ยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ

    บทที่ ๘๙ แรกถึงโอริสนคร (re-edition)

            แม่น้ำ ‘อุมาวดี’ ก่อกำเนิดจากเทือกเขามหาเทวาลัยอันศักดิ์สิทธิ์ หยดน้ำบริสุทธิ์หลอมละลายจากหิมะกลายเป็นธารน้ำสายน้อย ธารน้ำเหล่านั้นไหลลงจากเทือกเขากลายเป็นลำคลองนับร้อย แล้วจึงรวมตัวกันจนเกิดเป็นลำน้ำขนาดใหญ่ทอดยาวไปสู่ตอนล่างของทวีป หากต้องการเดินทางสู่ราชธานี ‘โอริสนคร’ เส้นทางน้ำสายนี้จึงเป็นเส้นทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด

            คณะชาวกุสุมาเดินทางต่อด้วยการเหมาเรือโดยสารแล่นทวนกระแสน้ำอุมาวดีขึ้นไปยังทิศเหนือ ราวห้าถึงหกวันก็ถึงเมือง ‘ธาราราช’ ซึ่งเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ แล้วจึงเดินทางด้วยทางบกอีกวันหนึ่งจึงจะบรรลุถึงราชธานีแห่งแคว้นโอริสา

            ราชธานี ‘โอริสนคร’ ตั้งอยู่เหนือสุดของแคว้น โดยภูมิศาสตร์ถูกโอบล้อมด้วยปราการภูเขาหิน ภายในคือตำบลแอ่งกระทะอันอุดมสมบูรณ์ เมืองอันศรีวิไลก่อตั้งมากว่าสามพันปีมีประชากรอาศัยอยู่เนืองแน่นราวสองแสนกว่าคน

            ท่านชายเจ้าสำอางผู้สูงศักดิ์โดยสารบนม้าชั้นเลิศสีขาว คนอยู่ในชุดคลุมสีแดงเข้มภายในเป็นชุดผ้าไหมเลิศหรูสะอาดตาขับเน้นศักดิ์ฐานะของมันจนสูงส่ง ที่ด้านข้างคือซออะวินควบม้าอยู่เคียงข้างตามด้วยคาราวานเกวียนเป็นขบวนยาว

            ท่านชายกล่าวอย่างยินดี “ในที่สุดก็เดินทางมาถึงจนได้ ..” สายตามองดูผู้คนนับพันที่กำลังเร่งเดินทางไปทิศทางเดียวกับคณะของมัน

            ซออะวินกล่าวอย่างนอบน้อม “องค์ชายได้รับความลำบากแล้ว ..” พวกมันเดินทางมาจนถึงจุดหมาย ไม่มีความจำเป็นต้องปกปิดฐานะอีกต่อไป

            ท่านชายกล่าวตอบ “ฮึ .. ลำบากเพียงเล็กน้อย .. ไม่ถือเป็นอันใดได้ ..” แล้วจึงสนทนาต่อ “ท่านอาซอ .. ท่านดูสดชื่น ไม่คล้ายผู้ถูกพิษ .. มองดูเหมือนพลังยุทธ์ของท่านยังสูงส่งกว่าเก่าก่อนอีก”

            ดวงของตาซออะวินทอประกายลึกล้ำ กล่าวว่า “พิษของเจ้าโจรถ่อย .. ทำอันใดข้ามิได้หรอก ..”

            ท่านชายหัวเราะฮาฮา กล่าวว่า “ยอดเยี่ยม .. ท่านอาซอของข้าช่างยอดเยี่ยม .. ฮา ฮา”

            ที่ท่านชายสังเกตได้ก็คือ .. หลังเหตุการณ์ที่ถูกกลุ่มโจรโฉดบุกปล้นภายในชุมทางอรัญ อาการถูกพิษทำร้ายของซออะวินก็ยิ่งทวีความรุนแรงจนมันอดตระหนกไม่ได้

            ขณะเดินทางโดยเรือโดยสาร ซออะวินต้องเก็บตัวรักษาพิษภายในห้องถึงสามวันสามคืน .. เมื่อกลับออกมาไม่เพียงอาการพิษจะหายเป็นปลิดทิ้ง แต่ท่าทางของซออะวินยังแปรเปลี่ยนเป็นล้ำลึกสุดจะหยั่ง ราวพลังฝีมือของมันรุดหน้าไปอีกระดับขั้นหนึ่ง

            ซออะวินยังยิ้มกล่าวสนทนา “.. องค์ชายมาเป็นตัวแทนของพระบิดา .. ต้องวางตัวให้เหมาะ .. สมกับเป็นตัวแทนแห่งแคว้นเรา”

            ท่านชายกล่าวด้วยเสียงเล็กแหลม “ท่านอาซอ ..” ท่าทีของมันราวเด็กน้อย “.. ท่านยังเห็นข้าเป็นผู้เยาว์อยู่หรืออย่างไร”

            ซออะวินยิ้มให้แล้วกล่าวต่อ “.. ระวังกิริยาไว้บ้างก็ดี มาคราวนี้ต้องพบกับผู้คนมากมายนัก”

            ท่านชายทำหน้าแง่งอนกล่าวว่า “เอาน่า .. เอาน่า .. ข้ามิให้พระบิดาเสื่อมเสียพระเกียรติหรอก”

            ซออะวินส่ายหัวยิ้มอย่างเอ็นดู .. องค์ชายน้อยลูกศิษย์ของมันผู้นี้ยังถือว่าเยาว์วัย .. การเดินทางมาคราวนี้มันต้องไปเจรจาการค้ากับบุคคลมากมาย ไม่แน่ว่าจะมีเวลาคอยติดตามอยู่ข้างกายตลอดเวลา

            ทั้งสองควบม้าเดินสนทนากันตลอดทาง .. อยู่ๆ ท่านชายก็กล่าวโพล่งออกมา “ข้าจะเพิ่มชื่อเจ้าโล้นในงานประลองยุทธ์”

            เมื่อซออะวินได้ยินก็หันขวับกลับมา แล้วกล่าวว่า “ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ทั้งสามของเรา ก็น่าจะเพียงพอแล้ว”

            ท่านชายกล่าวอย่างไม่พอใจ “ฮึ .. พวกมันล้วนไม่ได้ความถึงเพียงนั้น .. แคว้นกุสุมาต้องขายขี้หน้าเป็นแน่แล้ว” มันหมายถึงยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ .. หลิวน้อย จงน้อย และม่องน้อยที่พ่ายแพ้ให้กับโจรถ่อยเมื่อครั้งเดินทางผ่านชุมทางอรัญ

            ซออะวินกล่าวค้านต่อ “.. เจ้าโล้นผู้นี้ มีความเป็นมาไม่ชัดเจน ท่านชายไม่สมควรวางใจมันเกินไป”

            ท่านชายกล่าว “ถูกของท่าน .. เราไม่ควรวางใจเจ้าโล้นเกินไป .. แต่มันพอมีฝีมืออยู่บ้าง ทั้งยังเป็นผู้เยาว์ .. ส่งแข่งขันเพิ่มอีกสักคนหนึ่ง ก็มิเสียหายมิใช่หรือ ..”

            ซออะวินคิดอันใดครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “ท่านชายมิต้องให้ความสำคัญงานประลองยุทธ์นี้มากจนเกินไป” มันกล่าวต่อ “.. การประลองครานี้เป็นสีสันเพิ่มความสนุกสนาน .. เพียงเท่านั้น ..”

            ท่านชายทำสีหน้าประท้วง “ท่านอาคิดดู .. แคว้นกุสุมาของพวกเราเป็นเพียงแคว้นเล็กๆ แคว้นหนึ่ง .. ผู้คนต่างเคารพยกยอเรา เพียงเพราะประสงค์ในทองคำที่เราครอบครอง ..”

            ซออะวินมีสีหน้าเงียบขรึม .. เป็นจริงดังวาจาของท่านชาย เพียงเพราะความมั่งคั่งในทรัพย์สมบัติของพวกมันจึงได้รับความนับหน้าถือตาจากบุคคลภายนอก หากกล่าวถึงเกียรติประวัติและพลังฝีมือในเชิงยุทธ์ แคว้นกุสุมายังอยู่เพียงระดับปลายแถว หามีผู้คนยอมรับไม่ .. แต่ยังโชคดีที่ยังมียอดยุทธ์เช่นซออะวินผู้นี้ผุดเด่นขึ้นมา

            ท่านชายยังกล่าวต่อ “ผู้เยาว์ที่ได้เข้ารอบแปดคนสุดท้ายในงานประลอง ทั้งมันและคณะจะได้รับการจัดตำแหน่งให้เคียงคู่กับสำนักยุทธ์ทั้งสี่และแคว้นใหญ่ทั้งแปด .. ท่านอาซอคิดว่านี่เป็นเพียงสีสันเพิ่มความสนุกสนาน .. หรือ ..”

            ที่ท่านชายกล่าวถึงคืองานเลี้ยงใหญ่ที่จะจัดขึ้น .. ถึงแม้จะมีตัวแทนจากแคว้นและสำนักยุทธ์มากมายได้รับเชิญมาในงาน แต่ผู้ที่ได้รับเกียรติจัดให้นั่งในพื้นที่ชั้นในใกล้ชิดกับราชาแคว้นโอริสานั้น จำกัดเพียงผู้ยิ่งใหญ่แห่งทวีป .. ส่วนคณะอื่นๆ รวมทั้งพวกมันล้วนถูกจัดให้อยู่รอบนอกทั้งสิ้น

            ท่านชายกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น “หลังงานชุมนุมชมมังกร .. ชาวกุสุมาเราต้องมีเกียรติมิแพ้แคว้นใดในทวีป ..” แล้วหันมาจ้องมองซออะวิน .. “นี่จึงเป็นการทำหน้าที่ตัวแทนของพระบิดาอย่างสมบูรณ์แบบ .. ท่านอาเข้าใจแล้วหรือไม่ ..”

            ซออะวินยังไม่เชื่อหูตนเองว่านี้คือวาจาจากองค์ชายน้อยศิษย์ของมัน .. มันพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “.. องค์ชายเติบใหญ่แล้วจริงๆ”

            ภูมิประเทศเริ่มสูงชัน เหล่าคนงานต่างช่วยกันดันด้านท้ายของเกวียนบรรทุกเพื่อลดภาระแก่สัตว์ชักลาก เพื่อมิให้พวกมันใช้กำลังจนหนักเกินไป

            “อันใดคือ .. สำนักยุทธ์ทั้งสี่ .. และแคว้นใหญ่ทั้งแปด” เสียงของอุทัย มันอยู่ท้ายขบวนแต่ได้ยินคำสนทนาของท่านชายและซออะวินอย่างชัดเจน

            เมี๊ยวววว .. แมวน้อยซิงซิงเกาะอยู่บนบ่าขวาของอุทัย นางกล่าวดุด่าว่า “เจ้างั่ง .. ไปอยู่ที่ใดมา ..”

            เจ้าวานรน้อยที่เกาะอยู่บนบ่าซ้ายถึงกับสะดุ้ง ส่วนอุทัยเกาคางมีสีหน้าสงสัยแล้วกล่าวว่า “ฮือ .. แปดแคว้นใหญ่ข้าพอร่ำเรียนมา .. แต่สำนักยุทธ์ทั้งสี่ .. นี่ .. คืออันใด ..”

            .. ที่ว่าแปดแคว้นใหญ่แห่งทวีปก็คือ อโยธยา มหาการีย์ โอริสา กุมพกาม โกษิยะ นรยาปุระ ฉัตตีสครห์ และมัธยะปุรา

            เมี๊ยวววว .. แมวน้องซิงซิงร้อง นางกล่าวต่อ “.. สำนักยุทธ์ทั้งสี่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปก็คือ .. วังดาราจักร ตำหนักเทพยุทธ์ สำนักกระบี่สวรรค์ และลัทธิสุริยันจันทรา .. อย่างไรเล่า ..”

            อุทันร้องกล่าว .. “อ่า .. ข้าคิดว่าสำนักตักสิลา ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว ..”

            ม๊าวววว .. แมวน้องซิงซิงร้อง “เจ้าโง่ .. สำนักตักสิลาที่เจ้าเคยซุกหัวนอน .. อยู่เพียงลำดับพันกว่าๆ เท่านั้น ..”

            อุทัยกล่าวพึมพำ “เช่นนั้นหรือ ..” มันถูกแมวน้อยด่าจนเกาหัวแกรกๆ ทำท่าดังเด็กโง่งม .. สำนักยุทธ์ในทวีปแห่งนี้ช่างมีมากมายนัก

            แมวน้อยซิงซิงกล่าวต่อ “เจ้าต้องติดแปดลำดับแรก จึงจะได้เจอกับหลานของเจ้าตาเฒ่านั่น ..” ตาเฒ่าที่นางกล่าวหมายถึง ‘มหาเวทดาวดึงส์’ และหลานของมันคือ ‘เจ้าฟ้าอนันตราช’ ผู้เป็นตัวแทนแคว้นมหาการีย์

            อุทัยกล่าวอย่างถือดี “ข้าเพียงวิ่งอย่างรวดเร็ว ลอบเข้าไปหามันมิได้หรือ ..”

            ม๊าวววว .. แมวน้องซิงซิงกล่าว “เจ้าคิดว่าเมื่อถึงโอริสนครจะเคลื่อนไหวได้โดยง่ายหรือ .. มันเป็นตัวแทนของแปดแคว้นผู้ทรงเกียรติ .. ต้องพักอาศัยในสถานที่เฉพาะ .. ได้ยินมาว่าเวทมนตร์ของเมืองราชธานีโอริสนครตรวจสอบได้แม้เป็นเพียงแมลงวันต่างถิ่นตัวหนึ่งแอบบินเข้ามา ..”

            อุทัยอ้าปากค้าง .. เวทมนตร์อันใด .. แม้เป็นแมลงตัวน้อยก็ไม่สามารถหลบลอดไปได้ มันคิดอันใดได้จึงกล่าวต่อ “.. เมืองนพรัตน์ถูกทัพมัธยาชิงคืนแล้ว ข้าเกรงว่ามันจะรีบกลับไปช่วยตาเฒ่าเสียก่อน ..”

            แมวน้อยซิงซิงกล่าว “.. แล้วเจ้าได้ข่าวหรือไม่ .. ข้ามิได้ยินผู้ใดกล่าวถึงเหตุการณ์นี้แม้เพียงนิด ..”

            อุทัยนิ่งเงียบ .. เป็นจริงดังซิงซิงกล่าวมีเพียงพวกมันที่รับรู้เรื่องราว .. ข่าวการต่อสู้ที่เมืองนพรัตน์ยังไม่เดินทางมาถึงสถานที่ห่างไกลเช่นนี้

            แมวน้อยซิงซิงกล่าวต่อ “เอาเถอะ .. คืนนี้ข้าจะพาเจ้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ..” .. สายตาของนางแมวน้อยเลื่อนลอยราวกำลังคิดถึงเรื่องราวบางอย่าง .. อุทัยไม่กล่าวอะไรอีก ทำการออกแรงดันเกวียนขึ้นเนินต่อไป

            ขบวนผู้คนยังก้าวเดินต่อ ถนนหินนำพาทั้งหมดสู่ช่องเขาเป็นทางยาวขนาดใหญ่ เมื่อผ่านช่องเขานั้นออกมาท่านชายและผู้คนทั้งหลายถึงกับสายตาจ้ากระจ่าง

            พวกมันยืนอยู่บนเนินเขา .. ที่ปรากฏแก่สายตาคือพื้นที่แอ่งกระทะขนาดมหึมา รอบนอกคือพื้นที่เพาะปลูกเป็นไร่นากว้างไกลสุดลูกตา ถัดเข้ามาคือกลุ่มบ้านเรือนก่อด้วยอิฐฉาบปูนสีขาว คาดคะเนด้วยสายตาต้องมีไม่น้อยกว่าแสนหลังคาเรือน ส่วนตรงกลางที่ถูกโอบล้อมประดุจไข่แดงคือพระราชวังหลวงโอริสนคร

            เมืองพระราชวังอันยิ่งใหญ่ก่อกำแพงเป็นหินศิลาแกร่งสูงกว่าสามสิบศอก มองจากไกลๆ เห็นหลังคาปราสาทอันวิจิตรมากมายสุดคณานับ ที่เด่นสง่าคือสิ่งปลูกสร้างเป็นหินสีขาวสัณฐานรูปทรงห้าเหลี่ยม แบ่งเป็นชั้นๆ ถึงสิบห้าชั้นลดหลั่นกันไป ความยิ่งใหญ่ประดุจภูเขาศิลาอันศักดิ์สิทธิ์ให้ความรู้สึกเป็นดังจุดศูนย์กลางของสรรพสิ่งบนพื้นพิภพ

            .. แม้ในยามกลางวันยังมองเห็นแสงเรืองรองส่องสว่างออกมาจากภายในอย่างน่าพิศวง .. สถานที่แห่งนั้นคือ .. ‘วิหารมังกรบุราณ’

            ความตระการตาของเมืองโอริสนครทำคณะผู้มาเยือนทั้งหมดยืนนิ่งตื่นตะลึง ผู้ที่มาครั้งแรกยังอ้าปากค้างในความโอฬารของมหานครแห่งนี้ ..

            เพียงชั่วครู่ก็มองเห็นขบวนทหารม้าควบออกมาจากเมือง นำขบวนโดยองค์ชาย ‘วรราช’ บุตรชายคนรองของมังกรเรื่องโรจน์ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ระดับสูงได้ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง

            องค์ชายวรราชผู้นี้อายุสามสิบเศษรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาคมคาย แต่งกายเรียบง่ายลักษณะราวบัณฑิตคงแก่เรียน มาถึงก็ลงจากหลังม้าแล้วตรงเข้าต้อนรับด้วยไมตรี

            ซออะวินกระซิบบอกศักดิ์ฐานะของผู้มาแก่ท่านชาย แล้วทั้งสองจึงลงจากหลังม้าเดินเข้ามาอย่างสุภาพ

            องค์ชายวรราชยกมือขวาทาบหน้าอกขึ้นคารวะ กล่าวว่า “เป็นเกียรติของชาวโอริสา .. ที่ได้ต้อนรับน้องม่านฟ้าและคณะจากกุสุมา ..”

            นามของท่านชายคือ ‘เจ้าม่านฟ้า’ .. มันยิ้มกริ่มไม่ยอมหุบปาก ประสานสองมือกุมขึ้นคารวะแล้วกล่าวว่า “มิได้ .. มิได้ .. เป็นเราที่ยินดีมากกว่า องค์ชายรองถึงกับมารับด้วยองค์เอง .. เป็นเกียรติแก่ชาวกุสุมายิ่งนัก”

            องค์ชายวรราชกล่าวตอบอย่างเกรงใจ “.. น้องม่านฟ้ายกย่องเราเกินไป” แล้วจึงหันมาพิจารณาซออะวินที่ยืนกุมมือคารวะอยู่ด้านข้าง แล้วกล่าวว่า “.. ท่านผู้นี้คงเป็น .. อาจารย์ซอ ดาบภูผา .. ผู้ลือเลื่อง แล้ว ..” มันยกมือขวาทาบหน้าอกก้มกายแสดงคารวะแก่ซออะวิน

            เมื่อองค์ชายวรราชสัมผัสได้ถึงพลังปราณของซออะวิน .. มันถึงกับอุทาน “อาาาา .. ได้ยินชื่อเสียงมานาน .. ตัวจริงช่างลึกล้ำสุดยอด .. นับถือ .. นับถือ ..”

            “มิได้ .. มิได้ ..” ซออะวินรีบกล่าวถ่อมตัว ส่วนท่านชายม่านฟ้าหัวเราะฮาฮาด้วยความยินดี

            คณะชาวกุสุมาได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ องค์ชายวรราชควบม้าเคียงคู่กับเจ้าม่านฟ้าโดยใช้เส้นทางหลักของเมือง เป็นถนนปูด้วยแผ่นหินราบเรียบมีความกว้างเพียงพอให้รถม้าสิบคันวิ่งผ่านได้พร้อมกัน

            สองข้างทางเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนส่วนใหญ่ทาสีขาวสะอาดตา เมื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองตัวอาคารเปลี่ยนเป็นสูงถึงสามสี่ชั้นก่อสร้างติดต่อกันเป็นแนวยาว รถม้าโดยสารและบรรทุกสินค้าวิ่งกันอย่างขวักไขว่

            เมื่อผ่านย่านการค้าพบเห็นผู้คนเบียดเสียดกันจนละลานตา ชาวโอริสาต่างแสดงความเคารพองค์ชายวรราชกันทั่วหน้า บ้างโบกไม้โบกมือให้การต้อนรับคณะผู้มาเยือน สร้างความยินดีแก่ท่านชายม่านฟ้าเป็นอย่างยิ่ง

            พิธีการทางการทูตถูกจัดที่พระราชวังส่วนหน้า .. อัญมณีมีค่ารวมทั้งทองคำกว่าห้าเกวียนถูกบรรณาการให้แก่แคว้นโอริสา ทรัพย์สินมากมายสร้างความพึงพอใจแก่องค์ชายวรราชยิ่งนัก พระองค์มอบกระบี่วิเศษมีค่าควรเมืองเล่มหนึ่งเป็นสิ่งตอบแทน

            เมื่อเสร็จพิธีทางการทูต .. ท่านชายม่านฟ้า ซออะวัน และผู้ติดตามใกล้ชิดได้เข้าพำนักในตำหนักด้านทิศตะวันออก เป็นตำหนักระดับโทตั้งอยู่ชายขอบพระราชวังหลวงซึ่งมีไว้ต้อนรับเชื้อพระวงศ์จากแคว้นระดับกลาง

            ส่วนอุทัยและคนงานทั้งหมดถูกจัดให้อยู่ส่วนรับรองภายนอก .. เป็นกลุ่มอาคารอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังด้านที่ท่านชายเข้าพัก ใช้เป็นที่เก็บม้าพาหนะและข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ .. ยังมีผู้ติดตามจากแคว้นอื่นพักอยู่กลุ่มอาคารใกล้เคียง บริเวณนี้จึงเป็นสถานที่รับรองเฉพาะบ่าวไพร่ผู้ติดตาม

            เหล่าคนงานช่วยกันขนย้ายจัดแจงสิ่งของ กว่าจะแล้วเสร็จก็เป็นเวลาสองทุ่มเศษ พวกมันทั้งหลายต่างเหน็ดเหนื่อยจนแทบสลบ .. มีเพียงอุทัยที่ยังกระปรี้กระเปร่า เตรียมตัวจะอาบน้ำเพื่อออกไปท่องราตรีแล้ว

            ขณะกำลังเดินผิวปากไปด้านหลังที่พัก พื้นที่ส่วนนี้เป็นลานเปิดโล่งไม่มีหลังคา มีการผันน้ำผ่านท่อมาบรรจุใส่อ่างน้ำขนาดใหญ่หลายอ่าง

            .. ในแสงสลัวพบเห็นร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งสงบอยู่กลางลานโล่ง

            เงาร่างนี้อุทัยจดจำได้เป็นอย่างดี มันจึงร้องทักว่า “อ่าาา .. ท่าน .. อาจารย์ซอ .. มีอันใดขอรับ ..”

            ซออะวินยังยืนนิ่งไม่หันมามอง ชั่วครู่หนึ่งมันจึงกล่าวว่า “องค์ชายต้องการให้เจ้าเข้าร่วมงานประลองวันพรุ่งนี้”

            “ตกลง ! ข้าจะร่วมงานประลอง” อุทัยตอบอย่างทันควัน .. ทั้งยังมีสีหน้าเรียบเฉยมองดูเงาด้านข้างของซออะวิน

            ส่วนซออะวินรับฟังจนคิ้วขมวด .. นี่เป็นการตอบอย่างไม่คิด .. หรือ .. ผ่านการคิดมาก่อนแล้ว .. มันหันตัวกลับมาใช้สายตาจ้องมองอุทัย แล้วจึงถามว่า “.. เจ้าเป็นใครกันแน่ ..”

            อุทัยนิ่งเงียบยังไม่ตอบคำ .. เพราะคำถามของซออะวินเป็นสิ่งที่มันไม่ค่อยมั่นใจเช่นกัน

            อุทัยกล่าวขึ้นบ้าง “ข้าเป็นข้า .. จักเป็นผู้ใดไปได้เล่า ..” แล้วทำเป็นเปลี่ยนเรื่องสนทนา กล่าวว่า “อื่มมมม .. ท่านหายดีแล้ว”

            วาจานี้ของอุทัยทำซออะวินสีหน้าแปรเปลี่ยน มันกล่าวอย่างฉงน “เจ้ารู้ได้อย่างไร .. ว่าข้าหายดีแล้วจริงๆ .. ไม่ต้องจับชีพจรก็สามารถรู้ได้หรือ ..”

            หากย้อนเหตุการณ์กลับไปที่ชุมทางอรัญ .. ซออะวินถูกแผนการของผู้ประสงค์ร้ายให้โจรหน้าบากทำการแพร่พิษใส่ ในเบื้องต้นเป็นเพียงพิษบางเบายากตรวจสอบ แต่ต่อมาพิษนั้นค่อยๆ ทวีความรุนแรงกัดกินพลังปราณฝีมือของมัน .. หากปล่อยทิ้งไว้ซออะวินต้องสูญสิ้นพลังปราณทั้งหมด

            ยังดีที่อุทัยสังเกตเห็น จึงใช้อุบายเข้าทำการรักษาอย่างทันท่วงที .. ‘ปราณเทวะจริงแท้’ ล้างพิษจนหมดจด ทั้งยังพลั้งมือแถมการทะลวงจุดชีพจรทั่วร่างซออะวินจนปลอดโปร่ง .. อุทัยมิได้ยอมรับโดยตรงว่าเป็นฝีมือของมัน เพียงบอกว่าเป็นการรักษาตามตำรับยาผีบอกที่ใช้รักษาอาการป่วยบ้านๆ เพียงเท่านั้น

            แต่ผ่านมาไม่กี่วันพลังปราณของซออะวินก็เข้มข้นขึ้นกว่าเดิมนับสิบเท่า ทั้งพลังการฝึกปรือยังก้าวหน้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หากใช้เวลาฝึกฝนอีกไม่นานมันต้องบรรลุระดับ ‘ราชันปราณ’ ในไม่ช้า .. สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นสร้างความเคลือบแคลงแก่ซออะวินอย่างหาคำตอบไม่ได้

            ซออะวินครุ่นคิดไม่ตก .. หรือเจ้าโล้นผู้นี้เป็นแพทย์เทวดา .. หรือ เป็นที่ตัวมันเองที่ยอดเยี่ยมในวิชาฝีมือ .. หรือ เป็นแค่ความบังเอิญเพียงเท่านั้น ..

            อุทัยยังทำหน้านิ่ง ตอบว่า “ข้าเดาเอา .. มองดูท่านมีสีหน้าสดใสไม่เหมือนคนป่วย .. ยาสูตรผีบอกของข้าใช้การได้ดีทีเดียว ฮา ฮา”

            ยิ่งกล่าวยิ่งเผยพิรุธ .. อุทัยจึงแสร้งเป็นตลกกลบเกลื่อน .. แต่ซออะวินไม่ยอมตลกไปกับมัน .. ยังจ้องมองอุทัยด้วยสายตาคมกริบ ..

            อุทัยจึงเดินเลี่ยงๆ หลบออกไป กล่าวอย่างตะกุกตะกักว่า “ข้าขอตัวไปก่อนก้าวหนึ่ง .. เอ้ย มิใช่ .. ข้าปวดท้องหนักขอไปสุขาก่อน .. ราตรีสวัสดิ์นายท่าน” .. ป๊าดดดดด มันผายลมปล่อยเสียงและกลิ่นออกมาอย่างแนบเนียน แล้วจึงกึ่งวิ่งกึ่งเดินหายไปยังห้องส้วมที่ด้านหลังอาคาร ..

    คล้ายกับเรื่องยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ ที่คุณอ่าน

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577