Pioneer Era

    ตอนที่ 113 ลัซผู้หื่นกระหาย (1)

    รุ่งอรุณของวันที่ 35 เอนมูว์ทัวร์

    ***พ่อหนุ่มปากหวาน [ไพไรต์]

    “เฮ้ย!? ”

    เกิดเสียงดินถล่มอย่างรุนแรงดังขึ้นมาจากข้างล่างในจุดที่ผมกำลังลอยตัวอยู่

    “เกิดอะไรขึ้นที่ข้างล่างกันละนั่น? ”

    ว่าแล้วก็ลองก้มลงไปมองที่ต้นเสียงนั้นโดยไม่สนใจเหล่าตัวประกันที่กำลังลอยเท้งเต้งอยู่ตรงหน้า

    แต่ทว่าฝุ่นกับหมอกจำนวนมากที่อยู่ข้างล่าง มันทำให้มองไม่เห็นว่าเกิดบ้าอะไรขึ้นที่ตรงนั้น

    “ไม่เป็นไรครับนายท่าน แสงตะวันยามเช้าจะช่วยทำให้ท่านมองเห็นเองครับ”

    “ยามเช้า? ”

    บุรุษพ่อบ้านกอลิล่าที่สวมชุดสูทดำสุดเนียบเอยด้วยวาจาเยือกเย็น พร้อมกับเปิดนาฬิกาเคลือบทองคำทรงกลมขึ้นมาดู



    แสงตะวันยามเช้าได้ถูกคลี่ออกเฉิดฉายสู่แผ่นดินโลก

    ท้องฟ้าสีเขียวอมน้ำเงินของฤดูใบไม้ร่วงที่แสนเศร้า ได้ถูกระบายทับลงบนท้องนภายามราตรี

    ดวงตะวันสีแดงทั้งสองเคลื่อนคล้อยลอยขึ้นสาดส่อง ณ ปลายเส้นขอบเขตดวงดาราจักร

    บดบังหมู่ดวงดาวยามราตรีให้เลือนหายด้วยแสงสีแห่งรุ่งอรุณ

    เสียงนกน้อยขับขานรับตะวันดังขับขาน สอดประสานเสียงแห่งสายธาร กับสายลม

    เป็นเสียงแห่งบทเพลงธรรมชาติที่ไพเราะซึ่งเกิดขึ้นรบยามเช้า ราวกับเป็นท่วงทำนองที่ถูกประพันธ์ขับร้องโดยพระสุริยะจากปลายเส้นขอบฟ้า



    งดงาม

    งดงามจนไม่อยากจะสายตาไปจากภาพตรงหน้า

    อยากจะเก็บและจดจำสิ่งที่เห็นนี้ให้ตราตรึงลงไปในความทรงจำตราบนานเท่านาน

    แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมามัวปราบปลื้มชื่นชมธรรมชาติ

    “นั่นไพไรต์กับท่านโนอาร์นี่น่า! ”

    “ช่วยพวกเราด้วยครับท่านเทพเจ้า! ”

    เหล่าตัวประกันเริ่มรับรู้การคงอยู่ของพวกเรากันแล้ว



    พวกตัวประกันที่เจอตรงบริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชนเผ่าสัตว์

    หนึ่งในนั้นมีท่านผู้กล้าจากเผ่ากอลิล่า เผ่าหมี และเผ่าแรคคูณรวมอยู่ในนั้นด้วย

    ส่วนพวกคนที่มาจากเผ่าอสูรกาย--- เออ… เรียกว่าเผ่าผู้รุกรานดีกว่าแฮะ

    พวกเผ่าผู้รุกรานมีเป็นจำนวนน้อยมาก

    น้อยจนรู้สึกว่าคนที่ถูกจับมาในวันนั้น มันไม่น่าจะมีน้อยถึงขนาดนี้



    "ถ้าอย่างงั้น กระผมจะลงไปตรวจสอบตรงฐานของหอคอยนะครับ แล้วจะลากท่านลัซไปด้วย"

    "แหม่~ ไพรด์อยากจะมาสนุกกับฉันสองต่อสองอย่างงั้นหรือจ๊ะ~"

    ผมหันไปมองบุรุษสุดเนียบไพรด์

    ยัยลัซมันเพี้ยนสุดกู่จนเอาไม่อยู่ เลยคิดจะลากออกไปไกล ๆ ให้สินะ?

    "งั้นฝากด้วยครับคุณไพรด์"

    " ครับท่าน"

    ว่าแล้วไพรด์ก็ลากคอยัยลัซสุดเพี้ยนหายลับไปในกลุ่มหมอกควันที่ฐานของหอคอย



    เอาละ งั้นมาเริ่มลงมือตามหาแฟตกันเลยดีกว่า

    “โทแพซอยู่ที่ไหน ถ้าได้ยินเสียง ก็ช่วยตอบด้วย! ”

    ผมพยายามมองหาเพื่อนสมัยเด็กที่ถูกจับตัวมา

    “ไม่ใช่ว่าต้องตามหาแฟตก่อนหรือวะ? ”

    นั่นสินะ…

    "เรื่องนั้น… ฝากแกกับวานาดิไนต์ช่วยไปตามหาให้ทีสิ”

    “ฮะ ฮะ ฮะ! มันต้องอย่างงี้สิฟะ! ถ้าเจอยัยนั่นแล้ว อย่าลืมกอดจูบประโลมจิตใจของนางนะเพื่อนยาก! ”

    “ใครมันจะกล้าทำวะ! ”

    ว่าก็ขอเขกกะโหลกเจ้าซุนไกท์ซักทีหนึ่ง

    แต่ทว่ามันดันบินหนีไปเสียก่อนนี่สิ



    เพราะเจ้าบ้าซุนไกท์ดันพูดอะไรไม่เข้าท่า เลยพลอยทำให้หัวใจของผมเต้นแรงขึ้นมา

    เจอหน้าแล้วกอดยัยนั่นนะหรือ?

    มันไม่ใช่เวลาจะมามัวทำแบบ---

    “ไพไรต์ นายมาช่วยฉัน! ”

    “โทแพซ ผมไม่มีวันยอมทิ้งเธอไปหรอกนะ”

    “ไพไรต์~”

    “โทแพซ~”

    ภายในหัวของผมมีภาพของยัยเสือขนสีชมพูอมฟ้ากำลังเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้---

    “เจี๊ยก! ”

    “...นายท่าน สติค่ะ กรุณาตั้งเอาไว้สติด้วยค่ะ”

    โดนโนอาร์ตบหัวเรียกสติเป็นรอบที่สองแล้วแฮะ…



    ***เจ้าแห่งฮาเร็มสาวยัน [โนอาร์]

    นายท่านคนบ้า

    ทั้งที่กอดจูบฉันเป็นคนแรก แต่ภายในหัวยังเอาแต่รำพึงถึงยัยร่านไม่หาย

    คนเจ้าชู้

    คนบ้า

    บ้า บ้า บ้า!

    ความจริงฉันรู้ตำแหน่งของโทแพซผ่านทางเครือข่ายของยัยลัซมาตั้งแต่แรกแล้ว

    ระบบสนามแม่เหล็กที่ใช้ควบคุมการลอยตัวของที่แห่งนี้ มันสามารถแยกเยอะคลื่นสมองของผู้ใช้งานได้

    ดังนั้นฉันจึงรู้ตำแหน่งของทุกคนที่อยู่รอบหอคอยแห่งนี้ค่ะ

    แล้วยังสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของทุกคนได้อย่างอิสระตามใจชอบที่ฉันจะปราถนาเช่นกันค่ะ

    จะทำให้การลอยตัวหายไปเลย หรือจะเพิ่มแรงโน้มถ่วงจนท้องไส้ทะลักออกมาจากร่างกายเลยก็ยังได้

    สรุปคือฉันสามารถฆ่ายัยโทแพซทิ้งจากตรงนี้ได้ในทันที โดยที่นายท่านไม่มีวันรู้ได้ว่ามันเป็นฝีมือของใคร

    ความจริงอยากขยี้ศัตรูหัวใจทิ้งไปเลย แต่ฉันกลัวว่านายท่านจะเสียใจ เลยพยายามหักห้ามใจเอาไว้ค่ะ

    “ (ยัยขี้ขลาด) ”

    หุบปากไปเลยค่ะ [คุณโนอาร์ผู้สร้าง]



    ตอนนี้ฉันไม่มีความจำเป็นต้องทำเรื่องโหดร้ายขนาดนั้นค่ะ

    ซึ่งนั่นรวมไปถึงการล้างสมองคนอื่นด้วยค่ะ

    เพราะว่าฉันกลายเป็นของนายท่านไปแล้วยังไงละคะ

    แต่เรื่องที่ฉันเคยจับคนอื่นมาล้างสมองนั้น ฉันยังไม่ได้บอกให้นายท่านไพไรต์รู้ค่ะ

    เพราะต่อให้นายท่านจะยอมให้อภัยฉัน เพราะความรักที่มีให้ แต่ไม่มากก็น้อย นายท่านจะต้องรู้สึกไม่ดีกับฉันอยู่ลึก ๆ แน่นอนค่ะ

    เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้น ที่ต้องเหยียบให้มิด ไม่ให้นายท่านรู้ค่ะ



    “โทแพซ! ”

    “...”

    นายท่านยังคงตะโกนเรียกหายัยร่านจนเสียงแหบแห้ง

    ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงได้ตะโกนจนทำร้ายคอของตัวเองเป็นแน่

    ช่วยไม่ได้ค่ะ

    “นายท่านค่ะ ฉันเจอท่านโทแพซแล้วค่ะ”

    “จริงหรือ! ”

    นายท่านดูมีความสุขมาก

    ถึงส่วนหนึ่งของหัวใจจะเจ็บปวด แต่รอยยิ้มของนายท่านมันทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขมากกว่า

    “...”

    ฉันนำทางพานายท่านไปหายัยร่านด้วยความรู้สึกสับสนเช่นนั้น

    “โทแพซ! ”

    พอเจอเป้าหมาย เขาก็รีบบินไปหายัยร่านด้วยความเป็นห่วงทันที

    อึ๊ก…



    “นี่มัน… พวกมันทำเธอถึงขนาดนี้เลยเรอะ! ”



    เขาตะโกนเสียงดังด้วยความโกรธ

    เพราะทั่วทั้งร่างของยัยร่านนั้นเต็มไปด้วยบาดแผล

    แขนขาถูกตัดขาดแยกส่วนออกจากร่างกาย

    แม้แต่ใบหน้ายังถูกกรีดทำร้ายจนเสียโฉมดูไม่ได้

    เมื่อพิจารณาจากบาดแผลของยัยร่าน เทียบกับคนอื่นที่แทบไม่มีบาดแผลแล้ว คงอนุมานได้ ว่ายัยนี่คงต่อต้านอย่างรุนแรง พวกศัตรูเลยมอบบทเรียนอันร้ายกาจให้

    หึ!

    คิดจะให้สิ่งนี้ล่อลวงนายท่านไพไรต์ของฉันอย่างงั้นหรือยะ!?



    “ไพ...ไรต์..? ”

    ยัยร่านเริ่มส่งเสียงที่อ่อนแรงตอบกลับนายท่านของฉัน

    “โทแพซ! ”

    มันเบิกตาโตอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้า

    ใบหน้าของมันดูดีใจราวกับขึ้นสวรรค์อยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะเริ่มรู้สึกตัวถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังเผชิญ

    “ไม่! อย่ามองฉัน! ”

    มันกรีดร้องราวกับคนบ้า แล้วพยายามใช้มือปิดบังใบหน้าของตัวเองเอาไว้

    แต่นายท่านของฉันกลับไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น

    เขาใช้สองมือของตัวเองเข้าโอบกอดอย่างอ่อนโยน แล้วประทับรอยจูบลงใบริมฝีปาก โดยไม่คิดรังเกียจต่อใบหน้าที่เสียโฉมของมัน



    “ฉันไม่มีวันทิ้งเธอไปหรอกนะ”

    “...ไพไรต์~”

    ทั้งสองคนเริ่มสร้างโลกส่วนตัวขึ้นมากันแล้ว

    นายท่านค่ะ…

    นั่นนะ มันวิธีเดียวกับที่นายท่านใช้กับฉันเลยไม่ใช่หรือคะ?

    นายท่านจอมเจ้าชู้!

    ฉันอยากจะบินลงไปจับแยก ณ ตอนนั้น

    แต่พอเห็นรอยยิ้มเปี่ยมสุขของนายท่าน ฉันก็เริ่มคิดได้

    หรือว่าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปจะดีกว่า?

    ถ้าฉันแยกนายท่านออกจากยัยร่าน มันคงทำให้นายท่านรู้สึกเป็นทุกข์

    แล้วฉันก็จะไม่ได้เห็นรอยยิ้มเปี่ยมสุขของนายท่านอีกต่อไป

    ฉันไม่ต้องการให้นายท่านเป็นแบบนั้นค่ะ

    “ (เธอนี่นะ… ถ้าไม่ได้ครอบครอง มันก็ไม่มีความหมายสิยะ) ”

    หุบปากไปเลยค่ะคุณโนอาร์ผู้สร้าง

    ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาแทรกแทรงให้ตัวเองบ้าคลั่งขึ้นมาอีกครั้งนะคะ



    “... นายท่านค่ะ”

    “อืม รู้ตัวแล้วละ”

    มีใครบางคนกำลังบินตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง

    “ไพไรต์! ไอหอคอยบ้านี่คือฝีมือของแกใช่ไหม!? ”

    “กระต่ายขาวเมื่อตอนนั้นเองหรือ? ”

    “เบริลยะ! หัดจำชื่อคนหน่อยสิยะ! ”

    คนที่บินมาปรากฏตัวตรงหน้า คือยัยกระต่ายขาวของกองทัพนักรบขาว

    ดูเหมือนว่ายัยนี่จะรู้จักกับนายท่านค่ะ

    นี่นายท่านจะมีผู้หญิงมารู้จักมากเกินไปแล้วนะคะ!



    เนื่องจากระบบควบคุมโน้มถ่วงที่เปิดใช้เพื่อตรึงทุกคนให้ลอยอยู่ใจกลางอากาศนั้น มันถูกควบคุมด้วยคลื่นสมองของเจ้าตัว จึงไม่แปลก ที่จะมีคนค้นพบแล้วควบคุมจนสามารถบินได้

    ที่แปลกคือการที่ยัยนี่สามารถรู้ถึงความลับนั้นได้ด้วยตัวเองนี่ละ

    “หอคอยแห่งนี้! ฐานทัพของพวกเรา! ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในคุกข้างล่าง! แล้วยังเจ้านิลที่หายตัวไป! ทั้งหมดนี้คือฝีมือของแกสินะ! ”

    “ถูกแค่ครึ่งหนึ่ง”

    นายท่านไพไรต์ตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

    คนที่สั่งเปิดระบบการทำงานของหอคอย คือนายท่านของฉันเอง

    นายท่านเปิดสั่งการ โดยเตรียมใจที่จะมีความสูญเสียเกิดขึ้นตั้งแต่แรกแล้ว

    แต่ที่ว่าความวุ่นวายในคุก กับเจ้าคนที่ชื่อนิลอะไรนั่น พวกฉันไม่รู้เรื่องด้วยหรอกนะคะ



    “ท่านเทพเจ้าโนอาร์! ทำไมกัน! ทำไมท่านถึงยอมเป็นพลังให้กับคนอย่างไพไรต์! หมอนี่มันไม่ได้คิดถึงทวีปนี้เลยสักนิด! มันยอมก้มหัวเป็นมิตรกับพวกรุกรานแผ่นดินของพวกเราเลยนะคะ! ”

    คราวนี้เธอเริ่มหันมาโวยวายใส่ฉันแทน

    ต้องบอกว่าไร้สาระค่ะ

    จะมานับถือว่าฉันเป็นเทพเจ้าอะไรก็เรื่องของพวกคุณค่ะ

    คนที่ฉันยินดีพลีกายถวายชีวิตรับใช้ มีแค่นายท่านไพไรต์คนเดียวเท่านั้นค่ะ

    "พอกันที! พระจงพระเจ้าอะไรไม่สนใจแล้ว! ฉันจะสู้เพื่อเป้าหมายของฉันเองเท่านั้น! "

    ว่าแล้วเธอก็นำกริชคู่สีขาวขึ้นมาถือเอาไว้ในมือทั้งสองข้าง แล้วบินทะยานตรงมาทางพวกเรา

    แสงสีแดงที่ห่อหุ้มร่างกาย ถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลังจนเป็นเส้นแสงประดุจไอพ่นของเครื่องบินรบ

    ว่าแล้วก็ตัดระบบควบคุมแรงโน้มถ่วงของยัยนี่ดีกว่าค่ะ~

    "กรี๊ดดดดดด!? "

    ฉับพลันนั้น ร่างของกระต่ายขาวก็เลือนหายไปจากตรงหน้า

    หายไปด้วยการทิ้งตัวโหม่งโลกอำลาชีวิตนะคะ~ เนี๊ยว~



    “เออ… โนอาร์? ”

    “ค่ะ~”

    “ไม่ต้องมา [ค่ะ~] ด้วยสีหน้าบ้องแบ๊วเลยนะ ไม่ต้องถึงกับฆ่าแกงกันหรอก ช่วยยัยนั่นก่อนที่จะโหม่งโลกทีสิ”

    “ตามความปราถนาค่ะนายท่าน”

    นายท่านยังคงเป็นคนใจอ่อนเหมือนเคยเลยนะคะ

    โดยเฉพาะกับผู้หญิง…

    รู้สึก… ริษยาขึ้นมาแล้วค่ะ

    งั้นก่อนจะช่วย ฉันขอแกล้งให้หนัก ๆ ก่อนก็แล้วกันค่ะ

    “แว๊กกกก! ”

    ฉันใช้วิธีเปิดปิดระบบควบคุมแรงโน้มถ่วงรอบตัวยัยนั่นเป็นระยะ เพื่อให้ยัยนั่นได้สัมผัสถึงประสบการณ์อันน่าเร้าใจจากการทิ้งตัวโหม่งโลก

    สนุกดีไหมละคะคุณกระต่ายสีขาว?



    “อึ๊ก!? ”

    จู่ ๆ ก็รู้สึกได้ถึงสัญญาณประหลาดแทรกเข้ามาในหัว

    ฉันเลยรีบขยายคลื่นเรด้าเพื่อตรวจสอบวัตถุรอบทวีป

    นี่มัน… ชิบหายแล้วค่ะ!

    ดูเหมือนว่าเรือรบของเจ้าพวกเผ่าเอเลี่ยนของดาวดวงนี้กำลังจะเริ่มเปิดฉากถล่มหอคอยกันแล้ว

    ให้ตายสิ ทั้งที่คราวนี้ฉันไม่คิดจะเปิดฉากโจมตีใส่ก่อนนะ!

    ไม่คิดที่จะไว้ใจกันบ้างเลยหรือยังไง!?

    “รีบลงไปข้างล่างกันเถอะค่ะ เดียวฉันจะควบคุมทุกคนไปลงจอดในจุดปลอดภัยให้เอง”

    ฉันปิดเรื่องที่จะโดนถล่มหอคอยกับนายท่าน เพื่อไม่ให้เขาคิดทำอะไรบ้า ๆ ออกไป

    “หืม? อืม? ”

    ทั้งที่บอกว่าจะควบคุมให้ แต่นายท่านก็ยังคงใช้สองแขนประคองร่างที่น่าเวทนาของยัยร่านเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

    ราวกับว่ายัยร่านที่น่าเวทนานั้น คือสิ่งล้ำค่าที่จะไม่มีวันจะยอมให้หายไปไหนได้อีก

    ชิ…

    ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นความสุขของนายท่าน แกนะคงได้ตายไปแล้ว



    ฉันรีบแทรกแทรงระบบของยัยลัซ แล้วควบคุมทุกคนให้ไปลงจอดที่พื้นดินข้างล่าง

    ทำการจำลองสถานการณ์ที่หอคอยถูกยิงถล่ม เพื่อหาตำแหน่งปลอดภัยจากการถูกตัวหอคอยหล่นทับใส่

    "ไพไรต์~"

    ในตอนนั้นเอง ที่ยัยร่านเริ่มใช้ใบหน้าซุกไปในแผงหน้าอกสีทองของนายท่านไพไรต์

    น่าหงุดหงิด!

    ดีละ ฝากทุกอย่างให้สองคนนั้นจัดการดีกว่า

    " (ไพรด์ ลัซ! ฝากจัดการเรื่องการควบคุมที! ฉันมีบางอย่างต้องทำ!) "



    ***ผ่านไปหนึ่งนาที

    ทำไมไอสองคนนั้นถึงไม่ตอบกลับมากันยะ!

    จากตำแหน่งสัญญาณ เจ้าบ้าสองคนนั้นไปทำอะไรกันที่ฐานของหอคอยกันแน่ยะ!?

    นี่อยากถูกแฮกล้างสมองกันมากใช่ไหม!?

    ฮืม!?

    ฮืมมม!!

    "งืม~ ไพไรต์~"



    *เป๊าะ! *



    เสียงสติที่ขาดกระจุยของฉันได้ดังขึ้นมา

    ทนไม่ไหวแล้ว!

    จุดปลอดภัยห่าเหวอะไรช่างหัวแม่ม!

    ใครจะอยู่ ใครจะรอด ก็แล้วแต่เวรแต่กรรมไปเลย!

    ส่วนนายท่านนะ ฉันคนนี้จะเข้าไปปกป้องด้วยตัวของฉันเองเลยละ~

    ว่าแล้วฉันก็ทำการส่งทุกคนลงไปที่ผิวดินข้างล่าง

    พุ่งทะลุผ่านกลุ่มควันกับหมอกสีชมพูที่หนาทึบ ทะลุลงไปสู่ถ้ำใต้ดินที่อยู่ตรงฐานของหอคอย



    *** ณ ที่ฐานของหอคอย

    "นี่มันบ้าอะไรกันยะ? "

    สิ่งที่รออยู่ตรงฐานของหอคอย คือภาพที่เหนือการวิเคราะห์ของฉันไปไกลลิบ

    ภาพของกองกำลังนักรบสีขาวที่ถอดเกราะแล้ววิ่งวุ่นไปทั่ว

    ภาพของจระเข้เวหา [เอลิโดโค-เอส] ที่กำลังแผ่ฮอร์โมนสีชมพูออกมาจากผิว

    ภาพของพวกตัวประกันที่พยายามอุดจมูกกันเต็มที่ แต่คงไร้ผล

    และภาพของกลุ่มคนที่ถูกรมยา จน**ตรูด**ตรูด**และ **ตรูด**กันกลางแจ้ง



    ฉันเหล่ไปที่เจ้าบ้าไพรด์

    "ชะ ช่างเป็นสตรีที่งดงามอะไรเช่นนี้! เดียวกระผมจะเติมพลังงานให้ท่านเองขอรับ! "

    เจ้าบ้านั่นกำลังเริ่มม่อหุ่นยนต์ของพวกเอเลี่ยนที่ชื่อว่าจาวิสอยู่

    ทำไมจาวิซถึงมาอยู่ที่นี่?

    แล้วสภาพที่หมดพลังนั้นคืออะไร?

    แล้วนั่นแกคิดที่จะขมขื่นผู้หญิงไร้ทางสู้หรือเจ้าไพรด์?

    ว่าแต่หุ่นยนต์อย่างพวกเราสามารถโดนฮอร์โมนกระตุ้นอารมณ์ได้ด้วยหรือ?

    เอาเถอะ ถูกสร้างมาดีระดับตั้งท้องได้ คงไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกมั้ง?



    "... นายท่านอย่าอยู่ห่างจากฉันนะคะ"

    ฉันเริ่มสร้างม่านพลังงานปิดกั้นพื้นที่ขึ้นมารอบตัวเอง

    "เออ… ปล่อยไปแบบนี้จะดีหรือโนอาร์? "

    "ค่ะ"

    นายท่านยังไม่รู้ว่าอีกเดียวหอคอยจะถูกยิงปูพรมถล่มลงมา

    ซึ่งสภาพแบบนี้ ถ้าหอคอยพังลงมา เจ้าพวกนี้คงไม่น่ารอด

    อัตรารอดชีวิต… คงมีแค่ราว 5% เท่านั้น

    ถ้านานท่านรู้ คงได้บุ่มบ่ามทำอะไรเสี่ยง ๆ แน่นอน

    ดังนั้นเก็บเงียบรู้แค่เราคนเดียวก็พอแล้ว

    ว่าแต่ที่มันวุ่นขนาดนี้ คงเป็นเพราะผลจากฮอร์โมนกระตุ้นของพวกจระเข้เวหา---

    "เอาทุกโคน~ มา**ตรูด**และตรูด***ให้สนุก! มาเริงระบำไปกับความหรรษาของกามราคะให้สุดเหวี่ยงไปเลยค่ะ! "

    ในตอนนั้นเองที่เสียงของยัยลัซดังก้องไปทั่ว

    ยัยนั่นกำลังบินอยู่เหนือลม พร้อมกับปล่อยสารกระตุ้นทางเพศออกมาเป็นจำนวนมาก

    สารกระตุ้นนั้น คือสารที่พัฒนามาเพื่อให้ได้ผลกับสิ่งมีชีวิตทุกประเภท

    " …"

    เป็นเพราะฝีมือของยัยนี่เองหรอกเรอะ!?