ระดับจักรพรรดิคนอื่นๆ ไม่กล้าที่จะดูถูกเย่เทียนอีกต่อไปพลังการต่อสู้ระดับจักรพรรดิ 7 ดารานั้นเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาให้ความสำคัญกับอีกฝ่ายได้ เพราะพวกเขาส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงระดับจักรพรรดิ7 ดาราเท่านั้น แล้วพวกเขาจะไปมีคุณสมบัติที่จะดูถูกเย่เทียนได้อย่างไร?
เมื่อเห็นว่าทัศนคติของจักรพรรดิเหล่านี้ดีขึ้นเย่เทียนก็ยิ้มบางๆ
เหตุผลที่เขาพูดออกมาเมื่อครู่นั้นเพราะรู้สึกไม่พอใจจักรพรรดิ 7 ดาราหลายคนกล้าที่จะหยาบคายต่อเขา หากไม่ใช่เพราะเขาหวั่นเกรงกองกำลังที่อยู่เบื้องหลังจักรพรรดิเหล่านี้และไม่ต้องการที่จะเปิดเผยความแข็งแกร่งทั้งหมดของตัวเอง เขาคงจะสั่งสอนบทเรียนแก่จักรพรรดิเหล่านี้ไปแล้ว
“จักรพรรดิทั้งหลายผมขอบอกไว้ก่อนว่าแม้ว่าผมจะจับมังกรระดับจักรพรรดิได้ แต่ผมก็จะไม่มอบมันให้กับพวกคุณผมเพียงแค่พาพวกคุณไปสืบข้อมูลเท่านั้น อีกอย่างผมกับเผ่ามังกรก็ไม่ได้มีความแค้นต่อกันผมจึงไม่จำเป็นที่จะต้องฆ่ามังกรตัวนี้เพื่อสร้างความไม่พอใจแก่เผ่ามังกร!” เย่เทียนกล่าวไว้ล่วงหน้า
“ไม่มีปัญหา!”
ระดับจักรพรรดิทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย
พวกเขาไม่ต้องการที่จะรุกรานเผ่ามังกรมากเกินไปนักแม้ว่าในอนาคตพวกเขาจะต้องสู้กับเผ่ามังกร แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคต หากพวกเขาลงมือฆ่าสายสืบของเผ่ามังกรในตอนนี้บางทีมันอาจทำให้เผ่ามังกรไม่พอใจอย่างแท้จริง ซึ่งนั่นไม่ใช่ผลลัพธ์ที่พวกเขาต้องการ
“มากับผม!”
เย่เทียนลุกขึ้นก่อนเขาจะพาระดับจักรพรรดิมุ่งหน้าออกจากฐานจงไห่
ในป่าที่ไหนสักแห่ง
เย่เทียนปลดค่ายกลและดึงร่างของหลงเฟิงที่กำลังหลับใหลออกมา
ตูม!!
ร่างมังกรขนาดใหญ่ปรากฏแก่สายตาของจักรพรรดิทั้งหมด
ในฐานะที่เป็นระดับจักรพรรดิของกองกำลังจากภายนอกพวกเขาย่อมต้องเคยเห็นมังกรมาบ้าง และตรงหน้าพวกเขาก็คือมังกรดำตัวจริง สายเลือดของมันบริสุทธิ์มากนี่ไม่ใช่สัตว์อสูรมังกรอย่างแน่นอน
“จักรพรรดิหมื่นสวรรค์เกิดอะไรขึ้นกับเผ่ามังกรตัวนี้ ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ามันมีปัญหาเล็กน้อย?”
จักรพรรดิโพธิสัตว์เอ่ยถาม
“มันถูกสะกดจิตให้หลับลึกผมใช้พรสวรรค์สะกดจิตสะกดจิตมันไว้!”
เย่เทียนไม่ได้ปิดบังอะไรเขาเปิดเผยพรสวรรค์สะกดจิตของเขาออกไป อย่างไรก็ตามมีมนุษย์ที่มีพรสวรรค์ในการสะกดจิตนั้นมีอยู่ไม่น้อยแต่ผู้มีพรสวรรค์สะกดจิตส่วนใหญ่นั้นไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก
“พรสวรรค์ในการสะกดจิตไม่แปลกใจเลย!”
ในที่สุดระดับจักรพรรดิก็รู้ว่าเย่เทียนได้รับข้อมูลจำนวนมากมาได้อย่างไรหากเพียงแค่การสอบปากคำธรรมดาไม่มีทางที่เย่เทียนจะรับรู้ถึงข้อมูลทั้งหมด แต่หากฝ่ายตรงข้ามถูกสะกดจิตไม่ว่าคุณจะถามอะไร คุณก็จะได้รับคำตอบ เว้นเสียแต่ผู้ถูกสะกดจิตจะไม่รู้คำตอบของคำถาม
“จักรพรรดิหมื่นสวรรค์คุณสามารถสะกดจิตมังกรตัวนี้อีกครั้งได้หรือไม่ เราต้องการถามคำถามบางอย่างกับมัน”
จักรพรรดิโพธิสัตว์เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ได้สิ!”
เย่เทียนพยักหน้า จากนั้นหลงเฟิงก็ตื่นขึ้นและเย่เทียนก็ได้สะกดจิตมันอีกครั้ง
ภายใต้สภาวะสะกดจิต หลงเฟิงตอบคำถามทุกอย่างที่ระดับจักรพรรดิเหล่านี้ถามออกมา
โดยทั่วไปแล้ว คำถามที่เหล่าจักรพรรดิถามหลงเฟิงก็คล้ายคลึงกับคำถามที่เย่เทียนเคยถามไปก่อนหน้านี้
หลังจากถามคำถามทั้งหมดแล้วจักรพรรดิจากโลกภายนอกก็มั่นใจแล้วว่าเผ่ามังกรกำลังจับจ้องโลกอยู่จริงๆ พวกเขาขมวดคิ้วทันที
“ส่งผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ไปตรวจสอบ!”
พวกเขาได้ปรึกษาหารือกันก่อนตัดสินใจ
ในความเป็นจริงพวกเขาเพียงต้องการยืนยันความถูกต้องของเรื่องนี้เพราะหากพวกเขาไม่เห็นมังกรเหล่านั้นด้วยตาของพวกเขาเอง พวกเขาจะยังคงไม่ปักใจเชื่ออย่างสมบูรณ์
เพราะทั้งหมดนี้ เย่เทียนเป็นคนที่ใช้งานพรสวรรค์สะกดจิตไม่ใช่พวกเขา หากเย่เทียนจงใจที่จะหลอกลวงพวกเขา พวกเขาก็ไม่มีทางรู้ได้เลย
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องยืนยันข้อมูลเพิ่มเติม
จากนั้นระดับจักรพรรดิทั้งหมดก็มุ่งหน้าเข้าใกล้รอยแยกมิติระดับ5 ดาว
แล้วพวกเขาก็เปิดใช้งานแหวนเซียนปฐพีกลับไปยังโลกเซียนปฐพีก่อนหลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็กลับมาพร้อมกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งที่สวมชุดคลุมสีดำ
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์คนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นหน่วยกล้าตายที่พวกเขาเลี้ยงดูมาและครั้งนี้เขาก็พร้อมที่จะเสียสละเพื่อภารกิจ
“นายไปยังตำแหน่งนี้แล้วตรวจสอบดูว่ามีเผ่ามังกรอยู่หรือไม่นี่คือเครื่องส่งสัญญาณ ถ้าพบเห็นเผ่ามังกรให้รีบรายงานทันที!”
จักรพรรดิคนหนึ่งออกคำสั่ง
“ครับ!”
หน่วยกล้าตายระดับศักดิ์สิทธิ์เอ่ยตอบน้ำเสียงที่เขาเปล่งออกมานั้นไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความจงรักภักดีที่ไม่มีที่สิ้นสุดเท่านั้น
วู๊ซซ!
เขาก้าวผ่านรอยแยกมิติระดับ5 ดาวไป จักรพรรดิหลายคนก็ได้เข้าสู่รอยแยกมิติเช่นกัน แต่พวกเขาไม่ได้เข้าไปลึกมากนักทำเพียงแค่ซ่อนตัวอยู่ด้านข้างของบริเวณรอยแยกมิติเพื่อเตรียมพร้อมที่จะถอยกลับสู่โลกได้ทุกเวลา
นี่เป็นเรื่องปกติ พวกเขาย่อมหวาดกลัวเผ่ามังกรระดับเทพหากต้องเผชิญหน้ากับเผ่ามังกรระดับเทพจริง แม้แต่ชีวิตของพวกเขาก็คงไม่อาจรักษาไว้ได้
เมื่อเห็นฉากนี้ เย่เทียนก็แอบหัวเราะ
คราวนี้เขาประสบความสำเร็จในการดึงกองกำลังภายนอกทั้งหมดลงในบึงน้ำโคลนแล้ว
เพราะขุมกำลังเหล่านี้ไม่รู้ว่าหนึ่งในเผ่ามังกรระดับเทพมีตัวตนที่มีพรสวรรค์สะกดจิตอยู่ด้วยเมื่อไหร่ก็ตามที่หน่วยกล้าตายพบกับเผ่ามังกร เขาย่อมต้องถูกสะกดจิตอย่างแน่นอน และเมื่อถึงตอนนั้นเผ่ามังกรก็จะรู้เรื่องของกองกำลังภายนอก
ตัวตนของกองกำลังภายนอกก็จะถูกเปิดเผย
“น่าเศร้าที่พวกเขาไม่ได้ถามถึงคนที่มีความสามารถในการสะกดจิตในเผ่ามังกรแต่เราเองก็คงจะไม่รู้เรื่องนี้ถ้าไม่ใช่เพราะจักรพรรดิกู่หรง”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง
แน่นอน เขาไม่ต้องการจะบอกเรื่องนี้แก่กองกำลังจากภายนอกเพราะการปล่อยให้เผ่ามังกรค้นพบว่าโลกใบนี้มีกองกำลังจากภายนอกด้วยตนเองจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าแผนเดิมของเขามาก
โลกของสัตว์อสูร
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์บินอย่างต่อเนื่องและมาถึงพื้นที่ตามที่หลงเฟิงบอกและเริ่มค้นหาร่องรอยของเผ่ามังกรทันที
“มนุษย์ระดับศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้และดูเหมือนว่ามันกำลังค้นหาอะไรอยู่ หรือว่าเราจะถูกพบตัวแล้ว?”
หลงอ้าวขมวดคิ้ว
“ข้าจะไปสะกดจิตมันเพื่อถามดู!”
หลงเถิงกล่าว
วู๊ซซซ!
มังกรหลงเถิงบินไปหาผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ทันที
เมื่อเห็นหลงเถิงมังกร ผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ก็ยืนยันตัวตนของหลงเถิงได้ทันทีจากนั้นเขาก็เปิดใช้งานเครื่องส่งสัญญาณ
ทันทีที่เขาเปิดใช้งานเครื่องส่งสัญญาณข้อความที่ถูกตั้งไว้ก็ถูกส่งออกไป
“เจ้าเป็นใครมาทำอะไรที่นี่?”
หลงเถิงถาม
“หน่วยกล้าตายแห่งหอคอยเกียรติยศมาที่นี่เพื่อสืบหาร่องรอยของเผ่ามังกร!”
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์กล่าวออกมาตามความจริงเนื่องจากพรสวรรค์การสะกดจิต
“หอคอยเกียรติยศคืออะไร?”
หลงเถิงถาม
“หอคอยเกียรติยศเป็นขุมกำลังระดับห้าดาวบนกาแล็กซีทางช้างเผือก!”ระดับศักดิ์สิทธิ์กล่าวตอบอีกครั้ง
“กาแล็กซีทางช้างเผือกเจ้าไม่ได้มาจากโลก???”
หลงเถิงตกใจ
นี่หมายความว่าโลกกำลังถูกจับตามองโดยกองกำลังมนุษย์ในกาแล็กซีแล้วก่อนหน้านี้เขาได้สอบปากคำระดับจักรพรรดิ แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับไม่ได้พูดถึงกองกำลังภายนอกสักนิด!
“เป็นไปได้ไหมว่าระดับจักรพรรดิผู้นั้นมีระดับต่ำเกินไปกองกำลังต่างๆ จากโลกภายนอกยังคงซ่อนตัวอยู่ ดังนั้นระดับจักรพรรดิทั่วไปจึงไม่รู้ว่าบนโลกมีกองกำลังจากภายนอก?”หลงเถิงคาดเดา
“จุดประสงค์ของหอคอยเกียรติยศคืออะไร?”
หลงเถิงถามอีกครั้ง
“จุดประสงค์ของหอคอยเกียรติยศคือ...”
ยังไม่ทันพูดจบ วิญญาณของผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์พลันถูกฉีกกระชากภายใต้อิทธิพลของกฎแห่งจักรวาลนี่คือกฎจากคำสาบานแห่งชีวิต!
“มันตายแล้ว?”
หลงเถิงขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ตายเพราะคำสาบานหากผิดคำสาบานที่ให้ไว้ วิญญาณของเขาจะถูกทำลายในทันที
หลงเถิงผิดหวังเล็กน้อยที่ถามถึงจุดประสงค์ของหอคอยเกียรติยศไม่ได้
แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้อะไรเลย!
อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าโลกได้ดึงดูดความสนใจจากกองกำลังมนุษย์ในกาแล็กซีแล้วแต่เขาก็ไม่ได้กังวลมากนัก เพราะหอคอยเกียรติยศเป็นเพียงขุมอำนาจระดับ 5 ดาว
จากความเข้าใจของเขาที่มีต่อมนุษย์กองกำลังระดับ 5 ดาวไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก กองกำลังใดที่มีตัวตนระดับเทพจะถูกเรียกได้ว่ากองกำลังระดับ5 ดาว และต้องมีตัวตนระดับเทพที่แท้จริงซึ่งอยู่เหนือกว่าระดับเทพเท่านั้น จึงจะมีคุณสมบัติที่จะเป็นขุมพลังระดับ6 ดาวได้
แต่หอคอยเกียรติยศเป็นเพียงขุมพลังระดับ5 ดาว แน่นอนว่ามันหมายความว่าพวกเขาไม่มีระดับเทพที่แท้จริงอยู่
นอกจากนี้
ระดับเทพก็ไม่สามารถเข้าสู่โลกได้ระดับเทพของเผ่ามังกรเองก็เช่นกัน
หากทั้งสองฝ่ายต้องการที่จะต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงโลกแน่นอนว่ามันต้องเป็นการต่อสู้ของระดับจักรพรรดิ!
“ระดับจักรพรรดิ?ฮี่ฮี่ มีเผ่าพันธุ์มากมายที่จงรักภักดีต่อเผ่ามังกรของเรา กองกำลังระดับ5 ดาว จะมีระดับจักรพรรดิที่แข็งแกร่งสักกี่คนกัน? หากเป็นกองกำลังระดับ 6 ดาวที่กำลังจับตามองโลก พวกเราคงจะหวาดกลัวอยู่บ้างแต่ขุมกำลังระดับ 5 ดาว เผ่ามังกรของพวกเราไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญ!” หลงเถิงพ่นลมอย่างเย็นชา
แต่ในตอนนี้เขากลับรู้สึกสนใจโลกมากยิ่งขึ้นดาวเคราะห์ที่สามารถทำให้กองกำลังระดับ 5 ดาวสนใจได้ ย่อมเป็นดาวเคราะห์ที่ไม่ธรรมดา อีกทั้งกองกำลังเหล่านี้ยังคงซ่อนตัวอยู่หากเป็นดาวเคราะห์ทั่วไป พวกมันคงจะเลือกที่จะยึดครองไปนานแล้ว คงจะไม่ซ่อนตัวอยู่จนถึงทุกวันนี้
จากนั้น
หลงเถิงก็กลับไปบอกกับหลงอ้าวและคนอื่นๆเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้รู้
เมื่อได้รู้เรื่องราวทั้งหมดหลงอ้าวก็เสนอขึ้นว่า “ส่งคนกลับไปรายงานเรื่องนี้ก่อน หวังว่าพวกเขาจะส่งสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ5 ดาราขึ้นไปมาเป็นจำนวนมากส่วนจะจัดการกับความสัมพันธ์กับกองกำลังมนุษย์ระดับ 5 ดาวอย่างไรนั้นอย่างน้อยเราจะต้องมีกำลังมากพอที่จะเจรจาต่อรองกับพวกมัน เพราะถ้าหากลำพังพวกเราเพียงไม่กี่คนพวกมันย่อมไม่ให้ความสำคัญต่อเราแน่ๆ”
“ตกลง!”
หลงเถิงและเผ่ามังกรตนอื่นๆต่างพยักหน้าเห็นด้วย