บทที่ 56
ร่วมหอ
หลิวฟางอี้ก้าวเท้าออกมาจากบริเวณด้านหลังม่านนางสวมใส่ชุดที่เปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้ชุดของนางเผยเห็นเรือนร่างของนางอย่างชัดเจนมากขึ้นเพียงแค่หวงหมิงจ้องมองเรือนร่างของนางที่อยู่ภายใต้ชุดอันบางราวกับเศษกระดาษตัวของเขาก็รู้สึกใจสั่นรัว
หลิวฟางอี้เป็นคนที่งดงามเป็นอย่างมากไม่ต้องพูดถึงเรื่องเรือนร่างของนางนางมีเรือนร่างที่สุดแสนจะวิเศษในตอนนี้สวมชุดที่บางจนเผยเห็นผิวหนังด้านในออกมาเช่นนั้นไม่ว่าผู้ใดที่เป็นบุรุษก็ต้องรู้สึกใจสั่น
ทางด้านของหวงหมิงตัวของมันนั้นเป็นบุรุษแน่นอนว่าเมื่อเห็นสตรีที่มีเรือนร่างแบบนั้นปรากฏกายออกมาด้านหน้าย่อมรู้สึกแบบนั้น
อย่างไรเสียตัวของมันก็เป็นบุรุษถ้าเป็นบุรุษเมื่อพบเจอสตีเรือนร่างเย้ายวนอยู่เบื้องหน้ามีหรือว่าจะไม่หวั่นไหว
เพราะแบบนั้นเมื่อเห็นนางปรากฏกายอยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้หัวใจภายในอกของหวงหมิงกำลังสั่น
ไม่สามารถบรรยายแล้วก็บอกความรู้สึกในตอนนี้ได้เว้นวรรคแต่รู้เพียงอย่างเดียวว่าร่างกายของหวงหมิงนั้นไม่สามารถขยับได้
หวงหมิงพยายามหายใจให้ช้าลงเขาพยายามสงบสติอารมณ์ในสถานการณ์ที่กำลังจะมาถึง
“ นี่มันอะไรกันความรู้สึกแบบนี้ตื่นเต้นมากกว่าตอนที่ต่อสู้ซะอีก ”
มันรู้สึกแบบนั้นจริงๆในการต่อสู้ที่เอาเป็นเอาตายแล้วก็แลกชีวิตกันยังไม่มีความรู้สึกที่ตื่นเต้นแบบนี้เลย
แต่ในตอนนี้กลับตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้และก็ภายในใจกำลังตื่นเต้น
ทางด้านของหลิวฟางอี้ตัวของนางเปลี่ยนจากน้ำชากลายเป็นสุรายามราตรียามที่ถือขวดสุราเข้ามาหารัชทายาทนางมองเห็นรัชทายาทมีหน้าตาแปลกไป
รัชทายาทมีท่าทางและหน้าตาที่แปลกออกไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิงนางไม่เคยเห็นรัชทายาทแสดงใบหน้าแบบนี้มาก่อน
ในการร่วมหอกันแน่นอนว่าครั้งนี้ไม่ได้เป็นครั้งแรกสำหรับนางแล้วก็รัชทายาทแต่เหตุใดรัชทายาทถึงแสดงใบหน้าราวกับว่าคนตื่นเต้นแล้วก็ไม่เคยร่วมหอกับนางมาก่อน
นางขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันได้แต่ตั้งคำถามภายในใจของตนเองว่าเหตุใดองค์รัชทายาทถึงแสดงใบหน้าแบบนั้น
ตัวของนางค่อยค่อยยื่นฝ่ามือของตนเองเข้ามาและก็สัมผัสเข้ากับร่างของหวงหนิงเมื่อฝ่ามือสัมผัสเข้าที่ร่างของหวงหมิง หวงหมิงสะดุ้งเฮือกขึ้นมาทันควัน
“ องค์รัชทายาท…. ”นางแสดงใบหน้าประหลาดใจออกมาอย่างชัดเจนดวงตาจ้องมองรัชทายาทที่อยู่เบื้องหน้า
ในตอนนี้องค์รัชทายาทดูทั้งประมาแล้วก็ทั้งตื่นเต้นซึ่งถือว่าเป็นภาพที่ตัวของนางนั้นไม่เคยพบเห็นมาก่อน
หวงหมิงไม่มีทางเลือกอย่างไรเสียตัวของเค้าก็ต้องผ่านสถานการณ์นี้ไปให้ได้ยื่นฝ่ามือของตนเองไปด้านหน้าคว้าหยิบจอกสุราที่ถูกลิ้นเอาไว้ขึ้นมาดื่ม
กลิ่นสุราหอมหวลลงไปภายในคอรสชาติที่หวานขึ้นมาจนสัมผัสกับลิ้นหลังจากที่ดื่มสุรานั้นไปหนึ่งจอกหวงหมิงรู้สึกได้ถึงความรุนแรงของพิษสุรา
สุรานี้มีความรุนแรงเป็นอย่างมาก เมื่อทำการดื่มเข้าไปร่างกายตอบสนองกับผลของสุราในทันที
รสชาติของสุราที่หวานและไม่แสบคอมันสามารถทำให้ดื่มสุราชนิดนี้ได้อย่างเรื่อยเรื่อยแต่ว่าการดื่มสุราเข้าไปเรื่อยเรื่อยๆด้วยความประมาทที่เกิดภายในใจมันเลยทำให้ทางด้านของหวงหมิงต้องดื่มมันเข้าไปเรื่อยๆ
หลังจากที่เขาเริ่มดื่มสุราเข้าไปมากขึ้นสติมันก็เริ่มเลือนลาง
[ ร่างกายได้รับสถานะมัวเมา]
ข้อความจากระบบมันปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านหน้าเป็นสิ่งที่แจ้งเตือนให้หวงหมินได้ล่วงรู้ว่าตอนนี้ร่างกายของเขาตกอยู่ในสภาวะไหน
หลังจากที่ดื่มสุราเข้าไปเรื่อยๆร่างกายเองก็เริ่มตอบสนองดวงตาทั้งสองข้างพร่ามัวแต่ว่าสติของหวงหมิงยังคงเหลืออยู่ประมาณเจ็ดส่วน
ในตอนนี้หวงหมิงดื่มสุรามากไปแม้ตอนแรกตัวของเขาไม่รู้ว่าสุรานี้มันจะมีฤทธิ์รุนแรงมากขนาดนี้แต่หลังจากลืมไปประมาณเพียงแค่สิบจอกสติของเขาก็เริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ดวงตาทั้งสองข้างเองก็มองเห็นบริเวณด้านหน้าดวงตาของเขามองไปที่หลิวฟางอี้หลิวฟางอี้ยื่นฝ่ามือของตนเองมาสัมผัสร่างกายขององค์รัชทายาท “องค์รัชทายาทเป็นอันใดหรือไม่เพคะ? ”
นางยื่นกายเข้ามาใกล้ๆกลิ่นกายของนางทำให้สัญชาตญาณดิบของบุรุษภายในกายของหวงหมิงตื่นขึ้นมาดวงตาของหวงหมิงมองตรงไปที่หลิวฟางอี้นางเป็นสตรีที่งดงามสัญชาตญาณดิบภายในร่างกายที่ตอบสนองกับรูปลักษณ์ที่งดงาม
ตัวของเขายื่นมือของตนเองไปคว้าจับร่างของนางเอาไว้ดึงร่างของนางเข้ามาใกล้ๆร่างกาย
“ ….” ชายารองเม้มปากแน่นหนังไม่กล่าวอะไรออกมาแต่ว่าใบหน้าของนางนั้นแดงก่ำตัวของนางโดนอบกอดเอาไว้ด้วยอ้อมแขนองค์รัชทายาท
นางไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยโดนโอบกอดด้วยรัชทายาทหลายต่อหลายครั้งแต่ความรู้สึกในตอนนี้มันเปลี่ยนไป
ตัวของนางไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้อาจจะเป็นเพราะว่าความรู้สึกดีที่ตัวของนางนั้นค่อยค่อยปรากฏขึ้นหลังจากที่องค์รัชทายาทโดนลอบสังหาร
หลังจากที่องค์รัชทายาทมีท่าทีที่เปลี่ยนไปปฏิบัติต่อนางดีขึ้นนางเองก็เริ่มมีความรู้สึกดีดีที่มีต่อองค์รัชทายาทเพิ่มขึ้นเรื่อยเรื่อย
เพราะแบบนั้นในตอนนี้ยามโดนอบกอดมันก็เลยรู้สึกแปลกประหลาดและแตกต่างออกไปจากก่อนหน้านี้
ร่างของนางหดเล็กลงราวกับว่าตนเองนั้นเป็นเด็กยิ่งโดนอบกอดตัวของนางยิ่งไม่สามารถขยับร่างกายของตนเองได้ตัวของนางในตอนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะกระทั่งทำการเอ่ยเสียงออกมา
หวงหมิงตกอยู่ในพิษของสุราตอนนี้เค้ารู้สึกมึนเมาร่างกายค่อยค่อยขยับขยื่นตามสัญชาตญาณดิบของบุรุษแขนที่โอบกอดร่างกายของนางเอาไว้ค่อยค่อยเริ่มลูบบริเวณส่วนเว้าโค้งบนร่างกาย
ใบหน้าของชายารองก็เริ่มแดงอย่างที่รู้กันดีนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งสองนั้นร่วมหลับนอนกันแต่เหตุใดในครั้งนี้ตัวของนางจึงรู้สึกประหม่าเป็นพิเศษนางก็ไม่เคยเช่นเดียวกัน
หวงหมิงหลังจากที่รูปคำบริเวณเรือนร่างของนางอยู่ซักพักตัวของเขาได้ใช้แขนทั้งสองข้างอบร่างกายของนางเอาไว้และอุ้มขึ้นด้วยแรงและกำลังของตนเอง
เขาอุ้มนางขึ้นด้วยแขนทั้งสองข้างราวกับว่าร่างกายของนางนั้นไร้ซึ่งน้ำหนัก
ร่างของชายารองโดนอุ้มขึ้นก่อนที่จะโดนนำพาไปยังบริเวณเตียงม่านสีแดงถูกเลื่อนลงมาปกปิดรอบเตียง
แสงไฟสลัวสลัวยามราตรีเคลื่อนไหวไปมากระทบเรือนร่างของชายารองหรือฟังอีกที่อยู่ภายใต้ชุดสีม่วงบาง
หรือร่างของนางภายใต้แสงไฟยามราตรีมันช่างน่าหลงใหลหวงหมิงไม่สามารถสยบหรือว่าสงบสัญชาตญาณดิบภายในร่างกายของตนเอง
ร่างกายของเขาค่อยค่อยเคลื่อนที่เข้าไปอย่างช้าๆค่อยค่อยแนบชิดติดกับร่างกายของนางที่กำลังนอนแนบชิดติดอยู่กับเตียง
ลมหายใจของทั้งสองหายใจกระทบเข้าหากัน บริเวณรอบร่างกายเต็มไปด้วยความเงียบใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงแค่หนึ่งฝ่ามือเท่านั้น
หัวใจภายในอกของทั้งสองเต้นรัวประสานเสียงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของพวกเขาแต่แน่นอนว่าเหตุใดจึงตื่นเต้นเช่นนี้ความแปลกใหม่ที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
หลิวฟางอี้มองเห็นรัชทายาทที่อยู่เบื้องหน้าราวกับว่าไม่ใช่รัชทายาทที่นางนั้นรู้จัก“ รัชทายาทเพคะ… ” นางส่งเสียงขึ้นมาด้วยเสียงกระเส่าอันเย้ายวนใจ
ใบหน้าของนางนั้นแดงกล่อมยามที่ได้ยินเสียงเรียกของนางหวงหมิงสัญชาตญาณดิบภายในร่างกายของมันยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก
ในยามนี้กระโจนเข้าใส่ร่างของสตรีผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันปลดปล่อยสัญชาตญาณดิบของตนเองออกมา ราตรีนี้ไม่มีผู้ใดสามารถหยุดหวงหมิงในร่างของสัตว์ร้ายได้แล้ว
ราตรีอันแสนวิเศษเริ่มขึ้นราตรีนี้ยาวนานกว่าราตรีไหนๆม่านมุ้งกระโจมแดงขยับเขยื้อนไปมาตลอดทั้งคืนเพิ่งหยุดในยามเช้ามืด
จบบท