เวลาผ่านไปสักพักนึงเมื่อหลินตงได้รับรู้แล้วว่าตำหนักของล้ำค่าไปทางไหนก็รีบจ่ำอ้าวไปอย่างรวดเร็วและในที่สุดเขาก็มาถึงมัน เบื้องหน้าของเขาคืออาคารที่สูงถึงห้าชั้น มันแทบจะสูงยิ่งกว่าอาคารหรือตำหนักไหนๆภายในเมืองเหรินซานแห่งนี้ แล้วที่แปลกไปกว่านั่นคือส่วนใหญ่รอบบริเวณจะไม่ค่อยมีผู้คนธรรรมดานักมันจะมีเพียงแค่ผู้ฝึกฝนพลังยุทธที่เดินเข้าออกก็เท่านั่น
ภายในตำหนักถูกตกแต่งไปด้วยสิ่งของมากมาย พวกมันถูกตั้งโชว์ไว้ด้านในแถมยังมีวัสดุโปร่งใสที่เคลือบไปด้วยพลังยุทธของผู้แข็งแกร่ง พวกมันจึงสามารถตั้งโชว์แบบนี้ง่ายๆโดยที่ไม่ต้องกลัวถูกขโมยหรืออะไร แต่ทุกคนรู้ดีว่าตำหนักล้ำค่าแห่งนี้เป็นยังไงความคิดที่จะขโมยของนั่นก็ไม่มีในหัวเลยสักนิด ว่ากันว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังตำหนักล้ำค่าแห่งนี้คือผู้ทรงพลังจากขุมพลังที่ยิ่งใหญ่ เรียกง่ายๆว่ามีอิทธิพลพอที่จะปกคลุมไปทั่วทั้งทวีปชิงหลงได้เลยละ
ขณะที่ชายหนุ่มเดินเข้ามานั่นก็มีสายตาของหลายคนที่จ้องมองมา การที่สามารถกล้าเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ได้จะต้องไม่ธรรมดา ใบหน้าที่เริ่มหล่อเหลากับเส้นผมสีเงินที่ยาวสลวยทำให้ทุกคนที่เห็นต้องลอบอุทานออกมา ส่วนเสื้อผ้าสีดำมืดที่ดูธรรมดาของเขานั่นไม่มีใครที่สนใจมันเลยซักนิดแถมพวกเขายังบอกอีกว่ามันชั่งเข้ากับรูปลักษณ์ที่เรียบง่าย
"ท่านลูกค้าสนใจสิ่งใดหรือเจ้าค่ะ ตำหนักชั้นที่หนึ่งของเราส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยสมุนไพรระดับหนึ่งหรือของล้ำค่าระดับต่ำเจ้าค่ะ ราคาของมันถ้าเทียบกับชั้นอื่นๆอาจจะไม่สูงมากแต่ทว่ามีคุณภาพระดับสูงอย่างแน่นอน"
หญิงสาวนางนึงที่มีใบหน้างดงามก้าวเข้ามาพร้อมกับพูดขึ้นด้วยท่าทางที่เป็นงานเป็นการ สำหรับหญิงสาวนั่นการแนะนำสินค้าหรือขายของเช่นนี้มันชั่งเรียบง่ายเกินไป เพราะถึงยังไงทุกวันๆก็จะต้องแนะนำให้กับลูกค้าที่แวะเข้ามาอยู่แล้ว
"ข้าอยากได้แหวนห้วงมิติน่ะ ที่แห่งนี้มีมันไหม..?"
ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะพูดจุดประสงค์ของตนออกมา
หญิงสาวเมื่อเห็นว่ามีคนสนใจแหวนมิติก็เริ่มตื่นเต้นขึ้น ต้องบอกก่อนว่าแหวนมิติที่มีราคาต่ำสุดก็มีค่าหลายสิบหินลมปราณยุทธระดับต่ำแล้ว พวกมันเป็นที่นิยมกับตระกูลผู้ฝึกยุทธที่ร่ำรวยหรือผู้ที่มีพลังแข็งแกร่ง
"เข้าใจแล้วค่ะ งั้นท่านรอข้าสักครู่นึง เดียวข้าจะไปเอามาให้ท่านเลือกดู เวลานี้ท่านก็เดินดูของล้ำค่าอื่นๆได้น่ะเจ้าค่ะ เผื่อท่านจะถูกใจมันสักอัน"
พนักงานของตำหนักโค้งหัวให้กับชายหนุ่มเล็กน้อยพลางเดินออกไป หลินตงเมื่อเห็นเช่นนั่นก็มองไปรอบๆภายในห้องโถงนี้ก็เห็นว่ามีของล้ำค่าที่ถูกจัดแสดงอยู่ภายในวัสดุโปร่งแสงเต็มไปหมด
เขาก็ค่อยๆเดินไล่ดูไปเรื่อยๆอย่างไม่เร่งรีบ ภายในชั้นที่หนึ่งแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยสมุนไพรระดับหนึ่งซะมากกว่า สมุนไพรระดับหนึ่งโดยส่วนมากจะพบเจอได้ง่ายยิ่งกว่าระดับอื่นๆ อย่างเช่นก็ตามภูเขาหรือสถานที่ๆคาดไม่ถึง พวกมันบางอันมีราคาไม่ถึงสิบเหรียญทองเลยด้วยซ้ำและมันไม่ค่อยเป็นที่นิยมกันซักเท่าไหร่ยกเว้นก็แต่ว่าจะมีนักปรุงยาเอาพวกมันไปผสมเป็นเม็ดยาที่ทรงพลัง
"หญ้าเปลวเพลิงระดับหนึ่ง..?!"
ชายหนุ่มถึงกับชะงักเมื่อเห็นมันเข้า ใบหน้าเริ่มมีความซับซ้อนขึ้น ภาพความทรงจำที่เขายังไม่เคยลืมผุดขึ้นมาภายในหัวของตน สมุนไพรนี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามีวันนี้ ถ้าเขาไม่ได้มันมาเขาก็จะไม่ถูกผลักตกลงไปจากเชิงผาและได้พบเจออาจารย์อย่างแน่นอน เขายังจำได้ดีถึงแววตาความโลภของชายวัยกลางคนที่มองไปยังสมุนไพรที่อยู่ภายในตระกร้าของเขา
"เป่ยหงรอก่อนเถอะ อีกไม่กี่วันแล้ว ถ้าเจอกันที่สำนักจิตวิญญาณข้าจะทำให้เจ้าไม่ได้ตายดีแน่ ส่วนพ่อของเจ้าข้าจะทำให้มันมาร้องขอชีวิตเลยเชียวละ"
หลินตงสีหน้าเยียบเย็นอยู่นิดๆ ตอนนี้ถึงเขาจะไม่ใช่คนเลวแต่เขาก็ไม่ใช่คนดีเช่นเดียวกัน เขานั่นยังไม่เคยลืมถึงเรื่องราวที่ยังปล่อยวางนี้ไม่ได้ ลองคิดดูสิ ถ้าเกิดว่าภายในเหวลึกนั่นไม่มีท่านอาจารย์อยู่ปานี้เขาคงจะกลายเป็นวิญญาณที่มีแต่ความเคียดแค้นไปแล้วมั้ง
ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังเดินดูสิ่งต่างๆอยู่นั่น หญิงสาวที่เป็นคนต้อนรับชายหนุ่มก็เดินมาพร้อมกับถาดที่ทำขึ้นอย่างประณีตใบนึง ภายในเต็มไปด้วยแหวนห้วงมิติที่ถูกจัดวางไว้บนผ้าสีแดงสดอย่างสวยงาม ส่วนตรงด้านล่างแหวนก็มีป้ายติดราคาเอาไว้ ถ้าคนอื่นๆมาเห็นมันจะต้องเหงื่อตกด้วยราคาอย่างแน่นอน
"คุณชายเจ้าค่ะ ข้ามาแล้ว ท่านสนใจเลือกวงไหนหรอค่ะ แหวนห้วงมิติไล่จากซ้ายไปขวาความกว้างภายในเริ่มเต้นที่หนึ่งเมตรเจ้าคะ"
ชายหนุ่มพยักหน้ารับพลางก้มลงมองมันอย่างไม่วางตา นี่นะหรอแหวนห้วงมิติระดับธรรมดาที่ผู้ฝึกยุทธนั่นใช้กัน รูปลักษณ์ธรรมดามากซะจนเอาไปเทียบกับแหวนห้วงมิติมังกรเพลิงของท่านอาจารย์ไม่ได้เลย วงแหวนมีสีดำสนิทที่ดูเรียบง่ายและไม่มีลวยลาดอะไร แหวนวงซ้ายสุดมีขนาดภายในความสูงหรือความกว้างเท่ากับหนึ่งเมตร มีราคาถึงสิบห้าหินลมปรานยุทธ
ตอนนี้เขาไม่ได้ขนาดแคลนหินลมปราณยุทธอย่างแน่นอนแต่ทว่าเขาจะต้องเก็บมันเอาไว้สองร้อยก้อนเพื่อที่จะทะลวงพลัง เขานั่นยังไม่แน่ใจถึงการทะลวงของวิชาบ่มเพาะระดับพระเจ้านี้แต่เขาคิดว่ามันจะต้องใช้มากอย่างแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนี้้เขาก็ตัดสินใจได้ในที่สุด
"ได้ล่ะ ข้าเอาแหวนห้วงมิติวงที่สี่ ภายในมีขนาดสี่เมตร"
หลินตงพูดขึ้นพร้อมกับหยิบมันขึ้นมาสวม ขนาดเดียวกันเขาก็โบกมือเอาหินลมปราณยุทธจากแหวนมังกรเพลิงออกมากองเป็นภูเขา ราคาของมันถ้าเทียบกับขนาดหนึ่งเมตรมีราคามากยิ่งกว่าหลายเท่า แปดสิบหินลมปราณยุทธของเขาหมดไปในพริบตา
"ขอบคุณที่ซื้อมันเจ้าค่ะ"
หญิงสาวเมื่อเห็นกองหินลมปราณยุทธระดับต่ำที่เยอะเช่นนี้ก็พยักหน้าอย่างดีใจ นางรีบเอาพวกมันเข้าแหวนมิติที่พกติดตัวไว้ทันที
ขณะเดียวกันหญิงสาวก็โค้งขอบคุณชายหนุ่มอยู่ยกใหญ่ ในเมื่อเธอสามารถขายแหวนมิติได้ส่วนแบ่งจากการที่เธอขายได้ก็จะได้รับมันมาเช่นเดียวกัน มันยิ่งทำให้คนธรรมดาเช่นนางนั่นร่ำรวยขึ้นในพริบตา
หลินตงอมยิ้มอยู่นิดๆพลางยกมือของตนขึ้น นัยน์ตามองไปยังแหวนสีดำสนิทที่อยู่ตรงนิ้วกลางขวาของเขา ส่วนแหวนมิติมังกรเพลิงนั่นอยู่ที่นิ้วชี้ข้างขวาอย่างเช่นเดิมและเมื่อเขาเห็นว่าเสร็จสิ้นธุระของตนแล้วก็เดินออกมาจากตำหนักของล้ำค่าโดยที่ด้านหลังยังมีเสียงขอบคุณของพนักงานหญิงสาวที่ดังไล่หลังมาอยู่ยกใหญ่
"เหอะๆ ข้าก็ไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย แต่ก็ชั่งเถอะ"