สมาชิกทุกคนลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารแล้วและเดินไปเป็กลุ่มตรงไปยังประตูห้องกลุ่มแรกนั้นคือมิสซิสไว้ท์โอ๊คที่มีลูกชายประคับประคองอยู่ข้างละคนพร้อมด้วยสุนัขและแมวที่ไม่ยอมห่างจากเ้าของและเดินช้าๆไปตามทางเดินที่ปูลาดด้วยพรมสีแดงสู่ห้องของคุณย่า ส่วนเรนนี่ ปิแอร์และเวคฟิลด์เดินไปยังประตูที่เปิดออกสู่ด้านหลังเด็กชายพยายามจะะโขึ้นขี่หลังปิแอร์ที่กำลังจุดบุหรี่สูบอยู่ส่วนเม๊กกับอีเด็นนั้นหายตัวเข้าไปในห้องสมุด
ในเวลาเดียวกันนั้นคนรับใช้ชายชื่อจอห์น วแร๊กก์ ซึ่งทุกคนในบ้านเรียกเขาว่า “แร๊ก”ก็เข้ามาเก็บโต๊ะ เอาจานที่ใช้แล้วเรียงซ้อนกันเป็ตั้งใส่ลงในถาดใบใหญ่สีดำลายกุหลาบแดงเพื่อที่จะยกลงไปยังห้องครัวแร๊กกับภรรยามีที่อยู่ในห้องชั้นใต้ดินนั้น นางมีหน้าที่ในการทำอาหารส่วนเขาก็จะเป็คนยกถาดอาหารขึ้นไปตามบันไดที่ค่อนข้างชันเพื่อเสิร์ฟให้กับเ้านายทุกคนและยังรับหน้าที่ทำความสะอาดบ้าน เช็ดถูประตูหน้าต่างและคอยอยู่ช่วยภรรยาในทุกเื่ที่จำเป็แต่กระนั้นก็ยังได้รับการต่อว่าอยู่เสมอว่าเขาพยายามจะผลักภาระต่างๆ มาให้นางแม้แร๊กจะยืนยันว่าทุกวันนี้เขาต้องทำงานทั้งในหน้าที่ของตนเองและของนางแล้วก็ตาม
ดังนั้นบรรยากาศในห้องใต้ดินนี้มักจะระงมด้วยเสียงทะเลาะวิวาทอยู่เสมอและในบางครั้งก็แถมด้วยการขว้างปารองเท้าบ้าง แตงกวาบ้าง เข้าใส่กันเหมือนลูกบอมบ์แต่เคหาสน์จาลน่านั้นได้รับการออกแบบสร้างมาอย่างดีเสียงทั้งหลายแหล่เหล่านี้จึงมิได้หลุดรอดขึ้นไปถึงชั้นบนเลย ซึ่งนั่นก็หมายความว่าทั้งสองสามีภรรยาสามารถทะเลาะกันได้อย่างเต็มที่แต่พอถึงตอนกลางคืนทั้งคู่ก็จะจู๋จี๋กันอย่างมีความสุขสดชื่น
แร๊กนั้นมีหน้าตาเหมือนพวกค๊อกนี่จมูกโด่ง แต่ก็งองุ้มเหมือนก้านไปป์ ตอนที่เรนนี่ ปิแอร์กับเวคฟิลด์เดินมาถึงนั้นเขากำลังยืนอยู่ตรงหัวบันไดที่จะลงไปสู่ชั้นล่างเวคฟิลด์รออยู่จนกระทั่งเมื่อพี่ชายทั้งสองคนเดินคล้อยหลังไปแล้วจึงได้กระโจนขึ้นเกาะหลังแร๊กราวกับเขาเป็ต้นไม้และเกือบจะทำให้ทั้งคนทั้งถาดตกบันไดลงไปพร้อมกัน
“โอ๊ย”เสียงแร๊กร้องออกมาด้วยความใ
“อย่าทำอย่างนี้อีกนะชอบทำอย่างนี้เรื่อยเลย เห็นไหมว่าคุณหนูเกือบทำให้ผมตกลงไปแล้ว แหม...ซนจริงๆเห็นใจผมบ้างสิครับ...ช่วยผมด้วยสิครับคุณไว้ท์โอ๊ค”
ปิแอร์ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดกระชากร่างน้องชายลงมาจากหลังแร๊กขณะเดียวกันก็อดหัวเราะด้วยความขบขันไม่ได้แต่เรนนี่มิได้เห็นขันด้วย
“เห็นจะต้องฟาดก้นเสียบ้างแล้ว”เขาพูดด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“จริงอย่างที่แร๊กว่าเวค...แกนี่ชอบแกล้งเขาเสียจริงๆ เชียวนะ”
“เดี๋ยวผมจะจับมันยืนห้อยหัว”ปิแอร์บอก
“อย่า...อย่าทำอย่างนั้นนะฮะผมยิ่งหัวใจไม่ดีอยู่”
แต่ปิแอร์ไม่ฟังเสียงเขาจับขาน้องชายไว้แน่นและให้ห้อยหัวอยู่เช่นนั้น ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้กล่องหมากฝรั่งร่วงลงมาจากกระเป๋าของเวคฟิลด์
“ให้มันยืนตามเดิม”เรนนี่สั่ง
“แล้วนี่อะไร?” เขาคว้ากล่องสีชมพูขึ้นมาถือไว้พิจารณาอย่างสงสัย
“หมากฝรั่งฮะ”เวคฟิลด์ตอบเสียงอ่อน
“มิสซิสบรอนว์ให้ผมมาผมเกรงใจไม่กล้าบอกเขาว่าผมไม่ได้รับอนุญาตให้เคี้ยวหมากฝรั่งฮะผมคิดว่าไม่ควรทำให้เขาเสียใจที่บอกอย่างนั้น เพราะผมยังเป็หนี้เขาอยู่ แต่ดูสิฮะเรนนี่...” ดวงตากลมโตคู่นั้นมองหน้าที่ชายอย่างอ้อนวอน
“ดูสิฮะว่าผมยังไม่ได้เปิดกล่องออกเลย”
“เอาละครั้งนี้ฉันจะปล่อยแกไป” เรนนี่ขว้างกล่องหมากฝรั่งทิ้งไปตามบันได
“แร๊กเอาไปโยนทิ้งด้วยนะ”
แร๊กหยิบกล่องหมากฝรั่งขึ้นมาพิจารณาก่อนที่จะต้องตอบขึ้นมาว่า
“โอ...อย่าเลยครับคุณไว้ท์โอ๊ค ผมเอาไปให้เมียดีกว่า หอมกลิ่นวานิลลาดีเสียด้วย เขาชอบนักละครับ ถ้าได้เคี้ยวหมากฝรั่งดีๆอย่างนี้อารมณ์ของเขาจะได้ดีขึ้นไงครับ”
“แกเป็หนี้มิสซิสบรอนว์อยู่เท่าไหร่?”เรนนี่หันไปถามเวคฟิลด์
“สิบแปดเซ็นต์ครับพี่เรนนี่แต่ถ้าพี่คิดว่าผมควรจะจ่ายค่าหมากฝรั่งนี้ด้วย ทั้งหมดก็เป็ยี่สิบแปดเซ็นต์ครับ”
เรนนี่ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบเหรียญเงินออกมาส่งให้
“เอ้า...เอาเงินนี่ไปให้มิสซิสบรอนว์เสียแล้วก็อย่าไปก่อหนี้ขึ้นมาอีกล่ะ”
ขณะนั้นคุณย่าเดินมาถึงหน้าประตูห้องส่วนตัวของนางแล้วแต่ได้ยินเสียงเหมือนมีใครทะเลาะกันอยู่ ทำให้นางเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมานางคว้าไม้เท้าที่ทำจากไม้มะเกลือขึ้นมาถือไว้เดินตรงไปยังที่ซึ่งหลานชายทั้งสามกำลังยืนอยู่ทันที
“นี่มันเกิดเื่อะไรขึ้น?”นางถามเสียงกร้าว
“ไอ้เ้านี่มันไปทำอะไรมาปิแอร์?”
“ะโเกาะหลังแร๊กครับคุณย่าเกือบจะทำให้แร๊กตกบันไดแล้ว เรนนี่บอกว่าถ้าคราวหน้าทำอย่างนี้อีกละก็จะต้องถูกตีคราวนี้เขายอมยกโทษให้ครั้งหนึ่งก่อน”
ใบหน้าของนางแดงก่ำขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นท่าทางเหมือนนกแก้วดุๆ ไม่มีผิด
“เื่อะไรปล่อยมันไว้”คุณย่าร้องเสียงแหลม
“เดี๋ยวนี้มันเอาใหญ่แล้วรู้ไหม? เอ้า...ฟาดมันเสียบ้างได้ยินที่ย่าพูดรึเปล่า เรนนี่? ฟาดมันเลยย่าอยากจะดู...เอาสิ...เอาไม้เท้านี่ไป แล้วก็ฟาดมันให้เต็มที่เลย”
เวคฟิลด์ถลาเข้าไปกอดเรนนี่ไว้ร้องออกมาด้วยความใกลัว
“อย่าเฆี่ยนผมเลยนะฮะเรนนี่” เกชายอ้อนวอน
“มา...ข้าจะฟาดมันเอง”คุณย่าร้องเสียงแหลม
“ข้าเคยตีลูกมาตั้งหลายคนแล้วทั้งนิโคลาส เออร์เนสท์ เพราะฉะนั้นตอนนี้จะต้องเฆี่ยนไอ้เด็กจรจัดนี่เสียหน่อยมานี่...” มิสซิสไว้ท์โอ๊ค้าอย่างยิ่งที่จะแสดงอำนาจของนางออกมา
“เอาละครับ...เอาละแมมม่า” ลุงเออร์เนสท์ขัดขึ้น
“ตื่นเต้นมากๆ อย่างนี้ไม่ดีนะครับมา...เราไปกินลูกอมเป๊ปเปอร์มิ้นท์กันดีกว่า หรือเซอร์รี่สักแก้วก็ยังดี” เขาค่อยๆประคับประคองมารดาให้หันหลังกลับอย่างอ่อนโยน
“ไม่เอา...ไม่เอา...ไม่เอา”คุณย่าร้องเอะอะและทั้งเ้านิพกับนางซาช่าก็ทั้งเห่าทั้งร้องกันดังขรมไปหมด
เรนนี่ยุติเื่นี้ด้วยการคว้าแขนน้องชายพาเดินไปยังทางเดินด้านข้างปิดประตูตามหลังลงด้วยเสียงอันดัง เวคฟิลด์ได้แต่ยืนจ้องหน้าพี่ชายท่าทางของหนุ่มน้อยยามนี้เหมือนนกโรบินตัวเล็กที่ถูกเหวี่ยงลงมาจากรังด้วยพายุอันแรงกล้าเต็มไปด้วยความแปลกใจอย่างที่สุดแต่ก็มีความสนใจต่อโลกที่เพิ่งค้นพบด้วยตนเอง
“เอ้า...เรียบร้อยแล้ว”เรนนี่เอ่ยขึ้น ควักบุหรี่ออกมาจุดสูบ
เวคฟิลด์จ้องหน้าพี่ชายคนโตด้วยความรู้สึกอันลึกล้ำมองดูมือคู่สีน้ำตาลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง มองศีรษะที่ปกคลุมด้วยเรือนผมสีแดงมองใบหน้ายาวๆ แก้มตอบๆ นั้น แล้วก็บอกตัวเองว่า...เขารักพี่ชายคนนี้เหลือเกินเวคฟิลด์ปรารถนาในความรักความเห็นใจจากเรนนี่มากกว่าสิ่งอื่นใดในโลกนี้แน่นอนเขาจะต้องทำให้เรนนี่บังเกิดความสนใจในตัวเองขึ้นมาให้ได้ต้องทำให้เรนนี่รู้สึกเมตตาเขาให้มากที่สุด
เด็กชายจึงหลับตาลงท่องประโยคอันศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถจะเรียกน้ำตาให้เอ่อขึ้นในดวงตาขึ้นมาได้เสมอหลังจากนั้นไม่นานก็รู้สึกว่าน้ำอุ่นๆเอ่อท้นขึ้นในดวงตาเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งหยาดน้ำใสๆ นั้นก็พรากลงมาตามแก้ม
“อะไรกัน?” เรนนี่ถามเสียงเครียด
“ย่าทำให้แกใกลัวมากนักหรือ?”
“มะ...ไม่...เอ้อ...นิดหน่อยครับ”
“โธ่เอ๊ย...ไอ้ตัวเล็ก”เรนนี่โอบไหล่เวคฟิลด์รั้งร่างเข้ามากอดไว้
“ฟังนะพี่ว่าแกไม่ควรจะร้องไห้ง่ายๆ อย่างนี้หรอก วันนี้พี่เห็นแกร้องสองครั้งแล้วนะ ถ้าแกขืนยังเอาแต่ร้องไห้อย่างนี้แกจะไปสู้กับใครเขาเวลาไปโรงเรียนได้ล่ะ?”
เวคฟิลด์บิดกระดุมเสื้อคลุมของเรนนี่เล่นดู
“ผมขอลูกหินคืนแล้วขออีกสักสิบเซ็นต์ได้ไหมฮะ?” เด็กชายทำเสียงอ้อน
“เพราะผมต้องใช้หนี้มิสซิสบรอนว์ตั้งยี่สิบแปดเซ็นต์แล้วและผมก็อยากกินน้ำมะนาวสักขวดด้วย”
เรนนี่ส่งเงินสิบเซ็นต์กับลูกหินให้น้องชายแต่โดยดี