หลังจากนั้น 1 ชั่วโมง
บืนๆกองกำลังร่วม 300 คนของเขาก็ได้ทยอยเดินทัพเข้ามายังที่แห่งนี้อีกครั้ง พวกเขาต่างสอดส่องสายตาไปทั่วบริเวณด้วยความระแวดระวัง รอยเลือดและสภาพสถานการณ์ที่เละเทะ ไออุ่นของความร้อนและรอยไหม้เกียมยังหลงเหลือให้เห็นเด่นชัด
ทุกๆคนเดินกลับมาด้วยรูปขบวนแรกเริ่มคือ สี่เหลี่ยมผืนผ้า สำหรับคนเจ็บและพวกที่ใช้ทักษะจนเหน็ดเหนื่อย ตอนนี้พวกเขาต่างอยู่ในสภาพพร้อมรบเสมอ
"หัวหน้าอยู่ไหน"กันหันไปถามนานะที่เดินอยู่ด้านข้าง สำหรับทุกๆคนในทีนี้ ต่างทราบกันดีถึงความแข็งแกร่งของนานะ จากการประเมินระดับจากเขา ทำให้ไม่มีใครกล้าสงสัยถึงความแข็งแกร่งของเธอแม้แต่น้อย
ประจวบเหมาะกับความสามารถอันโดดเด่นที่เธอได้แสดงออกมาในช่วงการเดินทาง ทำให้พวกเขาทุกคนต่างเคารพนับถือ และยกย่องให้เธอเป็นอันดับสองรองจากเขาทันที
"คิดว่าน่าจะอยู่ในโกดังแล้วละ"นานะที่เห็นสถานที่เละเทะและกลิ่นไหม้โชยออกมา ทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่าก่อนหน้านั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมสภาพมันถึงดูไม่ได้แบบนี้ โดยเฉพาะรอยไหม้เกียมและสภาพต้นหญ้า รวมทั้งต้นไม้ที่แห้งเหี่ยวเฉาตายเต็มไปหมดนั้น ดูน่าหวาดกลัวยังไงชอบกล
แอดดดพวกเขาตั้งรูปขบวนล้อมรอบทางเข้าโกดังผลิตรถถัง โดยมีนานะ กัน หยกและคนอื่นๆอีก 10 กว่าคน เปิดประตูและเดินเข้าไป ภายในโกดังที่สมควรมืดมิดกลับเต็มไปด้วยแสงไฟเจิดจ้า และเบื้องหน้าพวกเขาต่างพบผู้รอดชีวิตจำนวนมากนั่งพักฟื้นกันอยู่
"พะ พวกคุณ คะ คือคนที่จะมาช่วยพวกเราใช่มั้ยครับ"ชายวัยกลางคนร่างสูบผอม ฝืนสังขารเดินเข้ามาหาพวกนานะ พร้อมเอ่ยถามด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
"ใช่คะ""รู้มั้ยว่าคนที่พบพวกคุณ เป็นคนแรกเขาอยู่ที่ไหน"
"ขะ เขาอยู่ในห้องนั้น มา 1 ชั่วโมงแล้วครับ"ชายวัยกลางคนพลันชี้นิ้วไปยังห้องปิดทึบแห่งหนึ่งที่อยู่เยื้องเข้าไปด้านในทางขวามือของนานะ ทุกคนที่ได้ยินต่างหันไปมองตามทิศทางที่ชายวัยกลางคนคนนั้นชี้นิ้วไป
พวกเขาต่างสงสัยว่าทำไมหัวหน้าของตัวเองถึงต้องไปอยู่ในห้องที่มืดทึบแบบนั้น ส่วนหยกเมื่อได้ยินเธอพลันรีบเดินไปยังทิศทางนั้นทันที โดยมีหลิน แก้ม มุก หมวยตามติดไปด้วย
"พี่ อยู่ในนั้นใช่มั้ย""เป็นอะไรหรือเปล่า"หยกตะโกนถามออกไป ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอมีความกังวลต่อความปลอดภัยของพี่ชายแท้ๆของตัวเองเป็นอย่างมาก จากสภาพที่เห็นครั้งสุดท้ายก่อนที่พี่ชายจะสั่งให้ทุกคนถอยกลับออกไปนั้น ยิ่งคิดเธอกลับยิ่งกังวลและหวาดกลัว กลัวว่าพี่ชายของเธอจะเป็นอะไรไป
คนอื่นๆก็ไม่ต่างกัน พวกเธอต่างได้รับการช่วยเหลือและการดูแลที่ดีจากเขา เมื่อเห็นเขาเป็นอันตรายพวกเธอต่างก็จมอยู่ในความหวาดวิตกและอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงเขาขึ้นมา
"อะ อื้ม"ปวด!!"
"อะ โอเค"อาการเจ็บปวดแม้จะบรรเทาลงไปเยอะ ทว่าความรู้สึกและร่างกายของเขาก็ยังไม่พร้อมที่จะรับรู้อะไร และเมื่อได้ยินเสียงหยกที่เริ่มแฝงความสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้อยู่ทุกเมื่อ เขาจึงฝืนสังขารเอ่ยตอบออกไป เพื่อให้เธอสบายใจ
แกรกหยกและคนอื่นๆต่างเปิดประตูเข้ามา พวกเธอพลันตกใจที่เห็นสภาพของเขาที่เวลานี้ ร่างกายปรากฏรอยปริแตกและมีเลือดไหลซึมออกมาอยู่ตลอดเวลา บนพื้นที่เขานั่งอยู่เต็มไปด้วยแอ่งเลือด ที่ทำให้คนเห็นอดที่จะรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้
"พะ พี่"ฮือๆหยกพลันถลันตัวเข้าหาเขาและรีบประคองร่างของเขาขึ้นมา พร้อมกับที่เธอตรวจดูร่างกายของเขาทันที เวลานี้ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา สภาพของพี่ชายตัวเองที่เธอเห็นอยู่ในขณะนี้มันทำให้เธออดที่จะหวาดกลัวและรู้สึกสมเพชถึงความอ่อนแอของตัวเธอเองไม่ได้
"พี่วิน!!!""หัวหน้า!!!!" ทางด้านคนอื่นๆที่เห็นเขาในทีแรกต่างตื่นตกใจและรีบร้อนวิ่งเข้ามาดูสภาพของเขาทันที ยิ่งเห็นสภาพแล้ว ทุกคนต่างแสดงสีหน้าตื่นตะลึงและอดหวั่นวิตกไม่ได้
มนุษย์หากเสียเลือดมากขนาดนี้เกรงว่าคงหนีไม่พ้นความตาย และจากสภาพของเขาที่ทุกๆคนเห็นก็คงจะคิดไปในทางเดียวกันไม่ได้ว่าในที่สุดเขาอาจจะต้องตายลงอย่างแน่นอน
"หลีกทางเร็ว"หมอนิ่มที่ได้รับแจ้งถึงอาการบาดเจ็บของเขา เธอพลันรีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับนานะ ซึ่งนานะนั่นเองที่เป็นคนแรกที่ได้สติและออกไปเรียกเธอเข้ามา
แม้ทีแรกตัวนานะเองจะตกใจเหมือนคนอื่นๆก็ตาม ทว่ามันก็เป็นเพียงเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้นที่เธอทำตัวไม่ถูก แต่เมื่อเธอเรียกสติตัวเองกลับคืนมาได้ จึงทำให้เธอนั้นตระหนักได้ว่าสิ่งไหนควรทำก่อนเป็นอันดับแรกในเวลานี้
ด้วยเหตุนี้เธอจึงรีบออกไปพาหมอนิ่มเข้ามาเพื่อดูอาการและช่วยรักษาเขาทันที หมอนิ่มพอมาถึงเธอพลันชะงักและตกใจไปชั่วขณะ เมื่อได้เห็นแอ่งเลือดและสภาพร่างกายของเขา แต่ด้วยความเป็นหมอ เธอจึงรีบใช้ทักษะรักษาเขาด้วยกำลังทั้งหมดที่เธอมีอย่างไร้ซึ่งความลังเลใดๆ
ทักษะฟื้นฟูขั้น 3
วิ้งแวบบ
ด้วยทักษะฟื้นฟูขั้น 3 บาดแผลที่ปริแตกของเขา เดิมทีถึงมันจะค่อยๆสมานตัวเองอยู่แล้วจากอัตราฟื้นฟู 300 % แต่มันก็ยังเป็นไปอย่างเชื่องช้า
ทว่าพอได้รับการฟื้นฟูจากทักษะของหมอนิ่ม จึงช่วยให้การเยียวรักษานั้นเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ซึ่งสังเกตได้จากรอยปริแตกที่ค่อยๆสมานตัวและปิดสนิท
ด้วยทักษะฟื้นฟูซึ่งเป็นทักษะประเภทผู้ใช้ต้องเรียกใช้งาน ซึ่งหมอนิ่มที่ครอบครองทักษะนี้อยู่จึงนับได้ว่าเธอนั้นถือเป็นบุคคลสำคัญในฐานหลบภัยแห่งนี้ และควรค่าที่จะสนับสนุน
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาต้องพาเธอออกไปเก็บพ้อยเพื่ออัพทักษะอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งก่อนได้เวลาออกเดินทางมายังโกดังผลิตรถถังแห่งนี้ ในที่สุดเขาจึงทำให้หมอนิ่มยกระดับทักษะฟื้นฟูไปถึงขั้น 3 ได้สำเร็จ
แม้การฟื้นฟูภายนอกจะดูดีขึ้น ทว่าทุกๆคนก็ยังไม่อาจคลายความกังวลลงไปได้ เมื่อพวกเขาต่างก้มมองลงไปเห็นแอ่งเลือดใต้ร่างของเขา. ยิ่งกว่านั้นใบหน้าและผิวพรรณของเขาที่จากเดิมขาวอยู่แล้วมาตอนนี้กลับซีดจนเกือบไร้เลือดฝาด ยิ่งผลักดันให้ทุกๆคนต่างหวาดกลัวว่าเขาจะตาย
ทว่าเขาย่อมรู้ดีถึงอาการของตัวเอง พอเห็นสีหน้าทุกคนที่เป็นห่วงเป็นใย เขาเลยอดรู้สึกตื้นตันใจไม่ได้ ไม่คิดว่าทุกๆคนนอกจากหยกแล้วจะเป็นห่วงเขามากมายขนาดนี้
"มะ ไม่ต้องห่วงหรอก""ผมไม่ตายแน่นอน แหะๆ"
เสียงของเขาที่เอ่ยออกมา ไม่ได้ช่วยให้คนอื่นๆรู้สึกใจชื่นแม้แต่น้อย กลับกันแก้ม มุก หมวย หรือกระทั่งนานะ เวลานี้บนใบหน้าพวกเธอต่างปรากฏหยาดน้ำใสขึ้นมาบริเวณหางตา ความรู้สึกกังวลและห่วงใยของทุกๆคนในทีนี้ แสดงออกมาให้เขาได้เห็นว่า มันคือของจริง
"คุณควรจะอยู่นิ่งๆและควรได้รับเลือดเพิ่มโดยเร็วที่สุด""หากช้า เกรงว่าจะเป็นอันตราย"หมอนิ่มไม่เพียงยังประคองสติตนเองไว้ได้ เธอยังคอยชี้แนะและตระเตรียมทุกอย่าง พร้อมทั้งตะโกนเรียกพยาบาลในทีมของเธอให้หยิบจับนู่นนี่ให้พร้อมเสร็จสำหรับใช้ในขั้นตอนของการถ่ายโอนเลือด
ด้วยการเสียเลือดจำนวนมากขนาดนี้ การที่เขายังมีสติและพูดโต้ตอบคนอื่นๆได้ สำหรับหมอนิ่มแล้วมันไม่ต่างจากปาฏิหาย์เลยด้วยซ้ำ เพราะหากเป็นคนปกติพวกเขาจะตายภายในไม่กี่นาทีหลังจากการสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมากเช่นนี้
“ไม่จำเป็นครับหมอนิ่ม””เอ่อ!!”
”ทะ ทำไมพี่””ถะ ถ้าพี่ไม่รีบรักษาพี่จะตายนะ”
หยกไม่ยอมให้เขาปฏิเสธการถ่ายโอนเลือดอย่างเสียงแข็ง เธอรับไม่ได้ถ้าเห็นพี่ชายแท้ๆต้องลาจากไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ที่สำคัญเธอไม่รู้จริงๆแล้วว่าบนโลกนี้นอกจากพี่ชายเธอ พ่อกับแม่ของเธอนั้นยังจะปลอดภัยดีหรือไม่ เพราะฉะนั้นเธอจะไม่ยอมให้พี่ชายคนเดียวของเธอต้องเป็นอะไรไปเป็นอันขาด
ถึงอาการของเขาจะดูสาหัสและอาจถึงขั้นว่าจะตายได้ทุกเมื่อ แต่ตัวเขานั้นรู้ดีว่าสภาพของเขาในตอนนี้มันเป็นเพียงผลข้างเคียงจากการฝืนใช้ทักษะข้ามขั้นเท่านั้น
ส่วนเลือดที่เจิงนองใต้ตัวเขา ไม่ต่างจากแอ่งน้ำ ถึงมันจะดูน่ากลัว แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกแย่แต่อย่างใด กลับกันภายในร่างกายของเขาเวลานี้เสมือนมันกำลังช่วยกันผลิตเลือดอย่างขยันขันแข็ง เพื่อเติมเต็มในส่วนของเลือดที่ขาดหายไป
ช่างน่าอัศจรรย์!!
ภายนอกแม้ว่าผิวพรรณของเขามันจะดูซีดเผือดไร้เลือดฝาด ซึ่งแสดงออกว่าเป็นอาการหนึ่งของคนที่ขาดเลือดอย่างเฉียบพลัน
และมันคือหนึ่งในความเป็นจริงสำหรับเขาที่การเสียเลือดเฉียบพลันในปริมาณมากๆแบบนี้จะทำให้ตัวเขาดูซีดเผือด แต่ว่ามันก็ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด
เพราะนอกจากการเสียเลือดเฉียบพลันที่เกิดขึ้นกับเขาแล้ว อาการของเขายังเกิดจากการ ทำงานที่รวดเร็วของอวัยวะและส่วนต่างๆของร่างกาย ที่เวลานี้พวกมันต่างช่วยเหลือกันรักษาและฟื้นฟูสภาพของเขาให้กลับมาดังเดิม
ยิ่งกว่านั้นด้วยหยดเลือดของราชันพิภพแกรนดาสที่เขาครอบครอง พอเขาสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมาก. หยดเลือดกลุ่มนั้นกลับผันตัวมันเองมาช่วยร่างกายในการผลิตเลือดเพิ่มขึ้นมา เพื่อทดแทนในส่วนที่ขาดหายไป ซึ่งความเร็วในการผลิตของพวกมันนั้นมีมากกว่าเดิมนับ 10 เท่า
ทำให้ร่างกายของเขาเวลานี้นอกจากได้รับเลือดของแกรนดาสเพิ่มขึ้นอย่างเหนือความคาดหมายแล้ว. สถานะทุกอย่างก็เพิ่มขึ้นตามจำนวนหยดเลือดของราชันพิภพแกรนดาสในร่างกายของเขา อย่างก้าวกระโดดไม่แพ้กัน
บางทีในสถานการณ์เช่นนี้อาจเรียกได้ว่าโชคดีบนคราวเคราะห์ก็ได้
ฮิฮิเขาเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัว ไม่คิดว่าการเจ็บตัวครั้งนี้จะได้ผลลัพธ์กลับมาที่เหนือความคาดหมายแบบนี้
ทว่าคนอื่นๆที่เห็นรอยยิ้มของเขา กลับไม่ได้คิดเช่นนั้น
แต่พวกเขาทุกคนกลับคิดว่าการยิ้มครั้งนี้เป็นการบอกลาและปลอบใจพวกเขาทุกคน พอคนอื่นๆคิดได้แบบนี้ จึงทำให้น้ำตาพลันไหลอาบแก้มกันหมด กระทั่งพวกผู้ชายยังไม่เว้น
”ไม่พี่ พี่จะต้องไม่เป็นไร พี่จะต้องไม่ตาย”
”ได้โปรดอย่าจากหนูไป”ฮือๆๆๆๆ
หยกร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายอย่างหนัก มือของเธอกำมือของเขาแน่น. น้ำตาที่เออนองหน้าบดบังความสดใสของเธอไปจนหมด
ไม่เพียงแค่หยกเท่านั้นกระทั่งคนอื่นๆก็เช่นกัน พวกเขาต่างก้มหน้าเช็ดหยาดน้ำตาที่ไหลลินออกมาเป็นสาย
ไม่ว่าจะเป็นใครในที่นี้ต่างก็รับไม่ได้กลับการที่เขาต้องจากไป ส่วนเขาที่เห็นแบบนั้น กลับเหม่อมองอย่างโง่งม และไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงไม่ฟังคำพูดของเขาเลย
ถึงสภาพมันจะฟ้องไปคนละทางกับคำพูดของเขาก็ตาม. แต่คิดมั้ยว่าสิ่งที่เขาพูดมันคือความจริง
”เออ”ฮือๆๆๆหมอนิ่มที่กุมมืออีกข้างของเขาอยู่ เธอก้มหน้าลง และไม่ยอมขยับตัวไปไหนแม้แต่น้อย และจากการสังเกตของเขาทำให้เขาได้เห็นหยดน้ำตาของเธอที่ค่อยๆทยอยหยดลงสู่พื้นอยู่ตลอดเวลา
เฮ้อออ”ฟังนะ””เลิกร้องไห้กันได้แล้ว””ผมยังไม่ตายเสียหน่อย”
”อีกอย่าง ผมไม่เป็นไรจริงๆ”ฮือๆๆไม่มีใครเลยที่จะฟังคำพูดของเขา พวกเขาต่างก้มหน้าก้มตาร้องห่มร้องไห้กันอยู่ท่าเดียว เห็นแล้วไม่รู้ควรดีใจหรือเสียใจดี ที่ทุกคนห่วงใยหรือแช่งเขาให้ตายกันแน่
”สภาพที่เห็น มันเกิดจากอาการข้างเคียงที่ใช้ความสามารถเกินขีดจำกัดเท่านั้น“
”พักสัก 4-5 วันก็น่าจะหายเป็นปกติแล้ว“
”โว้ยย!!! เลิกร้องไห้กันได้แล้ว ผมยังไม่ตายสักหน่อย”
”ถ้าไม่เชื่อก็ออกไปรอข้างนอกกันให้หมด”อูยยเขาอดไม่ไหวจนต้องตะหวาดลั่นห้อง ทำให้รู้สึกปวดแผลขึ้นมาทันที.
“จะจริงหรือพี่”
”ใช่!!”เขาตอบหยกกลับไปด้วยท่าทีจริงจัง สักพักเมื่อหยกและทุกคนเรียบเรียงข้อมูลได้ พวกเธอจึงมีท่าทีผ่อนคลายลง แม้จะยังไม่หายกังวลเพราะสภาพบาดแผลและแอ่งเลือดที่เห็น
แต่ท่าทีที่จริงจังและน้ำเสียงของเขาที่เอ่ยออกมาก็ไม่ได้มีความล้อเล่นแม้แต่น้อย. จึงทำให้ทุกคนพอจะคลายความกังวลลงได้บ้าง
”ไปเก็บกวาดและจัดการเคลียร์พื้นที่บริเวณนี้ให้หมด”
“ส่วนหน่วยรักษา คอยดูแลคนเจ็บและผู้รอดชีวิตด้วย”
”พวกเราจะพักอยู่ที่นี้ 4 วันแล้วค่อยเดินทางกลับ”
”กัน จัดเวรยามดีๆ และส่งคนกลับไปที่ฐานเพื่อรายงานข่าวคราวของที่นี่ ยกเว้นเรื่องของผม”
”เข้าใจมั้ย””ครับ/ค่ะ”
ท่าทีจริงจังของเขาทำให้คนอื่นๆตอบรับกันอย่างพร้อมเพียง แม้มันจะดูขัดกลับสภาพที่พวกเขาเห็นก็ตาม
”เลือดไม่ต้องหรอก ด้วยทักษะของหมอนิ่มและความสามารถฟื้นฟูของผม ไม่เกิน 3 วันก็น่าจะกลับมาเป็นปกติได้”
คำพูดของเขาทำให้ทุกคนตื่นตะลึงและอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเป็นแบบนั้นจริง ตอนนี้เขายังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่ ทำไมถึงมีความสามารถในการฟื้นตัวได้รวดเร็วเช่นนี้
เพราะหากเป็นคนอื่นแล้วละก็ ดีหน่อยอาจจะต้องพักฟื้นเกือบครึ่งปี หรือหากเลวร้ายอาจตายได้ง่ายๆ แต่เขากลับบอกว่าแค่ 3 วันเขาจะกลับมาปกติดังเดิม มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
”ผมขอไม่อธิบายละกัน เดี๋ยวอีก 3 วันพวกคุณก็จะเห็นเอง“
”ตอนนี้แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะ”
”หยก ช่วงเย็นพี่ขออาหารพวกเนื้อเยอะๆหน่อยละกัน”
”คะ”. ถึงใบหน้าของทุกคนยังนิ่งค้างและจับต้นชนปลายไม่ถูก ทว่าคำสั่งที่เขาบอกมาทุกคนต้างก็รีบทำตามกันอย่างไม่มีอิดออดใดๆ. เสมือนมันคือความเคยชินตามสัญชาตญาณก็ว่าได้
หลังจากนั้น 3 วัน พวกเขาที่ตั้งหลักปักฐานที่นี่ชั่วคราวก็ได้เริ่มต้นฟื้นฟูและเก็บกวาดอสูรกลายพันธุ์ต่างๆที่อยู่รายล้อมรอบโกดังผลิตรถถังแห่งนี้ จนไม่หลงเหลือแม้แต่ตัวเดียวภายในรัศมี 10 กิโลเมตรรอบโกดัง
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ทุกๆคนต้องแปลกใจ เมื่อพวกเขาต่างไม่พบพวกงูกลายพันธุ์เลยแม้แต่ตัวเดียว เสมือนว่าพวกมันพากันหนีออกไปจากที่แห่งนี้กันหมดแล้ว
End