มนทิราขยำการ์ดเชิญจนยับเยินเขากำลังจะหมั้นกับผู้หญิงคนนั้น หล่อนยอมไม่ได้เด็ดขาด ยังไงเสียหล่อนต้องได้เขากลับคืนมา
ในยามค่ำคืนเสียงกริ่งหน้าห้องทำให้นายตำรวจหนุ่มต้องงัวเงียเปิดประตูห้องออกมามนทิรายืนนิ่งอยู่หน้าห้องพลางสะอื้นออกมา ชายหนุ่มได้แต่ยืนงงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าเกิดอะไรขึ้นแล้วทำไมหล่อนถึงมาอยู่ที่นี่!
“พี่จักรให้มนเข้าไปได้ไหมคะ?”
“เข้ามาสิ”
มนทิราจูงมือบุตรสาวเดินเข้ามาภายในห้องแสร้งร้องไห้ออกมาพร้อมกับโกหกว่าตนเองโดนทอดทิ้งจากสามี จนชายหนุ่มรู้สึกสงสาร
“ช่วยมนหน่อยนะค่ะพี่จักรมนไม่เหลือใครแล้วจริงๆ”
“มนแต่ว่าพี่...”
หญิงสาวรีบกุมมือจักรไกรแน่นแสร้งเหยียบเท้าบุตรสาวให้ร้องไห้ออกมาเพื่อเรียกคะแนนความสงสารเพิ่มเข้าไปอีกร่างสูงหันมองเด็กหญิงเล็กๆ ที่กำลังร้องไห้จ้าออกมาด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ
“แล้วมนจะให้พี่ช่วยยังไง?”ชายหนุ่มถามเสียงเครียด
“มนขอพักอยู่ที่นี่กับพี่จักรสักพักนะคะ”
แม้จะรู้สึกลำบากใจไม่น้อยแต่เขาคงไม่อาจใจร้ายทิ้งเด็กน้อยไประหกระเหินอยู่ที่อื่นได้หรอกเพราะเขาเองก็มีมนุษยธรรมมากพอ
“ก็ได้มน”
มนทิรายิ้มกว้างออกมากระโจนเข้าไปกอดเขาแน่นเขารีบเกาะมือของหญิงสาวออก
“พี่ว่ามนไปพักผ่อนก่อนเถอะตอนนี้พี่จะไปนอนแล้วพรุ่งนี้พี่ต้องทำงานแต่เช้า!”เขาบอกก่อนจะเดินนำไป
“แล้วพี่จักรจะให้มนนอนที่ไหนคะ?”
ชายหนุ่มพาแฟนเก่าไปที่ห้องนอนอีกห้องมนทิราเดินเข้าไปพลางยิ้มให้กับเขา
“มนนอนห้องนี้กับลูกก็แล้วกันนะพี่ขอตัวก่อนนะ”
ร่างบางรีบเดินตรงเข้าไปหาเขาโอบรัดรอบคอพร้อมกับประทับริมฝีปากลงไป จักรไกรชะงักรีบผลักหล่อนออกไป
“ทำอะไรมน!”ชายหนุ่มดุ
“มนแค่แสดงความรักที่มีต่อพี่มันผิดตรงไหนคะ”
“อย่าทำแบบนี้อีกถ้าไม่เห็นแกพี่ก็เห็นแกลูกบ้างเถอะ!”
จักรไกรเดินเลี่ยงออกไปทันที แม้เขาจะรู้สึกไม่ชอบใจสักเท่าไหร่กับการกระทำของมนทิราก็ตามแต่เขาสงสารเด็กมากกว่าที่จะออกไปไล่หล่อนไปได้มนทิรายืนยิ้มเวลานี้หล่อนอาจจะยังไม่สามารถทำอะไรได้มากนักแต่น้ำหยดลงหินทุกวันยังไงเสียมันก็ต้องกร่อนแล้วมีหรือผู้ชายจะสามารถทนกับการยั่วยวนของผู้หญิงได้หากไม่ใช่พระอิฐพระปูน
พิมพ์วลัญช์แทบรับแขกไม่ไหว เมื่อวันทั้งวันหล่อนต้องพบกับบิดาแท้ๆและบิดาบุญธรรม ไหนจะน้องสาวต่างมารดาและบิดาของสามีอีกธานต์เมธายิ้มเมื่อเห็นว่าทุกคนกลับไปแล้วพร้อมกับลูบศีรษะภรรยาเบาๆ
“เหนื่อยไหม?”ชายหนุ่มถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่หรอกค่ะดีใจซะมากกว่าที่ทุกคนเป็นห่วงพิมพ์มากขนาดนี้”
เขาถอนหายใจออกมาแล้วชะงักเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดออกกิจธรเข้ามาภายในห้องจ้องมองหญิงสาวนิ่ง จำต้องกลั้นใจเดินเข้ามาหา
“คุณพิมพ์... ผะ...ผมขอโทษ”หมอหนุ่มบอกเสียงเบา
หญิงสาวเหลือบมองยิ้มบางๆ ให้ หล่อนรู้ดีว่าที่เขาทำไปทั้งหมดก็เพื่อน้องสาวอีกอย่างหล่อนเองก็ไม่อยากจะโทษใครกับเรื่องราวทั้งหมดนั้นนี้คงเป็นเวรกรรมของหล่อนเองล่ะมั้งถึงได้ต้องพบเจอแต่เรื่องร้ายๆ ตลอดเวลา
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณหมอ พิมพ์อภัยให้พิมพ์ไม่อยากจะโทษใครอีกแล้ว อีกอย่างสิ่งที่คุณหมอทำไปก็เพื่อน้องสาวเท่านั้นพิมพ์รู้ดีว่าคุณหมอไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”
“คุณพิมพ์...”กิจธรครางชื่อหญิงสาวเสียงเบา
“ต่อไปนี้คุณก็ดูแลน้องสาวของคุณให้ดีนะคะเพราะถ้าหากคุณเป็นอะไรไปน้องสาวของคุณจะอยู่กับใครเลิกโทษตัวเองว่าทำให้พิมพ์เป็นแบบนี้สักทีพิมพ์ให้อภัยคุณค่ะคุณหมอกิจ...”รอยยิ้มอ่อนโยนส่งมา ทำให้หมอหนุ่มหัวใจสั่นไหว
กิจธรพูดอะไรไม่ออกเพราะเขาไม่คิดว่าหล่อนจะมีน้ำใจประเสริฐเช่นนี้ธานต์เมธาเป็นผู้ชายที่โชคดีมากเหลือเกินที่ได้ผู้หญิงหล่อนเป็นภรรยา
“ขอบคุณมากนะครับที่คุณให้อภัยผม...”
หมอหนุ่มเดินเข้าไปใกล้กระซิบข้างใบหูธานต์เมธา
“คุณโชคดีมากเลยนะครับที่ได้คุณพิมพ์เป็นภรรยาผมรู้สึกอิจฉาคุณมากเลยล่ะครับคุณธานต์เมธารักษาภรรยาคุณไว้ให้ดีเพราะคงไม่มีใครที่มีน้ำใจประเสริฐเช่นเธออีกแล้ว....”หมอหนุ่มเอ่ยก่อนจะเดินจากไป
ธานต์เมธารีบเดินเข้าไปหาภรรยารั้งร่างบางมากอดไว้แน่นเขารักหล่อนมากเหลือเกินไม่รู้กี่ครั้งแล้วที่หล่อนต้องรับกรรมแทนเขาแบบนี้และทุกครั้งหล่อนก็จะยอมอภัยให้กับเขาและคนรอบข้างเสมอมา
“พรุ่งนี้ก็ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วนะครับ”ชายหนุ่มบอกหลังจากคลายอ้อมกอด
“ค่ะ”
“ดีเลยจะได้ทันงานหมั้นของไอ้จักรกับคุณกัล”
“ค่ะ”
“เป็นอะไรหรือเปล่าพิมพ์พูดน้อยจังเลย...”ชายหนุ่มแซว
“ก็พิมพ์ไม่รู้จะพูดอะไรนี่ค่ะ”
“พูดว่ารักผมก็ได้นะครับถ้าไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี”
“อย่ามาขี้ตู่ใครเค้ารักคุณกัน!”หล่อนแย้งทันที
“ว่ายังไงนะ!ไม่รักผมอย่างนั้นเหรอ?”ถามเสียงดุ
“ใช่! ไม่ได้รักสักหน่อย”
“ถ้าไม่ได้รักผมแล้วรักใครกันครับคุณผู้หญิงของผม”
“รักลูกในท้องยังไงล่ะคะ”หล่อนเถียง
“อ๋ออย่างนั้นเหรอ?แต่เผอิญว่าผมก็รักลูกในท้องของคุณเหมือนกันและดันไปหลงรักแม่ของลูกซะด้วยสิ!”เขาบอก
พิมพ์วลัญช์ชะงักจ้องหน้าเขานิ่งเขายิ้มออกมากุมมือหญิงสาวเบาๆ
“ผมรักคุณพิมพ์! ผมรักคุณได้ยินไหม! ผมรักคุณมากพิมพ์!”ชายหนุ่มตะโกนลั่นจนหญิงสาวต้องห้ามปราม
“พอได้แล้วคุณธานต์!”
“โอ๊ะ! พิมพ์ผมได้ไอเดียชื่อลูกแล้ว!”
“จะบ้าเหรอคะ ลูกยังไม่กี่เดือนเองจะมาตั้งชื่อ!”
“ไม่ว่าเขาจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายผมจะให้เขาชื่อไออุ่น!”
หญิงสาวหัวเราะออกมาหล่อนเองก็ชอบชื่อที่เขาตั้งให้ลูกเช่นกันแต่เวลานี้หล่อนยังไม่ได้คิดจะตั้งชื่อลูกเลยด้วยซ้ำแต่เขาดันตื่นเต้นตั้งชื่อลูกแทนซะแล้ว
“ผมรักคุณ”เขายังยืนยันคำเดิม
ร่างสูงรั้งหญิงสาวเข้ามาใกล้โน้มใบหน้าลงกดจุมพิตด้วยความเสน่หา พิมพ์วลัญช์ตอบรับเขาเสียงประตูเปิดเข้ามากัลญณัฐอ้าปากค้างเช่นเดียวกับจักรไกรพิมพ์วลัญช์รีบผลักสามีออกแต่เขากลับรั้งหล่อนไว้แน่นไม่ยอมปล่อยจำต้องยอมถอนริมฝีปากออกมาด้วยความเสียดาย
“แหมไอ้ธานต์ไม่เกรงใจกันเลยนะ!”จักรไกรแซว
พิมพ์วลัญช์หน้าแดงซ่านด้วยความอายเพื่อนสาวรีบเดินมานั่งใกล้ๆก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีที่เห็นเพื่อนสวีทกับสามีตนเอง
“สวีทกันจังเลยนะพิมพ์ระวังลูกดกนะจ๊ะ”กัลญณัฐแซวเพื่อน
“บ้าเหรอกัล!”
“พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลแล้วใช่ไหม?”
“ใช่จ้ะ”
“ให้กัลมารับไหมพิมพ์?”
“ไม่ต้องหรอก ช่วงนี้ยุ่งๆเรื่องงานหมั้นไม่ใช่เหรอ”
“ก็นิดหน่อยน่ะ”กัลญณัฐตอบ
“เราดีใจนะที่เห็นกัลมีความสุขกับคนที่รัก”
“ขอบใจนะพิมพ์”
จักรไกรยิ้มร่าพูดคุยกับแฟนสาวก่อนที่โทรศัพท์ของเขาจะดังขึ้น นายตำรวจหนุ่มหลุบตามองดูก่อนจะรับสายมนทิรากรอกเสียงตามสายมาถึงเขาคิ้วขมวดเข้าหากันถอนหายใจออกมาพลางเหลือบมองแฟนสาวที่นั่งจ้องเขาอยู่
“พี่จักรคะจะกลับเมื่อไหร่คะมนทำอาหารไว้รอพี่แล้วนะคะ”มนทิรารีบบอก
“พี่กลับเย็นมน พี่จะไปทานข้าวกับแฟนพี่!”