รุ่งอรุณของวันที่ 35 เอนมูว์ทัวร์
***พ่อหนุ่มปากหวาน [ไพไรต์]
“เฮ้ย!? ”
เกิดเสียงดินถล่มอย่างรุนแรงดังขึ้นมาจากข้างล่างในจุดที่ผมกำลังลอยตัวอยู่
“เกิดอะไรขึ้นที่ข้างล่างกันละนั่น? ”
ว่าแล้วก็ลองก้มลงไปมองที่ต้นเสียงนั้นโดยไม่สนใจเหล่าตัวประกันที่กำลังลอยเท้งเต้งอยู่ตรงหน้า
แต่ทว่าฝุ่นกับหมอกจำนวนมากที่อยู่ข้างล่าง มันทำให้มองไม่เห็นว่าเกิดบ้าอะไรขึ้นที่ตรงนั้น
“ไม่เป็นไรครับนายท่าน แสงตะวันยามเช้าจะช่วยทำให้ท่านมองเห็นเองครับ”
“ยามเช้า? ”
บุรุษพ่อบ้านกอลิล่าที่สวมชุดสูทดำสุดเนียบเอยด้วยวาจาเยือกเย็น พร้อมกับเปิดนาฬิกาเคลือบทองคำทรงกลมขึ้นมาดู
แสงตะวันยามเช้าได้ถูกคลี่ออกเฉิดฉายสู่แผ่นดินโลก
ท้องฟ้าสีเขียวอมน้ำเงินของฤดูใบไม้ร่วงที่แสนเศร้า ได้ถูกระบายทับลงบนท้องนภายามราตรี
ดวงตะวันสีแดงทั้งสองเคลื่อนคล้อยลอยขึ้นสาดส่อง ณ ปลายเส้นขอบเขตดวงดาราจักร
บดบังหมู่ดวงดาวยามราตรีให้เลือนหายด้วยแสงสีแห่งรุ่งอรุณ
เสียงนกน้อยขับขานรับตะวันดังขับขาน สอดประสานเสียงแห่งสายธาร กับสายลม
เป็นเสียงแห่งบทเพลงธรรมชาติที่ไพเราะซึ่งเกิดขึ้นรบยามเช้า ราวกับเป็นท่วงทำนองที่ถูกประพันธ์ขับร้องโดยพระสุริยะจากปลายเส้นขอบฟ้า
งดงาม
งดงามจนไม่อยากจะสายตาไปจากภาพตรงหน้า
อยากจะเก็บและจดจำสิ่งที่เห็นนี้ให้ตราตรึงลงไปในความทรงจำตราบนานเท่านาน
แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมามัวปราบปลื้มชื่นชมธรรมชาติ
“นั่นไพไรต์กับท่านโนอาร์นี่น่า! ”
“ช่วยพวกเราด้วยครับท่านเทพเจ้า! ”
เหล่าตัวประกันเริ่มรับรู้การคงอยู่ของพวกเรากันแล้ว
พวกตัวประกันที่เจอตรงบริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชนเผ่าสัตว์
หนึ่งในนั้นมีท่านผู้กล้าจากเผ่ากอลิล่า เผ่าหมี และเผ่าแรคคูณรวมอยู่ในนั้นด้วย
ส่วนพวกคนที่มาจากเผ่าอสูรกาย--- เออ… เรียกว่าเผ่าผู้รุกรานดีกว่าแฮะ
พวกเผ่าผู้รุกรานมีเป็นจำนวนน้อยมาก
น้อยจนรู้สึกว่าคนที่ถูกจับมาในวันนั้น มันไม่น่าจะมีน้อยถึงขนาดนี้
"ถ้าอย่างงั้น กระผมจะลงไปตรวจสอบตรงฐานของหอคอยนะครับ แล้วจะลากท่านลัซไปด้วย"
"แหม่~ ไพรด์อยากจะมาสนุกกับฉันสองต่อสองอย่างงั้นหรือจ๊ะ~"
ผมหันไปมองบุรุษสุดเนียบไพรด์
ยัยลัซมันเพี้ยนสุดกู่จนเอาไม่อยู่ เลยคิดจะลากออกไปไกล ๆ ให้สินะ?
"งั้นฝากด้วยครับคุณไพรด์"
" ครับท่าน"
ว่าแล้วไพรด์ก็ลากคอยัยลัซสุดเพี้ยนหายลับไปในกลุ่มหมอกควันที่ฐานของหอคอย
เอาละ งั้นมาเริ่มลงมือตามหาแฟตกันเลยดีกว่า
“โทแพซอยู่ที่ไหน ถ้าได้ยินเสียง ก็ช่วยตอบด้วย! ”
ผมพยายามมองหาเพื่อนสมัยเด็กที่ถูกจับตัวมา
“ไม่ใช่ว่าต้องตามหาแฟตก่อนหรือวะ? ”
นั่นสินะ…
"เรื่องนั้น… ฝากแกกับวานาดิไนต์ช่วยไปตามหาให้ทีสิ”
“ฮะ ฮะ ฮะ! มันต้องอย่างงี้สิฟะ! ถ้าเจอยัยนั่นแล้ว อย่าลืมกอดจูบประโลมจิตใจของนางนะเพื่อนยาก! ”
“ใครมันจะกล้าทำวะ! ”
ว่าก็ขอเขกกะโหลกเจ้าซุนไกท์ซักทีหนึ่ง
แต่ทว่ามันดันบินหนีไปเสียก่อนนี่สิ
เพราะเจ้าบ้าซุนไกท์ดันพูดอะไรไม่เข้าท่า เลยพลอยทำให้หัวใจของผมเต้นแรงขึ้นมา
เจอหน้าแล้วกอดยัยนั่นนะหรือ?
มันไม่ใช่เวลาจะมามัวทำแบบ---
“ไพไรต์ นายมาช่วยฉัน! ”
“โทแพซ ผมไม่มีวันยอมทิ้งเธอไปหรอกนะ”
“ไพไรต์~”
“โทแพซ~”
ภายในหัวของผมมีภาพของยัยเสือขนสีชมพูอมฟ้ากำลังเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้---
“เจี๊ยก! ”
“...นายท่าน สติค่ะ กรุณาตั้งเอาไว้สติด้วยค่ะ”
โดนโนอาร์ตบหัวเรียกสติเป็นรอบที่สองแล้วแฮะ…
***เจ้าแห่งฮาเร็มสาวยัน [โนอาร์]
นายท่านคนบ้า
ทั้งที่กอดจูบฉันเป็นคนแรก แต่ภายในหัวยังเอาแต่รำพึงถึงยัยร่านไม่หาย
คนเจ้าชู้
คนบ้า
บ้า บ้า บ้า!
ความจริงฉันรู้ตำแหน่งของโทแพซผ่านทางเครือข่ายของยัยลัซมาตั้งแต่แรกแล้ว
ระบบสนามแม่เหล็กที่ใช้ควบคุมการลอยตัวของที่แห่งนี้ มันสามารถแยกเยอะคลื่นสมองของผู้ใช้งานได้
ดังนั้นฉันจึงรู้ตำแหน่งของทุกคนที่อยู่รอบหอคอยแห่งนี้ค่ะ
แล้วยังสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของทุกคนได้อย่างอิสระตามใจชอบที่ฉันจะปราถนาเช่นกันค่ะ
จะทำให้การลอยตัวหายไปเลย หรือจะเพิ่มแรงโน้มถ่วงจนท้องไส้ทะลักออกมาจากร่างกายเลยก็ยังได้
สรุปคือฉันสามารถฆ่ายัยโทแพซทิ้งจากตรงนี้ได้ในทันที โดยที่นายท่านไม่มีวันรู้ได้ว่ามันเป็นฝีมือของใคร
ความจริงอยากขยี้ศัตรูหัวใจทิ้งไปเลย แต่ฉันกลัวว่านายท่านจะเสียใจ เลยพยายามหักห้ามใจเอาไว้ค่ะ
“ (ยัยขี้ขลาด) ”
หุบปากไปเลยค่ะ [คุณโนอาร์ผู้สร้าง]
ตอนนี้ฉันไม่มีความจำเป็นต้องทำเรื่องโหดร้ายขนาดนั้นค่ะ
ซึ่งนั่นรวมไปถึงการล้างสมองคนอื่นด้วยค่ะ
เพราะว่าฉันกลายเป็นของนายท่านไปแล้วยังไงละคะ
แต่เรื่องที่ฉันเคยจับคนอื่นมาล้างสมองนั้น ฉันยังไม่ได้บอกให้นายท่านไพไรต์รู้ค่ะ
เพราะต่อให้นายท่านจะยอมให้อภัยฉัน เพราะความรักที่มีให้ แต่ไม่มากก็น้อย นายท่านจะต้องรู้สึกไม่ดีกับฉันอยู่ลึก ๆ แน่นอนค่ะ
เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้น ที่ต้องเหยียบให้มิด ไม่ให้นายท่านรู้ค่ะ
“โทแพซ! ”
“...”
นายท่านยังคงตะโกนเรียกหายัยร่านจนเสียงแหบแห้ง
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงได้ตะโกนจนทำร้ายคอของตัวเองเป็นแน่
ช่วยไม่ได้ค่ะ
“นายท่านค่ะ ฉันเจอท่านโทแพซแล้วค่ะ”
“จริงหรือ! ”
นายท่านดูมีความสุขมาก
ถึงส่วนหนึ่งของหัวใจจะเจ็บปวด แต่รอยยิ้มของนายท่านมันทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขมากกว่า
“...”
ฉันนำทางพานายท่านไปหายัยร่านด้วยความรู้สึกสับสนเช่นนั้น
“โทแพซ! ”
พอเจอเป้าหมาย เขาก็รีบบินไปหายัยร่านด้วยความเป็นห่วงทันที
อึ๊ก…
“นี่มัน… พวกมันทำเธอถึงขนาดนี้เลยเรอะ! ”
เขาตะโกนเสียงดังด้วยความโกรธ
เพราะทั่วทั้งร่างของยัยร่านนั้นเต็มไปด้วยบาดแผล
แขนขาถูกตัดขาดแยกส่วนออกจากร่างกาย
แม้แต่ใบหน้ายังถูกกรีดทำร้ายจนเสียโฉมดูไม่ได้
เมื่อพิจารณาจากบาดแผลของยัยร่าน เทียบกับคนอื่นที่แทบไม่มีบาดแผลแล้ว คงอนุมานได้ ว่ายัยนี่คงต่อต้านอย่างรุนแรง พวกศัตรูเลยมอบบทเรียนอันร้ายกาจให้
หึ!
คิดจะให้สิ่งนี้ล่อลวงนายท่านไพไรต์ของฉันอย่างงั้นหรือยะ!?
“ไพ...ไรต์..? ”
ยัยร่านเริ่มส่งเสียงที่อ่อนแรงตอบกลับนายท่านของฉัน
“โทแพซ! ”
มันเบิกตาโตอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้า
ใบหน้าของมันดูดีใจราวกับขึ้นสวรรค์อยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะเริ่มรู้สึกตัวถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังเผชิญ
“ไม่! อย่ามองฉัน! ”
มันกรีดร้องราวกับคนบ้า แล้วพยายามใช้มือปิดบังใบหน้าของตัวเองเอาไว้
แต่นายท่านของฉันกลับไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น
เขาใช้สองมือของตัวเองเข้าโอบกอดอย่างอ่อนโยน แล้วประทับรอยจูบลงใบริมฝีปาก โดยไม่คิดรังเกียจต่อใบหน้าที่เสียโฉมของมัน
“ฉันไม่มีวันทิ้งเธอไปหรอกนะ”
“...ไพไรต์~”
ทั้งสองคนเริ่มสร้างโลกส่วนตัวขึ้นมากันแล้ว
นายท่านค่ะ…
นั่นนะ มันวิธีเดียวกับที่นายท่านใช้กับฉันเลยไม่ใช่หรือคะ?
นายท่านจอมเจ้าชู้!
ฉันอยากจะบินลงไปจับแยก ณ ตอนนั้น
แต่พอเห็นรอยยิ้มเปี่ยมสุขของนายท่าน ฉันก็เริ่มคิดได้
หรือว่าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปจะดีกว่า?
ถ้าฉันแยกนายท่านออกจากยัยร่าน มันคงทำให้นายท่านรู้สึกเป็นทุกข์
แล้วฉันก็จะไม่ได้เห็นรอยยิ้มเปี่ยมสุขของนายท่านอีกต่อไป
ฉันไม่ต้องการให้นายท่านเป็นแบบนั้นค่ะ
“ (เธอนี่นะ… ถ้าไม่ได้ครอบครอง มันก็ไม่มีความหมายสิยะ) ”
หุบปากไปเลยค่ะคุณโนอาร์ผู้สร้าง
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาแทรกแทรงให้ตัวเองบ้าคลั่งขึ้นมาอีกครั้งนะคะ
“... นายท่านค่ะ”
“อืม รู้ตัวแล้วละ”
มีใครบางคนกำลังบินตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง
“ไพไรต์! ไอหอคอยบ้านี่คือฝีมือของแกใช่ไหม!? ”
“กระต่ายขาวเมื่อตอนนั้นเองหรือ? ”
“เบริลยะ! หัดจำชื่อคนหน่อยสิยะ! ”
คนที่บินมาปรากฏตัวตรงหน้า คือยัยกระต่ายขาวของกองทัพนักรบขาว
ดูเหมือนว่ายัยนี่จะรู้จักกับนายท่านค่ะ
นี่นายท่านจะมีผู้หญิงมารู้จักมากเกินไปแล้วนะคะ!
เนื่องจากระบบควบคุมโน้มถ่วงที่เปิดใช้เพื่อตรึงทุกคนให้ลอยอยู่ใจกลางอากาศนั้น มันถูกควบคุมด้วยคลื่นสมองของเจ้าตัว จึงไม่แปลก ที่จะมีคนค้นพบแล้วควบคุมจนสามารถบินได้
ที่แปลกคือการที่ยัยนี่สามารถรู้ถึงความลับนั้นได้ด้วยตัวเองนี่ละ
“หอคอยแห่งนี้! ฐานทัพของพวกเรา! ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในคุกข้างล่าง! แล้วยังเจ้านิลที่หายตัวไป! ทั้งหมดนี้คือฝีมือของแกสินะ! ”
“ถูกแค่ครึ่งหนึ่ง”
นายท่านไพไรต์ตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
คนที่สั่งเปิดระบบการทำงานของหอคอย คือนายท่านของฉันเอง
นายท่านเปิดสั่งการ โดยเตรียมใจที่จะมีความสูญเสียเกิดขึ้นตั้งแต่แรกแล้ว
แต่ที่ว่าความวุ่นวายในคุก กับเจ้าคนที่ชื่อนิลอะไรนั่น พวกฉันไม่รู้เรื่องด้วยหรอกนะคะ
“ท่านเทพเจ้าโนอาร์! ทำไมกัน! ทำไมท่านถึงยอมเป็นพลังให้กับคนอย่างไพไรต์! หมอนี่มันไม่ได้คิดถึงทวีปนี้เลยสักนิด! มันยอมก้มหัวเป็นมิตรกับพวกรุกรานแผ่นดินของพวกเราเลยนะคะ! ”
คราวนี้เธอเริ่มหันมาโวยวายใส่ฉันแทน
ต้องบอกว่าไร้สาระค่ะ
จะมานับถือว่าฉันเป็นเทพเจ้าอะไรก็เรื่องของพวกคุณค่ะ
คนที่ฉันยินดีพลีกายถวายชีวิตรับใช้ มีแค่นายท่านไพไรต์คนเดียวเท่านั้นค่ะ
"พอกันที! พระจงพระเจ้าอะไรไม่สนใจแล้ว! ฉันจะสู้เพื่อเป้าหมายของฉันเองเท่านั้น! "
ว่าแล้วเธอก็นำกริชคู่สีขาวขึ้นมาถือเอาไว้ในมือทั้งสองข้าง แล้วบินทะยานตรงมาทางพวกเรา
แสงสีแดงที่ห่อหุ้มร่างกาย ถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลังจนเป็นเส้นแสงประดุจไอพ่นของเครื่องบินรบ
ว่าแล้วก็ตัดระบบควบคุมแรงโน้มถ่วงของยัยนี่ดีกว่าค่ะ~
"กรี๊ดดดดดด!? "
ฉับพลันนั้น ร่างของกระต่ายขาวก็เลือนหายไปจากตรงหน้า
หายไปด้วยการทิ้งตัวโหม่งโลกอำลาชีวิตนะคะ~ เนี๊ยว~
“เออ… โนอาร์? ”
“ค่ะ~”
“ไม่ต้องมา [ค่ะ~] ด้วยสีหน้าบ้องแบ๊วเลยนะ ไม่ต้องถึงกับฆ่าแกงกันหรอก ช่วยยัยนั่นก่อนที่จะโหม่งโลกทีสิ”
“ตามความปราถนาค่ะนายท่าน”
นายท่านยังคงเป็นคนใจอ่อนเหมือนเคยเลยนะคะ
โดยเฉพาะกับผู้หญิง…
รู้สึก… ริษยาขึ้นมาแล้วค่ะ
งั้นก่อนจะช่วย ฉันขอแกล้งให้หนัก ๆ ก่อนก็แล้วกันค่ะ
“แว๊กกกก! ”
ฉันใช้วิธีเปิดปิดระบบควบคุมแรงโน้มถ่วงรอบตัวยัยนั่นเป็นระยะ เพื่อให้ยัยนั่นได้สัมผัสถึงประสบการณ์อันน่าเร้าใจจากการทิ้งตัวโหม่งโลก
สนุกดีไหมละคะคุณกระต่ายสีขาว?
“อึ๊ก!? ”
จู่ ๆ ก็รู้สึกได้ถึงสัญญาณประหลาดแทรกเข้ามาในหัว
ฉันเลยรีบขยายคลื่นเรด้าเพื่อตรวจสอบวัตถุรอบทวีป
นี่มัน… ชิบหายแล้วค่ะ!
ดูเหมือนว่าเรือรบของเจ้าพวกเผ่าเอเลี่ยนของดาวดวงนี้กำลังจะเริ่มเปิดฉากถล่มหอคอยกันแล้ว
ให้ตายสิ ทั้งที่คราวนี้ฉันไม่คิดจะเปิดฉากโจมตีใส่ก่อนนะ!
ไม่คิดที่จะไว้ใจกันบ้างเลยหรือยังไง!?
“รีบลงไปข้างล่างกันเถอะค่ะ เดียวฉันจะควบคุมทุกคนไปลงจอดในจุดปลอดภัยให้เอง”
ฉันปิดเรื่องที่จะโดนถล่มหอคอยกับนายท่าน เพื่อไม่ให้เขาคิดทำอะไรบ้า ๆ ออกไป
“หืม? อืม? ”
ทั้งที่บอกว่าจะควบคุมให้ แต่นายท่านก็ยังคงใช้สองแขนประคองร่างที่น่าเวทนาของยัยร่านเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
ราวกับว่ายัยร่านที่น่าเวทนานั้น คือสิ่งล้ำค่าที่จะไม่มีวันจะยอมให้หายไปไหนได้อีก
ชิ…
ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นความสุขของนายท่าน แกนะคงได้ตายไปแล้ว
ฉันรีบแทรกแทรงระบบของยัยลัซ แล้วควบคุมทุกคนให้ไปลงจอดที่พื้นดินข้างล่าง
ทำการจำลองสถานการณ์ที่หอคอยถูกยิงถล่ม เพื่อหาตำแหน่งปลอดภัยจากการถูกตัวหอคอยหล่นทับใส่
"ไพไรต์~"
ในตอนนั้นเอง ที่ยัยร่านเริ่มใช้ใบหน้าซุกไปในแผงหน้าอกสีทองของนายท่านไพไรต์
น่าหงุดหงิด!
ดีละ ฝากทุกอย่างให้สองคนนั้นจัดการดีกว่า
" (ไพรด์ ลัซ! ฝากจัดการเรื่องการควบคุมที! ฉันมีบางอย่างต้องทำ!) "
***ผ่านไปหนึ่งนาที
ทำไมไอสองคนนั้นถึงไม่ตอบกลับมากันยะ!
จากตำแหน่งสัญญาณ เจ้าบ้าสองคนนั้นไปทำอะไรกันที่ฐานของหอคอยกันแน่ยะ!?
นี่อยากถูกแฮกล้างสมองกันมากใช่ไหม!?
ฮืม!?
ฮืมมม!!
"งืม~ ไพไรต์~"
*เป๊าะ! *
เสียงสติที่ขาดกระจุยของฉันได้ดังขึ้นมา
ทนไม่ไหวแล้ว!
จุดปลอดภัยห่าเหวอะไรช่างหัวแม่ม!
ใครจะอยู่ ใครจะรอด ก็แล้วแต่เวรแต่กรรมไปเลย!
ส่วนนายท่านนะ ฉันคนนี้จะเข้าไปปกป้องด้วยตัวของฉันเองเลยละ~
ว่าแล้วฉันก็ทำการส่งทุกคนลงไปที่ผิวดินข้างล่าง
พุ่งทะลุผ่านกลุ่มควันกับหมอกสีชมพูที่หนาทึบ ทะลุลงไปสู่ถ้ำใต้ดินที่อยู่ตรงฐานของหอคอย
*** ณ ที่ฐานของหอคอย
"นี่มันบ้าอะไรกันยะ? "
สิ่งที่รออยู่ตรงฐานของหอคอย คือภาพที่เหนือการวิเคราะห์ของฉันไปไกลลิบ
ภาพของกองกำลังนักรบสีขาวที่ถอดเกราะแล้ววิ่งวุ่นไปทั่ว
ภาพของจระเข้เวหา [เอลิโดโค-เอส] ที่กำลังแผ่ฮอร์โมนสีชมพูออกมาจากผิว
ภาพของพวกตัวประกันที่พยายามอุดจมูกกันเต็มที่ แต่คงไร้ผล
และภาพของกลุ่มคนที่ถูกรมยา จน**ตรูด**ตรูด**และ **ตรูด**กันกลางแจ้ง
ฉันเหล่ไปที่เจ้าบ้าไพรด์
"ชะ ช่างเป็นสตรีที่งดงามอะไรเช่นนี้! เดียวกระผมจะเติมพลังงานให้ท่านเองขอรับ! "
เจ้าบ้านั่นกำลังเริ่มม่อหุ่นยนต์ของพวกเอเลี่ยนที่ชื่อว่าจาวิสอยู่
ทำไมจาวิซถึงมาอยู่ที่นี่?
แล้วสภาพที่หมดพลังนั้นคืออะไร?
แล้วนั่นแกคิดที่จะขมขื่นผู้หญิงไร้ทางสู้หรือเจ้าไพรด์?
ว่าแต่หุ่นยนต์อย่างพวกเราสามารถโดนฮอร์โมนกระตุ้นอารมณ์ได้ด้วยหรือ?
เอาเถอะ ถูกสร้างมาดีระดับตั้งท้องได้ คงไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกมั้ง?
"... นายท่านอย่าอยู่ห่างจากฉันนะคะ"
ฉันเริ่มสร้างม่านพลังงานปิดกั้นพื้นที่ขึ้นมารอบตัวเอง
"เออ… ปล่อยไปแบบนี้จะดีหรือโนอาร์? "
"ค่ะ"
นายท่านยังไม่รู้ว่าอีกเดียวหอคอยจะถูกยิงปูพรมถล่มลงมา
ซึ่งสภาพแบบนี้ ถ้าหอคอยพังลงมา เจ้าพวกนี้คงไม่น่ารอด
อัตรารอดชีวิต… คงมีแค่ราว 5% เท่านั้น
ถ้านานท่านรู้ คงได้บุ่มบ่ามทำอะไรเสี่ยง ๆ แน่นอน
ดังนั้นเก็บเงียบรู้แค่เราคนเดียวก็พอแล้ว
ว่าแต่ที่มันวุ่นขนาดนี้ คงเป็นเพราะผลจากฮอร์โมนกระตุ้นของพวกจระเข้เวหา---
"เอาทุกโคน~ มา**ตรูด**และตรูด***ให้สนุก! มาเริงระบำไปกับความหรรษาของกามราคะให้สุดเหวี่ยงไปเลยค่ะ! "
ในตอนนั้นเองที่เสียงของยัยลัซดังก้องไปทั่ว
ยัยนั่นกำลังบินอยู่เหนือลม พร้อมกับปล่อยสารกระตุ้นทางเพศออกมาเป็นจำนวนมาก
สารกระตุ้นนั้น คือสารที่พัฒนามาเพื่อให้ได้ผลกับสิ่งมีชีวิตทุกประเภท
" …"
เป็นเพราะฝีมือของยัยนี่เองหรอกเรอะ!?