ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 80 พาเจ้าเหาะไป ทั้งเร็วทั้งประหยัดเวลา

            เสี่ยวหานเห็นหลงเซี่ยวอวี่จากไปแล้วก็ได้สติกลับเข้ามาทันทีวิ่งมาข้างกายมู่จื่อหลิงอย่างตื่นเต้น

            ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดเสียงตุ้บ! พื้นราบเรียบเสี่ยวหานก็ยังล้มคะมำลงไปได้

            มู่จื่อหลิงมองเสี่ยวหานที่วิ่งมาหานางด้วยความตื่นเต้นสะดุดล้มลงกำลังจะลงจากเตียงไปพยุงก็ไม่ทันเสียแล้ว

            นางพลันหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกนางมีสาวใช้ที่โง่งมเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ไม่ได้พบเพียงสามวันพอกลับมาก็ดีใจเสียจนเป็นเช่นนี้

            หกล้มนั่นไม่ใช่เบาๆ เลยนางรู้สึกเจ็บแทนเสี่ยวหาน

            เสี่ยวหานลุกขึ้นมาอย่างแค้นใจดูเหมือนไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อยเดินมาเบื้องหน้ามู่จื่อหลิงต่ออย่างทั้งยินดีทั้งตื่นเต้น “นายน้อยท่านกลับมาแล้ว สองสามวันนี้บ่าวคิดถึงท่านนัก”

            นางเพิ่งเห็นท่านอ๋องอุ้มนายน้อยที่หลับใหลเข้ามาด้วยตนเองไม่น่าเชื่อเกินไปแล้ว ดูท่าท่านอ๋องคงสนใจนายน้อยมากขึ้นไปอีกก้าวแล้ว

            มู่จื่อหลิงมองเสี่ยวหานที่กำลังตื่นเต้นจนใบหน้าแดงก่ำกุมหน้าผากอย่างจนปัญญา พูดด้วยความปวดใจ “เสี่ยวหาน ข้ากลับมาเจ้าดีใจ ก็อย่าได้ดีใจเสียจนเป็นเช่นนี้เห็นเจ้าหกล้ม เจ็บหรือไม่”

            เสี่ยวหานสะบัดศีรษะเหมือนกลองป๋องแป๋ง“ไม่เจ็บ ไม่เจ็บแม้แต่น้อยเจ้าค่ะ!”

            นางไม่มีทางบอกนายน้อยว่าเพราะเห็นนายน้อยถูกท่านอ๋องอุ้มเข้ามานางจึงตื่นเต้นขนาดนี้มิเช่นนั้นนายน้อยต้องตำหนินางอีกเป็นแน่

            เสี่ยวหานดูเหมือนจะนึกสิ่งใดขึ้นมาได้อีกจู่ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนไป เต็มไปด้วยความกังวลใจ พูดด้วยความร้อนรน “นายน้อยตอนบ่ายหรูอี้มาเจ้าค่ะ บอกว่าดูเหมือนอาการป่วยของนายหญิงหลี่จะหนักหนาขึ้นกว่าเดิมท่านแม่ทัพร้อนใจยิ่งนัก แต่นายน้อยก็ยังไม่กลับมาเลย”

            “อะไรนะ เกิดอันใดขึ้น?” มู่จื่อหลิงกังวลตามไปด้วยอย่างรวดเร็ว

            สองสามวันก่อนหน้านี้ที่นางจะไปเยี่ยมที่สวนจิ้งซินกลางทางก็เกิดเรื่องหลงเซี่ยวหนานขึ้นมาเสียก่อน จึงมิอาจไปได้ยามนี้เรื่องของหลงเซี่ยวหนานยังไม่เรียบร้อย นางมิอาจปลีกตัวไปดูได้แม้ชั่วครู่ชั่วยาม

            เพียงแต่ยามนี้อาการของหลี่เอินสาหัสขึ้นนางไม่ไปไม่ได้แล้วว่ากันตามเหตุผลตอนนี้หลี่เอินเพิ่งแช่ตัวในน้ำยาได้หนึ่งเดือนเต็มเท่านั้นยังห่างจากสี่สิบเก้าวันกว่าครึ่งเดือน ระหว่างนั้นเกิดปัญหาใดขึ้นกัน

            เสี่ยวหานส่ายศีรษะพูดว่า“บ่าวเองก็ไม่รู้ หรูอี้บอกเพียงแค่อาการของนายหญิงหลี่หนักหนาขึ้นบ่าวไม่กล้าบอกเรื่องนายน้อยกับหรูอี้เพราะเกรงว่าท่านแม่ทัพจะกังวลใจนางหานายน้อยไม่พบจึงกลับไปแล้วเจ้าค่ะ”

            มู่จื่อหลิงเห็นสีหน้าสับสนงงงวยของเสี่ยวหานก็มิได้พูดให้มากความอีกเอ่ยปากอย่างเร่งรีบ “เสี่ยวหานเจ้าไปเตรียมรถม้า พวกเราจะไปสวนจิ้งซินตอนนี้เลย”

            แม้ยามนี้ท้องฟ้าจะมืดมากแล้วแต่เรื่องราวเร่งด่วนนัก เสี่ยวหานจึงมิได้คัดค้านผงกศีรษะแล้วออกไป

            แม้มู่จื่อหลิงจะถูกหลงเซี่ยวอวี่พาออกมาแต่ตอนนี้นางก็มีความผิดติดตัว มิอาจออกจากจวนได้โดยง่ายโดยเฉพาะเวลานี้ที่เป็นตอนกลางคืน

            ตอนนี้นางไม่รู้ว่าอาการป่วยของหลี่เอินเป็นเช่นไรสาหัสจริงๆ หรือไม่!

            เดิมนั้นร่างกายของหลี่เอินก็สาหัสอยู่แล้วหากยังย่ำแย่ลงไปอีกไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นใด บัดนี้นางมิอาจคิดสิ่งใดมากมายแล้วจะต้องไปตรวจดูนางถึงจะวางใจ

            ยังดีที่เมื่อครู่นี้หลงเซี่ยวอวี่ยังไม่ได้ออกไปนางจึงยังสามารถไปบอกกล่าวเขาได้เสียหน่อย

            มู่จื่อหลิงไม่ฟุ้งซ่านอีกลุกขึ้นในทันที!

            นางเคาะประตูตำหนักในเบาๆ“ท่านอ๋อง หม่อมฉันมีเรื่องเร่งด่วนต้องออกจากจวนสักรอบเพคะ!”

            มู่จื่อหลิงรออยู่ครู่หนึ่งก็ไม่มีเสียงตอบรับ

            “ท่านอ๋องท่านอ๋องอยู่หรือไม่เพคะ” มู่จื่อหลิงเอ่ยปากอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นสองสามส่วน

            ข้างในก็ยังคงไม่มีสุ้มเสียงเช่นเดิม

            แปลกนัก? เห็นประตูไม่ได้ลงกลอนเอาไว้ มู่จื่อหลิงจึงผลักเข้าไปโดยมิได้ตรึกตรองอันใด

            เพียงชั่วพริบตาไอเย็นอันหนาวเหน็บผสมกับกลิ่นอายเหมยเย็นก็จู่โจมเข้ามามู่จื่อหลิงไม่กลัวความหนาวเย็นแม้แต่น้อย นางก้าวเข้าไปโดยไม่เสียเวลาคิดด้วยซ้ำ

            ภายในยังคงเหมือนกับวันแรกที่นางเข้ามายังคงประดับประดาอย่างหรูหราสง่างาม บ่อน้ำพุร้อนมีควันร้อนผุดขึ้นและเตียงหยกเหมันต์ยังมีไอเย็นล่องลอย

            มู่จื่อหลิงหาทั่วทั้งตำหนักในก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของหลงเซี่ยวอวี่

            คนเล่า?

            เมื่อครู่นี้หลงเซี่ยวอวี่เข้ามาที่นี่ชัดๆจะหาไม่เจอได้อย่างไร?

            มู่จื่อหลิงจึงแหกคอตะโกนเสียงดังอีกครั้ง“ท่านอ๋อง!หลงเซี่ยวอวี่! หลงเซี่ยวอวี่ท่านอยู่หรือไม่?”

            ยังคงไม่มีเสียงตอบรับเช่นเดิมมู่จื่อหลิงหาคนไม่พบก็ไม่มัวโอ้เอ้อีก กำลังจะจากไป ทันใดนั้นเตียงหยกเหมันต์ที่คลุมด้วยผ้าปูเตียงไว้ก็เรืองแสงขึ้นมาอย่างเบาบาง

            มู่จื่อหลิงรู้สึกสงสัยจึงเดินเข้าไปโดยไม่ทันรู้ตัว ทำทีจะยื่นมือไปเลิกผ้าปูเตียงขึ้น

            “นายน้อยรถม้าเตรียมเรียบร้อยแล้ว! นายน้อยท่านอยู่ที่ใด?” เสี่ยวหานด้านนอกหาคนไม่พบก็ตะโกนเสียงดังอย่างร้อนอกร้อนใจ

            มู่จื่อหลิงชำเลืองมองเตียงหยกเหมันต์ดึงมือที่จะเลิกผ้าปูเตียงออกกลับมา รีบสาวเท้าเดินออกไป “ข้าอยู่นี่ มาแล้วๆ”

            หลังมู่จื่อหลิงเดินออกไปเตียงหยกเหมันต์ที่ส่องแสงก็ดับลงในทันที...

            “เสี่ยวหานข้าจะไปเพียงลำพัง ส่วนเจ้ารออยู่นี่ ยามนี้ท่านอ๋องไม่อยู่ ถ้าท่านอ๋องกลับมาเจ้าก็ไปบอกเขาสักคำ” มู่จื่อหลิงกำชับเสี่ยวหานอย่างเคร่งขรึม

            ตอนนี้หาหลงเซี่ยวอวี่ไม่พบไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ที่ใดแล้ว นางมิอาจรออยู่อย่างโง่งมต่อไปได้ผู้ใดจะไปรู้ว่าเขาจะกลับมาตอนดึกอีกหรือไม่

            นอกจากนี้นางก็ไปช่วยชีวิตคนมิใช่หลบหนี หลงเซี่ยวอวี่คงไม่ถือโทษนาง ยามนี้ต้องรีบไปที่สวนจิ้งซินโดยด่วนดูว่าจะสามารถกลับมาก่อนฟ้าสว่างได้หรือไม่

            แม้เสี่ยวหานจะไม่วางใจแต่ก็ยังผงกศีรษะ “บ่าวรับทราบเจ้าค่ะ นายน้อยท่านเองต้องระมัดระวังด้วยนะเจ้าคะ”

            นางย่อมรู้ว่านายน้อยออกไปเย็นมากแล้วหากท่านอ๋องมาแล้วหาคนไม่พบ รู้ว่านายน้อยออกไปค่ำมืด ต้องพิโรธแน่ๆดังนั้นนางอยู่ที่นี่จะดีกว่า

            มู่จื่อหลิงมิได้พูดอะไรอีกรีบร้อนออกไปจากจวนอ๋องตามลำพัง

            ด้านนอกจวนอ๋องนั้นมีรถม้าหนึ่งคันจอดรอไว้แล้วมู่จื่อหลิงกำลังจะก้าวเท้าขึ้นรถไป

            น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ที่มีแววขุ่นเคืองก็ดังมาจากเหนือศีรษะ

            “เถ้าแก่มู่ต้องการจะไปที่ใดเหตุใดออกมาแล้วจึงไม่บอกข้าน้อยสักคำ ให้ข้าน้อยหาทั่วไปหมด!”

            เย่จื่อมู่ที่ไม่รู้ว่ามายืนอยู่บนยอดเกี้ยวตั้งแต่ตอนไหนก้มตัวลงมามองมู่จื่อหลิงที่กำลังจะปีนขึ้นรถ

            มู่จื่อหลิงชะงักไปแวบหนึ่งรู้เพียงว่าหนังศีรษะชา ดึงเท้าลงมา แหงนศีรษะขึ้นไปมอง

            ผู้ที่อยู่บนยอดเกี้ยวก็คือพ่อค้าหน้าเลือดผู้หลงตัวเองเย่จื่อมู่ที่ยังคงสวมใส่อาภรณ์สีแดงตลอดทั้งตัวอาภรณ์สีแดงพลิ้วไหวท่ามกลางสายลมยามค่ำคืน กลีบปากสีแดงสดยกขึ้นอย่างน่าดึงดูดเมื่ออยู่ภายใต้แสงจันทร์กระจ่างก็มอบความรู้สึกอันเย้ายวนน่าหลงใหลอย่างเป็นธรรมชาติ

            ฝูหลินได้ยินเสียงมาจากยอดเกี้ยวก็ตกใจกระโดดลงจากด้านหน้ารถม้า แหงนศีรษะมอง “หวางเฟย นี่...”

            “ไม่เป็นไร คนรู้จัก” มู่จื่อหลิงแสดงท่าทีให้สารถีวางใจ

            มู่จื่อหลิงแหงนศีรษะขึ้นมองเย่จื่อมู่บนยอดเกี้ยวอย่างไม่หวาดหวั่นยิ้มอย่างเฉยชา “วันนี้พ่อค้าหน้าเลือดมาเร็วนัก ในเมื่อตอนนี้ท่านรู้แล้วหาพบแล้ว ก็รีบไปเสีย วันนี้กู่ไหน่ไนไม่มีเวลามาคุยเป็นเพื่อนท่าน” แต่เดิมนั้นมู่จื่อหลิงคิดว่าเย็นวันนี้หากเย่จื่อมู่ไปที่คุกหลวงแล้วหาคนไม่เจอย่อมจากไปเอง คาดไม่ถึงว่าตอนนี้เขาจะมาหาถึงที่นี่

            เพียงแต่วันนี้เหตุใดเย่จื่อมู่จึงมาเร็วเพียงนี้ตอนนี้ยามโหย่ว [1] เพิ่งจะผ่านไปสองสามครั้งก่อนหน้านี้กว่าเขาจะมาก็ข้ามคืนไปเสียแล้ว

            คุกหลวงอยู่ไกลจากจวนอ๋องนักต่อให้เย่จื่อมู่จะว่องไวก็ต้องใช้เวลาหากคิดอ้างอิงตามนี้พ่อค้าหน้าเลือดคนนี้ก็ไปหานางตั้งแต่ตอนกลางวันมิใช่หรือ?

            มีธุระกับนางจริงๆ หรือ? แต่นางมีธุระ และนางก็ไม่มีเวลามาสนใจด้วย!

            ปลายเท้าเย่จื่อมู่เขย่งขึ้นเบาๆและทะยานกายลงมายืนอยู่เบื้องหน้ามู่จื่อหลิงโดยอัตโนมัติ

            แม้จะสวมใส่หน้ากากก็ยังคงมองออกว่าใบหน้าส่วนล่างของเขากำลังขมขื่น

            สีหน้าของเขาเจ็บปวดเต็มไปด้วยความตัดพ้อ“เถ้าแก่มู่พูดเช่นนี้ทำให้ข้าน้อยผิดหวังนัก แต่นี่เถ้าแก่มู่จะไปที่ใด? ดูท่าทางแล้วร้อนรนยิ่ง”

            วันนี้ตอนบ่ายเขาไปที่คุกหลวงไม่พบมู่จื่อหลิงแต่กลับเห็นผู้คุมกลุ่มหนึ่งในห้องสอบสวนนั่งคุกเข่า ปัสสาวะไปด้วยดื่มปัสสาวะไปด้วย

            ไม่ต้องเดาเขาก็รู้ว่านี่ต้องเป็นอภินิหารที่เด็กสาวผู้นี้วางอุบายไว้แน่นางมีความสามารถในการวางอุบายนักย่อมไม่เป็นอะไร ดังนั้นเขาจึงไม่กังวล

            ยามนี้มาหานางย่อมมีธุระของตัวเขาเอง

            มู่จื่อหลิงมองค้อนเขาอย่างอารมณ์เสียพูดอย่างตรงไปตรงมา “ไปช่วยคน ไม่คุยกับท่านแล้ว กู่ไหน่ไนขอตัวไปก่อน ฝูหลิน ไปขึ้นรถ!”

            สิ้นเสียงพูดนางก็เตรียมจะก้าวเท้าขึ้นไปบนรถม้า เย่จื่อมู่ดีดปลายนิ้วเบาๆฝูหลินที่นั่งอยู่ด้านหน้ารถม้าก็หมดสติล้มไปบังประตูรถและขวางเท้าของมู่จื่อหลิงไว้

            มู่จื่อหลิงเห็นเช่นนี้พลันถลึงตาใส่เย่จื่อมู่อย่างโกรธเกรี้ยว “พ่อค้าหน้าเลือด เจ้าทำอะไรฝูหลินข้าต้องไปช่วยชีวิตคนจริงๆ เป็นเช่นนี้แล้วข้ายังจะไปได้อย่างไร!”

            เย่จื่อมู่แบมือออกด้วยสีหน้าของผู้บริสุทธิ์“เถ้าแก่มู่ อย่าได้ปรักปรำข้าน้อย ข้าน้อยมิได้ทำอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่ตอนนี้เห็นท่านไม่มีสารถีแล้วแถมยังมีเรื่องเร่งด่วน เช่นนั้นข้าน้อยก็จะพยายามสุดความสามารถ พาท่านเหาะไปเสียหนึ่งเที่ยวทั้งรวดเร็วทั้งประหยัดเวลา”

            เหาะบ้านเจ้าสิ!

            “รีบทำให้ฝูหลินฟื้นขึ้นมาเร็วเข้าข้าไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้า” มู่จื่อหลิงกระสับกระส่าย พ่อค้าหน้าเลือดผู้นี้มาเพื่อก่อความวุ่นวายหรือ

            เช้าไม่มา บ่ายไม่มาดันเลือกมาเวลานี้ หากมิใช่เพราะยามนี้นางกำลังรีบ ไหนเลยจะปล่อยให้พ่อค้าหน้าเลือดนี่กระดี๊กระด๊าเพียงนี้

            เย่จื่อมู่เท้าคางพูดเหลวไหลด้วยสีหน้าจริงจัง“ไม่ได้ หากตื่นมาตอนนี้ นอนหลับไม่เพียงพอเขาจะตายเอาได้ หากเขาตื่นมาย่อมตื่นเช้าวันรุ่งขึ้นได้เอง

            ได้ยินคำพูดนี้มู่จื่อหลิงก็โมโหแต่ยามนี้มิใช่เวลามาอาละวาด นางสะบัดแขนเสื้อเดินเข้าไปในจวนอ๋องอย่างเกรี้ยวกราด

            ด้านหลังก็มีน้ำเสียงยียวนของเย่จื่อมู่ลอยมาจากไกลๆ“เถ้าแก่มู่จะเข้าไปหาสารถีหรือ แต่เวลานี้สีท้องฟ้าดึกแล้วแต่ละคนล้วนหลับไปหมดแล้ว ท่านก็อย่าได้ไปรบกวนผู้อื่นเขาเลยข้าน้อยพาท่านบินไปดีกว่า”

            ฝีเท้ามู่จื่อหลิงชะงักค้างสองกำปั้นขนาดเล็กใต้แขนเสื้อกำจนดัง ‘กร๊อบแกร๊บ!’

            สมควรตาย คำพูดของพ่อค้าหน้าเลือดหลงตัวเองผู้นี้กำลังอธิบายว่านางเรียกมาหนึ่งคน เขาก็จะทำให้หลับไปหนึ่ง แล้วนางก็อย่าได้คิดจะไปเลย

            มู่จื่อหลิงหันกายมาอย่างโหดเหี้ยมด้วยท่าทางอยากเชือดคนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ย้ายฝูหลินเข้าไปให้ข้า แล้วเจ้าก็มาบังคับรถเสีย”

            หากสายตาปลิดชีวิตคนได้เย่จื่อมู่คงแหลกสลายกลายเป็นผุยผงไปนานแล้ว!

            แต่เย่จื่อมู่กลับไม่ใส่ใจรีบร้อนโบกมือด้วยท่าทางตื่นตกใจ “นี่ นี่คงเป็นไปไม่ได้ ข้าน้อยร่างผอมบอบบางไหนเลยจะย้ายเจ้าคนบึกบึนนี้ได้ นอกจากนี้แล้วข้าน้อยบังคับม้าไม่เป็น! ข้าน้อยเพียงบินได้เท่านั้น!”

            ด้วยเหตุนี้มู่จื่อหลิงจึงโมโหจนหายใจไม่ออกถลึงตาใส่เย่จื่อมู่ด้วยความโกรธ “เจ้า”

            “เอาเถิดเถ้าแก่มู่มิใช่ว่ากำลังรีบหรือ รีบไปเถิด” เย่จื่อมู่พูดด้วยสีหน้าไม่สะทกสะท้านไม่ได้รับผลกระทบจากอารมณ์ของมู่จื่อหลิงโดยสิ้นเชิง

            กล่าววาจาจบเขาเตรียมจะเดินไปข้างกายมู่จื่อหลิงเพียงแต่สายตาเขากลับเหลือบไปเห็นในจวนอ๋องไม่ไกลมีเงาร่างคนสูงใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

            เย่จื่อมู่หยุดฝีเท้าริมฝีปากแดงโค้งขึ้น พูดด้วยรอยยิ้มกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม“เถ้าแก่มู่ จู่ๆ ข้าน้อยก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีธุระ มิอาจพาท่านไปได้แล้วท่านคิดวิธีด้วยตนเองดีกว่า ไว้พบกันใหม่ภายหลัง”

            มู่จื่อหลิงยังไม่ทันตอบสนองเย่จื่อมู่ก็หายไปจากสายตานางเสียแล้ว

            ไว้พบกันใหม่ภายหลัง? เจ้ามาอีกก็ลองดู!

            ------------------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] ยามโหย่วหมายถึง เวลา 17:00-19:00 น.

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592