กองฝึกทหารใหม่
นเรศเดินฮัมเพลงเข้าไปยังกองฝึกทหารใหม่โดยบริเวณพื้นที่ตรงนั้นมีทหารใหม่นั่งชุมนุมเกาะกลุ่มกันอยู่ เพราะครูฝึกยังไม่ได้เข้ามาสอน
นเรศเดินเข้าไปด้านใน ทำให้ทหารใหม่ที่จับกลุ่มกันคุยกันหันมามองที่เขาเป็ตาเดียว ด้วยความโดดเด่นของเ้าตัวที่เบ้าหน้าฟ้าประทานบวกกับผิวขาวมีออร่าเปล่งประกายโดยที่ทุกคนไม่เคยเห็นหน้าเขาในหน่วยมาก่อนทุกคนจึงคิดว่าเขาเป็เด็กที่ได้รับเข้ามาฝึกใหม่
ไม่นานครูฝึกของสนามก็เข้ามาเรียกทุกคนมาร่วมตัว เพื่อรับการฝึก อินเหล่ตามองมายังหัวหน้าของเขาที่กำลังเดินตัวชิวมาเข้าแถว เล่นเอาพันอากาศโทอย่างอินทำตัวไม่ถูกไปเลยทีเดียว จะสนใจเด็กฝึกหรือจะระแวงหัวหน้าตัวเองที่ปลอมตัวมาก่อนดี
เมื่อเด็กทุกคนเข้าแถวกันเป็ระเบียบแล้ว พันอากาศโทจึงแจ้งตารางการฝึกของวันนี้ให้เด็กฝึกทุกคนได้ทราบ
“เอาล่ะ วันนี้ผมขอแจ้งให่พวกคุณทุกคนทราบ วันนี้เราจะฝึกร่วมกันกับรุ่นพี่ของหน่วยที่ฝึกมาก่อนพวกคุณ โดยจะมีการฝึกใช้มีดสั้นในการต่อสู้และให้พวกคุณจับคู่กันระหว่างเด็กเก่าและเด็กใหม่เพื่อที่จะให้เด็กเก่าสอนให้รุ่นน้องรุ่นใหม่ด้วย” พันอากาศโทอธิบาย
ก่อนที่เขาจะเรียกให้เด็กฝึกรุ่นพี่มาเข้าร่วม เด็กรุ่นเก่าเดินเข้ามาต่อแถวกันด้วยความอืดอาดเพราะจู่ ๆ ก็โดนจับมาฝึกกับเด็กใหม่ซึ่งพวกเขาไม่ได้้าเลยสักนิด การฝึกเด็กใหม่โดยการใช้มีดให้เปิดภายในไม่กี่นาทีต้องใช้ไหวพริบและทักษะเยอะที่ว่องไวในการกดจับท่าทาง เพราะงั้นพวกเขาก็เลยไม่อยากมาฝึกกับรุ่นน้องที่ยังไม่มีพื้นฐานและสอนให้ยาก เด็กเก่าบางคนก็บ่นมุบมิบเพราะอากาศร้อนว่าจะฝึกอะไรนักหนาทุกวัน
“เดินเร็ว ๆ กันหน่อย” อินะโเสียงดุเมื่อเห็นทหารยศน้อยเดินอืดอาดยืดยาดช้าเป็เต่าจึงะโแหกปากเรียกให้มาเร็ว ๆ
นเรศเห็นแบบนั้นนี่แทบเผลอยกนิ้วให้ลูกน้องของเขา
ทำดี
นี่ยังถือว่าอนุโลมไปมาก หากเป็นเรศละก็ ไม่คงไม่ได้แค่ะโแหกปากดุเพียงแค่นี้แน่คงโดนเขาสั่งลงโทษให้ไปวิ่งรอบสนามไปแล้ว ไม่อนุโลมให้และใจดีแบบนี้หรอก
ที่อินต้องะโเสียงดังแกมดุแบบนั้นออกไปเพราะหัวหน้าของเขาอยู่ต่างหาก เด็ก ๆ ของเขาก็ทำหน้างงกันว่าพันโทเป็อะไรของเขาจะะโเสียงดังทำไมกัน แถมยังเก๊กท่าเคร่งขรึมไปด้วยอีก ปกติพวกเขาจะไม่โดนพันโทดุโดนว่าเลยวันนี้ครูฝึกสอนกินอะไรผิดมาถึงได้ดุเป็หมาโฮ่งขนาดนี้
“เอาล่ะ มาครบแล้วนะ ผมจะจัดทีม ใครได้คู่ไหนก็ไผเตรียม ผมจะสอนวิธีการใช้มีดให้พวกคุณดูเป็ตัวอย่างคราว ๆ แล้วให้พวกไปสอนกันเอาเอง เพราะรุ่นพี่พวกคุณก็ฝึกเป็กันหมดแล้ว” นเรศพยักหน้าหงึก ๆ เข้าใจตามสไตล์ชายหนุ่มฟังลูกน้องอธิบายวิธีการใช้มีดเบื้องต้น
“คุณมานี่สิ มาเป็คู่ซ้อมมือให้ผม” พันอากาศโท อินชี้มือมาที่ผู้พันนเรศหัวหน้าของเขา
ผู้พันหนุ่มชี้มือเข้าหาตัว เมื่อจู่ ๆ เขาก็โดนชี้มือมา
“คุณนั่นแหละ มาเป็คู่ซ้อมมือให้ผมเร็วเข้า” อินเอ่ยพร้อมกวักมือกวนประสาทส่งมาให้
ทำเอาผู้พันหนุ่มถึงกลับคิ้วกระตุกกันเลยทีเดียว เดินออกไปด้านหน้า
มาถึงลูกน้องของเขาก็ต้อนรับด้วยการให้เขาเป็คู่ซ้อมมือซะแล้วสิ ก่อนจะชะงักเท้าตัวเองลง
“เอ่อ หัวหน้าครับเปลี่ยนคนไม่ได้เหรอครับ” ผู้พันหนุ่มยกมือเอ่ยถาม
“มาเถอะน่า ผมสอนให้เองไม่ต้องกลัว” อินยังคงตีเนียนพูดไป ก็หัวหน้าของเขาอยากลงมาเล่นบทนี้เองทำไมล่ะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ล่ะ เรียกมาซ้อมมือด้วยไปเลยสิ แสดงให้เด็กมันดูว่าแท้จริงแล้วการต่อสู้ที่ใช้มีดแท้จริงแล้วเป็ยังไง อินคิด
“เอ่อ..เอางั้นก็ได้ หัวหน้าก็เบา ๆ กับผมหน่อยนะครับ” ผู้พันหนุ่มเล่นตามน้ำเดินไปหาลูกน้องของเขาด้านหน้า
ทุกคนมองไปที่นเรศเป็ตาเดียว พลางซุบซิบกันใหญ่เด็กที่เพิ่งเข้ามาใหม่ทำไมถึงได้โดนเรียกไปฝึกทั้งที่ยังไม่รู้เทคนิคการใช้อะไรตลกสิ้นดี ร่วมถึงเจคอบเองก็ยังคิดว่าทำไมถึงได้เรียกเด็กใหม่ออกไปฝึก
เด็กหนุ่มนึกขำออกมา ดูเหมือนว่าหมอนั่นน่าจะเข้ามาวันแรกซะด้วย ดูหยิ่งฉิบ กล้าไปต่อล้อต่อคำกับครูฝึก ไม่เหมือนเขาเข้ามาวันแรกเขาก็เกือบฉี่ลาดไปแล้ว เพราะฝึกโหดมากและโดนบังคับโดนฝึกให้ทำนั่นนี่จนเป็ไข้นอนซบไปหลายวัน หมอนั่นจะไหวเลอะ หน้าตาก็หล่อดีอยู่หรอกแต่ก็น่าจะเรียกเด็กเก่าที่เคยฝึกเข้าไปแทนไหม
นี่ครูฝึกกะจะเชือดไก่ให้พวกเขาขำเล่น ๆ งั้นเหรอ หมอนั่นได้กลายเป็ตัวตลกพอดี เจคอบคิด เบนหน้าไปมองชายเด็กใหม่ผู้นั้นด้วยความสนใจว่าหมอนั่นจะทำยังไงต่อไปไหนจะผิวพรรณที่ผ่านการดูแลขาวจั๊วะนั่นอีก คงไม่เคยคลุกฝุ่นคลุกดินมาก่อนแน่ ๆ เหมือนเห็นตัวเองสมัยเข้ามาฝึกใหม่ ๆ เลยแฮะ
เขาทำอะไรไม่เป็สักอย่าง จนตอนนี้เจคอบเขาแทบจะทำเป็ทุกอย่างในค่ายแล้ว และเขายังเป็เด็กฝึกอันดับตน ๆ ที่เก่งเื่การใช้อาวุธระยะประชิดอีกด้วย เด็กหนุ่มคิด
“เถอะหน้า ผมเป็คนชอบความรุนแรงเหมือน..ผู้..พั..เอ่อ ชอบความรุนแรงซะที่ไหนกัน” อินเกือบหลุดพูดเรียกชื่อของหัวหน้าตัวเองออกมา แต่โดนนเรศถลึงตาห้ามเอาไว้ก่อนจึงเปลี่ยนบนพูดได้ทันเวลา
“ครับ”
“แนะนำตัวของคุณให้คนอื่นรู้ด้วย”
“ผม นเรศ เป็เด็กฝึกใหม่ของกองทัพทหารอากาศ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” ผู้พันหนุ่มยกมือขึ้นทำท่าวันทยหัตถ์เอ่ยทักทายให้ทหารฝึกเก่าและทหารฝึกใหม่ได้รู้จักเขา แต่เล่นเอาพันอากาศโทลูกน้องถึงกับมองชายหนุ่มอย่างอึ้ง ๆ ไม่คิดว่าหัวหน้าของเขาจะกล้าเอ่ยชื่อจริงของตัวเองออกมาโท่ง ๆ แบบนั้น
ไหนว่าปลอมตัวมาไงครับหัวหน้า!!
จากนั้นอินก็อธิบายการใช้มีดให้ทุกคนดูไปพร้อม ๆ กันอีกรอบ
นเรศเดินไปหยิบมีดสั้นขึ้นมาลองมือตามที่อินว่าก่อนจะวาดมันออกไปกลางอากาศ เมื่อเลือกมีดที่เหมาะมือได้แล้ว ก่อนจะหันมาประจันหน้ากับพันอากาศโทหนุ่มลูกน้องตรงหน้าโดยมีสายตานับสี่สิบชีวิตจ้องมาที่พวกเขาตาเป็มัน
อวดเก่งฉิบ! เจคอบผู้ลงไปนั่งมองดูชายสองคนกำลังจะประลองฝีมือกันสบถออกมา
“เอาล่ะ พวกคุณตั้งใจดูให้ดีนะครับ ผมจะสาธิตให้ดูครั้งเดียวแล้วไปซ้อมกันซะ พวกคุณมีเวลาเรียนรู้กันคนละสิบนาที พร้อมนะครับ” หลังจากอินหันไปบอกกับทุกคนหันหน้ามาหาหัวหน้าของเขา ก่อนจะยกมีดในมือขึ้นมา พยักหน้าให้นเรศบอกเป็ใน ๆ ว่าให้ลงมือได้เลย
ทางด้านคนตัวเล็กอย่างเจคอบได้แต่ทำหน้าเบื่อหน่ายเมื่อทั้งคู่เริ่มออกลวดลายการต่อสู้ ก็ดูเบื่อหน่ายสำหรับเขาเด็กใหม่ที่ชื่อนเรศนั่นดูตั้งท่าเก้ ๆ กัง ๆ ไปหมดเห็นแล้วขัดหูขัดตาอยากจะเดินออกไปจับมือสอนทำท่าทางใหม่ให้มันรู้แล้วรู้รอดไป เด็กหนุ่มเบนหน้ามองไปทางอื่นโดยไม่ได้สนใจการต่อสู้ตรงหน้าเพราะเขารู้สึกว่ามันก็งั้น ๆ
แต่ไม่นานก็เริ่มมีเสียงเชียร์กันอย่างออกรสออกชาติ ลุ้นทุกวินาที
“เฮ! ฮ้า! เอาเลยแทงเข้าไปนเรศ สู้เขา!”
“เฮ้ย ไม่คิดว่าเด็กใหม่นั่นแป๊บเดียว จะเรียนรู้ได้ไวขนาดนี้แถมตอนนี้ยังต้อนพันโทซะจนมุมเลยว่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้นเจคอบก็หูผึ่งขึ้นมาทันที ไหน ๆ พวกนี้พูดอวยไปงั้นหรือเปล่าเมื่อกี้หมอนั่นยังตั้งท่ายังไม่เป็เลยไม่ใช่เหรอ เด็กหนุ่มเบนหน้ากลับมามอง
พรึ่บ วืด
0.0