“ว้าว...ที่นี่นี่มันสวรรค์จริงๆ โชคดีจังที่เราเข้ามาที่นี่และพบพวกเธอ” หนึ่งในชายฉกรรจ์หัวเราะเยาะ
“พี่ชายเห็นผู้หญิงฝรั่งคนนั้นไหม ผมจองนะครับ” คนตัวเล็กเลียปาก วาเลนตินาฟังไทยไม่ออก แต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่ากำลังถูกคุกคาม
“เออๆ ผู้หญิงแบบนั้นกูไม่เอาหรอก” หัวหน้ากลุ่มชายเป็นคนใจกว้าง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้หญิงกับลูกน้อง และนั่นเองทำให้ใครหลายคนเลือกติดตามเขา
“ไอซ์รีบออกไปจากที่นี่ มัวยืนบื้ออะไรอยู่” ปิ่นที่อยู่ข้างๆ ตะโกนบอก เช่นเดียวกับออมสิน หล่อนถูกจับไว้แน่นโดยชายฉกรรจ์หลายคน ยากที่จะหลบหนีได้
“เฮ้ยๆ ใครบอกให้มึงพูดแบบนั้น” หนึ่งในชายตัวเล็กตำหนิ ก่อนจะชี้ปืนไปที่ไอซ์และวาเลนตินา “ทิ้งธนูซะ จากนั้นเดินเข้ามาหากูอย่างช้าๆ รับรองว่าวันนี้เดี๋ยวพี่จะทำเรื่องสนุกๆ ให้”
ไอซ์อยากจะร้องไห้ ไม่คิดเลยว่าแค่ตามหาออมสินจะเจอสถานการณ์แย่ๆ แบบนี้
ในวันโลกาวินาศลืมเรื่องตำรวจจะมาช่วยได้เลย สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือพึ่งพาตัวเอง
“ขอโทษนะวาเลนตินา ฉันไม่น่าพาคุณมาเจอเรื่องแบบนี้เลย” ไอซ์ตำหนิตัวเอง
“ไม่ต้องกังวล ภัยคุกคามแค่นี้ฉันจัดการเองได้” วาเลนตินาไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้วหลังจากเปลี่ยนร่างกายเป็นแวมไพร์ที่มีพละกำลังสูง แต่หากยังเป็นคนธรรมดาเธอคงไม่ทำตัวเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ แบบนั้นเข้าไปตายเปล่าๆ อย่างไร้ประโยชน์
ไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นกัดริมฝีปากแน่น เคยเห็นแล้วพลังของวาเลนตินา แต่อีกฝ่ายพกปืนมาด้วยไม่เหมือนกับซอมบี้ไร้อาวุธ ดังนั้นเธอจึงเปรียบเทียบอย่างง่ายๆ ว่าวาเลนตินาไม่มีโอกาสชนะ
“ต้องเล็งไปที่คนมีปืนก่อน พวกเขามีอยู่ด้วยกันสี่คน มีปืนพกสองคน หลังจากจัดการสองคนได้ภัยคุกคามจะหายไป” วาเลนตินาเริ่มวางแผนเงียบๆ ผ่านดวงตาสีเลือด ไม่มีใครคิดว่าช่วงเวลานั้นหล่อนจะรั้งสายธนูขึ้น เส้นสีแดงฉีกกระชากอากาศ โดยไม่ปล่อยให้ชายฉกรรจ์ที่ออกมาจากคุกตั้งตัว ลูกศรได้เจาะเข้าไปที่ฝ่ามือทำให้ปืนพกหล่นพื้น
ชายมีประสบการณ์มากมาย เมื่อเห็นวาเลนตินาเคลื่อนไหวเขาจึงเหนี่ยวไกทันที หนึ่งนัดยิงที่ศีรษะเธอ ด้วยการยิงครั้งนี้ทำให้ผู้รอดชีวิตหลายคนก้มศีรษะด้วยความกลัว รวมถึงไอซ์ที่อยู่ใกล้วาเลนตินา
“วาเลนตินา...” ไอซ์หมอบอยู่บนพื้น น้ำตาไหลพรากจากแก้มขาวๆ เพิ่งสนิทสนมกันเมื่อวานเอง แต่เพียงแค่วันเดียวก็จากไป หัวใจของเธอยิ่งเจ็บปวดยากจะทานทนได้ นอกจากน้ำตาแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นไร้พลัง หากมีพลังก็คงดี ไม่งั้นทุกอย่างคงไม่ลงเอยแบบนี้หรอก
“อ๊าก!! มือฉันขาด มือของฉันถูกนางนั่นยิงจนขาด” ชายฉกรรจ์ที่ถูกยิงคนแรกคร่ำครวญปานขาดใจ ข้อมือขวากระจุยด้วยการโจมตีเดียว เลือดยังไหลไม่หยุด คาดว่าไม่นานคงเสียชีวิตเพราะขาดเลือด
“ระยำเอ้ย! มีใครเป็นหมอบ้างไหมวะ มีใครทำแผลเป็นไหมวะ” ชายหันปากกระบอกปืนไปทางผู้รอดชีวิตอื่นๆ สำหรับวาเลนตินาเขาไม่ได้ใส่ใจ เห็นชัดๆ ว่าศีรษะถูกยิงจังๆ หากรอดก็ไม่ใช่คนแล้ว
ชายขู่คำรามเสียงดังทำให้ภายในห้องส่วนรวมของลูกบ้านท่วมท้นด้วยความตาย ทว่าในตอนนั้นเองฉากน่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น วาเลนตินาลุกขึ้นยืน ศีรษะของเธอมีหลุมเลือด กระสุนถูกดันออกมาแล้วหล่นลงพื้น ดวงตาสีแดงดุจทับทิมเลือด เขี้ยวสีขาวเผยอออกมาจากริมฝีปาก งดงามและชวนสยอง
“วาเลนตินา..” ไอซ์ที่อยู่ข้างๆ ผวา หล่อนรู้ว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งมาก แต่เมื่อถูกยิงศีรษะแล้วไม่ตาย สิ่งเหล่านี้ได้ลบล้างความรู้ของเธอที่ผ่านมา ราวกับเป็นเพียงฝันตื่นหนึ่ง
“ไอ้บ้า มึงยังไม่ตายได้ยังไงวะ!” ชายทั้งตกตะลึงและเสียขวัญ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตอบสนองได้ดี เหนี่ยวไกซ้ำๆ ยิงผู้หญิงตรงหน้า หวังฆ่าเธอให้เป็นศพตาย ทว่าความจริงนั้นต่างจากที่คิด วาเลนตินาเคลื่อนไหวหลบหลีกกระสุนได้อย่างง่ายดาย สายธนูถูกรั้ง ลูกศรสีแดงพุ่งเสียดสีกับอากาศ กระแทกร่างของชายตรึงไว้กับผนังห้อง
ศีรษะของชายตกลงมา ตายในครั้งเดียวที่ถูกยิง
เกิดความโกลาหลขึ้นในชั้นนี้ ทว่าไม่มีใครกล้าลุกขึ้นยืน ก้มหน้าไว้กับพื้น ร้องไห้คร่ำครวญในความอ่อนแอ
“ไม่ได้อยากจะฆ่า แต่ในเมื่อแกเลือกทางนี้เองฉันก็รั้งมือไว้ไม่ได้” วาเลนตินาไม่เคยฆ่าคนมาก่อน นี่คือครั้งแรกที่ลงมือ แต่ช่างน่าแปลกที่หัวใจของเธอราวกับน้ำทะเลสงบนิ่ง ไร้ระลอกคลื่นใดๆ เข้ามารบกวน
ไอซ์เข้ามากอดวาเลนตินาพร้อมกับร้องไห้ เห็นอีกฝ่ายเป็นแบบนี้เธอทำได้เพียงลูบศีรษะปลอบใจ จากนั้นจึงเดินไปเก็บปืนพกสองอันที่หล่นบนพื้น สำหรับชายฉกรรจ์ที่สร้างปัญหาเมื่อเห็นหัวหน้าโดนเก็บ ก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้ ยอมจำนนเหมือนสุนัขไร้เจ้าของ
“ฉันนึกว่าเธอตายไปแล้ว ขอบคุณพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์หรืออะไรก็แล้วแต่ ขอบคุณที่ช่วยเธอวาเลนตินาให้กลับมาจากความตาย” ไอซ์เริ่มพร่ำอะไรไปเรื่อย
“หยุดไร้สาระ ถ้าอยากจะขอบคุณที่ฉันยังไม่ตายก็ต้องไปขอบคุณมู่เฉิน” วาเลนตินารีบหยุดความเพ้อฝันนั้น พร้อมกับส่ายหน้ายิ้มๆ
“มู่เฉิน...เกี่ยวอะไรกับเขา” ไอซ์ถามด้วยความงุนงง แต่วาเลนตินาไม่ตอบ ตอนนี้ออมสินได้รับความปลอดภัยแล้ว รวมถึงผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ แต่พวกเขาไม่ค่อยกล้าเคลื่อนไหว เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นวาเลนติก็มักจะแสดงความกลัวออกมาผ่านกระบวนการเคมีในร่างกาย
ออมสินและไอซ์เริ่มพูดคุยกัน
จากที่ได้ฟังเหมือนว่าจะลงมาหาอาหารให้คนในห้อง แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีคนร้ายบุกขึ้นมาถึงชั้นบนพร้อมกับปืนสองกระบอก
ออมสินกล่าวขอบคุณวาเลนตินา ยิ่งมองผู้หญิงคนนี้เท่าไหร่เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าต่างจากที่เคยเจอเมื่อวาน
วาเลนตินาแข็งแกร่งขึ้น นอกจากนั้นยังมีพลัง ลูกศรสีแดง ความเร็วและพละกำลังเหนือมนุษย์ ความเป็นอมตะ นั่นคือสิ่งที่ออมสินอยากค้นหาความจริงว่าไปได้พลังนี้มายังไง แต่ก็ไม่กล้าถามตรงๆ ทว่าเมื่อได้ยินชื่อของมู่เฉินก็เริ่มจับทางบางอย่างได้
“พลังของวาเลนตินาอาจมาจากเขา แต่ว่าเขาทำแบบนั้นได้ยังไง หากมีสิ่งที่ให้พลังแบบนี้ได้จริงๆ ก็คงจะวิเศษมาก” ออมสินครุ่นคิดในใจเงียบๆ
วาเลนตินาไม่เข้าไปขัดจังหวะ หลังจากช่องการสนทนาว่างเธอจึงถามถึงทีมต่างชาติ “เซราห์พักอยู่กับพวกเธอหรือเปล่าออมสิน”
หญิงสาวส่ายหน้าเป็นคำตอบ “เราแยกกัน ห้องที่ฉันพักอยู่มีแต่คนไทยชั้น 65 อ้อแล้วยังมีเจ้าของห้องอยู่ด้วยนะ เป็นดาราดัง จากที่พูดคุยเหมือนจะอยู่ที่นั่นในช่วงไวรัสระบาด หล่อนไม่กล้าไปไหน หวังให้คนมาช่วยแต่สุดท้ายก็ไม่มีใคร พอพบฉันกับคนอื่นๆ จึงแนะนำให้อยู่ด้วยกัน”
“เป็นแบบนี้ เอาล่ะถ้าเรื่องจบแล้วฉันจะไปก่อน อยู่ตรงนี้ค่อนข้างร้อน” วาเลนตินาไม่ชอบสายตาที่กำลังมองมา ราวกับว่าตัวเองเป็นตัวประหลาด จะดีกว่าที่จะออกไปตอนนี้
“เดี๋ยวสิแล้วคนร้ายล่ะ จะทำยังไงดี” ปิ่นที่เงียบมาตลอดถาม วาเลนตินาเพิ่งนึกขึ้นได้
“มัดมันไว้ ส่วนคนที่มือขาดก็...แล้วแต่แล้วกัน”
ปิ่นเงียบไปชั่วขณะ ด้วยความที่เป็นหมอหล่อนไม่สามารถปล่อยให้มีคนเสียชีวิตได้ จิตวิญญาณมันบอกกับเธอแบบนั้น หลังจากที่มัดมือมัดเท้าเรียบร้อยปิ่นจึงเริ่มปฐมพยาบาลเบื้องต้น สำหรับศพของชายที่ล้มลงจากผนังถูกวางไว้เงียบๆ ตรงมุมห้อง
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยวาเลนตินาจึงจากไป กลับไปชั้น 70
.....
ไอซ์ไม่ได้หยุดอีกฝ่าย เพราะเธอเองก็รู้ว่ามู่เฉินไม่ชอบ หลังแยกทางกับวาเลนตินาจัดการเรื่องในชั้นล่างเสร็จ ออมสินจึงพาไอซ์มาชั้น 65 ที่นั่นหล่อนได้พบกับเพื่อนๆ หลายคนที่เคยเล่นกีฬาด้วยกัน
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไปนานจัง” อั้มถามด้วยความเป็นห่วง นี่คือครั้งแรกที่ไอซ์ได้เห็นอีกฝ่ายใกล้ๆ ตัวจริงสวยมีออร่ามาก
ออมสินนั่งลงบนเก้าอี้แล้วเริ่มเล่าสิ่งที่เกิดขึ้น
หลังจากรู้เรื่องราวหลายคนถึงกับอุทาน
ยิ่งฟังว่าวาเลนตินามีพลังพวกเธอก็ยิ่งประหลาดใจ
“ถูกยิงเข้าศีรษะแล้วไม่ตาย มันจะเป็นไปได้เหรอ ดูผิดหรือเปล่าเนี่ย” อั้มไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน บางทีอาจตกใจกลัวจนเกินไปจึงเล่าเรื่องสมมุติ
“เรื่องจริงค่ะพี่อั้ม วาเลนตินาแข็งแกร่งมาก ตัวเธอคนเดียวสู้กับซอมบี้ทั้งฝูงได้สบาย เมื่อวานก็เพราะเธอนี่แหละฉันถึงรอดมาได้” ไอซ์ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด สำหรับเธอมีความประทับใจวาเลนตินาที่สุด
เกิดความเงียบในห้อง ก่อนที่ปิ่นจะทำลายบรรยากาศ
“กินข้าวกันเถอะ”
ใช่กิจวัตรประจำคือกินข้าวแล้วซ่อนตัวอยู่ที่นี่เงียบๆ ด้านนอกอากาศร้อนมาก สำหรับผู้หญิงไม่มีใครอยากดำเพราะแสงแดด ผ้าม่านจึงถูกดึงลงมาจนหมด ยากที่จะเห็นโลกภายนอกได้
ท่ามกลางอาหารที่ถูกรื้อค้นจากชั้นล่าง ต่างคนต่างความคิด โดยเฉพาะอั้มที่ได้ยินข่าววาเลนตินายิ่งสนใจหญิงสาว ถึงขั้นว่าอยากไปชั้น 70 เพื่อทำความรู้จัก
“เราไปชั้น 70 กันไหม” สุดท้ายอั้มทนไม่ไหวต้องเอ่ยสิ่งในใจออกมา
“ไปที่นั่นเหรอ...” ออมสินเองก็อยากถามเรื่องวาเลนตินาเหมือนกัน แต่เมื่อนึกถึงเขาทีไรก็กลัว
“คุณอั้มน่าจะไปได้นะ” ไอซ์โพล่งกลางวงอาหาร “จากที่คุยกับวาเลนตินา เหมือนว่าเขาจะชอบดาราเป็นพิเศษ ดูอย่างอายากะสิ นั่นดาราญี่ปุ่นเชียวนะ”