ระบบ โปรดิวเซอร์ ขั้นเทพ

    ตอนที่ 70 ตั้งป้อมจะทะเลาะกัน

         ในที่สุดก็เลือกเกมการแข่งขันได้ครบทั้งสิบสี่เกมแล้ว แต่ละเกมล้วนแต่แปลกใหม่และท้าทายจนอดคิดไม่ได้ว่ารายการนี้จะออกมาเป็นอย่างไร... เหลือเพียงแค่จัดลำดับว่าเกมไหนจะอยู่ในรอบแรก เพื่อเรียกความสนใจจากผู้ชม และเกมไหนจะไปอยู่ในรอบชิง เพื่อสร้างความเข้มข้นจนถึงวินาทีสุดท้าย

        “ทุกคน ฉันว่านะ เกมแข่งกินอาหารมันจะไม่อันตรายไปหน่อยเหรอ?” เกาอิ้งถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ดวงตาของเธอมองไปยังรายชื่อเกมด้วยความกังวล 

         “เคยมีข่าวคนสำลักอาหารจนถึงขั้น... ถ้าผู้เข้าแข่งรีบกินแล้วเกิดติดคอขึ้นมา เราจะทำยังไง? แล้วถ้าทั้งสองทีมกินได้ใกล้เคียงกันจนแทบไม่เห็นความแตกต่าง เราจะตัดสินกันยังไง? จะใช้ภาพสโลว์โมชั่นดูเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันเหรอ?”

        เสียงคัดค้านและเห็นด้วยดังระงม หลายคนที่ได้ฟังต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยกับความกังวลของเกาอิ้ง จินหงเหว่ยนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าครุ่นเครียดก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

        “เกาอิ้ง สำหรับเรื่องที่เธอกังวล ผมจะให้พิธีกรของเราเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยกับผู้เข้าแข่งขันอย่างละเอียดก่อนเริ่มเกมทุกครั้ง และเราจะจ้างทีมแพทย์สนามที่มีประสบการณ์มาคอยดูแลทั้งผู้เข้าแข่งขันและทีมงานอย่างใกล้ชิด หากมีใครแสดงอาการผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย ทีมแพทย์จะเข้าช่วยเหลือทันที 

         ผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญมาก และควรมีทีมแพทย์ประจำกองถ่ายตลอดเวลา ส่วนเรื่องการตัดสินเกมกินอาหาร เราจะเลือกใช้อาหารชิ้นใหญ่ที่ต้องใช้ความพยายามในการกิน และมีพื้นผิวที่กินยาก ถ้าหมดเวลาแล้วทั้งสองทีมยังกินได้จำนวนชิ้นเท่ากัน เราจะนำชิ้นสุดท้ายของแต่ละทีมมาชั่งน้ำหนัก ทีมไหนที่น้ำหนักของชิ้นสุดท้ายน้อยกว่าจะเป็นผู้ชนะ ถือว่ามีความพยายามในการกินมากกว่า”

        เกาอิ้งและคนอื่น ๆ ที่ฟังต่างก็คลายความกังวลลงไปมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องทีมแพทย์สนามที่ช่วยให้พวกเขารู้สึกอุ่นใจขึ้นเป็นกอง ส่วนวิธีตัดสินเกมกินอาหารก็ดูยุติธรรมและสมเหตุสมผล สร้างความมั่นใจว่าการแข่งขันจะโปร่งใส...

        จากนั้นเฉินโจวก็นึกถึงอีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งจัดการ เขาหันไปมองหลิวจื้อหมิง แววตาจริงจัง

         “หลิวจื้อหมิง ครั้งนี้ฉันคงต้องรบกวนนายอีกแล้ว ช่วยหาโลเคชั่นสำหรับถ่ายทำรายการนี้ให้ทีนะ จากเกมทั้งสิบสี่เกมของเรา มีหลายเกมที่ต้องใช้พื้นที่ค่อนข้างมาก เอาแบบนี้ดีไหม ลองหาห้องสตูดิโอขนาดกลางที่มีพื้นที่ด้านนอกเชื่อมต่อกันด้วย เผื่อบางเกมเราจะยกไปจัดกลางแจ้งได้ จะได้มีภาพที่หลากหลายและน่าสนใจ”

        หลิวจื้อหมิงพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “ไม่มีปัญหาเลยเฉินโจว เดี๋ยวฉันจะรีบติดต่อเอเจนซี่และสตูดิโอต่าง ๆ เพื่อหาห้องตามที่นายบอก แต่ช่วยระบุช่วงวันที่คร่าว ๆ ที่พวกเราจะเริ่มถ่ายทำมาให้หน่อยนะ จะได้รีบจองล่วงหน้า เดี๋ยวสถานที่สวย ๆ จะถูกคนอื่นเช่าตัดหน้าไปก่อน”

        เฉินโจวพยักหน้ารับ พร้อมตอบตกลงว่าจะรีบสรุปเรื่องวันและเวลาให้เร็วที่สุด เพราะสถานที่ที่ต้องการนั้นอาจจะต้องมีการจองล่วงหน้าเป็นเวลานาน แล้วจู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ถึงอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของรายการ จึงหันไปมองเหลียนเริ่นด้วยสายตาที่สื่อความหมาย...

        เหลียนเริ่นที่เห็นสายตาของเฉินโจวมองมาก็เข้าใจความต้องการนั้นในทันที เธอรีบพูดขึ้นก่อนที่เฉินโจวจะได้เอ่ยปาก 

         “ประธานเฉิน ฉันได้ทยอยติดต่อประสานงานไปยังบริษัทที่เคยให้การสนับสนุนช่องของเรา และยังได้ลองติดต่อไปยังบริษัทใหม่ ๆ ที่น่าสนใจอีกด้วย ตอนนี้มีบริษัทที่แสดงความสนใจมากกว่าสี่สิบบริษัทให้พวกเราได้พิจารณาข้อเสนอแล้วค่ะ ประธานเฉินสนใจจะดูรายละเอียดเบื้องต้นในตอนนี้เลยไหมคะ?”

        เฉินโจวพยักหน้าอย่างรวดเร็ว ตอนนี้การมีสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุนทางการเงินถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ การที่มีบริษัทมากมายสนใจเช่นนี้เป็นสัญญาณที่ดี แต่ก็ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเงินสนับสนุน เงื่อนไข ข้อตกลง และภาพลักษณ์ของแต่ละบริษัท...

        จากนั้นเหลียนเริ่นก็ฉายข้อมูลของแต่ละบริษัทขึ้นบนจอ LED ขนาดใหญ่ เฉินโจวและทุกคนในห้องประชุมต่างตั้งใจพิจารณาข้อมูลเหล่านั้นอย่างละเอียด มีการซักถาม ถกเถียง และวิเคราะห์ถึงผลดีผลเสียของแต่ละข้อเสนออย่างรอบด้าน เพราะการเลือกสปอนเซอร์นั้นมีผลต่อภาพลักษณ์และความยั่งยืนของรายการในระยะยาว...

        หลังจากใช้เวลาในการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ในที่สุดพวกเขาก็สามารถเลือกบริษัทที่จะเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ได้ครบตามจำนวนที่ต้องการ เฉินโจวจึงสั่งให้เหลียนเริ่นรีบดำเนินการติดต่อกลับไปยังบริษัทที่ได้รับการคัดเลือก เพื่อแจ้งผลการตัดสินใจอย่างเป็นทางการ...

        จากนั้นเขาสั่งให้เหลียนเริ่นสรุปยอดเงินสนับสนุนทั้งหมด และรายละเอียดของเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อนำมาให้เขากับจื่อซวานหมิงตรวจสอบ จื่อซวานหมิงจะดูแลในส่วนของรายได้ที่ต้องนำไปคำนวณภาษี ส่วนเขาจะนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการพิจารณางบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินรางวัลที่จะมอบให้กับผู้เข้าแข่งขันในแต่ละรอบ และรางวัลแจ็คพอตสำหรับผู้ชนะเลิศของรายการ...

        หลายวันต่อมา พวกเขาก็ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในส่วนของผู้เข้าแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าที่พัก (สำหรับทีมที่มาจากต่างจังหวัด) เงินรางวัลในแต่ละรอบ เงินรางวัลพิเศษสำหรับภารกิจย่อย และเงินรางวัลใหญ่มูลค่ามหาศาลสำหรับทีมที่เป็นแชมป์ 

         นอกจากนี้ยังมีงบประมาณสำหรับค่าเช่าสถานที่ ค่าทีมงานภายนอกที่ต้องจ้างมาเสริมทีม ค่าอาหารและเครื่องดื่มสำหรับทีมงานและผู้เข้าแข่งขัน ค่าสาธารณูปโภค และค่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขัน ซึ่งแต่ละเกมก็มีงบประมาณที่แตกต่างกันไป...

        ในที่สุดหลิวจื้อหมิงก็สามารถหาสถานที่ที่ตรงตามความต้องการได้ เฉินโจวตัดสินใจส่งจินหงเหว่ยและเกาอิ้งไปตรวจสอบสถานที่จริง เพื่อดูว่าเหมาะสมกับการจัดรายการแข่งขันหรือไม่ ทั้งสองคนต้องพูดคุยกับเจ้าของสถานที่ถึงรายละเอียด ข้อจำกัด และเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างละเอียด เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง การถูกตำหนิเล็กน้อยยังพอรับได้ แต่การถูกปรับเงินนั้นเป็นเรื่องใหญ่ 

         หากสถานที่นี้ดีจริง เขาก็ตั้งใจที่จะเช่าเพื่อถ่ายทำรายการอื่น ๆ ในอนาคตด้วย เพราะรายการนี้เขาตั้งใจที่จะสร้างให้เป็นรายการระยะยาว เหมือนกับรายการแข่งขันแม่บ้านที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว...

        หลังจากนั้นก็มีการประชุมเพื่อสรุปว่าเกมใดจะถูกนำไปใช้ในรอบแรก เพื่อดึงดูดผู้ชม และเกมใดจะถูกเก็บไว้ในรอบชิง เพื่อสร้างความตื่นเต้นและลุ้นระทึกจนถึงที่สุด ในที่สุดทุกอย่างก็ลงตัว ตอนนี้เหลือเพียงแค่รอเวลาที่เหมาะสม เหลียนเริ่นก็จะเริ่มดำเนินการประชาสัมพันธ์รายการใหม่นี้ให้แฟน ๆ ของช่องได้รับทราบกันอย่างทั่วถึง...

        ในส่วนของค่าตัดต่อคลิปวิดีโอสำหรับรายการนี้ คาดการณ์ว่าจะสูงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาอย่างแน่นอน เพราะต้องใช้ทักษะและความละเอียดในการตัดต่อที่สูงกว่าปกติ ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าช็อตใดที่ควรเก็บไว้เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้ชม และช็อตใดที่ควรตัดทิ้ง นอกจากนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับการนำเสนอภาพของสปอนเซอร์ที่ให้การสนับสนุนเป็นพิเศษ จุดนี้จะต้องแจ้งให้คนตัดต่อทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจน...

        ในที่สุด จินหงเหว่ยและเกาอิ้งก็ยืนยันกลับมาด้วยความพึงพอใจว่า สตูดิโอและพื้นที่โดยรอบที่หลิวจื้อหมิงหามาให้นั้น ตรงตามความต้องการของพวกเขาทุกประการ ส่วนเรื่องเงื่อนไขและรายละเอียดจากเจ้าของสถานที่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังคงต้องรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากเฉินโจวก่อน...

        เฉินโจวตั้งใจดูภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่ถ่ายทอดบรรยากาศจริงของสถานที่อย่างละเอียด จากที่เห็น เขารู้สึกพอใจกับโลเคชั่นนี้มากทีเดียว ส่วนกฎระเบียบของเจ้าของสถานที่ เมื่อพิจารณาแล้วก็ถือว่ายังอยู่ในขอบเขตที่รับได้ เขาจึงอนุมัติให้ใช้สถานที่แห่งนี้สำหรับการถ่ายทำรายการใหม่ในครั้งนี้...

        ในช่วงเวลานี้ งานใหม่ ๆ และงานเก่าที่ถาโถมเข้ามาพร้อม ๆ กัน ทำให้ร่างกายและจิตใจของเฉินโจวอ่อนล้าลงไปมาก แต่ก็ยังโชคดีที่มีจื่อซวานหมิงคอยอยู่เคียงข้าง ให้กำลังใจและรับฟังทุกปัญหา แม้จะไม่ได้เจอกันทุกวัน แต่พวกเขาก็โทรศัพท์พูดคุยกันเสมอ 

         ความสัมพันธ์ของทั้งสองพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จนเฉินโจวมั่นใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเธอเองก็คงรู้สึกดีกับเขาเช่นกัน สิ่งเดียวที่จะทำให้เขามั่นใจได้เต็มร้อยคือการเอ่ยปากขอเธอเป็นแฟน และเธอตอบตกลง...

        ใกล้เข้ามาแล้ว... ไม่ว่าจะเป็นภารกิจของระบบในครั้งนี้ ที่เขามั่นใจว่าเมื่อรายการออกอากาศไป จะต้องมียอดผู้ชมเกินหนึ่งแสนวิวอย่างแน่นอน ถึงแม้ของรางวัลอย่างเม็ดยาลืมเลือนจะดูเหมือนไม่มีประโยชน์ในตอนนี้ แต่การมีเก็บไว้ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย...

        ในช่วงของการประชุมงานก็มาถึงหัวข้อที่สำคัญอีกหัวข้อหนึ่ง นั่นคือผู้เข้าแข่งขันที่จะมาเข้าร่วมในรอบแรกนี้ พวกเขาจะเปิดรับสมัครจากคนทั่วไปเลย หรือจะจ้างนักแสดงอิสระมาสร้างสีสันและแสดงกติกาให้ผู้ชมเข้าใจก่อนดี?

        “ทุกคน เรามาจ้างพวกนักแสดงอิสระมาแสดงนำในรอบแรกเหมือนตอนที่เราทำรายการบอร์ดเกมกันดีไหม?” หลิวจื้อหมิงเสนอความคิดเห็นด้วยรอยยิ้มสดใส “คนดูจะได้สนุกไปกับการแสดงของพวกเขาก่อนที่จะได้เห็นผู้เข้าแข่งขันจริง ๆ”

        “หลิวจื้อหมิง นายหมายถึงจะให้พวกนั้นมาแสดงอีกแล้วเหรอ? แล้วยังไง รอบต่อ ๆ ไปเราก็ยังจะต้องจ้างคนพวกนี้มาอีกใช่ไหม?” เกาอิ้งรีบพูดแย้งออกมาทันที น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความไม่เห็นด้วยเล็กน้อย

        “เกาอิ้ง ฉันว่าเธออาจจะเข้าใจผิดไปนะ ฉันหมายถึงแค่รอบนี้ รอบแรกเท่านั้น ยังไม่ได้พูดถึงรอบต่อ ๆ ไปเลยนะ เธอนี่มัน...” หลิวจื้อหมิงพูดพร้อมกับเบะปากใส่เกาอิ้งอย่างชัดเจน

        “นาย...!” เกาอิ้งขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าเริ่มแดงก่ำด้วยความไม่พอใจ เตรียมที่จะโต้เถียงกลับในทันที

        เฉินโจวที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ สังเกตเห็นว่าบรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้น เขาจึงตบมือลงบนโต๊ะเสียงดัง ปัง! เรียกความเงียบกลับคืนมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเด็ดขาด

        “เอาล่ะ! ในรอบแรกนี้ เราจะยังคงใช้นักแสดงอิสระอยู่เหมือนเดิม แต่เราจะระบุในชื่อคลิปและคำอธิบายให้ชัดเจนว่า นี่คือคลิป โปรโมทรายการ โดยใช้นักแสดงเพื่อแสดงให้เห็นถึงกติกาและวิธีการเล่นในแต่ละเกม”

        เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นักแสดงเหล่านี้จะต้องแสดงให้เห็นภาพรวมของการแข่งขัน เพื่อให้ผู้ชมที่สนใจสมัครเข้าร่วมในรอบถัดไป ได้เห็นว่าพวกเขาจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง และเราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายกติกาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันจริงในวิดีโอต่อ ๆ ไป”

        ดวงตาคมกริบของเฉินโจวเหลือบมองไปยังหลิวจื้อหมิงและเกาอิ้งสลับกัน “ส่วนพวกนายสองคน... เลิกทะเลาะกันได้แล้ว เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม?”

    คล้ายกับเรื่องระบบ โปรดิวเซอร์ ขั้นเทพ ที่คุณอ่าน