ในตอนเช้าขจรได้เข้าไปซ้อมมวยที่ค่าย แต่ว่าครูยอดมาบอกว่า สองอาฑิตย์นี้แชมป์โลกได้เหมาค่ายเอาไว้ ห้ามคนนอกเข้ามา ดังนั้นให้ขจรกับครูทิมและคนอื่นๆ ไปซ้อมมวยกันอีกที่หนึ่ง ซึ่งเป็นค่ายมวยของเพื่อนครูยอด มีชื่อว่า ค่ายมวยสยามยุทธ์
ครูยอดให้คนขับรถพาขจรไปที่ค่ายมวยใหม่ ก็พบกับครูทิมกำลังสอนคนอื่นๆ อยู่
“ มาเลย ที่นี่กว้างขวางกว่าที่ค่ายมวยครูยอดเยอะเลย”
ขจรมองไปรอบๆ ก็พบว่าที่นี่ทั้งใหม่ และทั้งกว้างกว่ามาก แต่ทำไมแชมป์โลกถึงไม่มาเช่าที่นี่นะ
“ เอ็งสงสัยล่ะซิ ทำไมแชมป์โลกไม่มาเช่าที่นี่”
“ นั่นซิ ทำไมครับ”
“ เพราะเจ้าของที่นี่ เขาไม่ยอมให้น่ะซิ เขากลัวจะเสียลูกค้า และอีกอย่างเขาไม่ชอบหน้าของแชมป์โลก โรแลนด์”
ขจรพยักหน้าคิดว่าเจ้าของค่ายคนนี้ คงจะรวยน่าดู ถึงได้มีที่ดินกว้างขนาดนี้ในเมืองหลวงได้ ขจรไม่สนใจ เริ่มฝึกซ้อมมวยไปตามปกติ ซึ่งตอนนี้ขจรก็ซ้อมชก และเตะกระสอบทราย อย่างหนัก ตอนนี้การออกอาวุธของเขา นั้นแม้ไม่เหมือนกันเมื่อ สองร้อยกว่าปีก่อน แต่เขาก็สามารถใช้พลังจากกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน วิธีการออกอาวุธที่ถูกต้อง และการกินอาหารตามหลักโภชนาการ ปัจจุบัน จากที่เขาผอมแห้ง ไร้กล้ามเนื้อ ก็เริ่มมีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นมา ยิ่งเขาได้ทำการฝึกท่าฤาษีดัดตนเป็นประจำ ทำให้ไขกระดูก ของเขาได้ทำการผลัดเปลี่ยน จนแข็งแกร่งขึ้น กว่าแต่ก่อนมาก ทำให้เวลาถอดเสื้อจะเห็นมัดกล้ามที่สมบูรณ์แบบของเขาในตอนนี้
ยิ่งเวลาเขาชกและเตะกระสอบทราย มันจึงมีเสียงดังลั่น ทำให้นักมวยคนอื่นๆ สนใจเป็นอย่างมาก แม้นส่วนตัวของขจรเอง ก็อยากที่จะฝึกการนำพลังปราณออกมาใช้บ้าง แต่ว่า เขายังไม่รู้จะฝึกฝนได้ จึงต้องฝึกการออกอาวุธจากกล้ามเนื้อธรรมชาติไปก่อน
ในห้องของหัวหน้าค่ายมวยสยามยุทธ์
“ เด็กคนนี้เป็นใคร ดูหน่วยก้านไม่เลวเลยนะครู”
มาดามเกรซ เจ้าของค่ายมวย สาวสวยวัย 45 เห็นขจรซ้อมมวยก็เอ่ยถามครูทิมที่ถูกเชิญเข้ามาหาในห้อง
“ อ๋อ ขจรเดช เขากำลังจะขึ้นชกชิงแชมป์กับ สิงหราช แชมป์ของเวทีเดอะแชมเปี้ยน ในสัปดาห์หน้า”
“ อ้อ เด็กคนนี้นี่เอง ได้ข่าวเพิ่งขึ้นชกมาแค่ สองสามไฟต์เอง ทำไมครูยอดเร่งให้เขาขึ้นชกไวขนาดนี้”
“ ผมก็เคยบอกแล้ว แต่ครูยอดบอกว่า มันเป็นไฟต์บังคับ ไอ้จรมันดันไปชกน็อครองแชมป์เมื่อครั้งก่อน ทำให้มันกลายเป็นรองแชมป์อัตโนมัติ ถึงเวลาที่แชมป์ต้องชก กับ รองแชมป์ มันจึงต้องชกทันที”
“ เลื่อนเวลาไปก่อนก็ได้นี่ นี่เขาเพิ่งชกมาไม่ถึงเดือนเลยไม่ใช่รึ?”
“ เรื่องนี้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“ เด็กคนนี้น่าสนับสนุน ฉันว่า อยากจะขอซื้อตัวเด็กคนนี้มาฝึกมวยสากล ครูทิมเห็นด้วยไหม”
“ โอ้ มาดามก็มองเห็นด้วยหรือครับ ว่าไอ้หมอนี่ ชกมวยสากลได้”
“ ดูจากการเคลื่อนไหว และสเต็ปการเดินบนเวที ฉันรู้สึกว่า มันเหมือนกับพวกแชมป์เปี้ยนโลกเลย”
“ แต่ก็ลองคุยกันดูครับ เด็กมันก็ยังไม่ได้เซ็นสัญญากับครูยอด แต่หากมันได้แชมป์ขึ้นมา ผมว่ายากที่ครูยอดจะปล่อยตัวมันไปให้ค่ายอื่น”
“ อืม ฉันขอให้เขาลองชกกติกามวยสากล กับ เคนชิโร่ สักสามยกจะได้ไหม”
“ ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมจะไปบอกมันให้”
ครูทิมเดินออกไปพูดกับขจรเรื่องนี้
“ ก็ได้ครับ ไม่ทราบว่ามาดามเกรซ จะให้ผมชกมวยกติกาสากลทำไม”
“ มาดามคงคิดว่า เอ็งคู่ควรที่จะให้เธอสนับสนุนหรือเปล่า”
“ ผมถนัดแต่มวยไทย หากว่าถูกกดดัน เผลอวางศอกใส่ อย่ามาว่ากันนะครับ”
ขจรเอ่ยอย่างอารมณ์ดี ครูทิมหัวเราะแล้วให้ไปรอบนเวทีได้เลย
โดยบนเวทีมี นักมวยสากลชื่อว่า เคนชิโร่ เป็นนักชกลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น น้ำหนักมากกว่า ขจร 5 ปอนด์ แต่สำหรับเขาไม่ใช่ปัญหา เฮฟวี่เวท ยังสู้มาแล้วเลย
“ กติกามวยสากล ชกกันเพียง3 ยก ยกละ 3 นาทีก็พอ แค่ซ้อมกัน ไม่ต้องจริงจังมากนัก เริ่มชกได้” ครูแก้ว ครูสอนมวยที่ค่ายสยามยุทธ์เป็นกรรมการให้ กล่าวเตือนทั้งสองฝ่าย
พอระฆังเริ่ม เคนชิโร่ ก็โชว์สเต็ปเทพ ฟุตเวิร์ค วนไปมา แล้วแย็บก่อกวนใส่ขจรไปหลายสิบหมัด แต่ว่า ทุกหมัดก็หาได้โดนขจรไม่ ขจรก็เดินเข้าใส่ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว เคนชิโร่ หลอกแย็บไปสองที แล้วสวิงหมัดใส่ที่ใบหน้าขวา ที่เขาแย็บก่อนกวน จนการ์ดของขจรนั้นตก แต่หาได้รู้ไม่ว่า นั่นคือแผน พอเคนชิโรปล่อยหมัดมา
ขจร เบี่ยงขวานิดเดียว หมัดเฉี่ยวใบหูของขจรไป แต่ว่าหมัดของขจรก็เข้าเป้า ที่กรามล่างซ้ายของ เคนชิโร่ ถึงกับหลับกลางอากาศ ลงไปนอนนิ่ง
กรรมการครูแก้วไม่นับเลย รีบเข้ามาดูอาการทันที
ขจรรีบให้ครูทิมถอดนวม แล้วเข้าไปคลึง ขมับ แล้วกดที่เส้นเลือดต้นคอ เพื่อคลายจุดที่เขาต่อยไป เพราะตอนนี้เส้นเลือดเดินติดขัด ความจริงหากปล่อยเวลาไปสักสามสี่นาที ก็จะค่อยๆ หาย แต่ว่า ขจรใช้นิ้วมือคลึงเส้นเลือดทำให้จุดที่ติดขัดสลายไปทำให้ เคนชิโร่ หายเป็นปกติเร็วยิ่งขึ้น
“ นี่ผมเป็นอะไรไป”
“ เอ็งโดนหมัดเข้าไปนะซิ” ครูแก้วเห็นก็ตอบกลับทันที
“ เป็นไปได้ไง?”
เคนชิโร่นั้น ชกมวยสากรมาตั้งแต่เริ่มแรก เขาชกมา สิบห้าไฟต์ ชนะมาก ถึง 12 ไฟต์แพ้คะแนนไป 3 ไฟต์ ไม่เคยถูกหมัดน็อคเลย
“ ครูทิม ช่วยติดต่อ ครูยอดให้ฉันหน่อย ฉันขอพบเขาด่วนเลย”
มาดามเห็นการชกของขจร ก็รีบเอ่ยกับครูทิมด่วน แล้ว เรียกขจรมาพบเป็นการส่วนตัวในห้อง
“ ฉันอยากให้เธอเข้าฝึกฝน มวยสากล ในนามตัวแทนประเทศไทย เพื่อจะเข้าแข่งในซีเกมส์ หากว่าได้เหรียญ ก็จะส่งไป เอเชี่ยนเกมส์ และ โอลิมปิคไปเลย เธอคิดเห็นยังไง”
“ ผมไม่คิดเอาดีทางนี้ แค่มาชกมวยเพื่อหาเงินให้แม่กับน้องๆ อยู่อย่างสุขสบายเท่านั้น”
“ คนเราต้องคิดถึงอนาคต หากว่าเธอได้เป็นเหรียญทอง เธอก็จะได้เงินมากมายหลายสิบล้าน หากเป็นแชมป์โลกแล้วละก็ ค่าตัวของการขึ้นชกแต่ละไฟต์ ก็อาจจะได้ค่าชกไฟต์ละ10-100 ล้าน ดีกว่าชกมวยไทยเสียอีกนะ”
“ หากชกแล้วได้เงิน ผมก็ไม่มีปัญหาครับ แต่ว่า เรื่องนี้มาดามต้องคุยกับ ครูยอดก่อนนะครับ”
“ ไม่น่ามีปัญหา เธอยังไม่ได้เซ็นสัญญากับ ครูยอดไม่ใช่หรือ?”
“ ใช่ครับ แต่ว่า ไม่ว่ายังไง ต้องให้เกียรติครูยอดก่อน ผมไม่อยากให้ครูแกเสียน้ำใจ”
“ ดี ฉันจะคุยกับครูยอดในเรื่องนี้เอง”
ขจรซ้อมมวยเสร็จก็กำลังเดินทางกลับบ้าน มือถือก็ดังขึ้น เป็นท่านชายภาสกร นาคบดินทร์โทรเข้ามา
“ สวัสดีครับท่านชาย มีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ”
“ เธอช่วยมาที่ ร้านอาหารตำหนักริมน้ำของฉันหน่อยได้ไหม มีเรื่องอยากให้เธอช่วย”
“ ได้ครับ ผมจะไปหาเดี๋ยวนี้เลย”
ขจรให้เท็กซี่พาไปร้านอาหารตำหนักริมแม่น้ำเจ้าพระยาทันที
“ ต้องรบกวนเธอจริงๆ ฉันลองให้ผู้รู้ ผู้ชำนาญหลายคนช่วยแล้ว แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้เลย”
“ เรื่องอะไรครับ”
“ โรงแรมริมน้ำที่ฉันได้สร้างเพิ่ม มันมีปัญหาคือ พวกเขาทำการวางเสาเข็มทั้งหมด ร้อยกว่าจุด เป็นที่เรียบร้อย แต่ว่า เสาเข็มกลางที่สำคัญที่สุดที่อยู่ระหว่างกลาง กลับตอกลงไปแล้ว เท่าไรก็ไม่เข้า แม้นว่าจะใช้เครื่องขุด หรือเครื่องมือทันสมันเจาะลงไปดูว่าข้างในมีอะไร ก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ฉันเรียกพราหมณ์ หรือ พระมาช่วยดูให้ แต่ละคนก็ต่างต้องมีอาการเจ็บไข้ ไม่สบาย นักพรตเหมาซานคนแรกเกิดมีอาการชักเข้าโรงพยาบาล พราหมณ์ที่เคยทำพิธีให้ ยังไม่ได้ทันจุดธูป ก็เกิดมีอาการหายใจไม่ออก จู่ๆก็มีอาการเส้นเลือดอุดตัน ต้องเข้าโรงพยาบาล นิมนต์ท่านเจ้าคุณวัดหลวง ท่านก็เกิดอาการวิงเวียนเป็นลม ไม่ได้สติกระทันหัน
ตอนนี้การก่อนสร้างชะงักงัน หากตอกเสาเข็มกลางไม่ได้ ทางโครงการก็ไม่อาจดำเนินการต่อไปได้
ฉันเห็นเธอมีประสาทรับรู้เรื่องเหนือธรรมชาติ เคยลงไปถึงวังบาดาลได้ ฉันเลยคิดถึงเธอ”
“ ผมขอไปตรวจสอบสถานที่ก่อนนะครับ” ขจรเองก็แปลกใจ ไม่คิดว่า ยุคสมัยนี้จะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วย
ทั้งหมดนั่งรถมาพื้นที่ก่อสร้าง ริมน้ำที่อยู่ไม่ไกลจาก ร้านอาหารตำหนักริมน้ำ พอขจรเดินเข้ามา ในไซด์งานก่อสร้าง ไอดำทมึนก็กระจายฟุ้งไปทั่วเขตไซด์งานแล้ว
ขจรพยายามสังเกตุดูว่า ไอสีดำน้ำนี้มันมาจากไหน ก็พบว่า มันผุดขึ้นมาจาก ตรงกลางจุดที่เสาเข็มหลัก ไม่สามารถเจาะลงไปได้ แม้แต่สว่านนำที่หนาใหญ่ขนาดนี้
ถึงกับงอบิดเบี้ยว ไม่รู้ว่าสิงใด สามารถทำให้มันงอแบบนี้ได้
“ ที่นี่แหละ ดูซิ เหล็กหนาขนาดนี้ยังบิดเบี้ยว ทั้งๆ ที่พวกเราก็ใช้กล้องตรวจสอบโลหะลงไปลึกกว่า 30 เมตรแล้ว ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ” ท่านชายภาสกรเอ่ย
ขจรมองไปรอบๆ พบว่าด้านหน้ามี ศาลพระภูมิเจ้าที่อยู่ จึงเดินไปแล้วใช้ธูปเก้าดอก ปักลงไป แล้วตั้งจิตสมาธิ พยายามสื่อสารกับเจ้าที่
“ เจ้าหนุ่ม เอ็งเป็นใคร ทำไมถึงมารบกวนข้า ในยามข้าหลับไหลเช่นนี้”
“ ท่านเจ้าที่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น หลุมที่พวกเขาจะวางเสาเข็ม ทำไมถึงได้เป็นเช่นนี้”
“ ก็เจ้าของที่เขาไม่ยอมให้ก่อนสร้างนะซิ ถึงได้เป็นเช่นนี้”
“ แล้วท่านไม่ใช่เจ้าที่หรือไง?”
“ ไม่ใช่ ข้าหมายถึงเจ้าที่ตัวจริง”
“ ข้าขอ คุยกับเขาได้ไหม”
“ ไม่ไช่เรื่องของข้า ไม่อยากยุ่งด้วย”
“ หัวหมู 1 หัว ไก่ต้มสองตัว เหล้าบรั่นดี 1 ขวด”
ขจรยื่นขอเสนอให้กับเจ้าที่
“ ข้าไม่ใช่เจ้าที่เห็นแก่กินนะเว้ย เพิ่มเป็ดอีกตัวหนึ่ง แล้วข้าจะติดต่อให้”
“ ตกลงตามนี้”
ไม่นาน เครื่องเซ่น บูชาเจ้าที่ก็ถูกจัดมาครบ
“ เจ้าของที่ จะออกมาตอนเที่ยงคืน เจ้าคอยพบเขาเองละกัน”
เสียงของเจ้าที่ลอยมาเข้าหูของขจร
“ คืนนี้เที่ยงคืน ค่อยมาที่นี่ใหม่กันครับ”
ขจรหันไปบอกกับ ท่านชายภาสกร ทันทีที่รู้เรื่อง
ทั้งสองกลับมาที่ตำหนักริมน้ำ ท่านชายภาสกรได้ ให้ขจรมาทานอาหารร่วมกับท่านที่ ตำหนักส่วนใน ซึ่งโต๊ะอาหาร ถ้วยชาม ล้วนแล้วแต่เป็นภาชนะที่หรูหรา โดยเฉพาะช้อมซ่อม และตะเกียบ ดูเหมือนทองคำมากๆ
“ เจ้าที่เธอเล่ามา เจ้าของที่ตัวจริง ไม่ยอมให้ก่อสร้างโรงแรมอย่างนั้นรึ?”
“ เจ้าที่ท่านว่าแบบนั้น แต่ว่าเรื่องนี้ หากเราติดต่อเจ้าของที่ตัวจริงได้ คงไม่น่ามีปัญหานะครับ อาจจะสร้างศาลหรือ ปั้นรูปปั้นให้ท่าน บางทีท่านก็น่าจะยอมแล้ว
ท่านชายภาสกรถอนหายใจออกมา
“ ถ้าหากว่า เป็นเจ้าของที่ ที่แท้จริง พวกเราคงไม่ได้ก่อสร้างโรงแรมต่อแน่ๆ”
“ หืม ทำไมล่ะครับ”
“ ก็เจ้าของที่ดินแปลงนี้ แต่ก่อนเคยเป็นหม่อมในสมเด็จเจ้าฟ้านเรนทร เมื่อร้อยปีก่อน แต่ว่า ในช่วงนั้นกำลังเปลี่ยนรัชกาล เจ้าฟ้านเรนทร มีพระบัญชาให้อิสระแก่หม่อมทั้งหลาย หนึ่งในนั้น คือ หม่อมมรกต ที่ดินแปลงนี้ก็เป็นของเจ้าฟ้านเรนทรมอบให้กับท่าน อยู่มาวันหนึ่งท่านคิดจะต่อเติมบ้าน
คนงานก่อสร้างบ้านของท่าน ก็เกิดละโมบในทรัพย์สิน พวกมันสี่คน ร่วมกันฆ่า หม่อมมรกตตายแล้ว ก็นำทรัพย์สมบัติของท่านเอาไปขายกิน แต่เวรกรรมมีจริง พวกมันทั้งสี่คน ล้วนมีอันเป็นไป ต้องตายโหงกันทั้งหมด ทรัพย์สินของท่านใครได้ไป ก็ไม่มีใครอยู่อย่างมีความสุข จนต้องนำมาคืนกับตำรวจทุกราย แม้แต่ลูกหลาน ยังต้องคืนให้กับ ทางการเพื่อเก็บเอาไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ ที่ดินแปลงนี้ก็เช่นกันลูกหลานก็ได้แต่นำมาขายทอดตลาด แล้วนำเงินที่ได้ไปสร้างวัดในชื่อของท่าน คือวัดมรกต ที่อยู่ตรงริมถนนที่เราจะเข้ามายังไงล่ะ”
“ พวกเขาขายไปเพื่อทำบุญให้ หม่อมมรกต แต่ทำไมถึงได้ห้ามท่านชายก่อสร้างด้วยเล่า”
“ เรื่องนี้คนนอกอาจไม่รู้ หม่อมรกตท่านรักเจ้าฟ้านเรนทรมาก ท่านไม่ยอมจากไปจากวัง แต่ว่าถูกชายาของท่านบังคับ แล้ว เจ้าฟ้านเรนทรก็ไม่อาจช่วยเหลือได้
ทำให้หม่อมมรกต ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ว่ากันว่า พอหลังหม่อมมาอยู่ที่นี่แล้ว ได้เจ้าฟ้านเรนทรก็ได้แอบลักลอบมาหาหม่อม มรกตอยู่บ่อยๆ แต่พอพระชายาทราบเรื่อง ก็จ้างคนแสร้งมาเป็นคนงานก่อนสร้าง แล้วก็สั่งฆ่า หม่อมมรกตจนตายไป”
“ แล้วเกี่ยวอะไรกับ ท่านชายด้วยเล่า”
“ เกี่ยวซิ ก็ ชายาของเจ้าฟ้านเรนทร คือ เสด็จย่าของฉัน เจ้าฟ้านเรนทรคือเสด็จปู่ของฉันยังไงเล่า”
แย่แล้วล่ะซิ หากว่าเป็นความจริง หม่อมมรกตคงแค้นถึงลูกหลานไม่ยอมไปผุดไปเกิด คิดจองเวรจนถึงลูกหลาน คืนนี้คงต้องเจอกับ งานหนักแน่ๆ.....