กรุงเทพ เช้าวันต่อมา
ติ๊งน๊องๆๆ เสียงกดกริ่งดังขึ้นที่ประตูหน้าบ้านของ สรยุทธ เขารีบเดินไปเปิดประตูก็พบกับลูกตาลน้องสาวของเขาและแม่ของเขาก็ยืนอยู่ด้านหลัง ดูจากการแต่งตัวของแม่เขาแล้วจะบอกว่าเป็ผู้หญิงที่เสพติดแบรนด์เนมก็ไม่ผิด เพราะทุกอย่างบนร่างกายของเธอนั้นเต็มไปด้วยของแบรนด์เนมทั้งนั้น ต่างกับลูกสาวที่ดูแต่งตัวง่ายๆสบายๆ ส่วน สรยุทธและน้องสาวของเขาถึงแม้ว่าจะมีการพูดคุยติดต่อกันอยู่บ้าง แต่นี่ก็เป็การเจอกันครั้งแรกในรอบ 10 กว่าปี
โดยครั้งสุดท้ายที่เจอกัน สรยุทธนั้นมีอายุเพียง 8 ขวบ ส่วนลูกตาลน้องสาวของเขามีอายุเพียง 4 ขวบเท่านั้น เลยทำให้ตอนนี้ทั้งสองคนถึงจะเป็พี่น้องแท้ๆแต่ความรู้สึกลึกๆนั้นไม่ต่างอะไรจากคนแปลกหน้าเลย แต่ด้วยความที่ตอนเด็กเคยอยู่ด้วยกัน่หนึ่งก็เลยยังพอมีความผูกพันกันอยู่บ้าง
“พี่ไม้ จำหนูได้ไหม หนูตาลเอง”
ลูกตาล เดินไปจับมือพร้อมกับพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“จะจะ..จะจำได้สิ ว่าแต่เราจำพี่ได้ด้วยหรอ ตอนนั้นเรายังตัวแค่นี้เอง”
“โหย ทำไมเรียกซะดูเหินห่างแบบนั้น เรียกน้องตาลสิคะ”
“อ่า…จ่ะ น้องตาล”
“แต่งตัวเสร็จแล้วใช่ไหมไปกันได้แล้ว”
เสียงแม่ของ สรยุทธ พูดแทรกขึ้นมา ในความทรงจำของ สรยุทธ เกี่ยวกับแม่ของเขานั้นไม่ค่อยจะดีนัก เพราะเขาโตพอที่จะจำความได้ว่า พ่อของเขาทะเลาะกับแม่บ่อยเื่ออกไปเที่ยวและใช้เงินฟุ่มเฟือย
“เสร็จแล้วครับ”
“เย้ พี่ไม้เราจะได้ไปเที่ยวด้วยกันแล้ว”
จากนั้นทั้ง 2 คนก็ขึ้นรถของคุณแม่และออกเดินทางแต่ทว่าทางที่แม่ของสรยุทธขับมานั้นมันเป็ทางที่สรยุทธรู้จักดีมันคือทางไปบ้านของปู่เขานั้นเอง
“เราจะไปไหนกันแน่ครับ”
สรยุทธ ถามแม่ของเขาด้วยความสงสัย แม่ของเขานิ่งไปสักพักก่อนที่จะตอบว่า
“ถึงแล้วเดี๋ยวแกก็รู้เอง”
หลังจากนั้น 15 นาทีในที่สุดก็มาถึงจุดหมายซึ่งก็เป็ไปตามความคาดหมายของ สรยุทธ มันคือบ้านของตระกูลพ่อเขานั้นเอง รถได้เคลื่อนผ่านประตูหน้าขนาดใหญ่ผ่านสวนและน้ำพุ และไปจอดที่โรงจอดรถข้างๆตัวบ้านไม่สิด้วยขนาดใหญ่โตขนาดนี้เรียกบ้านคงไม่ถูกมากนัก คงต้องเรียกคฤหาสน์เสียมากกว่า เมื่อทั้ง 3 คนลงจากรถ คนรับใช้ก็เดินมารอโดยทันที
“สวัสดีค่ะ คุณผู้หญิง คุณท่านกำลังรออยู่ค่ะ”
“คุณแม่ เรามาที่นี่กันทำไมหรอคะ บ้านใครทำไมใหญ่โตจังไม่ใช่ว่าวันนี้เราจะได้ไปเที่ยวกันหรอคะ”
“เงียบแล้วตามแม่มา…..”
สุดท้ายทั้ง 3 คนก็เดินตามคนรับใช้เข้าไปจนถึงห้องรับแขกบนโซฟาขนาดใหญ่มีชายสูงอายุคนหนึ่งนั่งรออยู่ นั้นก็คือ ปู่ ของ สรยุทธ นั่นเอง
“มาตรงเวลาดีนะ”
“ฉันพาหลานชายของคุณพ่อ มาด้วยแล้วหวังว่าคุณพ่อจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้นะคะ”
“คุณแม่นี่มันอะไรกันคะ”
“อ่า….ลูกตาลสินะ ไหนเดินมาหาปู่ใกล้ๆทีซิ”
“ใช่แล้วเขาคือปู่ของลูกเดินเข้าไปหาท่านหน่อยนะ”
“สะสะ….สวัสดีคะคุณปู่”
“โตขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย โตขึ้นมาเป็เด็กสาวที่น่ารักสดใสจริงๆ เหมือนเธอตอนนั้นเลยนะ วาสนา”
“พอเถอะคะ คุณพ่อหนูมาที่นี่ ไม่ได้จะมารำลึกความหลังนะคะ”
“นั่นสินะ เธอเปลี่ยนไปมากเลยที่เดียว และฉันก็หวังว่าครั้งนี้คงจะเป็ครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆที่เธอจะมาขอความช่วยเหลือจากฉัน”
“นี่มันเื่อะไรกันครับคุณปู่”
“ไม้ หลานปู่ สบายดีสินะ ดูจากสีหน้าท่าทางแม่ของเธอคงไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเลยสินะ เป็ผู้หญิงที่ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ”
“คุณพ่อคะ ทำไมถึงพูดแบบนี้”
“เอาละ ฉันก็ฝืนตัวเองเหมือนกันที่จะต้องพูดสุภาพกับเธอ เอาเป็ว่าฉันทำตามที่สัญญาไว้แล้ว เธอรีบกลับไปหาสามีเธอซะเงินทุนที่สามีเธอขอกู้มาน่าจะได้รับการอนุมัติแล้ว ส่วนเื่โรงเรียนของลูกสาวเธอก็ไม่ต้องเป็ห่วง ฉันรู้จักกับผู้อำนวยการ ได้ทำเื่เข้าเรียนให้แล้ว วันพรุ่งนี้ก็เข้าเรียนได้เลย ส่วนเธอก็กลับไปได้แล้ว”
“นะนะนี่ มันอะไรกันคะแม่ ทำไมหนูถึงต้องย้ายโรงเรียน”
“ลูกอยู่ที่นี่กับคุณปูไปก่อนนะ ถึงเวลาแม่จะกลับมารับหนูเอง”
ลูกตาล เป็เด็กฉลาดเช่นเดียวกับสรยุทธ เมื่อได้ฟังการสนทนาระหว่างแม่ของเขากับปู่ ก็พอจะประเมินสถานการณ์ได้ และไม่ได้โวยวายอะไรต่อ แต่ถึงอย่างไรเด็กหญิงไว้เพียง 14 ปี ก็ไม่อาจจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้เมื่อเห็นแม่ของตัวเองขับรถจากไป โดยทิ้งให้เธอต้องอยู่ในคฤหาสน์กับคนที่เธอไม่เคยเจอมาก่อน
“เอาละไม่ต้องร้องให้ เอาเป็ว่าจากนี้หลานทั้ง 2 คน ปู่จะดูแลเองนะไม่ต้องเป็ห่วง”
“ไม่ครับ ผมว่าผมบอกปู่ชัดเจนแล้วที่งานศพของพ่อผม ว่าผมสามารถดูแลตัวเองได้ และอีกอย่างผมมีอายุเกิน 18 ปีแล้ว ตามกฎหมายผมบรรลุนิติภาวะแล้วและไม่จำเป็ต้องมีผู้ปกครองมาดูแล”
สกล ลูกชายคนโตสุดเป็พี่ของพ่อ สรยุทธ และมีศักดิ์เป็ลุงของ สรยุทธ และก็เป็คนที่ สรยุทธ ขายหุ้นที่ได้มาจากมรดกของพ่อเขาให้ไป เดินเข้ามาพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“เป็ไงละคุณพ่อ ผมบอกแล้ว นิสัยท่าทางเหมือน สรพงศ์ ลูกชายสุดที่รักของพ่อไม่มีผิดเลยใช่ไหมละ”
“สกล แกพูดยังกะแกไม่ใช่ลูกชายของฉัน”
“ก็ผมพูดจริงนี่พ่อ เอาจริงๆผมก็ไม่ได้จะขัดขวางอะไรหรอกนะที่พ่อจะเอาหลาน 2 คนนี้มาเลี้ยง แต่ผมแค่ไม่อยากให้พ่อต้องเสียใจเหมือนครั้งก่อน ที่อยู่ๆลูกชายที่ดูแลมาอย่างดี เกิดอยากออกไปทำอะไรตามใจชอบไร้สาระ ไม่ได้สนใจจะช่วยเหลือธุรกิจของครอบครัวตัวเองเลย”
“แกไม่ไปทำงานหรือไง ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด มีเวลาว่างมากสินะ แกอยากลองเปลี่ยนมาเป็ตำแหน่งเป็คนขายยาดูไหม”
“ครับ ครับๆๆ ผมไปก็ได้ ถ้าพ่อจะขู่กันแบบนี้ แต่ผมจะบอกพ่อไว้ ว่าอย่าไปหวังอะไรกับหลานชายคนนี้เลยผมรู้นะว่าอาทิตย์ที่ผ่านมาพ่อเป็คนจัดการเื่เข้ามหาลัยให้มันน่ะ แต่ผมบอกได้เลยก็คงไม่ได้ความเหมือนพ่อของมันนั่นแหละ”
สรยุทธ กำหมัด แน่นด้วยความโกรธและจ้องมองแผ่นหลังของลุงเขาที่กำลังเดินจากไป ก่อนจะะโออกไปว่า
“พ่อผมนะ เป็คนที่เก่งที่สุดและผมก็จะเก่งเหมือนพ่อผมให้ได้ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นเองว่าสิ่งที่พ่อผมทำมันไม่ใช่เื่ไร้สาระและผมจะทำให้ธุรกิจร้านขายยาของพ่อผมยิ่งใหญ่กว่าของคุณให้ได้”
“หรอ งั้นรีบๆหน่อยละ ฉันไม่มีเวลาว่างมารอดูใครพิสูจน์ตัวเองเท่าไหร่หรอกนะ”
สรยุทธ ตอนนี้สมองตื้อไปหมดด้วยความโกรธ เมื่อใจเย็นลงเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงพูดไปแบบนั้น ไม่มีทางเลยที่ยาสมุนไพรแผนโบราณจะได้รับความนิยมเท่ากับการรักษาด้วยยาสมัยใหม่แบบที่บริษัทลุงเขาทำอยู่
“หลานอย่าไปใส่ใจเลยนะ เอาละที่หลานให้แม่พาหลานมาหาปู่ เพราะปู่รู้มาว่าตอนนี้หลานไม่ได้ไปเรียนต่อมหาลัยแล้วก็เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ปู่ ก็อดเป็ห่วงหลานไม่ได้เอานี่ไปลองดูก่อนนะ”
ปู่ของเขายื่นเอกสารบางอย่างมาให้ เมื่อสรยุทธ ได้ดูรายละเอียด ก็ทราบว่ามันคือเอกสารการรายงานตัวเข้าเรียนมหาลัยอันดับหนึ่งของประเทศไทย โดยเป็คณะแพทย์ศาสตร์สาขาแพทย์ตะวันออก ซึ่งเน้นสอนการรักษาด้วยสมุนไพรจีนโบราณ นั้นทำให้ สรยุทธ เกิดความสนใจในทันที
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเื่เรียนต่อ เพราะ่เวลา 2 เดือนกว่าๆที่ผ่านมาเขาได้ใช้ชีวิตและสนุกไปกับการเล่นเกมแทบจะทั้งวันแต่ตอนนี้เหมือนเขาจะคิดอะไรบางอย่างได้
“ถึงเราจะรู้เื่สมุนไพรแต่เราก็ไม่มีทักษะในการประเมินอาการป่วยหากเราได้เรียนคงช่วยเราได้มากหากในอนาคตเราต้องเจอเควสที่ปรุงยารักษาคนป่วยอีก เ ในเกมตอนนี้ หากเราเปิดเผยตัวตนให้กับโลกภายนอกรู้เราก็จะกลายเป็คนดังทันที อาจจะเข้าท่าก็ได้เเหะ”
สรยุทธ ครุ่นคิดอยู่สักพัก จนสุดท้าย เขาก็ตัดสินใจที่จะไปเรียน โดยเขาคิดว่าความรู้จากการเรียนเขาสามารถนำไปใช้ในเกมได้แน่นอนและหากในเกมเขามีชื่อเสียงโด่งดังมากๆด้านการปรุงยา แล้วในชีวิตจริงเขาก็มาเปิดร้านขายยาด้วย จะต้องมีคนสนใจเยอะแน่ๆ ด้วยเหตุนี้ สรยุทธ จึงได้ตั้งเป้าหมายใหม่ในชีวิตและจะต้องทำมันให้สำเร็จให้ได้
“สีหน้าแบบนั้น หลานตัดสินใจได้แล้วสินะ”
“ครับแต่ผมมีข้อแม้”
“ผมจะไปเรียน แต่เงินค่าเทมอค่าใช้จ่ายต่างๆผมจะจ่ายเองและผมจะอยู่ที่บ้านของผม”
“พี่ไม้แล้วหนูละคะ”
“หลานก็ต้องอยู่กับปู่ยังไงละ”
“ไม่ค่ะ หนูตัดสินใจแล้วเหมือนกันบ้านนี้ใหญ่โตเกินไปสำหรับหนู หนูจะยอมไปเรียนตามที่คุณปู่จัดการไว้ แต่หนูจะไปอยู่ที่บ้านพี่ไม้”
“เห้ออออ…ไม้หลานคิดว่าจะดูแลน้องสาวอีกคนไหวไหม”
“เอ่อคือ…ว่า”
“พี่ไม้ให้หนูไปอยู่กับพี่ด้วยนะ…..นะ”
“กะกะ…ก็ได้”
“เย้…พี่ไม้ใจดีที่สุดเลย”
“เอาละเมื่อหลานตัดสินใจแล้ว ก็รับนี่ไป”
อันนี้ห้ามปฎิเสธถือว่าเป็ของขวัญจากปู่ เธอขับรถเป็ใช่ไหมเอ้านี่ ปู่ของสรยุทธยื่นกุญแจรถเบนซ์สุดหรูให้
“ผมรับไว้ไม่ได้หรอกครับ”
“งั้น แค่ยืมก็ได้ฉันคิดว่าวันนี้เธอต้องใช้มันนะวันนี้เป็วันสุดท้ายของการลงทะเบียนรายงานตัวที่มหาลัยรีบเอาเอกสารไปเถอะแล้วอีกอย่างพาน้องสาวไปด้วยนะ พรุ่งนี้น้องสาวจะไปเรียนแล้วเย็นนี้ปู่จะให้คนส่งชุดนักเรียนไปให้ที่บ้านแต่ข้าวของเครื่องใช้อย่างอื่นปู่ฝากหลานไปซื้อให้น้องด้วยก็แล้วกันนะ เอานี่เงิน”
“ไม่เป็ไรครับ เื่เงินผมพอมีน้องสาวผมจะดูแลเอง ยังไงเื่มหาลัยผมก็ขอบคุณมากครับ งั้นผมขอตัวไปก่อนเลยนะครับสวัสดีครับ”
กริ๊ง!!!!!!
“ฮัลโหล”
“ได้ผลไหมครับคุณพ่อ”
“อือดูเหมือนเขาจะยอมไปเรียนต่อมหาลัยแล้วละ ขอบใจแกมากนะ สกล ที่ยอมเล่นละครตามที่พ่อขอ”
“ก็หลานชายผมคนนี้นิสัยเหมือนพ่อไม่มีผิด เข้าก็เข้าใจแหละว่าทำไมพ่อถึงต้องให้ผมมาช่วยเล่นละคร แต่ตอนนี้เขาคงเกลียดผมมากเลยแหละ แต่หากมันจะช่วยให้เขาได้มีเป้าหมายในการใช้ชีวิตก็ผมว่าคุ้มค่านะ”
“ฉันขอโทษด้วยก็แล้วกัน ที่ฉันต้องทำให้ลูกของน้องต้องมาเกลียดแก ตอนที่ฉันไล่เขาออกจากบ้านก็มีแค่แกคนเดียวในตอนนั้นที่มาขอร้องไว้ แล้วเื่ที่แกไปตามตื้อขอซื้อหุ้นโดยให้ราคาที่สูงกว่าปกติอีก แกคงรักหลานชายคนนี้มากสินะ”
“เื่นั้นพ่อไม่ต้องรู้หรอก ถ้าตอนนั้นพ่อฟังผมสักนิดยอมลดอีโก้ลง ทุกอย่างมันคงไม่เป็แบบนี้”
“รู้แล้วที่ฉันทำได้ก็คือสนับสนุนหลานของฉันให้มีอนาคตที่ดีตามทางที่เขาชอบ อย่างน้อยลูกชายคนนึงของฉันที่อยู่บน์ คงจะหายโกรธฉันลงบ้าง แล้วก็เื่วันนี้…”
“รู้แล้วครับพ่อ เื่นี้มีแค่พ่อกับผมที่รู้ ลูกคนอื่นๆของพ่อไม่มีใครรู้หรอก”
“ดี แกทำงานไปเถอะ”
“งานไหนอ่ะพ่อ ผู้บริหารสูงสุดหรือพนักงานขายยา ฮ่าๆๆๆ”
“ไอ้ลูกบ้า”
บรึ้น!!!!!!!
สรยุทธ ขับรถออกไปที่มหาลัยทันที ขับรถมาสักพักก็ถึงจุดหมาย
"พี่ไม้คะ ตรงนั้นมีร้านชานมไข่มุกอยู่หนูอยากกินจังเลยคะ"
“ได้เลยลงไปซื้อกัน”
สรยุทธ เดินลงจากรถพร้อมกับน้องสาวของเขาเพื่อลงไปซื้อชานมไข่มุกที่ร้านตั้งอยู่แถวๆหน้ามหาวิทยาลัย โดยใกล้ๆมีรถตู้คันหนึ่งซึ่งภายในมีผู้หญิงสาวสวยคนนึงกำลังดูดชานมไข่มุกอย่างเมามัน เมื่อเธอเห็นสรยุทธเดินผ่านกระจกก็ถึงกับสำลัก
“ลูกน้ำ ค่อยๆกินสิเลอะหมดแล้ว”
เมื่อลูกน้ำเห็นสรยุทธ ก็รู้ได้ในทันที่ ว่าเขาคือ ผู้เล่นตัวละคร อโพ007 เนื่องจากตอนที่สร้างตัวละคร สรยุทธ ไม่ได้ปรับแต่งอะไรเลย ระบบเลยสร้างตัวละครที่เหมือนตัวจริงของเขาแบบแป๊ะๆ ในการสร้างตัวละครของเกม เดอะ สเปเชียล เวิลด์ ระบบจะเอารูปร่างหน้าตาของผู้เล่นแต่ละคนเป็หลักแต่ผู้เล่นสามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่นหูตาจมูกปากสีผิวทรงผมสีผมรวมถึงความสูง ซึ่งผู้เล่นส่วนใหญ่ก็จะปรับเปลี่ยนให้ตัวเองดูดีขึ้นแต่ก็ยังมีเค้าโครงเดิมอยู่
“พี่ฝนหยิบหมวกแว่นตากับผ้าคลุมมาให้หน่อย”
จากนั้น ลูกน้ำ ก็ได้ลงไปจากรถ ทำท่าทางลับๆล่อๆจนไปอยู่ด้านหลังใกล้ๆกับสรยุทธ
“รอ ประมาณ 5 นาทีนะคะ”
“ได้ครับ”
“พี่ไม้จะเรียน ที่มหาลัยนี้จริงหรอ”
“อือพี่ตัดสินใจแล้ว พี่จะต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าสิ่งที่พ่อและพี่ชอบมันไม่ใช่เื่ไร้สาระ แต่ก่อนอื่นพี่ก็ต้องศึกษาหาความรู้ให้มากขึ้นก่อน ถึงเวลานั้นจะได้ไม่มีใครมาดูถูกสิ่งที่พ่อและพี่ชอบอีก สาขาแพทย์ตะวันออก ที่คุณปู่จัดการให้ก็เหมาะสมกับเป้าหมายในชีวิตที่พี่ได้คิดไว้เลย”
“พี่ไม้ สู้ๆนะ”
“ไปอยู่กับพี่ พี่คงดูแลเราไม่ได้มากนะ เพราะเวลาว่างทั้งหมด พี่จะเล่นแต่เกมนะ”
“ไม่เป็ไรคะ หนูอยู่ง่ายๆเดี๋ยวอาหารการกินงานบ้านหนูจะเป็คนทำให้เอง”
“แบบนี้ใครดูแลใครกันแน่ ฮ่ะๆๆๆๆ”
“ฉันรู้ความลับนายเพิ่มอีกอย่างแล้ว อิอิอิ”
“ชานมได้แล้วคะ”
“เอาละเรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวพี่ลงทะเบียนเสร็จจะพาไปซื้อของที่ห้างนะ”
“ค่ะ พี่ไม้”
ฟืดดด ปั๊ก!!
“นี่ลงไปทำไมนะ เกิดมีคนจำเธอได้ละ”
“อย่าดูถูกสกิลการพลางตัวของหนูซิ แต่ว่าพี่ฝนมหาลัยนี้ ดูคุ้นๆนะ”
“อ่อ ก็ที่พี่เคยให้ลูกน้ำดูไง ที่มหาลัยจะให้เรียนฟรีได้ทุกคณะที่้าแต่ต้องทำกิจกรรมโปรโมตมหาลัยตามที่กำหนดไงละ”
“หรอแล้วหนูบอกพี่ไปว่าไง”
“ก็บอกพี่ว่า ทำงานก็เหนื่อยอยู่แล้วต้องปั้นหน้ายิ้มทั้งวัน ยังจะให้ไปเรียนมหาลัยอีกหรอ แบบนี้ไง”
“หรอ หนูตอบแบบนั้นหรอ แล้วถ้าหนูจะเข้าเรียนที่นี่ยังจะได้ไหม”
“ทำไมถึงเปลี่ยนใจละ”
“ก็หนูอยากมีภาพลักษณ์เป็ดาราสาวที่มีความรู้ด้วยไง บริษัท ก็ชอบแบบนี้ไม่ใช่หรอ”
“ได้แล้วจะเลือกเรียน คณะอะไรสาขาอะไรละ”
“คณะแพทย์ศาสตร์ สาขาแพทย์ตะวันออก”
และนี่ก็เป็จุดเริ่มต้นที่ทำให้ สรยุทธ ได้พัตนาตัวเองจนเหมาะสมกับอาชีพเทพเ้านักปรุงยาได้อย่างภาคภูมิทั้งในเกมและในชีวิตจริง