ตอนที่ 113:ติดต่อให้เข้าร่วมรายการ
“นี่ ฉันคุยกับนายอยู่นะ นายหูหนวกหรือไง ? ”ชายหนุ่มถูกหลิวจือเซียเมินเฉยก็ทนไม่ไหวแล้วนะ เขาเดินขึ้นไปคว้าตัวหลิวจือเซีย
“ไปให้พ้น ! ”
หลิวจือเซียก็ทนไม่ไหวเช่นกัน เขาจัดการชายหนุ่มด้วยแรงกระแทกเหมือนกับตอนที่จัดการหลี่ตง แต่ที่ไม่เหมือนกันก็คือชายหนุ่มคนนี้ปลิวลอยไปจนกระแทกเข้ากับโต๊ะอย่างรุนแรง
จากนั้นชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายร่างกายของเขาสั่นเทาแล้วสลบไป
“ให้ตายเถอะ เขาใช้ศิลปะการต่อสู้ได้ด้วย ? ! ”
“เสี่ยวเจียง เสี่ยวเจียงไม่เป็นไรใช่ไหม ? ”
“รีบโทรเรียกรถพยาบาลสิ ไม่เห็นคนหมดสติหรือไง ? ”
กลุ่มคนแตกตื่นขึ้นมาทันใดพนักงานสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงรีบร้อนตะเกียกตะกายขึ้นมาและไปดูชายหนุ่มที่ลอยถลาไปกลุ่มผู้สอดรู้สอดเห็นต่างพากันหันหน้าไปมองหลิวจือเซีย
ทว่าสีหน้าของพวกเขาแสดงออกคล้ายกันอย่างน่าประหลาดนอกจากความหวาดผวาแล้ว ที่มากกว่าก็คือพวกเขาระมัดระวังตัวมากขึ้น
เสี่ยวเจียงเป็นชายหนุ่มแข็งแรงหนัก 80-85กิโลกรัมกลับถูกกระแทกร่างกายลอยถลาไป 4-5 เมตร อีกฝ่ายจะมีแรงเยอะขนาดไหนกันล่ะ ?
หลิวจือเซียเดินไปข้างหน้าทุกคนที่ล้อมวงก็ตระหนักได้และถอยหลังไปหนึ่งก้าวกลัวว่าหลิวจือเซียจะเกิดแรงกระตุ้นแล้วเหวี่ยงพวกเขาลอยออกไปอีก
“คุณ คุณจะทำอะไร ? ”
“ถ้าคุณเข้ามาอีก พวกเราจะแจ้งตำรวจแล้วนะ ! ”
พนักงานสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงต่างตื่นตระหนกขึ้นมาเพราะจนถึงตอนนี้พวกเขายังไม่รู้สาเหตุว่าทำไมเมื่อครู่หลิวจือเซียถึงกระแทกเสี่ยวเจียงให้ลอยออกไปแบบนั้น
“คุณพ่อ ! ”
ในเวลานี้เยว่เยว่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ร้องเรียกแล้วชี้ไปยังหลิวฉีฉีที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างดีใจ“หนูเพิ่งจะพูดไปว่าพี่สาวจะยังจำเยว่เยว่ได้อยู่ไหม ?หนูเพิ่งเรียกพี่สาวไปสักครู่ พี่สาวก็เข้ามาหาแล้ว”
เอ่อ...
เดิมทีหลิวจือเซียนึกว่าหลิวฉีฉีจะมาทำอะไรสักอย่างถึงได้วิ่งเข้ามาในร้านน้ำชานึกไม่ถึงว่าตัวการสำคัญอยู่ที่นี่เอง !
“ไม่เจอกันนานเลย รุ่นน้องจือเซีย ! ”
หลิวฉีฉีวันนี้สวมชุดกีฬาสีฟ้าทั้งตัวผมยาวสีเหลืองอ่อนยืดตรงมัดรวมเป็นหางม้าอยู่หลังศีรษะ
นอกจากใบหน้าที่สดใสและสีของชุดกีฬาแล้วสิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือป้ายชื่อที่ถูกหางม้าปิดปังเอาไว้บนป้ายชื่อยังเขียนชื่อหลิวฉีฉีติดเอาไว้
หลิวจือเซียที่เดิมทีไม่คิดจะติดต่ออะไรกับหลิวฉีฉีอีกได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญาเขาถอดแว่นตาดำกับหมวกออกแล้วกล่าวทักทาย “รุ่นพี่หลิว ไม่เจอกันนานเลยนะครับ”
หลิวจือเซียไม่ได้อยากจะเปิดเผยตัวแต่ในเมื่อถูกเรียกชื่อแล้วถ้าอย่างนั้นก็ทำให้มันชัดไปเลย !
“อ้าว นั่นหลิวจือเซียนี่ คิดไม่ถึงว่าจะเป็นหลิวจือเซียเลยจริงๆ ! ”
“สวรรค์นึกไม่ถึงเลยว่าฉันจะได้มานั่งดื่มชาในร้านเดียวกันกับหลิวจือเซียด้วย ! ”
“หัวหน้าบรรณาธิการ หัวหน้าบรรณาธิการ เสี่ยวหลี่ ข่าวใหญ่แล้วมีข่าวใหญ่แล้ว...”
เมื่อเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของหลิวจือเซียคราวนี้ทุกคนก็พากันแตกตื่นบรรดาคนที่มุงดูที่รู้จักหลิวจือเซียต่างร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นผู้คนจำนวนมากที่อยู่นอกหน้าต่างและประตูเมื่อได้ยินว่าตอนนี้หลิวจือเซียโผล่มาอยู่ในร้านน้ำชาก็เริ่มเบียดกันเข้ามาด้านใน
“พวกคุณเป็นพนักงานของสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงใช่ไหมครับ? ”
เมื่อเห็นว่าฉากที่สนามบินกำลังจะฉายซ้ำอีกครั้งหลิวจือเซียเลิกหัวคิ้วแล้วกล่าวกับพนักงานสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียง ว่า“รบกวนพวกคุณหยุดการบันทึกเทปสักครู่และอีกอย่างให้ประสานงานไปยังผู้ดูแลถนนเหอฟางให้พวกเขามารักษาความสงบที่โรงน้ำชานี่ด้วยครับ”
หลิวจือเซียไม่ได้เซ็นสัญญากับทางสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงย่อมไม่มีข้อผูกมันที่จะปรากฎตัวในกล้องของรายการรันนิ่งแมน
“คือว่า...”
หัวหน้าทีมที่ดูแลทีมงานภาพยนตร์ของหลิวฉีฉีเป็นหญิงสาวหน้าตาดีหลังจากที่เธอได้ยินสิ่งที่หลิวจือเซียพูด เธอเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน
ช่วยไม่ได้ เพราะเธอเองก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
“มู่เฉิน ทำตามที่เขาบอกเถอะ” ขณะที่เธอไม่รู้ควรทำเช่นไรผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างหลิวฉีฉีก็เอ่ยขึ้น “เกิดเรื่องอะไรขึ้นผมรับผิดชอบเองเรียกผู้กำกับหลี่มาหาผมด้วยครับ”
ผู้จัดการรายการรันนิ่งแมนซื้อลิขสิทธิ์และดัดแปลงมาจากประเทศเกาหลีเขาได้รับการแต่งตั้งจากสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียง และมีผู้กำกับชื่อหลี่รุย
“ถ้าอย่างนั้น... ก็ได้ค่ะ” ผู้ช่วยหญิงตอบรับเธอเรียกพนักงานที่ชื่อมู่เฉินมาคุยและออกคำสั่งกำชับ
“คุณหลิว สวัสดีครับ ผมชื่อเฉินเหอครับ ! ” เวลานี้เองผู้ชายที่พูดคุยกันก่อนหน้านี้ก็เดินเข้ามาแล้วยื่นมือให้หลิวจือเซีย“ผมเคยได้ฟังเพลงของคุณ เพลงเพราะมากเลยครับอีกสักครู่ผมอยากจะขอให้คุณช่วยเซ็นลายเซ็นให้ผมได้ไหมครับ ? ”
หลิวจือเซียชื่นชอบศิลปินคนนี้มากเขาดูหน้าตาคล้ายกับ เฉินฉีฉี ในโลกก่อนหน้านี้ของเขา
เขาจับมือกับเฉินเหอ เอ่ยว่า “สวัสดีครับผมชอบละครที่คุณแสดงเช่นกันครับ อีกเดี๋ยวคุณก็ต้องเซ็นให้ผมเหมือนกันนะครับ ! ”
“ห๊า เอาแบบนั้นหรือครับ ? ฮ่า ๆ...”เฉินเหอชะงักไปจากนั้นเสียงหัวเราะที่มีเอกลักษณ์ของเขาก็ลอยออกมา
“เอาล่ะ พวกคุณสองคนจะยืนกันอีกนานไหม รีบนั่งลงเถอะ”
เห็นได้ชัดหลิวฉีฉีคิดว่าเฉินเหอทำให้เธอขายหน้าเลยกลอกตามองบนแล้วเอ่ยว่า“บนโต๊ะมีของอร่อยอยู่พอดี ทำไมพวกคุณไม่กินไปด้วยคุยกันไปด้วยล่ะ ? ”
“งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ ! ” หลิวจือเซียนั่งลงข้าง ๆเยว่เยว่ เขาลูบผมเด็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “พวกคุณกินมันได้เลยแต่ว่าคราวนี้พวกคุณต้องจ่ายเงินผมนะ ! ”
“ไปเอาที่เขาโน้น ! ” หลิวฉีฉีชี้ไปที่เฉินเหอด้วยท่าทางหยาบคาย“นายดูสิ เขายังกินอยู่เลย ! ”
เฉินเหอที่เพิ่งจะนั่งลงกำลังแทะน่องไก่ชิ้นหนึ่งชะงักลงแล้วเอ่ยว่า“ฉีฉี พูดแบบนี้ละอายใจบ้างหรือเปล่า ? เธอกล้าพูดไหมว่าเธอยังไม่ได้กิน ? ”
“ฮ่าฮ่า ก็ตอนนี้ไม่ได้กิน”หลิวฉีฉีหัวเราะออกมาแล้วเริ่มเปลี่ยนเรื่อง “รุ่นน้องจือเซียฉันยังไม่ได้ขอโทษนายเลย เรื่องวันนั้นขอโทษด้วย”
ถึงตอนนี้หลิวฉีฉียังรู้สึกผิดกับเรื่องตงลี่ผลักประตูเข้ามาวันนั้นประกาศแทนตัวเธอและปฏิเสธว่าหลิวจือเซียไม่มีส่วนร่วมกับรายการของเธอ
แต่หลิวฉีฉีพยายามหาโอกาสที่จะขอโทษหลิวจือเซียต่อหน้ามาโดยตลอดทว่าด้วยเพราะเหตุผลต่าง ๆ จึงทำให้ไม่มีโอกาสเลยสักครั้ง
จวบจนตอนนี้ในสถานการณ์บังเอิญเช่นนี้ถึงได้มีโอกาสได้ขอโทษต่อหน้าแล้ว
“รุ่นพี่หลิว เรื่องนั้นไม่ใช่ความผิดคุณหรอก”หลิวจือเซียโบกมือปัดและกระพริบตาอย่างขี้เล่น “อีกอย่างเฉิงกวงมีเดียของพวกคุณก็จ่ายค่าตอบแทนมาแล้วไม่ใช่หรือครับ ? ”
หลิวฉีฉีแลบลิ้นแล้วหัวเราะคิกคักออกมา
“หลิว.. ช่างเถอะ ฉันเรียกนายว่าจือเซียแล้วกันเรียกนายว่าคุณหลิวก็อาจจะดูเสแสร้งเกินไป ! ”
เฉินเหอที่เพิ่งแทะน่องไก่เสร็จเขามองหลิวจือเซียแล้วก็หันไปมองหลิวฉีฉี แล้วเอ่ยอย่างคุ้นเคย“ระหว่างพวกคุณสองคนเคยเกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นหรือ ? ”
ใบหน้าของเฉินเหอแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเป็นคนสอดรู้สอดเห็น !
“ของกินยังอุดปากคุณไม่ได้เลยจริง ๆ ”หลิวฉีฉีมองเขาด้วยสายตาโกรธเคือง “รุ่นน้องจือเซีย มาทำอะไรที่อวี๋หางกัน ?ทั้งคู่แต่งตัวมิดชิดขนาดนี้ คงไม่ได้มาเที่ยวอย่างเดียวหรอกใช่ไหม ? ”
“เปล่าหรอก” หลิวจือเซียส่ายหน้า“ผมมาที่นี่เพื่อเข้าร่วมรายการฮัวเซียนิววอยซ์ รอบแบทเทิล รอบที่สองครับ”
“นายพาเยว่เยว่มาทำงานด้วย จะสะดวกหรือ ? ”หลิวฉีฉีถามด้วยความสงสัย
“สะดวกค่ะ สะดวก ! ” เยว่เยว่รีบตอบรับ “เยว่เยว่เป็นเด็กดี ! ”
เมื่อเห็นท่าทางร้อนใจของเยว่เยว่หลิวจือเซียยิ้มแล้วจับใบหน้าของเธอ “ตอนที่บันทึกเสียงผมจะให้เยว่เยว่อยู่ในห้องพักผ่อนส่วนตัว เธอเชื่อฟังมาก ไม่วิ่งเล่นไปทั่ว”
“อื้ม ! ”
เมื่อได้รับความอบอุ่นจากมือใหญ่ ๆ ของหลิวจือเซียเยว่เยว่หรี่ตาอย่างมีความสุขแล้วเปล่งเสียงร้องออกมาเหมือนลูกแมว
“ถ้าหากนายรู้สึกไม่สะดวกก็ฝากเยว่เยว่ไว้กับฉันเถอะ”หลิวฉีฉีเท้าคางแล้วเอ่ยว่า “คืนนี้พวกเราไม่มีอัดรายการพอดี”
“กริ๊ง ๆ ! ”
“ถ้าอย่างนั้น...” หลิวจือเซียกำลังจะเอ่ย จู่ ๆโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
“สักครู่นะครับ” หลิวจือเซียโบกมือบัดแล้วรับโทรศัพท์ “พี่ซิงมีอะไรครับ ? อย่าบอกผมนะว่าคุณถึงอวี๋หางแล้ว ? คุณมีธุระมาอวี๋หางไม่ได้ไม่ใช่หรือครับ ? ”
“นายให้ฉันพูดก่อนสิ ! ”
หลางเวิ่นซิงเอือมระอา “ฉันไม่ได้ไปอวี๋หาง ! คือแบบนี้ฉันเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากรองผู้อํานวยการหยางสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงเขาอยากเชิญนายไปร่วมอัดรายการสักครั้ง นายว่ายังไง ไปร่วมไหม ? ”
“เร็วจริง ๆ ! ” หลิวจือเซียปรายตามองมู่เฉินที่อยู่ไม่ไกลแล้วบ่นพึมพำออกมาหนึ่งประโยค
หลางเวิ่นซิงเอ่ยถามอย่างสงสัย “นายว่าอะไรนะ ? ”
“คือว่า...”หลิวจือเซียเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้หลางเวิ่นซิงฟังตอนท้ายยังเอ่ยออกมาประโยคหนึ่ง “ออกรายการได้ค่าตัวเท่าไหร่ครับ ? ”
“ฉันก็คิดอยู่ว่าทำไมเหล่าหยางรีบขอให้นายไปร่วมรายการว่าแล้วต้องเป็นแบบนี้ ! ”
หลางเวิ่นซิงเข้าใจแล้ว“ถ้าอย่างนั้นฉันต้องงัดข้อกับเขาสักหน่อย คิดจะให้นายออกรายการหลักแสนพูดเป็นเล่น ? ”
ความจริงแล้วการบันทึกรายการวาไรตี้ใช้เวลาไม่เกินสองวันราคาหลักแสนเพียงพอที่จะเชิญดารายอดนิยมมาออกรายการได้แล้ว
ทว่าตอนนี้สถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงได้ขอร้องบริษัทเวิ่นซิงแล้วหลางเวิ่นซิงไม่มีทางปล่อยโอกาสแบบนี้หลุดไปแน่นอน
“พี่ซิง คุณใจเย็น ๆ สักหน่อยเถอะครับ”หลิวจือเซียส่ายหน้าตอบกลับว่า “รอให้คุณเจรจาได้แล้วก็วีแชทมาบอกผมแล้วผมจะเข้าไปอัดรายการรันนิ่งแมน”
“เอาล่ะ ก็แล้วแต่นายเถอะ ! ”น้ำเสียงของหลางเวิ่นซิงเต็มไปด้วยความมั่นใจ “ฉันจะต้องได้เพิ่มอีก 2 แสนหยวนแน่! ”
หลังจากวางโทรศัพท์ หลิวจือเซียยิ้มให้กับหลิวฉีฉีและเฉินเหอ“ดูเหมือนว่าคราวนี้คงต้องไปกับพวกคุณแล้ว”
“เมื่อกี้บริษัทโทรมางั้นหรือ ? ” เฉินเหอตาเป็นประกาย เอ่ยว่า“จือเซีย มาเล่นด้วยกันเถอะ รายการนี้สนุกมาก ไม่มีสคริปต์ใด ๆคุณสามารถเล่นมันได้ตามที่คุณต้องการ”
“จริงด้วย พวกเราทุกคนต่างก็ไม่มีสคริปต์เช่นกัน”
หลิวฉีฉีเองก็เห็นด้วย “มาพูดถึงภารกิจนี้กันเถอะให้พวกเราหาคนและสิ่งของเฉพาะเจาะจงภายในสองชั่วโมงและพวกเราก็จะได้เบาะแสที่ไปยังสถานที่ถัดไปนายคิดว่าการไม่รู้แบบนี้มันท้าทายมากใช่ไหมล่ะ ? ”
แม้ว่าหลิวจือเซียอยากจะบอกว่าเขารู้ถึงความสนุกและท้าทายของรายการรันนิ่งแมนดียิ่งกว่าใคร
ทว่าเขาไม่อาจเอ่ยออกมาได้ ทำได้เพียงพยักหน้า “น่าสนุกจริง ๆแต่ผมไปร่วมรายการ แล้วเยว่เยว่ล่ะ ? ผมไม่ไว้ใจให้เธออยู่ที่นี่”
“คุณพ่อ หนูไม่อยากอยู่ที่นี่ค่ะ” เยว่เยว่ส่ายหน้าไม่ให้ความร่วมมือเบะปากน้อย ๆ แสดงออกถึงความไม่พอใจ
“คือว่า... คุณหลิว ถ้าหากคุณไม่รังเกียจคุณสามารถให้ฉันดูแลลูกสาวของคุณชั่วคราวได้นะ”
มู่เฉินที่ยืนแอบฟังอยู่ไม่ไกลเดินเข้ามาใบหน้าแดงก่ำกล่าวว่า “ทีมงานของเรามีหน้าที่รับผิดชอบติดตามหลิวฉีฉีแบบนี้คุณก็จะไม่ห่างกับลูกสาวของคุณด้วย”