“ปาขอรายงานการประชุมเมื่อครู่นี้ให้เราด้วยนะ” ชาติชายกดอินเตอร์คอมสั่งงานมาจากข้างในห้องปาริฉัตรที่กำลังนั่งพิมพ์งานอยู่บนโต๊ะของตัวเองที่ตั้งอยู่หน้าห้องทำงานของชาติชายรีบวางมือจากแป้นพิมพ์แล้วกดตอบรับคำสั่ง
“ได้จ้ะรอแป๊บหนึ่งนะ”
“ไม่ต้องรีบหรอกนะ”
“โอเคจ้ะ”ปาริฉัตรหันมาพิมพ์งานที่เพื่อน้าต่อซึ่งก็เหลือเพียงอีกนิดเดียวก็จะเสร็จสมบูรณ์แล้วเมื่อพิมพ์เสร็จหญิงสาวก็ตรวจทานงานอีกรอบก่อนจะสั่งปริ้นเอกสารออกมาแล้วรวบรวมเอาเข้าไปให้ชาติชายในห้อง
“ปาเราคิดว่าคงต้องไปเมืองไทยเร็วๆ นี้”
ชาติชายเงยหน้าขึ้นบอกเพื่อนด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดเล็กน้อยหลังจากที่อ่านเอกสารจบแล้วดวงตาที่เขามองปาริฉัตรนั้นเต็มไปด้วยแววกังวลระคนห่วงใยอย่างเห็นได้ชัดหญิงสาวรู้ดีว่าทำไมเพื่อนถึงมีสีหน้าเช่นนี้ตัวเธอเองก็รู้สึกกังวลกับเื่นี้เหมือนกันเพราะถ้าชาติชายต้องไปจริงๆก็หมายความว่าเธอก็จะต้องไปด้วยเช่นกันเนื่องด้วยเธออยู่ในฐานะเลขาของเขา การประชุมเมื่อเช้านี้มีการพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงงานที่ประเทศไทยซึ่งดูเหมือนปัญหานี้จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆหากไม่รีบแก้ไขอาจจะส่งผลต่อสินค้าที่จะส่งมาที่นี่ก็เป็ได้
“ปาคิดว่า...”
“ไปเถอะชาติอย่าเอาเื่ส่วนตัวของปามาทำให้งานเสียเลยนะ”
“ปาแน่ใจเหรอ”
“อืม...ปาคิดว่าโลกมันคงไม่กลมและปาคงไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอกปาเข้มแข็งขึ้นมากแล้วนะ เื่มันผ่านมาตั้งเกือบจะสี่ปีแล้ว”
ใช่...มันผ่านมาตั้งสี่ปีแล้วป่านนี้อดีตสามีเธอคงจะมีความสุขกับครอบครัวใหม่ไปแล้วล่ะทั้งที่บอกว่าตนเองเข้มแข็งแล้วแท้ๆ แต่ทำไมพอคิดถึงเื่นี้ขึ้นมาอีกดวงตาของเธอกับมีหยาดน้ำใสเอ่อคลอขึ้นมาอย่างห้ามไว้ไม่อยู่ปาริฉัตรพยายามกลั้นเอาไว้เพราะไม่้าให้เพื่อนเห็นความอ่อนแอเธอไม่อยากให้เพื่อนรักเป็ห่วงและไม่สบายใจไปด้วยแต่สุดท้ายก็ไม่อาจรอดพ้นจากสายตาคมกริบของชาติชายไปได้ แม้ว่าเธอจะพยายามซ่อนไว้เพียงใด
“เราว่าปาไม่ต้องไป...”
“ไม่ได้หรอกมันเป็หน้าที่ของปานะ” เธอเอ่ยขัดเพื่อนอย่างรวดเร็ว “ปาว่าไปคราวนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ปาคิดว่าจะพาน้องเอมกับกิ่งแก้วไปด้วยกันเพราะนานแล้วที่ไม่ได้กลับบ้านเกิดของตัวเองเลยยิ่งน้องเอมยิ่งไม่เคยไปเมืองไทยเลย ปาคิดว่าจะถือโอกาสนี้พาน้องเอมไปเที่ยวด้วยซะเลยชาติว่าดีไหม” หญิงสาวแสร้งถามด้วยน้ำเสียงสดใสและใบหน้าที่เบิกบานชาติชายไม่อยากขัดจึงเล่นตามน้ำไป
“ก็ดีเหมือนกันนะพาน้องเอมไปเที่ยวบ้างก็ดี”
“แล้วชาติจะไปเมื่อไรล่ะ”
“คิดว่าคงเป็อาทิตย์หน้าน่ะ”
“โอเคถ้าอย่างนั้นเราขอตัวไปทำงานก่อนนะ”ปาริฉัตรเอ่ยขอตัวกลับไปทำงานทว่าขณะที่กำลังจะเดินออกไปจากห้องชายหนุ่มก็เรียกไว้เสียก่อน
“เดี๋ยวสิปา...”
“มีอะไรเหรอ”
“เราดีใจนะที่ปาเข้มแข็งขึ้น”แม้จะแค่เล็กน้อยก็ตามประโยคสุดท้ายชาติชายพูดอยู่ในใจ
หญิงสาวยิ้มด้วยดวงตาเป็ประกายพลางตอบกลับ“ที่ปาสามารถเข้มแข็งและอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะปาได้กำลังใจจากทุกคนนี่แหละโดยเฉพาะจากน้องเอม” กล่าวจบเธอก็เดินออกจากห้องไป
ชาติชายมองตามไปด้วยความสงสารระคนเห็นใจพลางนึกภาวนาอยู่ในใจว่าขอให้เพื่อนรักเข้มแข็งเช่นนี้ตลอดไปและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆด้วยเถิด เพราะเขาอยากให้เธอมีความสุขอย่างเต็มที่เสียทีเอ...หรือว่าเขาจะลองทำตัวเป็กามเทพดูนะ ถ้าปาริฉัตรได้พบกับผู้ชายดีๆ สักคนบางทีเธออาจยอมเปิดหัวใจรักขึ้นอีกครั้งก็ได้จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับใครสักคนไม่ต้องจมอยู่กับอดีตที่ปวดร้าวอีกต่อไป
ทว่าแล้วเขาจะไปหาผู้ชายดีๆได้ที่ไหนบ้างล่ะ เื่แบบนี้เขาต้องดูให้ละเอียดและศึกษาให้ดีๆถึงจะแนะนำให้เพื่อนรักได้รู้จักไม่เช่นนั้นจะกลายเป็ว่าไปซ้ำเติมเพื่อนเข้าไปอีกหากเจอผู้ชายเลวหลบในเข้าชายหนุ่มนั่งครุ่นคิดถึงผู้ชายที่เขารู้จักหลายๆ คน ก่อนจะยิ้มกว้างออกมาเมื่อคิดได้ว่าควรเป็ใครดีฮึๆ สงสัยเื่นี้เขาคงต้องขอคำปรึกษาจากแฟนสาวเสียแล้ว
ภายในตึกสูงใหญ่ระฟ้าของเมืองไทยชายหนุ่มร่างสูงใหญ่แต่งตัวภูมิฐานซึ่งมีตำแหน่งเป็ถึงผู้บริหารระดับสูงของบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องออกกำลังกายรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกำลังนั่งเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใส
แฟ้มงานต่างๆที่วางอยู่บนโต๊ะทั้งสำคัญและไม่สำคัญนั้นหากเป็เมื่อก่อนคงถูกพงศกรหยิบขึ้นมาทำแล้วทว่าบัดนี้มันกลับถูกวางทิ้งไว้อย่างไร้การเอาใจใส่ภาพที่พนักงานทุกคนเคยเห็นเ้านายทำแต่งานสนใจแต่เอกสารบนโต๊ะนั้นบัดนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นอีกแล้วณปัจจุบันนี้ภาพที่ทุกคนได้เห็นกับเป็ภาพที่เ้านายมักทำหน้าเศร้าและชอบเหม่อลอยอยู่บ่อยๆแทนเวลาว่างจากงาน
แต่ถึงจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนทว่าพงศกรก็ไม่เคยทำให้งานเสียหายสักครั้งเขายังใส่ใจกับงานทุกอย่างเหมือนเดิมเพียงแค่ว่าไม่ได้บ้าทำงานเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วก็เท่านั้นเองผู้ที่รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเ้านายได้มากที่สุดก็คืออรอุมาผู้เป็เลขานั่นเองหญิงสาวเดินเข้ามาหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานที่พงศกรเซ็นหมดเรียบร้อยแล้วพอเห็นเ้านายนั่งเหม่ออีกเธอก็แอบถอนใจเบาๆ ด้วยความสงสาร
ถ้าเป็เมื่อก่อนหากเธอเข้ามาเอาแฟ้มงานเมื่อไรชายหนุ่มจะต้องสอบถามถึงงานชิ้นต่อๆไปหรือไม่ก็สั่งงานเธอแล้วซึ่งผิดกับตอนนี้ลิบลับเลยทีเดียวอรอุมาพอจะรู้บ้างว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เ้านายของเธอต้องเป็แบบนี้เพียงแต่รู้ไม่ลึกซึ้งเท่านั้นเองเธอก็ได้เพียงแต่ภาวนาขอให้เ้านายกลับมาเป็เหมือนเดิมในเร็วๆ วันหญิงสาวกอดแฟ้มเอกสารไว้กับอกแล้วเดินออกจากห้องไปเงียบๆ
พงศกรถอนใจยาวคล้ายคนเบื่อหน่ายชีวิตไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงมานั่งนิ่งๆ ปล่อยเวลาให้เสียไปเปล่าๆโดยไม่ได้ประโยชน์ทำไมงานที่เคยสนุกและมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำกับไม่มีความหมายเหมือนเคยเพราะเพียงแค่ข้างกายเขาไม่มีใครบางคนอยู่เคียงข้างอีกต่อไปแล้วใครคนนั้นผู้ซึ่งเป็...ดวงใจ
เพราะงานที่เห็นว่าสำคัญทำให้เขาต้องเสียครอบครัวอันเป็ที่รักไปเขาเพิ่งรู้สึกเดี๋ยวนี้เองว่ามันทดแทนกันไม่ได้เลยสักนิดก็เมื่อทุกอย่างสายไปแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและผู้ที่เป็ต้นเหตุอันแท้จริงของเื่ก็คือเขานั่นเอง เขาเองที่เป็คนทำลายความสุขทุกอย่างคนที่ทำร้ายดวงใจตนเองอย่างเืเย็นก็คือเขาเอง เขาเป็คนผิดเอง!
ยิ่งคิดถึงอดีตก็ยิ่งปวดใจเพราะความหุนหันพลันแล่นไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีๆ ก่อนของเขาแท้ๆจึงทำให้ครอบครัวพังพินาศลงไม่มีชิ้นดีตัวเขาเองควรรู้ดีที่สุดว่าอดีตภรรยาเป็คนเช่นไรไม่มีทางที่เธอจะทำร้ายลูกตัวเองได้ลงคอแต่เพราะความโกรธกอปรกับความเสียใจที่ต้องสูญเสียลูกไปทำให้สติที่มีเพียงน้อยนิดของเขาขาดสะบั้นลงบวกกับหลักฐานที่เจอยิ่งทำให้เขาไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆ ของเธอทั้งสิ้น
ตอนนั้นเขาคิดอยู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นว่าจะทำอย่างไรให้เธอเ็ปมากที่สุดเพื่อให้สาสมกับความผิดที่เธอทำดีเขายอมรับว่าในเวลานั้นเขาไม่ใช่สุภาพบุรุษเต็มตัวอย่างที่เคยเป็มีทางไหนที่สามารถทำให้เธอเ็ปได้เขาทำหมด่เวลานั้นเขาเหมือนคนหน้ามืดตาบอดแถมใจยังบอดสนิทอีกด้วยทว่าแม้ภายนอกที่แสดงให้เธอเห็นอาจดูเหมือนว่าเขาจะสะใจกับสิ่งที่ทำลงไปแต่ลึกลงไปในใจนั้นกลับเต็มไปด้วยความเ็ปเหลือแสนทว่าก็จำต้องฝืนทนไว้และคิดว่าสิ่งที่เขาทำต่อเธอนั้นมันสมควรแล้วกับสิ่งที่เธอทำไว้
แต่ก็มีบางครั้งเหมือนกันที่เกือบทนไม่ไหวมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาเกือบทำให้เธอรู้ว่าเขายังรักและยังแคร์เธออยู่เมื่อผู้หญิงที่เขาพามาด้วยเข้าไปทำร้ายปาริฉัตรเข้าตอนนั้นเขาใมากจนเกือบจะเข้าไปโอบประคองร่างภรรยาสาวด้วยความเป็ห่วงแล้วดีแต่ว่าอดกลั้นเอาไว้ได้ซะก่อนเขาทำเหมือนไม่สนใจแต่พอปาริฉัตรออกจากห้องไปแล้วความอดทนของเขาก็สิ้นสุดลงตามไปด้วย
เขาไล่ผู้หญิงที่บังอาจทำร้ายอดีตภรรยาเขาด้วยความโกรธสุดขีดใบหน้านั้นเหมือนอยากจะฆ่าให้ตายเขาแค่คิดอยากให้เธอเ็ปใจแต่ไม่เคยคิดที่จะทำร้ายร่างกายให้เจ็บเลยแม้แต่น้อยแต่ผู้หญิงที่เขาพามาด้วยกลับทำซึ่งตอนนั้นเขาห้ามไม่ทันเพราะคาดไม่ถึงว่าจะเกิดเื่แบบนี้ขึ้นซึ่งหากผู้หญิงคนนั้นไม่รีบออกไปทันทีที่เขาไล่ละก็เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองจะควบคุมสติไม่ให้จับตัวอีกฝ่ายเหวี่ยงออกไปจากห้องได้หรือไม่
ผู้หญิงที่ปาริฉัตรเห็นอยู่กับเขาทุกคนนั้นพงศกรไม่เคยมีความสัมพันธ์ด้วยเลยเขาเพียงแค่พามาอยู่ที่ห้องเพื่อให้ภรรยาเข้าใจผิดเท่านั้นก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่คิดจะแตะต้องผู้หญิงเ่าั้เขารู้แต่ว่าในใจเขารู้สึกว่ามันผิดหากคิดจะทำ
ชายหนุ่มหยิบกรอบรูปที่มีภาพถ่ายคู่ระหว่างเขากับอดีตภรรยาขึ้นมาดูด้วยความคิดถึงและเสียใจอย่างสุดซึ้งกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปกรอบรูปอันนี้เขาเพิ่งเอามันออกมาจากลิ้นชักใต้โต๊ะทำงานหลังจากที่เขาทิ้งมันไว้ในนั้นให้พ้นหูพ้นตาไปเป็เวลานานตอนนี้มีเพียงรูปถ่ายและความทรงจำเกี่ยวกับปาริฉัตรเท่านั้นที่อยู่กับเขาซึ่งเขาไม่้าเพียงแค่นี้เขาอยากััตัวตนที่มีเืเนื้อมีชีวิตมากกว่ารูปถ่ายที่ไร้ชีวิตชีวา
พงศกรหลับตานิ่งพลางนึกถึงร่างบางยามอยู่ในอ้อมแขนของตัวเองเขายังจำกลิ่นกายอันหอมหวานของเธอที่เคยชินได้อยู่เสมอ ร่างนุ่มๆเนียนมือทว่ากลับอบอุ่นยังคงอยู่ในความทรงจำไม่เสื่อมคลายแล้วชายหนุ่มก็อดนึกถึงเื่ในวันนั้นไม่ได้เธอจะเ็ปและโกรธเกลียดเขาแค่ไหนกันนะที่เขาทำการหักหาญน้ำใจเธอเช่นนั้น
พงศกรยอมรับกับตนเองเต็มหัวใจเลยว่าวันนั้นเขาหึงหวงเธอมากที่สุดที่เธอไปหาผู้ชายคนอื่นที่โรงแรมทั้งที่เพิ่งหย่ากับเขาได้ไม่กี่วันเท่านั้นเมื่อคิดว่าเธอจะเป็ของคนอื่นความรักที่มันยังอัดแน่นอยู่ในหัวใจกอปรกับความหึงหวงจึงได้ทำการหักหาญน้ำใจเธอตอนที่ได้มีหญิงสาวอยู่ในอ้อมแขนอีกครั้งนั้นเขารู้สึกเลยว่าตัวเองมีความสุขมากเพียงใดแต่ความผิดที่เธอทำไว้เขาก็ไม่อาจลืมได้ความโกรธจึงบดบังความรักที่เขามีต่อเธอเอาไว้จนหมดสิ้น
ในเช้าวันนั้นชายหนุ่มตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นร่างบางที่แสนอบอุ่นอีกแล้วใจเขารู้สึกโหวงเหวงขึ้นมาทันทีและไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิงแม้จะปล่อยเวลาให้เนิ่นนานแต่ความรู้สึกนั้นก็ไม่จางหายไปเสียทีจนเขาทนไม่ไหวอีกต่อไปต้องไปหาเธอถึงบ้านคิดแค่ว่าได้เห็นหน้าหรือได้ทะเลาะกันบ้างก็ยังดีแต่ก็ไม่คิดที่จะกลับไปอยู่ด้วยกันอีกแล้วเนื่องจากความผิดของเธอมันคอยย้ำเตือนใจอยู่เสมอทว่าพอกลับบ้านก็ต้องผิดหวังและใเป็อย่างมากเมื่อนมสายที่เขาเคารพรักและนับถือเสมือนญาติคนหนึ่งเพราะเลี้ยงดูเขามาั้แ่เล็กบอกด้วยน้ำตานองหน้าว่า
‘คุณปาเธอไปแล้วค่ะคุณกรเธอบอกว่าขอคืนบ้านหลังนี้ให้คุณ ขอให้คุณมีความสุขกับสิ่งที่คุณเลือกแล้วตลอดไป’
พงศกรจำได้ว่าตัวเองยืนนิ่งเฉยอยู่อย่างนั้นคล้ายกับหุ่นยนต์คำพูดของนมสายวนเวียนไปมาอยู่ในหัวสมองมิหนำซ้ำเสียงร้องไห้ของนมสายยังบีบคั้นจิตใจจนทำให้เขารู้สึกผิดมากมายนักแต่ก็เหมือนเดิมอีกนั่นแหละความคิดที่ว่าเธอทำให้ลูกต้องตายมักจะเข้ามาแทรกจนบดบังความรู้สึกผิดทุกครั้งไป
เมื่อปาริฉัตรย้ายออกไปแล้วเขาก็ย้ายกลับเข้ามาอยู่ในบ้านเหมือนเดิมทุกวันที่ต้องอยู่โดยไม่มีเธอนั้นเขาก็มีงานเป็เพื่อนแต่รู้สึกได้เลยว่าตนเองทำงานเพื่อให้ไม่ว่างจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านอะไรอีกไม่ใช่รู้สึกมีความสุขที่ได้ทำอีกต่อไปเหมือนอย่างแต่ก่อนเขาเอาแต่ทุ่มเทให้กับงานโดยไม่คิดสนใจผู้หญิงคนไหนที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานเลยแม้แต่น้อยทั้งที่ความจริงแล้วเขามีสิทธิ์ที่จะคบใครใหม่ก็ได้ในเมื่อได้หย่าขาดจากปาริฉัตรแล้วทว่าเขาก็ไม่คิดจะทำนั่นเพราะหัวใจเขาไม่เคยลืมใครอีกคนได้เลย
พงศกรถอนใจออกมาเฮือกใหญ่คล้ายคนหมดเรี่ยวแรงทุกวันนี้เขาอยู่อย่างคนไร้หัวใจมีเพียงร่างกายกับิญญาเท่านั้นที่ยังอยู่เพราะหัวใจของเขามันถูกพรากไปนานแล้วยิ่งวันที่ได้รู้ความจริงทั้งหมดว่านามบัตรใบนั้นแท้จริงแล้วเป็ของใครชายหนุ่มก็แทบใจสลายหมดเรี่ยวหมดแรงจะมีชีวิตอยู่ต่อไป
นงนุชเพื่อนสนิทของปาริฉัตรมาที่บ้านเพราะยังไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้นจึงคิดมาหาเพื่อนเขาอยู่บ้านพอดีจึงจำต้องออกมาต้อนรับหญิงสาวและชายหนุ่มอีกคนที่มากับเธอทั้งที่ไม่อยากพบใครแต่นงนุชถือเป็เพื่อนเขาด้วยอีกคนเหมือนกัน ที่เขากับปาริฉัตรได้รักและแต่งงานกันก็เพราะแรงเชียร์ของอีกฝ่าย
นงนุชมาในชุดคลุมท้องสีสันสดใสทำให้เขารู้สึกแปลกใจพอสมควรที่เห็นเธอในสภาพแบบนั้นแต่พอได้รับคำแนะนำให้รู้จักกับผู้ชายอีกคนที่มาด้วยพงศกรก็เข้าใจว่าอะไรเป็อะไรเขาดีใจกับหญิงสาวด้วยพร้อมกันนั้นก็อดนึกถึงความโชคร้ายของตัวเองไม่ได้ดังนั้นพอนงนุชถามถึงเพื่อนสาวขึ้นมาจึงทำให้เขาโมโหเลยพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆว่าปาริฉัตรไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วก่อนจะเล่าเื่ทุกอย่างให้ฟังเมื่ออีกฝ่ายถามอย่างใระคนคาดคั้น
ท่าทางใมากของนงนุชทำให้เขาคิดไปเองว่าหญิงสาวใกับการกระทำของเพื่อนแต่เขากลับคิดผิดเมื่อนงนุชบอกว่าปาริฉัตรไม่มีวันทำแบบนั้นด้วยท่าทางและคำพูดปกป้องเพื่อนเต็มที่ซึ่งเขาไม่โกรธหญิงสาวหรอกที่คิดเช่นนั้นเพราะถ้าเป็เขาเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าเพื่อนจะทำแบบนั้นได้
นงนุชไม่เชื่อแถมยังแก้ต่างให้เพื่อนรักอีก
‘คุณกรเข้าใจผิดแล้วค่ะปาเขาไม่มีวันทำแบบนั้นหรอก’
‘คุณนุชอย่าแก้ต่างให้ผู้หญิงคนนั้นเลยครับเื่มันจบไปแล้ว’
‘คุณจะให้เื่มันจบแบบนี้หรือคะนุชไม่เชื่อหรอกค่ะว่าปาจะทำแบบนั้นคุณเป็สามีก็น่าจะรู้จักเขาดีสิว่าเป็คนยังไง’
‘ถึงจะเป็สามีภรรยากันรักกันแค่ไหนแต่บางทีก็อาจไม่รู้นิสัยของอีกฝ่ายได้ลึกซึ้งหรอกครับ’
‘คุณคิดอย่างนั้นจริงๆหรือคะ’
‘ถ้าผมไม่มีหลักฐานก็คงคิดอย่างคุณเหมือนกัน’
‘หลักฐาน?อะไรคะที่ว่าเป็หลักฐาน’
‘ผมเจอนามบัตรใบหนึ่งในห้องนอนซึ่งผมตรวจสอบดูแล้วพบว่ามันเป็นามบัตรของคลินิกทำแท้งแห่งหนึ่งแล้วอย่างนี้คุณนุชจะให้ผมคิดว่ายังไงล่ะครับ’
เขาเห็นนงนุชทำหน้าใก่อนจะหันไปมองหน้าคนข้างกายเธอที่แนะนำว่าเป็สามีเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมหน้าตาของทั้งสองคนถึงได้ซีดเผือดลงและแววตามีความเสียใจฉายชัดแล้วจู่ๆ นงนุชก็ร้องไห้ออกมาทำเอาเขางุนงงไปเลยทีเดียวว่าเธอเป็อะไรทว่าไม่นานชายหนุ่มก็แทบอยากร้องไห้ออกมาและอยากทำร้ายตัวเองให้เจ็บปางตายนักเมื่อได้ฟังความจริงจากปากของนงนุช
ตอนที่ได้ยินครั้งแรกเหมือน์ถล่มลงมาตรงหน้าแผ่นดินที่เหยียบอยู่ก็ะเืไปถึงหัวใจของเขาที่กำลังอาบไปด้วยเืหญิงสาวสารภาพว่าตนเองเป็เ้าของนามบัตรใบนั้นเองไม่ใช่ของปาริฉัตรเธอมีปัญหาคือท้องก่อนแต่งงานจึงคิดจะเอาเด็กออกจึงได้มาปรึกษาเพื่อนสาวปาริฉัตรจึงพูดเตือนสติและได้ให้คำแนะนำต่างๆทำให้เธอล้มเลิกความคิดที่จะเอาเด็กออกไป
พงศกรแทบไม่อยากจะเชื่อเลยเมื่อฟังนงนุชเล่าจบแต่สามีของเธอก็ช่วยยืนยันอีกแรงหนึ่งแถมยังบอกว่าที่มาที่นี่ก็เพราะ้าพบปาริฉัตรเพื่อจะขอบคุณที่ทำให้เขาไม่ต้องสูญเสียลูกไป
‘ปาเขารักลูกในท้องมากนะคะแถมเขายังเผื่อแผ่มาถึงลูกในท้องนุชอีก เขาไม่้าให้นุชทำบาปฆ่าเด็กบริสุทธิ์ที่ไม่รู้เื่อะไรด้วยแล้วคนแบบนี้ที่ห้ามไม่ให้คนอื่นทำบาปน่ะหรือคะที่คุณคิดว่าจะฆ่าลูกตัวเองได้ลงคอคุณคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอคะคุณกร’
เสียงร้องไห้และคำอธิบายกึ่งต่อว่าของนงนุชมันช่างบีบคั้นหัวใจของเขาเหลือเกินนี่เขาทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตหรือเนี่ย และสุดที่จะกลั้นอยู่น้ำตาของลูกผู้ชายก็ไหลรินออกมาเขาทำร้ายคนที่เขารักและรักเขาที่สุดได้อย่างเืเย็นเหลือเกินเพราะความโง่เขลาขาดสติยั้งคิดของเขาแท้ๆ เชียวที่ทำให้ทุกอย่างพังพินาศหมดคำพูดที่ปาริฉัตรเฝ้าปฏิเสธตลอดเวลาที่เขากล่าวหาเธอยังคงอยู่ในความทรงจำไม่ลืมเลือนมันย้อนกลับมาให้เขารู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น
‘มันไม่ใช่ของปานะคะคุณกรคุณกำลังเข้าใจผิด’
‘มันเป็ของเพื่อนไม่ใช่ของปาปารักลูกปาจะคิดฆ่าลูกทำไม’
ใช่เธอรักลูกมากแต่เขากับมองเป็การเสแสร้ง ทำไมนะ ทำไมเขาถึงได้คิดเลวๆ เช่นนั้นได้
‘จริงๆนะคะคุณกร เชื่อปาสิ คุณก็รู้ว่าปาไม่มีวันทำแบบนั้นได้’
ใช่เขาน่าจะรู้จักเธอดีกว่าใคร แต่ทำไมเขาถึงไม่เชื่อคำพูดเธอนะถ้าเขาเชื่อใจเธอซะั้แ่แรกก็คงไม่มีสภาพแบบนี้หรอกชายหนุ่มซบหน้าลงบนฝ่ามือแล้วร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายสายตาของคนทั้งสองเลย
‘นี่ผมทำอะไรลงไปเนี่ยผม...ผมมันเลวจริงๆ ’
‘คุณกรคะนุชผิดเองค่ะ ต้นเหตุเื่ทั้งหมดเพราะนุชเอง’
‘ไม่ใช่คุณนุชหรอกครับอย่าโทษตัวเองเลย ผมตั้งหากที่เป็คนทำให้เื่ทุกอย่างมันเลวร้ายลงยิ่งขึ้นผมมันเลวมากคุณนุช ผมทำร้ายจิตใจปาทุกอย่างด้วยความโกรธแค้นแบบผิดๆเขาคงไม่มีวันอภัยให้ผมแล้วละเพราะเขาคงเกลียดผมไปแล้ว’
‘คุณอย่าโทษตัวเองเลยครับผมเข้าใจความรู้สึกของคุณดี ผมก็เคยโกรธนุชมากเหมือนกันตอนที่นุชเคยคิดจะทำแท้ง’
‘แต่ผมมันเลวกว่านั้นหลายเท่านัก’เขายังโทษตัวเองไม่เลิก
‘นุชเชื่อค่ะว่าปาเขายังรักคุณอยู่ปาเขาไม่มีทางเกลียดคนที่เขารักมากที่สุดได้หรอกค่ะ’
‘ผมขอบคุณคุณทั้งสองคนมากนะครับถ้าพวกคุณไม่มาที่นี่ผมคงยังเป็ไอ้โง่ที่ไม่รู้ความจริงไปอีกนาน’
‘ไม่เป็ไรหรอกค่ะแล้วคุณกรจะทำยังไงต่อไปคะ บอกตรงๆ ว่านุชเป็ห่วงปามากจิตใจเขาบอบช้ำมากนุชกลัวเขาจะ...’
‘ไม่หรอกครับ’ เขารีบปฏิเสธเพราะรู้ว่านงนุชจะพูดอะไรเขาไม่เชื่อหรอกว่าปาริฉัตรจะคิดสั้นแบบนั้นได้
‘คุณคิดอย่างนั้นหรือคะ’
‘ครับผมมั่นใจ ผมจะตามหาเขาให้พบเพื่อจะขอโทษและให้เขาลงโทษในความผิดที่ผมกระทำต่อเขายังไงก็ได้ผมยอมขอแค่ได้พบเขาอีกครั้งเท่านั้น’
ชายหนุ่มบอกจากความรู้สึกแท้จริงในใจและไม่ได้เล่าเื่ที่ปาริฉัตรอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งให้นงนุชฟังเพราะคิดว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรความโกรธและหึงหวงทำให้เขาขาดสติจนคิดว่าเธอมีอะไรกับผู้ชายคนนั้นแต่ตอนนี้ความจริงปรากฏขึ้นมาและไม่มีทิฐิในใจอีกจึงทำให้เขาคิดได้มากกว่านั้น ผู้ชายคนนั้นอาจเป็เพื่อนของเธอก็ได้เขาเชื่อใจเธอว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นและเขามั่นใจว่าเธอยังรักเขาอยู่อย่างแน่นอน
หลังจากที่ได้รู้ความจริงทั้งหมดพงศกรก็จ้างนักสืบออกตามหาปาริฉัตรอย่างเร่งด่วนไม่ว่าจะหมดเงินไปเท่าไรเขายอมทั้งนั้นเพียงแค่ขอให้เขาได้พบเธออีกครั้งได้ขอโทษในสิ่งที่เขาได้ทำลงไปก็พอใจแล้วและถ้า์ยังเมตตาต่อเขาอยู่บ้างก็ขอให้หญิงสาวอย่าเพิ่งมีใครใหม่ เพราะเขาอยากเริ่มต้นกับเธอใหม่อีกครั้งซึ่งเขาสัญญาว่าคราวนี้เขาจะรักและดูแลเธอให้ดีที่สุดจะไม่วู่วามและขาดสติอย่างที่ผ่านมาอีกแล้ว แต่หากว่าเธอมีใครใหม่ไปแล้วเขาก็คงทำได้แค่อวยพรให้เธอมีความสุขแม้มันจะเป็คำอวยพรทั้งน้ำตาจากเขาก็ตาม
ชายหนุ่มตื่นจากภวังค์ความคิดเมื่ออรอุมาเลขาสาวเข้ามาเตือนถึงเวลาการประชุมในวันนี้พงศกรถอนใจยาวอีกครั้งก่อนจะลุกตามเลขาสาวออกไป ถึงเวลาทำหน้าที่แล้วสินะหน้าที่ที่ใช้ร่างกายและสมองแต่ไร้หัวใจสำหรับเขา