เกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร

    ตอนที่ 68 ภารกิจแรก ทลายรังหมาป่า

    หลี่หยางนั่งคิดด้วยสายตาเรียบเฉย เขาเพิ่งซื้อข้อมูลเกี่ยวกับสำนักยุทธ์ชิงหลงมาทำให้เขารู้ว่า

     

    “ตามกฎของสำนัก ศิษย์ใหม่จะได้รับการจัดอันดับตามผลการทดสอบเบื้องต้น จากนั้นต้องผ่านการฝึกภาคบังคับอย่างน้อยครึ่งปี ถึงจะมีสิทธิ์เข้าสอบเลื่อนขั้นเป็นศิษย์ฝ่ายใน…”

    “หากทำผลงานดีพอ อาจได้รับสิทธิ์เข้าร่วมคัดเลือกเข้าสู่แดนลับในรอบหน้า”

     

    คำพูดเหล่านั้นยังดังก้องในหัวของเขา

     

    “ครึ่งปี… แล้วรอรอบคัดเลือกอีก… อีกนานแค่ไหนกัน?”

    เขาพึมพำ สีหน้าท่าทางดูครุ่นคิด

     

    ในตอนนี้ เขาต้องการเข้าถึงแดนลับสุสานให้เร็วที่สุดเพื่อหาวัตถุดิบวิวัฒนาการแม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ เวลาแต่ละวันมีค่ามาก — การจะถูกขังอยู่ในโครงสร้างลำดับขั้นเช่นนี้ เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

     

    “ความสามารถข้า ไม่ใช่สิ่งที่ควรถูกบีบไว้ในกฎเกณฑ์ของผู้อื่น…”

    “ยิ่งต้องไต่เต้า… ยิ่งเสียเวลา”

     

    เขาหันหลังให้กับสำนักชิงหลง โดยไม่หันกลับไปคิดอีก

     

    “ข้าไม่ต้องการชื่อเสียงจากการเป็นศิษย์ของสำนักใหญ่

    ข้าจะต้องสร้างชื่อของข้า… ด้วยพลังของตัวเอง”

     

    ภายในห้องโถงของ “พันธมิตรนักล่าอสูร” เมืองชิงหลง

    กลิ่นเลือดอ่อน ๆ เจือปนกับกลิ่นหมึกจากกระดาษภารกิจ กลิ่นที่บอกชัดว่าที่นี่ไม่ใช่สำนักเคร่งพิธี แต่คือสถานที่ของเหล่านักสู้ที่เดินบนทางแห่งดาบและเพลิง

     

    หลี่หยางกวาดตามองไปยังแผ่นภารกิจที่ติดอยู่เต็มผนัง

    ภารกิจล่ารังอสูร ปราบสัตว์กลายพันธุ์ คุ้มกันพ่อค้า หรือแม้แต่ล่าตัวอาชญากร ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน

     

    “ไม่ต้องคลานผ่านพิธีลำดับขั้น ไม่ต้องรอวันทดสอบ หรือเฝ้ารอให้ใครมาให้โอกาส…”

     

    ชายชราในชุดคลุมหนังอสูร กวาดตามองหลี่หยางและพึมพำ

     

    “ดูเจ้าหนุ่มนี่สิ… ดวงตาแบบนี้ ข้าเห็นมาไม่กี่คนหรอกที่จะอยู่รอดได้ในพันธมิตรเรา”

     

    หลี่หยางยื่นเอกสารสมัครที่เขียนด้วยลายมือของตนเอง พร้อมยื่นตราผนึกจิตวิญญาณแสดงระดับพลัง

     

    “ข้าไม่ต้องการชื่อเสียง ข้าแค่ต้องการภารกิจ… และช่องทางเข้าสู่แดนลับสุสานหมื่นอสูร”

     

    ชายชราหัวเราะเบา ๆ “แดนลับงั้นรึ? ฮึ่ม… ถ้าเจ้าทำผลงานระดับ A ได้มากพอภายในครึ่งปี เจ้าจะได้รับสิทธิ์โดยไม่ต้องรอใครอนุมัติ”

     

    หลี่หยางยิ้มบางๆ “แค่ครึ่งปีใช่หรือไม่? ข้าจะทำให้ได้ในสามเดือน”

     

    “ภารกิจของหอภารกิจกลางนั้นมีการแบ่งระดับความยากและสิทธิ์การเข้าถึงไว้อย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่ระดับต่ำสุดคือระดับ F จนไปถึงระดับ A และสูงสุดคือ S กับ SS ซึ่งจะเปิดให้เฉพาะยอดฝีมือเท่านั้น”

     

    เขายกชาขึ้นจิบ ก่อนจะวางถ้วยลงและพูดต่อ

     

    “เริ่มต้นที่ระดับ F ต้องทำให้ครบห้าภารกิจจึงจะสามารถเลื่อนขึ้นไปรับระดับ E ได้

    ส่วนระดับ E ต้องทำสิบภารกิจ

    ระดับ D ต้องทำสิบห้าภารกิจ

    ระดับ C ต้องยี่สิบ

    และเมื่อถึงระดับ B  ต้องทำถึงสามสิบภารกิจถึงจะมีสิทธิ์เลื่อนขึ้นไปสู่ระดับ A”

    ทำระดับ A ต้องทำภารกิจ 10 ภารกิจถึงจะเลื่อนระดับ S

    ชายชราพลิกแฟ้มบันทึกประวัติของหลี่หยาง ดูอย่างละเอียด ก่อนจะพยักหน้า

     

    “แต่เจ้าคงรู้ดีว่าแค่จำนวนภารกิจอย่างเดียวไม่พอ ระดับ A นั้นต้องมีคำรับรองจากเจ้าหน้าที่ประเมินพิเศษ เพราะภารกิจระดับนั้นอันตรายถึงชีวิต และบางครั้งอาจเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของแคว้นทั้งแคว้น”

     

    หลี่หยางรับฟังเงียบ ๆ สีหน้าสงบนิ่งแต่ภายในกลับร้อนแรงด้วยความมุ่งมั่น

     

    ชายชราหัวเราะในลำคอเบา ๆ

     

    เขาหันไปมองกระดานภารกิจ ตาเปล่งแสงแวววาวของนักล่าที่แท้จริง

     

    ภายในห้องรับสมัครของพันธมิตรนักล่าอสูร กลิ่นหมึกแห้งจาง ๆ คลุ้งอยู่ในอากาศปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ จากนักล่าที่เพิ่งกลับจากสนามรบ

     

    ชายชราเจ้าหน้าที่รับสมัครวางตราวิญญาณของหลี่หยางลงบนโต๊ะ พร้อมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยขณะตรวจพลังที่ปรากฏ

     

    “เจ้าหนุ่ม… อายุยังไม่ถึงยี่สิบดีด้วยซ้ำ แต่พลังอยู่ระดับ หลอมจิตวิญญาณขั้นที่ห้า แล้วงั้นรึ?”

     

    หลี่หยางพยักหน้าช้า ๆ “ใช่ ข้าอยากรับภารกิจเดี๋ยวนี้”

     

    ชายชราพึมพำเบา ๆ พลางส่งสายตาชั่งน้ำหนัก

     

    “ระดับพลังของเจ้า หากเทียบกับระบบของพันธมิตรแล้ว ถือว่าสามารถรับภารกิจระดับ B ลงมาได้อย่างปลอดภัย… แต่ภารกิจระดับ B ก็ใช่ว่าจะง่าย มีตั้งแต่ล่าสัตว์อสูรระดับจอมพล ไปจนถึงล่าผู้ฝึกพลังนอกรีตที่แข็งแกร่ง… เจ้ามั่นใจหรือไม่?”

    ชายชราจ้องมองใบหน้าหลี่หยางอีกครั้ง พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาพลิกกระดาษภารกิจระดับ B กลับไปด้านล่างของกอง แล้วหยิบแผ่นใหม่ออกมาแทน

     

    “เจ้าหนุ่ม ถึงเจ้าจะมีพลังระดับ หลอมจิตวิญญาณขั้นที่ห้า ก็เถอะ… แต่เจ้ายังไม่เคยผ่านภารกิจของพันธมิตรเลยสักครั้ง ไม่คิดจะเริ่มจากระดับ C เพื่อดูระบบก่อนหรือ?”

     

    หลี่หยางนิ่งไปเล็กน้อย สายตาไม่ได้หยิ่งผยอง แต่แน่วแน่และมั่นคง

     

    “ข้าไม่ได้ประเมินตัวเองเกินไป แค่ข้าไม่มีเวลาจะค่อย ๆ ไต่ระดับ ข้ามาที่นี่เพื่อเข้าแดนลับในอีกครึ่งปี ไม่ใช่มารอให้ระบบประเมินข้าด้วยกระดาษไม่กี่แผ่น”

     

    ชายชราหัวเราะเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี แต่สายตากลับฉายแววประสบการณ์อันแหลมคม

     

    “พูดดี… แต่จำไว้นะ ภารกิจระดับ B ขึ้นไปไม่ได้มีแค่สัตว์อสูรเท่านั้น บางครั้งอาจต้องต่อสู้กับนักล่าคนอื่นที่จ้องแย่งผลงาน หรือพวกแอบแฝงที่กลายเป็นนักล่ารับจ้างให้ขบวนการมืด หากเจ้าตายระหว่างภารกิจ ไม่มีใครมาร้องไห้แทนเจ้า”

     

    หลี่หยางกล่าวเสียงเรียบ “ข้ารู้ และข้าก็เตรียมใจไว้แล้ว”

     

    ชายชราเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วยื่นกระดาษภารกิจระดับ B แผ่นเดิมกลับมา

     

    “ก็ได้ เจ้าเลือกทางนี้เอง หวังว่าเจ้าจะไม่เสียใจในภายหลัง… แต่ถ้าเจ้ากลับมาได้ ข้าจะเป็นคนแรกที่ยินดีต้อนรับสู่ ‘ระดับนักล่าชั้นจริง’ ของพันธมิตรนี้”

    หลี่หยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “มั่นใจ ข้าไม่ได้มาเล่น”

     

    ชายชรายิ้มแสยะ มุมปากกระตุกนิด ๆ ก่อนจะยื่นป้ายโลหะบาง ๆ มาให้

     

    “นี่คือป้ายนักล่าของพันธมิตร มีตราวิญญาณของเจ้าอยู่แล้ว ใช้รับภารกิจและบันทึกผลงาน ห้ามสูญหายเด็ดขาด… และนี่คือภารกิจล่าสุดระดับ B ที่ยังไม่มีผู้ใดกล้ารับ เจ้าลองดู ”

     

    เขาดันกระดาษบาง ๆ สีเทาเงินแผ่นหนึ่งมาข้างหน้า เป็นภารกิจที่มีตรา “B” เด่นชัด

     

    [ภารกิจระดับ B] – ปราบ “รังหมาป่าเกล็ดดำ”

    สถานที่: เชิงเขาฉู่หนาน ทางใต้ของป่าเจิ้งหวง

    เป้าหมาย: ฆ่าหมาป่าเกล็ดดำอย่างน้อย 80 ตัว และผู้นำฝูง 1 ตัว

    ระดับอันตราย: กลุ่มอสูรระดับจอมพลขั้นหนึ่ง

    รางวัล: 3,500 หินปราณระดับสูง + ยาเพิ่มวิญญาณขั้นกลาง 1 ขวด

    เงื่อนไขพิเศษ: ต้องนำเขี้ยวของผู้นำฝูงกลับมายืนยัน

     

    หลี่หยางหยิบกระดาษภารกิจขึ้นอ่าน ใบหน้าไม่เปลี่ยนสีแม้แต่น้อย

     

    “ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”

     

    ชายชราหัวเราะออกมาเบา ๆ “ใจกล้าดีนัก ถ้าเจ้ารอดกลับมา… ข้าอาจจะแนะนำเจ้ากับหัวหน้าสาขาให้”

     

    หลี่หยางเก็บกระดาษภารกิจและตรานักล่าเข้าถุงเก็บของในมิติ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่กล่าวอะไรอีก

     

    …เส้นทางนักล่าเพิ่งเริ่มต้น แต่แววตาของเขาไม่เคยลังเลแม้แต่น้อย

     

    ป่าเจิ้งหวง, เชิงเขาฉู่หนาน

     

    สายลมเย็นพัดไล้ยอดไม้สูงชะลูด เสียงกิ่งไม้เสียดสีกันดังเป็นจังหวะสลับกับเสียงสัตว์อสูรแว่วมาไกล ๆ

     

    หลี่หยางยืนนิ่งอยู่ที่ขอบแนวป่า มือหนึ่งกำกระดาษภารกิจแน่น

     

    “รังหมาป่าเกล็ดดำ… ผู้นำระดับจอมพล”

    เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะเก็บแผ่นกระดาษลงในแหวนมิติ แล้วมองลึกเข้าไปในผืนป่าเบื้องหน้า

     

    กลิ่นคาวเลือดอ่อน ๆ ตลบอบอวล บรรยากาศโดยรอบชวนให้ตึงเครียดอย่างไม่ต้องสงสัย

    สัตว์อสูรในเขตนี้มีชื่อว่าโหดเหี้ยม โดยเฉพาะหมาป่าขนเกล็ดดำที่มีพฤติกรรมล่าเป็นฝูง รวดเร็วและแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรทั่วไปในระดับเดียวกัน

     

    หลี่หยางกระซิบเรียก

     

    “แม่ทัพบุปผาพิษ ออกมา”

     

     ปรากฏเงางดงามของ แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ ที่ยืนอยู่เบื้องหลังเขา กลิ่นหอมสมุนไพรอ่อน ๆ แผ่ซ่านรอบกายทันที

     

    “ช่วยข้าค้นหารังของพวกมัน — แต่ระวังอย่าให้พวกมันรู้ตัว”

     

    ไม่นาน แม่ทัพบุปผาก็แผ่เถาวัลย์หายเข้าไปในแนวไม้…

     

    …ครึ่งชั่วยามผ่านไป

     

    หลี่หยางได้รับสัญญาณจากแม่ทัพบุปผา เขาลอบเร้นฝีเท้า แฝงพลังวิญญาณแล้วเร่งไปยังจุดหมายเบื้องหน้า

     

    กลางรังหมาป่า

     


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร ที่คุณอ่าน