ตอนที่ 39 สงครามสามฝ่าย
ทรินิตี้นั่งฟังและคิดตามไปด้วย เขาสงสัยว่าปราสาทตั้งใหญ่ก็ควรจะมีคนอื่น ๆ ด้วย"เอ่อ คือผมสงสัยครับ ถ้าอย่างนั้นคนอื่น ๆ ที่อยู่ในยุคนั้นไปไหนหมดแล้วครับ""นั่นคืออีกกรณีหนึ่ง พวกเขาตายด้วยการหมดสิ้นพลังและอายุขัย ผู้ที่อยู่ในอาณาจักรไม่ได้ตายด้วยการสิ้นอายุขัย บางคนมีพลังอำนาจมากเกินไปจนอายุขัยไม่สามารถดับชีวิตได้ก็จะต้องให้มีผู้สืบทอดพลังนั้นไปเพื่อให้พลังของตนนั้นหมด เดิมป่าแห่งนี้เหล่าสัตว์อสูรไม่ได้มีพลังมากมายถึงคลาส 5 แต่ด้วยบรรพชนหลาย ๆ ท่านเบื่อหน่ายที่จะถูกขังไว้ในดินแดนแห่งนี้ และต้องการสร้างกองทัพไว้ให้พวกข้าจึงทำการวิวัฒนาการสัตว์อสูรรอบ ๆ นี้เพื่อรองรับพลังของพวกเขา ท้ายที่สุดสัตว์อสูรก็ถูกพัฒนาเป็นสัตว์อสูรที่ทรงพลัง ส่วนเผ่าอื่น ๆ นั้นข้าไม่อาจหยั่งทราบได้ว่าจะมีการทำเช่นนี้หรือไม่ ส่วนพวกข้านั้นยังคงรอด้วยปณิธานในการเข้าร่วมสงคราม" จักรพรรดิกล่าวด้วยความที่ไม่รู้เรื่องของโลกภายนอกเพราะแท้จริงแล้วเผ่าอื่น ๆ นั้นไม่ได้มีความสามารถวิวัฒนาการผู้อื่นได้เหมือนเผ่าสุริยันและเผ่าจันทราในตอนนี้สมาชิกในปาร์ตี้ซาเล้งสะท้านฟ้าปล่อยให้ทรินิตี้คุยกับบอสคลาส 5 ในเกมคนเดียวด้วยความหวังว่าเขาจะเคลียร์เงื่อนไขลับอะไรอีกจากสกิลฝีปากของเขานั่นเอง"ถ้าอย่างนั้นมีดินแดนอะไรบ้างที่ร่วมฝ่ายกับท่านบ้างครับ""อาจะเรียกว่าข้านั้นไม่ทราบเพราะเวลาผ่านไปนานมากที่พวกข้าถูกผนึกอยู่ในนี้ ไม่แน่ใจว่าที่ดินแดนอื่นนั้นจะยังคงอุดมการณ์เดียวกันอีกหรือไม่ ว่าแต่เจ้าเถอะ ใบหน้านั่นไปโดนคำสาปอะไรมากัน" จักรพรรถามออกไปเพราะสงสัยตั้งแต่ที่เขาเดินเข้ามาแล้ว เผ่าพันธุ์ที่แทบจะไร้ความแข็งแกร่งคงไม่มีผู้ใดจะปรารถนาถือครองสายเลือดอย่างแน่นอนทรินิตี้ได้ยินดังนั้นก็ลอบยิ้มในใจขึ้นมา อาจเรียกว่าเข้าทางเขาที่สุด เขาแอบมองจักรพรรดิ์ทั้งสองแล้วก็คิดอยู่ตั้งนานว่าจะทำยังไงเพื่อให้ได้เผ่าพันธุ์สุดเทพมา ในที่สุดโชคก็เป็นใจเข้าไม่รอช้ารีบพูดเพื่อคว้าโชคนั้นมาให้ได้"ผมถูกคำสาปจากหน้ากากที่ไม่อาจถอดได้ ด้วยเพราะอาชีพขอทาน ทั้งคำสาปโดยปกติแล้วแค่เพียงทำลายหน้ากากก็สามารถถอนคำสาปได้ แต่ว่าหน้ากากนี้อยู่ในสภาพเสียหายอยู่แล้วคนทั่วไปไม่อาจสวมใส่ได้ แต่โชคร้ายที่ผมไปลองสวมใส่มันจึงถอดไม่ออกด้วยความพิเศษของอาชีพ ส่วนอีกทางคือเปลี่ยนเผ่าพันธุ์เท่านั้นเอง" ผมแกล้งพูดพลางทำหน้าเศร้าใจขณะที่ทั้งปาร์ตี้นั้นมองมาอย่างรู้ทันแล้วว่าผมกำลังจะตะล่อมบอสเพื่อหาผลประโยชน์อีกแล้ว"อย่างนั้นเหรอ งั้นถือว่าเป็นรางวัลสำหรับการเคลียร์ภารกิจในการเข้ามาดินแดนนี้แก่เจ้าคนเดียวเท่านั้น" จักรพรรดิ์โบกมือครั้งหนึ่งพลันแสงสีดำห่อหุ้มกายของเขาราวกับว่าจะกัดกินร่างกายของเขาไป"จะเทพแล้วโว๊ย ข้านี่ฉลาดซะจริง ๆ ต้องเป็นเผ่าพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับเผ่าสุริยันจากบอสแน่ ๆ เลย" เขากำลังเพ้อฝันไปไกลถึงการโจมตีใช้สกิลอลังการงานสร้าง ทว่าหลังจากแสงสีดำหายไป เขาก็รู้สึกแปลกที่หลังและที่ก้นเหมือนนั่งทับอะไรอยู่ไอเท็มระดับ D : หน้ากากหมา ? (ไอเท็มต้องคำสาป)(สภาพเสียหายไม่สามารถใช้งานได้) ถูกถอดออกด้วยผลของการเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ คำสาปถูกล้างออกท่านได้เปลี่ยนเผ่าพันธุ์เป็นเผ่าพันธุ์หมาป่าสามหางได้รับ Skill ดังนี้Skill : Trasfromรายละเอียด : กลายร่างเป็นร่างที่แท้จริงของเผ่าพันธุ์ความว่องไวพลังโจมตีและเลือดเพิ่มขึ้นตามอัตราส่วนของคลาสผู้เล่น เมื่อแปลงร่างจะได้รับสกิลกรงเล็บ สกิลพุ่งชนและสกิลกระโดดSkill : ที่ยังไม่ปลดล็อคสามสกิลต้องสะสมพลังธาตุจากการปราบสัตว์สอูรทั้งหมดสามธาตุเพื่อรับสกิลชื่อ : ทรินิตี้เลเวล : 23คลาส : 0อาชีพ : ขอทาน คลาสหนึ่งฉายา : ไม่มีเผ่าพันธุ์ : หมาป่าสามหางHp : 10/10 (เลือดไม่สามารถเพิ่มได้)Mp : 100/100Sp : 100/100Pp : 100/100Tpp : 12 ชม (ค่าความเหนื่อยที่แท้จริง)พลังโจมตี 10 + (100) ดาบ + (100) อาชีพ + (100) เผ่าพันธุ์พลังป้องกัน 5 + 20ค่าอัตราคริติคอล : 0 + 10 + 1 + 1ความแรงคริติคอล : 0 + 10 + 5ค่าป้องกันคริติคอล : 0 +10อัตราการเจาะเกราะ : 0 +1+1ค่าความว่องไว : 1 +100(อาชีพ) +100(ผ้าคลุมยาจก) + 10(ดาบเขี้ยวมังกรลม) + 100 (เผ่าพันธ์ุ) ความเร็วเคลื่อนที่ตอนนี้เทียบเท่าผู้เล่นทั่ว ๆ ไปที่คลาส 3ค่าความแม่นยำ : 1 + 1ค่าโชคดี : 50ค่าชื่อเสียง : 5ทรินิตี้เกือบหลุดหน้าเซ็งออกมาเพราะเขานึกได้ว่ากำลังนั่งอยู่ต่อหน้าบอสคลาสห้าที่เพียงตดใส่เขาก็สามารถตายได้"ขอบคุณครับ" ทรินิตี้ไหว้ขอบคุณและฉีกยิ้มให้ แม้แน่ใจจะเซ็งที่ไม่ได้ตามที่หวัง ใบหน้าเขากลับมาเป็นมนุษย์ดังเดิมแต่กลับได้หางสีขาวสามหางซึ่งเขานั่งทับอยู่มาแทน โชคดีที่ตัวเขาไม่มีขนขึ้นอีกไม่อย่างนั้นสภาพภายนอกคงไม่มีอะไรดีกว่าเดิมจักรพรรดิชายกล่าวต่อไปในขณะที่จักรพรรดินีแสนสวยที่นั่งข้าง ๆ นั้นเริ่มหลับตาลงเหมือนรออะไรบางอย่าง"เอาหละ มาเข้าเรื่องกันต่อ พวกเจ้านั้นเกิดขึ้นโดยผลผลิตของ The Spirit ที่ยังทำงานอยู่หลังจากวิญญาณดวงแรกที่คอยดูแลได้ตายไปแต่เป็นผลผลิตที่ไม่สมบูรณ์จึงใช้เวลาในโลกนี้ได้ไม่นานก็ต้องกลับเข้าสู่สภาวะธรรมชาติหรือที่พวกเจ้าเรียกว่าออฟไลน์ดังนั้นที่นี่ก็มีที่พักให้พวกเจ้าเช่นเดียวกันสำหรับพวกเจ้าในค่ำคืนนี้ทรินิตี้คิดในใจว่าระบบเกมยัดความคิดเรื่องออฟไลน์ไปทื่อ ๆ อย่างนี้เลยเหรอ แต่หลังจากได้ยินว่าที่นี่มีที่พักให้แสดงว่าคืนนี้เขาจะได้อยู่ต่อทำให้รู้สึกโชคดีอยู่เหมือนกันที่ได้พักที่นี่ไม่ต้องย้อนกลับไปโรงแรมจักรพรรดิชายยังคงพูดต่อไม่หยุดราวกับว่าตอนนี้เขาต้องการจะข้าวมากกว่าจะพูดต่อ "และแม้ว่าจะเป็นผลผลิตที่ไม่สมบูรณ์พวกเจ้ากลับเกิดมาโดยมีพลังที่แตกต่างกันไปเฉพาะตัวและต้องเลือกว่าจะเข้าสู่ฝ่ายใดของสงครามหรือจะเลือกเมินเฉยต่อสงครามซะ สำหรับคนอื่นนั้นข้าไม่รู้แต่พวกเจ้าในตอนนี้อยู่ในฐานะว่าที่แม่ทัพกองกำลังของเผ่าข้าแล้ว"ประกาศของระบบ มีผู้เล่นกลุ่มหนึ่งได้สำเร็จเควสเนื้อเรื่องสงคราม The Spirit ฝ่ายปกป้อง ฝ่ายแย่งชิง และฝ่ายทำลาย The Spirit สำเร็จครบทั้งสามฝ่ายแล้ว ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมสงครามนี้ได้โดยตามหาภารกิจเข้าร่วมสงครามซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็นสามฝ่าย ฝ่ายปกป้อง ฝ่ายแย่งชิง และฝ่ายทำลายค่ะ กรุณาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บบอร์ดของเกมประกาศเซิร์ฟเวอร์เอเชีย ภายใน 7 วันในโลกจริงหรือ 63 วันของโลกในเกม เซิร์ฟเวอร์ของประเทศในทวีปเอเชียจะถูกนำมารวมกันเพื่อการทำสงครามเนื้อเรื่องของเกม แผนที่เมืองเริ่มต้นจะขยายขึ้นสิบเท่า โรงแรมและร้านค้าต่าง ๆ จะถูกขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น"เย้ !"ทรินิตี้ร้องออกมาด้วยความดีใจ"เดี๋ยว ๆ พวกเรายังไม่เคลียร์เควส" แฮคที่ตั้งใจฟังมาตลอดเพื่อหาเบาะแสของเส้นทางเนื้อเรื่องของเกมจึงรู้ถึงข้อความละเอียดมากกว่า ทรินิตี้ที่ฟังบอสแล้วหาเงื่อนเพื่อประโยชน์ของตัวเองอยู่"จิตวิญญาณแห่งโลกนี้ประกาศออกมาเช่นนี้ เวลาของสงครามใกล้เข้ามาถึงแล้วสินะ" ใบหน้าของจักรพรรดิทั้งสองเริ่มเคร่งเครียดขึ้น แต่เหมือนว่าเขาทั้งสองจะทำใจไว้อยู่แล้วใบหน้าที่แสดงอาการนั้นก็กลับมายิ้มเหมือนเดิมแล้วหันมาคุยต่อ"ฝ่ายปกป้องกับฝ่ายแย่งชิงนั้นสามารถมองแบ่งแยกได้ชัดเจน ส่วนฝ่ายทำลายนั้นจะแฝงตัวอยู่ในทั้งสองฝ่าย ในคราวสงครามพวกเจ้าจงระวังพวกมันแทงข้างหลังไว้ให้ดี" จักรพรรดิชายพูดเตือนอย่างจริงจัง"เข้าใจแล้วครับ" ทุกคนพูดออกมาพร้อมกันทรินิตี้นั่งได้สักพักหนึ่งก็นึกอะไรบางอย่างได้ ที่แห่งนี้เป็นขอบหน้าผาซึ่งเขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นหน้าผาเดียวกับที่อยู่ตรงทุ่งหญ้าสไลม์หรือไม่"คือผมสงสัยว่าป่าแห่งที่เป็นสถานที่เดียวกับที่มองเห็นได้จากหน้าผาสไลม์หรือเปล่าครับ""ใช่แล้วหละ" จักรพรรดิพยักหน้าให้"ถ้าอย่างนั้นแสงดวงเล็ก ๆ ตอนกลางคืนในป่านี้คืออะไรเหรอครับ" ทรินิตี้นั้นสงสัยตั้งแต่คราวที่เขายืนมองริมหน้าผากับน้ำแล้ว เมื่อได้โอกาสเขาจึงไม่รีรอที่จะถามออกไป"อยากรู้อย่างนั้นเหรอ" จักรพรรดิชายหรี่ตามองเขาเล็กน้อย"ใช่ครับ มันสวยมาก ๆ ตอนที่ผมยืนดูจากทุ่งหญ้าสไลม์" เขาพูดพลางนึกถึงใบหน้าของน้ำเปล่งประกายในวันนั้น"งั้นเราค่อยไปดูคืนนี้กัน ส่วนตอนนี้มีทานอาหารจากฟาร์มังกรของที่นี่ดีกว่า" จักรพรรดิชายปรบมือดังขึ้นสามครั้งก็มีชายวัยกลางคนใส่ผ้ากันเปื้อนสีขาว และหนวดที่ถูกกันไว้เป็นทรงให้มาดพ่อบ้านหน้าเข้มที่ทำหน้าที่ปกป้องเจ้านายมากกว่าจะเป็นคนทำอาหารเดินเข็นรถเข็นที่เต็มไปด้วยอาหารมากมายเข้ามาจากด้านข้างของห้องโถงพ่อบ้านค่อย ๆ หยิบอาหารหยิบอาหารจากแรกจากรถเข็นเสียงเข้มของพ่อบ้านดังขึ้น"จานแรกเป็นน่องมังกรย่างครับ""จานที่สองอกมังกรผัดพริกน้ำผึ้งราชันย์""จานที่สามหัวใจมังกร อบไอเวทย์จันทรา""จานที่สี่ซุปนัยตามังกร""จานสุดท้ายลิ้นมังกรผัดเกลือสุริยัน"ทั้งห้าต่างมองเหล่าเมนูเนื้อมังกรที่ถูกเสิร์ฟมาเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะอย่างตื่นตาตื่นใจ แต่ละจานนั้นถูกตกแต่งด้วยผักหลากหลายสีสันซึ่งเขาก็ไม่ทราบว่าเป็นผักประเภทไหนในเกมแต่ที่รู้อย่างเดียวคือมันใหญ่และน่ากินมาก หลังจากนั้นทั้งคน หนึ่งหมาป่า และสองจักรพรรดิก็ร่วมกันกินอาหารบนโต๊ะนั้นด้วยความแปลกใหม่"รสชาตินี้อร่อยมาก ๆ เลยครับ แต่บอกไม่ถูกจริงว่ามันคล้ายอะไรเนี่ย" ทรินิตี้กล่าวออกมา"ก็มันเป็นเนื้อมังกร มันก็ต้องเป็นรสชาติของเนื้อมังกรสิ มันจะไปคล้ายเนื้อไก่ได้ยังไง" จักรพรรดิชายตอบเด็กขี้สงสัยกลับไป "มีตัวเดียวอันเดียวของมังกรไหมครับ" แฮคถามออกไปโดยลืมว่ากำลังคุยกับบอสอยู่ ทุกคนหันหน้ามาหาเขาอย่างพร้อมเพรียงกัน "............."