ระหว่างที่เว่ยหานฟงกำลังฝึกปราณ หลังจากที่หยุดไปนาน ั้แ่พบกับหวังลี่เหยาก็หาโอกาสตอนที่นางกำลังฝึกวิชาเวทย์ให้คล่องกว่าเดิม เงาร่างขององครักษ์ของตัวเองก็เข้ามาหาภายในถ้ำ
"ท่านประมุขขอรับชิงสือมาแล้วขอรับ"
" ทุกอย่างที่ข้าสั่งไป เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่? "
"เรียนท่านประมุขขอรับ ข้าน้อยมีข่าวไม่ค่อยจะสู้ดีนักขอรับ คนที่อยู่สาขาแคว้นหนานแจ้งกลับมาแล้วขอรับ ครอบครัวของฮูหยินถูกลงโทษปะาทั้งตระกูลหลายวันก่อนแล้วขอรับ แล้วฮ่องเต้ของทางแคว้นหนานกลับมีรับสั่งว่าจะไม่เอาผิดฮูหยินขอรับ ได้ยินมาว่าทางนั้น้าให้ฮูหยินอภิเษกสมรสกับองค์รัชทายาทจึงได้รับสั่งแบบนี้ออกมา อีกทั้งตอนนี้คนของเราสืบทราบมาว่า ทั้งสามรวบรวมคนมีฝีมือหลายคนของแคว้นส่งคนมาเพื่อตามหาฮูหยินของท่านประมุขขอรับ"
เว่ยหานฟงมีสีหน้ายุ่งยากมากขึ้นทันที คิ้วเข้มขมวดขึ้น ตอนนี้เขารู้สึกสงสารคนตัวเล็กที่อยู่ในบ้านพักมาก ถ้าหากนางได้รับรู้ว่าบิดามารดาของนาง ถูกปะาตายหมดทั้งตระกูล นางจะเป็ทุกข์เพียงใด แล้วยังมีเื่ที่น่าโมโหอีกเื่ที่ได้ยินนอกเหนือจากเื่ของครอบครัวของนาง เมื่อได้ยินองครักษ์รายงานต่อว่าฮ่องเต้แคว้นหนานำผู้นั้น้าให้หวังลี่เหยาแต่งกับลูกชายของตัวเอง เพียงแต่ได้ยินว่ามีคนตามหานางก็คิ้วกระตุกทันที มันอาศัยอะไรกล้ามาหมายปองสตรีของเขา
"แล้วเ้ารู้หรือไม่ว่าใครกำลังตามหานางบ้าง มีใครบ้างบอกมาให้หมด"ผู้เป็ประมุขเอ่ยถามเสียงเข้มขึ้น บ่งบอกว่าอารมณ์ที่คุกกรุ่นกำลังปะทุออกมา
"มีไท่จื่อหนานกงอี้แคว้นหนานขอรับ อย่างที่ได้ยินมาว่าฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้ไท่จื่อหนานกงอี้กับฮูหยินไว้ขอรับ แล้วก็ยังมีแคว้นไท่ซาน แคว้นหยาง แคว้นเป็ แล้วก็แคว้นเว้ย ยังไม่รวมแต่ละสำนักของแต่และแคว้น ต่างก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างลับๆไม่น้อยเลยขอรับท่านประมุข"
ชิงสือเหลือบมองท่านประมุขของตนเองไม่กล้าสบตาสายตาดุร้ายนั้นคิดในใจว่าคนพวกนั้นคงไม่อยากมีชีวิตแล้วกระมัง ถึงได้กล้าคิดล่วงเกินฮูหยิน แต่มาคิดอีกที่ อาจจะเป็เพราะว่าพวกเขาไม่รู้ว่าสตรีที่พวกเขากำลังตามหาเป็ยอดดวงใจของท่านประมุข หากพวกเขารู้ เขาแน่ใจว่าพวกนั้นไม่กล้าจะทำแบบนี้แน่นอน ใครจะกล้ามาทำให้จักรพรรดิปีศาจมีโทสะกันเล่า ใครบ้างเล่าจะไม่กลัวตาย
"เอ่อ..แล้วก็ฮ่องเต้แคว้นหยางกับท่านอ๋องแคว้นเว่ย ตอนนี้ส่งคนมาที่นี่แล้วขอรับ ข้าคิดว่าพวกเขากำลังตามหาฮูหยินที่หุบเขาพิษ ได้ยินว่าได้มีคนติดต่อซื้อยาต้านพิษของพรรคเราโดยที่ไม่ว่าราคาเท่าไหร่ก็จะซื้อด้วยขอรับท่านประมุข"
พูดจบประโยคร่างทั้งร่างก็เย็นะเืหนาวเหน็บไปทั้งร่าง'ท่านประมุขข้าจะตายเพราะพลังปราณของท่านแล้วนะขอรับ'
"พวกนั้น้าซื้อยาต้านพิษของข้าเพื่อมาแย่งชิงสตรีของข้าอย่างนั้นหรือ?"
สีหน้าเว่ยหานฟงตอนนี้มืดครึ้มไปหมด แววตาเข่นฆ่าฉายชัด ทำเอาองครักษ์ที่กำลังรายงานประเดี๋ยวร้อนประเดี๋ยวหนาวเหมือนคนจะป่วยไข้
"คนของแต่ล่ะสาขาของเรากำลังตามพวกนั้นอยู่ขอรับ รอแค่คำสั่งของท่านประมุขเท่านั้นว่าจะให้ทำอะไร แต่ตามที่ได้รับสารจากคนในพรรคสาขาในแคว้นหยางและแคว้นเว่ยแจ้งไว้ว่าตอนนี้ทั้งสองคนกำลังติดต่อขอซื้อยาต้านพิษของเรา ข้าคิดว่าตอนนี้ทั้งฮ่องเต้หยางหลงไท่กับท่านอ๋องหยงเทียนคงพอจะทราบแล้วว่าฮูหยินอยู่ที่นี่ แล้ว ท่านประมุขจะให้ข้าจัดการเลยไหมขอรับ"
"ยังไม่ต้อง สั่งการไปใครที่อยากได้ยาต้านพิษให้รอข้ากลับไปก่อน ให้พวกมันมาซื้อกับข้าเอง ข้ามีของแถมจะมอบให้พวกมันด้วย ในเมื่อพวกมันไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ ข้าก็จะช่วยสงเคราะห์พวกมันให้ พวกมันจะได้ไม่มารบกวนฮูหยินของข้าให้รำคาญใจอีก"
น้ำเสียงราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ใด ต่างจากแววตาที่มืดครึ้มจนน่ากลัว พูดด้วยท่าทางเ็า แต่ท่าทางแบบนี้คนที่อยู่ข้างกายของท่านประมุขหลายปีอย่างเขาพอจะมองออกว่าตอนนี้ อารมณ์ของท่านประมุขกำลังไม่พอใจเป็อย่างมาก
"ถ้ามีข่าวอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับเื่ของฮูหยิน เ้าต้องรีบมาบอกข้าทันที บอกคนของเราจับตาพวกมันเอาไว้ยังไม่ต้องทำอะไร เื่นี้ข้าจะจัดการเอง พวกเ้าไปได้แล้ว "
"ขอรับท่านประมุข"
หลังจากชิงสือกลับไป เว่ยหานฟงนั่งครุ่นคิดวางแผนเพื่อปกป้องนางในดวงใจ ตอนนี้เขายังจัดการอะไรได้ไม่สะดวก เพราะเมื่อไหร่ที่ถึงฤดูหนาวพลังปราณที่มีในร่างกายจะทำให้กำลังภายในของเขาแตกซ่าน พิษในร่างจะกำเริบขึ้นมาร่างกายของเขาจะอยู่ในสภาวะจำศีล เพื่อฟื้นฟูร่างกายทันที
สามเดือนนั้นร่างกายเขาจะไม่รับรู้สิ่งใด มันเป็่ที่เขาอ่อนแอที่สุด เพราะฉะนั้นทุกปีเขาถึงต้องลงมาที่หุบเขาพิษ โดยทุกคนจะทราบเพียงว่า เขาลงมาเพื่อฝึกพลังปราณเพิ่มเติม เื่นี้ไม่มีใครสักคนที่รู้เลยว่า จักรพรรดิปีศาจอย่างเขาก็มีจุดอ่อนเหมือนกัน
'เดือนหน้าก็จะถึงฤดูหนาวแล้วสินะ'
************************************
"ท่านว่าอย่างไรนะ! ไม่จริงใช่หรือไม่? ครอบครัวของข้าจะโดนโทษปะาได้อย่างไรท่านพ่อของข้าเป็ขุนนางที่ดีจงรักภักดีแค่ไหนฝ่าาทรงรู้ดี แล้วเหตุใดถึงมีรับสั่งฆ่าท่านพ่อท่านแม่ข้า ไม่จริง! เป็ไปไม่ได้! ข้าไม่เชื่อ! พี่หานฟง ส่งคนไปดูอีกครั้งได้ไหมเ้าคะ ข้าขอร้องนะพี่หานฟง ไม่สิ! ข้าขอไปดูเองดีกว่า คนที่พี่ไปสืบต้องไปสืบผิดที่แน่ๆ เลยเ้าคะ"
ตอนนี้หวังลี่เหยาเหมือนจะสติหลุดไปแล้ว นางสับสน งุนงง ในใจว่างเปล่าโหวงเหวงในใจ จับต้นชนปลายไม่ถูกไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรปวดร้าวในอก เหมือนอย่างกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบหัวใจให้แหลกสลาย คิดถึงใบหน้าท่านพ่อกับท่านแม่นางแล้ว แทบอยากจะตายตามไปด้วยนางกำชายเสื้อเว่ยหานฟงเอาไว้แน่นเหมือนอยากจะยึดเหนี่ยวอะไรบางอย่างเอาไว้ ความผูกพันของร่างกายแสดงออกมาจนนางควบคุมตัวเองไม่ได้ รู้แต่ว่ากำลังทรมานเ็ปใจอย่างแสนสาหัส ไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกนี้อย่างไร
ภาพนางในดวงใจทุบอก ร่ำไห้น้ำตาใหลแทบเป็สายเื หากแต่ไร้เสียงสะอื้นออกมา นางกัดริมฝีปากตัวเองจนเืซึม กำชายเสื้อของเขาจนขึ้นข้อขาว สุดท้ายทรุดตัวลงแทบเท้าของเขาเหมือนคนไร้สิ้นเรี่ยวแรง จนเขาต้องลงไปนั่งที่พื้นร่วมกันกับนาง
เขาอยากรับความเ็ปทั้งหมดของนางเอาไว้เอง หากว่าทำได้ ได้แต่ใช้ความรักที่เขามี หวังปลอบประโลมให้นางคลายเศร้าลงบ้าง ร่างสูงไม่ได้เอ่ยอะไรกับนางเลย ตัวนางก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ได้แต่ใช้อ้อมแขนที่มีโอบกอดกันและกัน คล้ายจะบอกนางเอาไว้ให้นางรับรู้ว่า นางจะมีเขาคนนี้เสมอตลอดไป
"ความรู้สึกที่ไม่เหลืออะไรแล้ว มันเป็แบบนี่เอง ข้าไม่มีใครเหลือแล้วจริงๆ ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่เฟิงเอ๋อร์ แม่นมหง พี่ตง พี่ฟง อาซาน ครอบครัวของข้าไม่มีอีกแล้ว"
ตอนนี้นางมืดแปดด้าน สับสนไปหมด สมองว่างเปล่า ไม่รู้ว่านางจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิตดีดี นางไม่มีเป้าหมายในการมีชีวิตว่าจะทำอะไรต่อไป เพราะตลอดมานั่งคิดเสมอว่า เมื่อถึงเวลานางจะกลับบ้าน ไปหาครอบครัว ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข แต่ทำไม่กลับกลายเป็ว่า นางไม่เหลือครอบครัวให้กลับไปแล้ว
"ทำไมข้าถึงไม่ตายไปกับพวกเขา ทำไม์ถึงต้องทำกับข้าแบบนี้ เป็เพราะข้าใช่หรือไม่ ทุกคนถึงต้องตาย ทำไมไม่เป็ข้าแทน"
หลังจากหวังลี่เหยาร้องไห้อย่างหนัก นางก็ไม่ได้พูดอะไรกับเว่ยหานฟงอีก เดินเข้าไปในห้องของนางจนค่ำก็ยังไม่ออกมา จนเขาเป็ห่วงนางจึงเข้าไปดูนางพร้อมถาดอาหารในมือมองเห็นนางนั่งอยู่ในห้องมืดๆ ดวงตาที่เคยงดงามสดใส บัดนี้แดงก่ำบวมแดงไปหมด่ นางยังร้องไห้ไม่หยุดไม่ได้มองมาที่ชายหนุ่ม เหมือนนางไม่รับรู้เลยว่ามีคนมาอยู่ข้างๆจนทำให้เขารู้สึกแย่ที่เห็นอาการของนางแบบนี้
"เหยาเอ๋อร์เ้ากินข้าวบ้างเถอะ เ้ายังไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน หากเ้าป่วยไข้ขึ้นมาพ่อกับแม่เ้ารู้จะทุกข์ใจได้นะ"น้ำเสียงอ่อนโยนของเขาทำให้นางร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้ง
"ขอบคุณเ้าค่ะพี่หานฟง"นางขอบคุณที่เขายังอยู่ที่นี่ตรงนี้ข้างๆ นางในยามที่นางไม่เหลือใครแล้ว ยังดีที่เขายังอยู่ข้างๆนางตรงนี้ในวันที่นางไม่เหลือใคร ในใจของนางรู้สึกว่าขอบคุณเขามากที่มาอยู่เคียงข้าง แล้วยังรักนาง ทั้งๆที่นางอาจจะสร้างปัญหาและอาจจะทำให้เขาเดือดร้อนในอนาคต ตอนนี้นางเริ่มรู้สึกอยากเห็นแก่ตัวแล้วเพราะว่าในใจของนางกำลังจะยึดตัวเขาเอาไว้เป็ที่พักพิงของตัวเองแล้ว ขอเพียงว่าเขาอย่าปล่อยมือจากนางก็พอ