ตอนที่ 5
วันรุ่งขึ้นจอมพธูตั้งใจออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อไปเสาะหาเฟอร์นิเจอร์ให้ตรงตามเนื้องานที่ได้รับมอบหมาย ทีแรกเกือบต้องไปลำพังเพราะอานนท์นั้นอ้างว่ามีสอนร้องเพลง่บ่าย ครั้นโดนลูกอ้อนแกมขอร้องสุดท้ายก็ใจอ่อน ยอมไปเป็เพื่อนจนได้
ร้านรวงสองสามเ้าที่แวะไปหาตลอดครึ่งวันราบรื่นไปด้วยดี ได้เฟอร์นิเจอร์ถูกใจ ตรงตามที่้าค่อนข้างหลายชิ้นขาดเพียงพวกโต๊ะนั่งเข้าชุด ซึ่งคุณนามกำชับนักหนาถึงรายละเอียดที่อยากได้ดังนั้นจอมพธูจึงตัดสินใจแวะไปยังร้านค้าแห่งหนึ่งแถวถนนรัชดาซึ่งขายเฟอร์นิเจอร์แนวย้อนยุค
อากาศด้านนอกค่อนข้างอบอ้าวแดดจ้าประหนึ่งเตาอบ ดังนั้นเมื่อรถยนต์จอดเข้าที่เรียบร้อยในช่องทั้งสองคนจึงก้าวยาวๆ หวังหลบแดด โดยไม่ทันเฉลียวใจมองลานจอดด้านข้างกันสักนิดถึงรถยนต์ของใครบางคน ซึ่งจอดห่างกันไม่ไกลนัก
“ร้อนตับจะแตกนะเราว่าแดดเปรี้ยงๆอย่างนี้รีบเข้าข้างในเถอะ”
เมื่อประตูกระจกใสด้านหน้าถูกผลักออกความที่คุยกันจนเพลินกับอานนท์ จึงทำให้จอมพธูเกือบชนกับชายคนหนึ่ง ซึ่งหล่อนเองไม่คิดอยากเจอแม้แต่น้อย
“ธรรศ!”
เ้าของชื่อซึ่งยืนตัวแข็งมองผู้ออกอุทาน สีหน้าซึ่งตื่นตระหนกเพียงครู่ถูกกลืนอย่างรวดเร็วแปรเป็รอยยิ้มบ่งว่าสุดแสนดีใจ
“จอมไปไหนมาครับผมได้ข่าวว่าลาออก ถามคุณนำโชค ก็ตอบอย่างเดียวกับทุกคนคือ...ไม่รู้...มีอะไรรึเปล่าครับทำไมถึงต้องออกจากงานกะทันหันแบบนี้”
จะถามด้วยเจตนาใดก็แล้วแต่หญิงสาวรู้ดีว่ามันไม่ใช่เื่สลักสำคัญแต่ประการใดที่หล่อนจำต้องแจงรายละเอียดแก่ชายผู้นี้...เพราะเขาไม่ใช่หรอกหรือที่เป็หนึ่งในต้นเหตุของการกลั่นแกล้งบางอย่างในครั้งล่าสุด และมันก็ไม่ส่งผลต่อความรู้สึกของหล่อนในขณะนี้แล้วดังนั้นจึงทำเพียงแค่ยิ้มน้อยๆ และตอบด้วยคำสั้นๆ
“แค่ลาออกไม่เห็นจะเป็เื่ใหญ่โตตรงไหน”
“แล้วทำไมจอมถึงไม่บอกผมสักคำล่ะครับ...จอมรู้ไหมว่าผมเป็ห่วงแค่ไหนเบอร์โทรศัพท์จอมก็ติดต่อไม่ได้ หรือว่าเปลี่ยนเบอร์ใหม่ครับ”
เขาแสดงทีท่าว่าห่วงใยจนอานนท์ซึ่งยืนข้างกันต้องส่งเสียงกระแอมเบาๆธรรศสิตซึ่งเคยพบหน้าอานนท์มาสองสามครั้ง จึงละสายตาจากอดีตคนรักหันมามองตอบและยิ้มทักทายพอเป็พิธี แล้วก็ไม่ได้สนใจอื่นใดยังคงไปซักถามกับจอมพธูเป็ชุด
“จอมยังไม่ได้ตอบผมเลยครับ...ผมอยากมีเวลาคุยกับจอมขอโอกาสนัดทานข้าวเย็นสักมื้อนะครับ”เขาเว้นวรรคนิดหนึ่ง ปรายตาไปยังอานนท์ จึงพูดต่อ “เป็การส่วนตัว”
ทว่าจอมพธูซึ่งเข็ดในรักเก่ารู้จักหลาบจำพอต่อความอับอายที่เกิดขึ้น หล่อนจึงปฏิเสธแบบไม่ใยดีโดยไม่เสียเวลาคิด “อย่าเลยค่ะ ฉันมีธุระที่ต้องทำอีกมากไม่อยากสิ้นเปลืองเวลาไปพูดคุยเื่ไร้สาระเก่าๆ”
คำพูดเด็ดขาดทำให้ผู้เป็เพื่อนซึ่งยืนลุ้นอยู่ด้านข้าง อมยิ้มอย่างพึงใจ ขณะที่ผู้ออกปากชวนหน้าตึงขึ้นเล็กน้อย หากพยายามระงับอารมณ์ไม่พอใจนั้นไว้ และพูดเสียงอ่อน “จอมอย่าพูดตัดรอนแบบนั้นสิครับยังไงเราก็เป็เพื่อนที่ดีต่อกันได้ ไม่ใช่เหรอครับผมแค่อยากจะปรับความเข้าใจของเราสองคนให้ตรงกันอย่างน้อยวันข้างหน้าเราก็อาจจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีก”
“อย่าเสียเวลาเลยค่ะฉันได้งานที่ใหม่แล้ว และไม่คิดว่าจะมีความจำเป็ตรงไหนต้องอาศัยพึ่งใบบุญของคุณเข้าช่วยเหมือนที่ผ่านมา...ยังไงซะ ถ้าคุณว่างมาก มีเวลาเหลือเฟือฉันแนะนำให้คุณไปหาเวลาเปิดหนังสือรักเด็ก เกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกให้ถูกวิธีน่าจะเข้าท่ากว่า อย่าลืมสิคะ ว่าตอนนี้คุณไม่ใช่หนุ่มโสดเหมือนแต่ก่อนผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็เมียคุณ เธอกำลังจะมีลูกกับคุณ”
เมื่อได้ระบายความอัดอั้นตันใจบางส่วนจอมพธูจึงเบี่ยงตัวไปจากที่ตรงนั้น โดยไม่คิดจะเหลียวกลับไปมองอดีตคนรักซึ่งตอนนี้ยืนหน้าชา กัดกรามจนสันปูดโปน มือทั้งสองข้างกำแน่นบ่งถึงอารมณ์อันคุกรุ่นด้วยความโกรธภายใน
จอมพธูมาหยุดยืนอีกครั้งเมื่อพ้นเหลี่ยมห้อง ซึ่งจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไว้เป็จำนวนมาก มืออัน ‘แข็งและอ่อน’ ในคนเดียวกันวางลงบนบ่าซึ่งบัดนี้สะท้านจนไหว เมื่อรู้สึกดวงตานั้นพร่ามัวขึ้นมาโดยไร้เหตุผลหล่อนจึงเอ่ยเสียงเบาบอกอานนท์
“จอมขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ”
แต่ไม่วายยังอุตส่าห์มาเจอสตรีอีกผู้หนึ่ง ซึ่งหล่อนไม่นึกอยากพบหน้าเฉกเช่นเดียวกับธรรศสิตทันทีที่ฝ่ายนั้นซึ่งกำลังแต่งแต้มสีลิปสติกบนเรียวปากเสร็จสรรพเหลือบตามองทางกระจกเห็นหน้าหล่อนเข้า ถึงกับผงะ
นวีนาหมุนตัวอย่างเร็วเก็บลิปสติกใส่กระเป๋าสะพายตรงหน้า ดวงตาของนางเสือร้ายเข้าสิงสู่จนวาววับ จีบปากจีบคอทักทายด้วยคำเหน็บแนม
“ไม่นึกไม่ฝันเลยนะจ๊ะจอมว่าจะพบหน้าเธอที่นี่ เห็นที่บริษัทเขาลือให้กระฉ่อน เื่ที่เธอถูกไล่ออกจากงาน”
จอมพธูไม่รู้หรอกว่าหลังออกจากงานวันนั้น จะมีใครครหานินทาเช่นไรเพราะหล่อนรู้แก่ใจดีว่าสิ่งที่นวีนาพูดนั้นไม่เป็ความจริง หล่อนไม่ใช่ถูก ‘ไล่ออก’ อย่างที่กล่าวหาดังนั้นจึงโต้ตอบแบบนิ่มๆอย่างที่เคยเป็
“เธอคงจะไปฟังขี้ปากใครต่อใครในเื่ไม่จริงมาล่ะสิ ถึงได้กล่าวหาว่าฉันถูกไล่ออก ทั้งที่เื่จริงเธอน่าจะรู้ดีกว่าใครในบริษัททั้งหมดด้วยซ้ำ ว่าแท้จริงแล้ว ถ้าฉันไม่ชิงลาออกซะก่อนแล้วมีการสืบสาวราวเื่ขึ้นมา คนที่จะถูกไล่ออก อาจเป็เธอก็ได้”
แววตาตื่นตระหนกของนวีนาแสดงขึ้นแวบหนึ่งหล่อนใช้วิธีเกรี้ยวกราดพูดกระทบกลับโดยไม่รีรอ “อย่าพูดจาพล่อยๆกล่าวหาคนลอยๆนะ ทำเื่สกปรกไว้ด้วยตัวเองแล้วคิดจะมาโยนบาปให้คนอื่นอย่างนั้นเหรอ คงจะคิดสินะว่าใครๆจะต้องทำตัวต่ำๆแบบเธอไปซะหมด ลำพังแค่แย่งผัวชาวบ้านก็สุดแสนจะหน้าด้านหน้าทนเหลือกำลังรับ แล้วนี่ยังทำตัวเป็พวกกินนอกกินในพอเื่มันแดง ก็รีบหาทางเอาตัวรอดขึ้นมาเชียว เธอยังมีหน้าจะใส่ร้ายคนอื่นอีก”
คำพูดที่ดูเหมือนจะเป็ต่อของฝ่ายนั้นทำเอาหน้าจอมพธูซีดเผือด...ที่เป็เช่นนั้นเพราะรู้สึกละอายต่อพฤติกรรมเพื่อนร่วมงานเก่าอย่างนวีนาเต็มทนไม่นึกฝันว่านอกจากหล่อนจะเป็คนที่ร้ายลึก ทั้งต่อหน้าและลับหลังเช่นนี้
เมื่อเหลืออด ไม่อยากประคารมให้ต้องเจ็บใจจอมพธูจึงผละออกจากห้องน้ำในทันที ได้ยินแต่เสียงหัวเราะเยาะกังวานไล่หลังจนหน้าชาวูบวาบ ลากจากศีรษะไล่ลงมาจรดปลายเท้าทีเดียว
เดินเหมือนตัวลอยมาหยุดด้านแผ่นหลังของอานนท์จึงสะกดก้อนสะอื้นต่อความเจ็บใจนั้นไว้ตามเดิม เมื่อเพื่อนรักหันมายังไม่ทันปรับสีหน้าให้เหมือนเดิม ฝ่ายนวีนาซึ่งตามหลังออกมาเดินเฉียดกรายในระยะใกล้ ไม่ได้พูดจาจิกกัดใดๆเพิ่ม แต่ไม่วายใช้หางตาเหยียดแสดงความเหนือกว่าเข้าข่ม ก่อนจะยกมุมปากยิ้มเยาะอีกครั้ง
จอมพธูได้แต่ยืนตัวแข็ง มือเย็นเฉียบนิ่งจนพูดอะไรไม่ออกสักคำ!
.................................................................