หลี่หยางนั่งคิดด้วยสายตาเรียบเฉย เขาเพิ่งซื้อข้อมูลเกี่ยวกับสำนักยุทธ์ชิงหลงมาทำให้เขารู้ว่า
“ตามกฎของสำนัก ศิษย์ใหม่จะได้รับการจัดอันดับตามผลการทดสอบเบื้องต้น จากนั้นต้องผ่านการฝึกภาคบังคับอย่างน้อยครึ่งปี ถึงจะมีสิทธิ์เข้าสอบเลื่อนขั้นเป็นศิษย์ฝ่ายใน…”
“หากทำผลงานดีพอ อาจได้รับสิทธิ์เข้าร่วมคัดเลือกเข้าสู่แดนลับในรอบหน้า”
คำพูดเหล่านั้นยังดังก้องในหัวของเขา
“ครึ่งปี… แล้วรอรอบคัดเลือกอีก… อีกนานแค่ไหนกัน?”
เขาพึมพำ สีหน้าท่าทางดูครุ่นคิด
ในตอนนี้ เขาต้องการเข้าถึงแดนลับสุสานให้เร็วที่สุดเพื่อหาวัตถุดิบวิวัฒนาการแม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ เวลาแต่ละวันมีค่ามาก — การจะถูกขังอยู่ในโครงสร้างลำดับขั้นเช่นนี้ เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์
“ความสามารถข้า ไม่ใช่สิ่งที่ควรถูกบีบไว้ในกฎเกณฑ์ของผู้อื่น…”
“ยิ่งต้องไต่เต้า… ยิ่งเสียเวลา”
เขาหันหลังให้กับสำนักชิงหลง โดยไม่หันกลับไปคิดอีก
“ข้าไม่ต้องการชื่อเสียงจากการเป็นศิษย์ของสำนักใหญ่
ข้าจะต้องสร้างชื่อของข้า… ด้วยพลังของตัวเอง”
ภายในห้องโถงของ “พันธมิตรนักล่าอสูร” เมืองชิงหลง
กลิ่นเลือดอ่อน ๆ เจือปนกับกลิ่นหมึกจากกระดาษภารกิจ กลิ่นที่บอกชัดว่าที่นี่ไม่ใช่สำนักเคร่งพิธี แต่คือสถานที่ของเหล่านักสู้ที่เดินบนทางแห่งดาบและเพลิง
หลี่หยางกวาดตามองไปยังแผ่นภารกิจที่ติดอยู่เต็มผนัง
ภารกิจล่ารังอสูร ปราบสัตว์กลายพันธุ์ คุ้มกันพ่อค้า หรือแม้แต่ล่าตัวอาชญากร ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน
“ไม่ต้องคลานผ่านพิธีลำดับขั้น ไม่ต้องรอวันทดสอบ หรือเฝ้ารอให้ใครมาให้โอกาส…”
ชายชราในชุดคลุมหนังอสูร กวาดตามองหลี่หยางและพึมพำ
“ดูเจ้าหนุ่มนี่สิ… ดวงตาแบบนี้ ข้าเห็นมาไม่กี่คนหรอกที่จะอยู่รอดได้ในพันธมิตรเรา”
หลี่หยางยื่นเอกสารสมัครที่เขียนด้วยลายมือของตนเอง พร้อมยื่นตราผนึกจิตวิญญาณแสดงระดับพลัง
“ข้าไม่ต้องการชื่อเสียง ข้าแค่ต้องการภารกิจ… และช่องทางเข้าสู่แดนลับสุสานหมื่นอสูร”
ชายชราหัวเราะเบา ๆ “แดนลับงั้นรึ? ฮึ่ม… ถ้าเจ้าทำผลงานระดับ A ได้มากพอภายในครึ่งปี เจ้าจะได้รับสิทธิ์โดยไม่ต้องรอใครอนุมัติ”
หลี่หยางยิ้มบางๆ “แค่ครึ่งปีใช่หรือไม่? ข้าจะทำให้ได้ในสามเดือน”
“ภารกิจของหอภารกิจกลางนั้นมีการแบ่งระดับความยากและสิทธิ์การเข้าถึงไว้อย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่ระดับต่ำสุดคือระดับ F จนไปถึงระดับ A และสูงสุดคือ S กับ SS ซึ่งจะเปิดให้เฉพาะยอดฝีมือเท่านั้น”
เขายกชาขึ้นจิบ ก่อนจะวางถ้วยลงและพูดต่อ
“เริ่มต้นที่ระดับ F ต้องทำให้ครบห้าภารกิจจึงจะสามารถเลื่อนขึ้นไปรับระดับ E ได้
ส่วนระดับ E ต้องทำสิบภารกิจ
ระดับ D ต้องทำสิบห้าภารกิจ
ระดับ C ต้องยี่สิบ
และเมื่อถึงระดับ B ต้องทำถึงสามสิบภารกิจถึงจะมีสิทธิ์เลื่อนขึ้นไปสู่ระดับ A”
ทำระดับ A ต้องทำภารกิจ 10 ภารกิจถึงจะเลื่อนระดับ S
ชายชราพลิกแฟ้มบันทึกประวัติของหลี่หยาง ดูอย่างละเอียด ก่อนจะพยักหน้า
“แต่เจ้าคงรู้ดีว่าแค่จำนวนภารกิจอย่างเดียวไม่พอ ระดับ A นั้นต้องมีคำรับรองจากเจ้าหน้าที่ประเมินพิเศษ เพราะภารกิจระดับนั้นอันตรายถึงชีวิต และบางครั้งอาจเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของแคว้นทั้งแคว้น”
หลี่หยางรับฟังเงียบ ๆ สีหน้าสงบนิ่งแต่ภายในกลับร้อนแรงด้วยความมุ่งมั่น
ชายชราหัวเราะในลำคอเบา ๆ
เขาหันไปมองกระดานภารกิจ ตาเปล่งแสงแวววาวของนักล่าที่แท้จริง
ภายในห้องรับสมัครของพันธมิตรนักล่าอสูร กลิ่นหมึกแห้งจาง ๆ คลุ้งอยู่ในอากาศปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ จากนักล่าที่เพิ่งกลับจากสนามรบ
ชายชราเจ้าหน้าที่รับสมัครวางตราวิญญาณของหลี่หยางลงบนโต๊ะ พร้อมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยขณะตรวจพลังที่ปรากฏ
“เจ้าหนุ่ม… อายุยังไม่ถึงยี่สิบดีด้วยซ้ำ แต่พลังอยู่ระดับ หลอมจิตวิญญาณขั้นที่ห้า แล้วงั้นรึ?”
หลี่หยางพยักหน้าช้า ๆ “ใช่ ข้าอยากรับภารกิจเดี๋ยวนี้”
ชายชราพึมพำเบา ๆ พลางส่งสายตาชั่งน้ำหนัก
“ระดับพลังของเจ้า หากเทียบกับระบบของพันธมิตรแล้ว ถือว่าสามารถรับภารกิจระดับ B ลงมาได้อย่างปลอดภัย… แต่ภารกิจระดับ B ก็ใช่ว่าจะง่าย มีตั้งแต่ล่าสัตว์อสูรระดับจอมพล ไปจนถึงล่าผู้ฝึกพลังนอกรีตที่แข็งแกร่ง… เจ้ามั่นใจหรือไม่?”
ชายชราจ้องมองใบหน้าหลี่หยางอีกครั้ง พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาพลิกกระดาษภารกิจระดับ B กลับไปด้านล่างของกอง แล้วหยิบแผ่นใหม่ออกมาแทน
“เจ้าหนุ่ม ถึงเจ้าจะมีพลังระดับ หลอมจิตวิญญาณขั้นที่ห้า ก็เถอะ… แต่เจ้ายังไม่เคยผ่านภารกิจของพันธมิตรเลยสักครั้ง ไม่คิดจะเริ่มจากระดับ C เพื่อดูระบบก่อนหรือ?”
หลี่หยางนิ่งไปเล็กน้อย สายตาไม่ได้หยิ่งผยอง แต่แน่วแน่และมั่นคง
“ข้าไม่ได้ประเมินตัวเองเกินไป แค่ข้าไม่มีเวลาจะค่อย ๆ ไต่ระดับ ข้ามาที่นี่เพื่อเข้าแดนลับในอีกครึ่งปี ไม่ใช่มารอให้ระบบประเมินข้าด้วยกระดาษไม่กี่แผ่น”
ชายชราหัวเราะเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี แต่สายตากลับฉายแววประสบการณ์อันแหลมคม
“พูดดี… แต่จำไว้นะ ภารกิจระดับ B ขึ้นไปไม่ได้มีแค่สัตว์อสูรเท่านั้น บางครั้งอาจต้องต่อสู้กับนักล่าคนอื่นที่จ้องแย่งผลงาน หรือพวกแอบแฝงที่กลายเป็นนักล่ารับจ้างให้ขบวนการมืด หากเจ้าตายระหว่างภารกิจ ไม่มีใครมาร้องไห้แทนเจ้า”
หลี่หยางกล่าวเสียงเรียบ “ข้ารู้ และข้าก็เตรียมใจไว้แล้ว”
ชายชราเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วยื่นกระดาษภารกิจระดับ B แผ่นเดิมกลับมา
“ก็ได้ เจ้าเลือกทางนี้เอง หวังว่าเจ้าจะไม่เสียใจในภายหลัง… แต่ถ้าเจ้ากลับมาได้ ข้าจะเป็นคนแรกที่ยินดีต้อนรับสู่ ‘ระดับนักล่าชั้นจริง’ ของพันธมิตรนี้”
หลี่หยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “มั่นใจ ข้าไม่ได้มาเล่น”
ชายชรายิ้มแสยะ มุมปากกระตุกนิด ๆ ก่อนจะยื่นป้ายโลหะบาง ๆ มาให้
“นี่คือป้ายนักล่าของพันธมิตร มีตราวิญญาณของเจ้าอยู่แล้ว ใช้รับภารกิจและบันทึกผลงาน ห้ามสูญหายเด็ดขาด… และนี่คือภารกิจล่าสุดระดับ B ที่ยังไม่มีผู้ใดกล้ารับ เจ้าลองดู ”
เขาดันกระดาษบาง ๆ สีเทาเงินแผ่นหนึ่งมาข้างหน้า เป็นภารกิจที่มีตรา “B” เด่นชัด
[ภารกิจระดับ B] – ปราบ “รังหมาป่าเกล็ดดำ”
สถานที่: เชิงเขาฉู่หนาน ทางใต้ของป่าเจิ้งหวง
เป้าหมาย: ฆ่าหมาป่าเกล็ดดำอย่างน้อย 80 ตัว และผู้นำฝูง 1 ตัว
ระดับอันตราย: กลุ่มอสูรระดับจอมพลขั้นหนึ่ง
รางวัล: 3,500 หินปราณระดับสูง + ยาเพิ่มวิญญาณขั้นกลาง 1 ขวด
เงื่อนไขพิเศษ: ต้องนำเขี้ยวของผู้นำฝูงกลับมายืนยัน
หลี่หยางหยิบกระดาษภารกิจขึ้นอ่าน ใบหน้าไม่เปลี่ยนสีแม้แต่น้อย
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
ชายชราหัวเราะออกมาเบา ๆ “ใจกล้าดีนัก ถ้าเจ้ารอดกลับมา… ข้าอาจจะแนะนำเจ้ากับหัวหน้าสาขาให้”
หลี่หยางเก็บกระดาษภารกิจและตรานักล่าเข้าถุงเก็บของในมิติ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่กล่าวอะไรอีก
…เส้นทางนักล่าเพิ่งเริ่มต้น แต่แววตาของเขาไม่เคยลังเลแม้แต่น้อย
ป่าเจิ้งหวง, เชิงเขาฉู่หนาน
สายลมเย็นพัดไล้ยอดไม้สูงชะลูด เสียงกิ่งไม้เสียดสีกันดังเป็นจังหวะสลับกับเสียงสัตว์อสูรแว่วมาไกล ๆ
หลี่หยางยืนนิ่งอยู่ที่ขอบแนวป่า มือหนึ่งกำกระดาษภารกิจแน่น
“รังหมาป่าเกล็ดดำ… ผู้นำระดับจอมพล”
เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะเก็บแผ่นกระดาษลงในแหวนมิติ แล้วมองลึกเข้าไปในผืนป่าเบื้องหน้า
กลิ่นคาวเลือดอ่อน ๆ ตลบอบอวล บรรยากาศโดยรอบชวนให้ตึงเครียดอย่างไม่ต้องสงสัย
สัตว์อสูรในเขตนี้มีชื่อว่าโหดเหี้ยม โดยเฉพาะหมาป่าขนเกล็ดดำที่มีพฤติกรรมล่าเป็นฝูง รวดเร็วและแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรทั่วไปในระดับเดียวกัน
หลี่หยางกระซิบเรียก
“แม่ทัพบุปผาพิษ ออกมา”
ปรากฏเงางดงามของ แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ ที่ยืนอยู่เบื้องหลังเขา กลิ่นหอมสมุนไพรอ่อน ๆ แผ่ซ่านรอบกายทันที
“ช่วยข้าค้นหารังของพวกมัน — แต่ระวังอย่าให้พวกมันรู้ตัว”
ไม่นาน แม่ทัพบุปผาก็แผ่เถาวัลย์หายเข้าไปในแนวไม้…
…ครึ่งชั่วยามผ่านไป
หลี่หยางได้รับสัญญาณจากแม่ทัพบุปผา เขาลอบเร้นฝีเท้า แฝงพลังวิญญาณแล้วเร่งไปยังจุดหมายเบื้องหน้า
กลางรังหมาป่า