัวตนที่คอยกำจัดปีศาจและมนุษย์ประหลาด …แกคือสิ่งที่เื่ลือกันไปทั่วทุกเขตแดน ทีแรกก็คิดว่าจะเป็อัศวินผู้กล้าที่ไหน แต่กลับน่าผิดหวังที่เป็เพียงเด็กมนุษย์ที่ไม่รู้ที่มา…”
“อาห๊ะ!?”
“จัดการกับลูกน้องฉันทั้งหมดที่ถูกส่งมาเป็กองทัพแรก ดูท่าจะไม่ธรรมดาเหมือนที่เขาลือกันจริง ๆ”
“ส่วนแกคือไอ้ตัวหัวหน้าสินะ” อัศวินสีดำฉีกยิ้มเบา ๆ อย่างอารมณ์ดีขึ้นมา
บอกว่ากองทัพแรกที่ถูกส่งมา แสดงว่านี้ไม่ใช่ปีศาจทั้งหมดที่ถูกส่งมาโจมตียังเมืองนี้ ยังมีปีศาจจำนวนมากที่จะถูกเข้ามาอีก นั่นหมายความว่าการต่อจะไม่จบลงที่ตัวนี้
“แกทำอะไรกับเ้าหมูจะกละที่พ้นลำแสง?”
“เปล่าสักหน่อย ยังไม่ทันทำอะไรเลยมันก็หนีไปได้ซะก่อน” เขาตอบกลับทันทีแบบไม่ต้องคิด ก่อนความรู้สึกเคือบแคงใจจะย้อนกลับมาหานิด ๆ
ปีศาจหมูป่าจะกละเป็ตัวตนที่คอยสังเกตการณ์และคอยเข้าสนับสนุนทันทีในตอนที่ศัตรูกำลังเผลอ ซึ่งจะรอบโจมตีจากข้างหลังหรือบางครั้งจะโจมตีเอาซึ่ง ๆ และอสูรสีฟ้าก็ััได้ว่าถ้าหากศัตรูที่เด่นชัดยังมีชีวิตอยู่ตรงหน้า ก็แสดงว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้นกับเ้าหมูป่าจะกละ
อสูรสีฟ้ายกมือขึ้นชี้ไปยังหน้าของหนุ่มน้อย ก่อนจะพูดขึ้นว่า
“แล้วไอ้อุปกรณ์ตรงตาแกกับคอปกเสื้อที่ปิดจมูกมันเหมือนจะไม่ได้ช่วยปิดบังตัวตนของแกได้เท่าไหร่เลยนะ”
ปกติเวลาที่เขาไปไหนมาไหนทั่วแผ่นดี ก็จะมีอยู่หลายครั้งที่เผลอเปิดเผยใบหน้าต่อสาธารชน และบางครั้งก็ยังใส่ไว้ปกปิดตัวตนอยู่ แต่ก็มีมนุษย์และปีศาจไม่น้อยที่รู้จักหน้าตาจริง ๆ ของเขา เพราะงั้นก็ไม่แปลกที่จะถูกเปิดเผยตัวตนได้ง่าย เพราะเมื่อกี้เขาเองก็พึ่งจะถอดแว่นตาให้ปีศาจเห็นหน้าคล่าตาชัด ๆ อยู่เลย
“อย่ามาพูดบ้า ๆ นี่แกเองก็ไม่รู้สินะ…ในละครพื้นเมืองหรือในการแสดงต่าง ๆ แค่ตัวเอกใส่แว่น ติดวิกผม ติดหนวดหน่อยก็จำกันไม่ได้ทั้งตำบลแล้ว” หนุ่มน้อยพูดสวนกลับอย่างตรงไปตรงมาด้วยรอยยิ้มครึ่ง ๆ กลาง ๆ
“ฉันไม่สนใจว่าจะมีใครจำหน้าแกได้รึเปล่า แต่ตอนนี้แกทำให้ข้าผู้นี้สนใจตัวตนของแก จงดีใจซะให้เต็มปลอด”
“ดีใจจังเลยน่า~”
“…ฉันว่าแกยังดูเข้าท่ากว่าเ้าพวกไก่อ่อนที่นอนเรียงกันอยู่ตามพื้นเยอะเลยนะ”
“งั้นก่อนจะสู้ ฉันว่าพวกเรามาแนะนำตัวกันก่อนดีกว่า …ฉันชื่อจีเนส เป็ชายที่ถูกขนานนามว่า อัศวินสีดำ” หนุ่มน้อยเริ่มทำการแนะนำตัวก่อนอย่างเป็มารยาท
“ส่วนข้าคือ อานอส เป็ปีศาจชั้นสูง และขนานนามเรียกกันในชื่อของอสูรสีฟ้า…”
“เลิกแนะนำตัวกันพอเป็พิธีแล้วมาสู้กันได้แล้ว”
“ข้ายังพูดจบ …ข้าคือเป็ตัวตนที่ผู้คนต่างให้ความหวั่นเกรง แม้แต่มนุษย์ประหลาดหรือปีศาจด้วยกันเองยังให้การเคารพกับข้าอย่างสูงส่ง จงดีใจที่จะได้ตายในน้ำมือของข้าผู้นี้ แต่ท่าทางแกจะแข็งแกร่ง ผิดกับพวกอัศวินปลาซิวปลาซ้อยพวกนั้นลิบลับ”
“แกเองก็เหมือนกัน รู้สึกถึงความแตกต่างกับพวกปีศาจตัวอื่นที่ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วง ท่าทางจะแข็งแกร่งเอาเื่น่าดู” หนุ่มน้อยเอามือจับด้ามดาบอย่างหนักแน่น และชักดาบดำออกมาจากฝักอย่างใจเย็น ก่อนที่อัศวินสีดำจะเริ่มเปลื่ยนท่าทีมาจริงจังมากกว่าเดิม
“แต่เดิมทีตัวข้าเองก็มีไม่กี่ครั้งที่สู้อย่างเอาจริงเอาจัง และไม่เคยมีใครรอดจากการต่อสู้แบบจริงจังของข้า” ปีศาจชั้นสูงเริ่มกล่าวเสวนาต่ออย่างไม่หยุด
“เลิกพูดมากแล้วมาสู้กันได้ยัง?” หนุ่มน้อยถามเชิงเรียกร้องความสนใจอย่างใจจดใจจ่อ
คราวนี้ฟ้าแลบอย่างต่อเนื่อง ตนตัวระดับสูงเริ่มเงียบปาก เมื่อเห็นหนุ่มน้อยทำท่าทางหงุดหงิด เพราะอยากจะสู้จนเต็มแก่ ปีศาจที่เป็ถึงอสูรสีฟ้าเริ่มทำบางอย่างที่ดูไม่ธรรมดา มันส่งเสียงคำรามกัดฟันแน่นราวกับพยามจะเบ่งพลังกายที่เอ่อล้นออกมา ก่อนร่างของปีศาจจะกำลังขยายใหญ่ขึ้นเป็เท่าตัว พร้อมกล้ามเนื้อเป็มัด ๆ ที่ปรากฎและใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เขาสีแดงโคร้งงอหงอกออกมาจากศีษะซึ่งทำให้มันดูน่าเกรงขามและแข็งแกร่งขึ้นมาก ตอนนี้ปีศาจตนนี้น่าจะแข็งแกร่งกว่าปีศาจระดับสูงทั่วไปมาก
หนุ่มน้อยััได้ถึงพลังในร่างของอสูรกายที่เพื่มขึ้นอย่างมากในระยะเวลาอันสั้น เขาแทบไม่อยากเชื่อว่ามันเกิดขึ้นกับปีศาจที่กำลังจะสู้
สองกำปั้นของปีศาจที่ดูทรงพลังเปร่งออร่าสีส้มที่เหมือนกับไอร้อนระอุออกมา พร้อมกับยกขึ้นเหนือศีษะ ก่อนจะทิ้งกำปั้นทรงพลังลงมาอย่างรุนแรงเสียงดัง ตึ้ง! จนเกิดแรงสั่นะเืราวกับเกิดแผนดินไหวขนาดเล็ก ชั่วพริบตานั้น พื้นทางเดินบนถนนที่มีฝนตกอยู่ถึงกับแตกระเอียดด้วยพลังมหาศาล และมีรอยร้าวขนาดใหญ่เกิดยาวเป็วงกว้าง ทำให้ตึกราบ้านช่องแถวนั้นถึงกับถูกทำลายกันไปตาม ๆ กัน พื้นถนนที่หนุ่มน้อยเคยเยียบอยู่เมื่อกี้จนถึงตอนนี้ ถูกทำให้ทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี ตัวของเขาถูกยกให้ลอยอยู่เหนือพื้นดิน เพราะถูกพื้นถนนบางส่วนที่แตกออกยกตัวขึ้น
อัศวินสีดำเริ่มทำหน้าตาบิดเบี้ยวราวกับกำลังต้องเจอกับศึกหนักที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
อ๊ะ แข็งแกร่ง—
เขาเริ่มมีหวังขึ้นมานิด ๆ กับเ้าสัปหลาดตนนี้ ที่อาจะทำให้เขาได้ต่อสู้อย่างเอาเป็เอาตายด้วยอาดีนรีนที่พุ่งพล่าน อัศวินสีดำกลับมาฉีกรอยยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะสบัดดาบในมือขวาไปด้านซ้าย
สิ้นสุดการโชว์พละกำลังของมัน ปีศาจสีฟ้าก็ทำท่าทางอวดเบ่งพลังของตัวเองด้วยการปากดีต่อว่า
“เห็นรึยังเ้ามนุษย์นี่คือพลังของท่านอานอส ปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดในสามโลก ที่ไม่มีผู้ใด
เทียบเทียมได้ เป็ไงล่ะถึงกับหวาดกลัวจนพูดไม่ออกเลยรึไง!? ฮ่า ๆ !!” ปีศาจพูดขึ้นเช่นนั้นเมื่อเห็นหนุ่มน้อยเงียบขรึมอย่างผิดปกติ ภายใต้แว่นตาสีดำนั้นไม่สามารถดูออกได้เลย ว่าเขากำลังทำสีหน้าหวาดกลัวอยู่รึเปล่า หรือจะกลัวจนพูดไม่ออกอย่างที่อสูรสีฟ้าได้บอกไป
ปีศาจยกมือขวาขึ้นกลางอากาศต่อหน้าของเขาพร้อมกับกำหมัดจนแน่นพรางกล่าวลั่นวาจาออกไปว่า
“…ดาบของแกไม่มีทางที่จะตัดร่างกายที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าได้ และทันทีที่ลงดาบแรก แล้วดาบของแกหัก เมื่อนั้น ข้าจะใช้มือที่ทรงพลังทั้งสองข้างนี้ บดขยี้บีบกระโหลกของแกให้แหลกระเอี—"
…ฝึบ!
ชั่วพริบตานั้น ชั้นบรรยากาศและสายฝนถูกความเฉียบคมตัดผ่านอย่างว่องไว นับดาบดำไม่รอช้า ซึ่งเขาสบัดคมดาบเวี่ยงเข้าใส่หน้าของปีศาจสีฟ้าทันทีอย่างไม่ลังเล ก่อนที่มันจะพูดจบซะอีก ศีษะครึ่งบนของมันถูกฟันจนขาดกระเด็นไปไกล
“พูดมากน่ารำคาญโว้ย!” หนุ่มน้อยบอกกล่าวอย่างหงุดหงิดโดยไม่สนว่าฝั่งตรงข้ามจะเป็ยังไง
การต่อสู้ระหว่างทั้งสอง สิ้นสุดลงอย่างฉับพลัน…….จบ!?
ภายในร้านเหล้า ณ ปัจจุบันขณะที่ฝนยังไม่หยุดตก และท้องนภาส่งเสียงคำรามดังสนั่นหวั่นไหว
“ฮีโร่งั้นเหรอ…งานของนายคงจะเป็งานที่เสี่ยงอันตรายน่าดูเลยนะ” คุณลุงบาร์เทนเดอร์พูดทวนในสิ่งที่หนุ่มน้อยพูด
“ก็ไม่ได้เสี่ยงอะไรขนาดนั้นหรอก” หนุ่มน้อยตอบกลับงั้น ๆ
“งั้นเหรอ …เป็ลูกผู้ชายอะไรอย่างงี้ งั้นก็ไหน ๆ วันนี้ก็เป็วันสุดท้ายที่ร้านนี้จะปิดกิจการลงแล้ว พอพ้นคืนนี้ไป ในเมืองนี้ก็คงไม่มีใครรอด มาดื่มฉลองให้กับ่ชีวิตสุดท้ายกันเถอะ เดี่ยวฉันเลี้ยงเอง!” ชายวัยกลางคนบอกอย่างงั้นพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าที่มีแต่กลิ่นอายของความสิ้นหวัง
“งั้น..ขอเป็น้ำผลไม้นะ คุณลุง!” จีเนสตอบกลับรับอย่างยินดี
ข้างนอกเมืองตอนนี้ มีแต่กองทัพปีศาจจำนวนมากที่รอบุกเข้ามาโจมตี และยังมีอสูรที่แข็งแกร่งอีกมากมายที่กำลังรู้สึกกระหายเื กองทัพขนาดกลางที่ถ้าบุกเข้ามาโจมตี เมืองนี้คงได้ราบเป็หน้ากองแน่ ส่วนผู้นำกองทัพในครั้งนี้ ยังเป็อสูรตัวสูง 7 ฟุตขนาดใหญ่ที่โดนฟ้าผ่าอยู่ตลอดเวลา
จบ
..............